เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 450 การดวลระหว่างผู้ใช้ความเร็ว

ตอนที่ 450 การดวลระหว่างผู้ใช้ความเร็ว

ตอนที่ 450 การดวลระหว่างผู้ใช้ความเร็ว


ตอนที่ 450 การดวลระหว่างผู้ใช้ความเร็ว

พื้นที่ชั้นที่ 3 มีความยาวเพียงแค่ 900 กิโลเมตรเท่านั้น แต่เซี่ยเฟยจำเป็นจะต้องวิ่งผ่านเขาวงกตมากกว่า 6,700 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่า 10 ชั่วโมง ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าเขาวงกตแห่งนี้มีความคดเคี้ยวมากเพียงใด

“ที่นี่มันอันตรายมากเลย” อันธกล่าวพร้อมกับมองไปทางกำแพงหินที่อยู่ทางด้านหลัง

“เขาวงกตนี่ซับซ้อนมากจริง ๆ และกับดักที่ซ่อนอยู่ในเขาวงกตก็โหดเหี้ยมมาก นี่ถ้าหากว่าฉันไม่ได้มีพลังความเร็วและได้เรียนรู้วิชาเล่ห์กายา ไม่แน่ฉันก็อาจจะต้องตายในนั้นไปแล้วก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“โชคดีที่เราผ่านมันมาได้ แต่ฉันเพิ่งสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังงานที่ผิดปกติ นายรู้สึกได้เหมือนกันไหม?” อันธกล่าว

“ฉันก็พอรู้สึกได้เหมือนกัน แต่มันอาจจะเป็นเพราะว่ากลไกอะไรบางอย่างถูกเปิดใช้งานขึ้นมาก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าว

พื้นที่ทางด้านหน้าของพวกเขาก็ยังคงเป็นแท่นสำหรับการเคลื่อนย้ายสีขาวดำอยู่เช่นเดิม เพียงแต่ว่ามันมีขนาดเล็กลงคล้ายกับเทพเจ้าขาวและเทพเจ้าดำคาดการณ์ว่านักสู้ที่เดินทางมาจนถึงที่นี่น่าจะมีจำนวนไม่มากเกินไป พวกเขาจึงจงใจใช้แท่นเคลื่อนย้ายที่มีขนาดเล็กเพียงเท่านี้

“นายรู้ไหมว่าเราได้กี่คะแนนหลังจากผ่านเขาวงกต?” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากมองคะแนนบนหน้าจอ

“เท่าไหร่?” อันธถามด้วยความสงสัย

“1 ล้านคะแนน”

“1 ล้านคะแนน! คะแนนของด่านในก่อนหน้านี้มีแค่หลักแสน แต่นายกลับได้คะแนนมาเพิ่ม 1 ล้านคะแนนหลังจากที่ผ่านเขาวงกตเนี่ยนะ แบบนี้มันก็มีโอกาสที่นายจะแลกของดี ๆ จากวิหารบนชั้นที่ 5 ไม่แน่ว่านายอาจจะได้รับอุปกรณ์ระดับสูงเป็นของรางวัลก็ได้”

“ถึงยังไงฉันก็ต้องรอดชีวิตไปจนถึงที่นั่นให้ได้ก่อนถึงจะสามารถใช้คะแนนได้ ตอนนี้ต้นไม้พวกนั้นยังโจมตีกองกำลังของอูดี้อยู่เลย ทำให้ตอนนี้ฉันมีคะแนนมากกว่า 1.4 ล้านคะแนนแล้ว มิตินี่เป็นมิติที่สนับสนุนให้ฆ่ากันชัด ๆ” เซี่ยเฟยกล่าว

ระหว่างพูดคุยกันนั้นชายหนุ่มก็ก้าวเท้าขึ้นไปบนแท่นเคลื่อนย้ายพร้อมกับมุ่งหน้าตรงไปยังพื้นที่ชั้นที่ 4 ของไซเรนฮิลล์

ทันทีที่ร่างของเขาได้ปรากฏตัวในพื้นที่ชั้นที่ 4 เขาก็สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันแผดเผาราวกับว่าเขาได้ถูกส่งเข้าไปอยู่ในเตาอบ

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เริ่มสังเกตเห็นลาวาที่ม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น พร้อมกับซัดเข้าหาชายฝั่งคล้ายกับว่ามันเป็นมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยลาวา

แสงสีแดงเพลิงส่องสว่างทั่วทั้งพื้นที่เผยให้เห็นหินงอกหินย้อยสีขาวด้านบนของถ้ำ และถ้าหากว่าผู้ที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ไม่ได้สวมใส่ชุดต่อสู้เอาไว้ มันก็ยากที่พวกเขาจะสามารถทนต่ออุณหภูมิที่สูงมากของสถานที่แห่งนี้ได้

ขนอุยลืมตาตื่นขึ้นมาในทันทีทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาอยู่ในเขาวงกตเจ้าตัวเล็กก็นอนหลับอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อมันสัมผัสได้ถึงอันตรายมันก็ตื่นตัวอย่างถึงที่สุด จนทำให้เซี่ยเฟยอดที่จะรู้สึกชื่นชมสัญชาตญาณของมันขึ้นมาไม่ได้

ชายหนุ่มถอดหน้ากากที่ปิดบังใบหน้าของเขาออกและสวมใส่แว่นตาเพื่อป้องกันไม่ให้ดวงตาของเขาได้รับบาดเจ็บจากอุณหภูมิที่ร้อนจัด เมื่อเขามองไปด้านหน้าอย่างพิจารณาอีกครั้งเขาก็มองไม่เห็นอะไรเลยนอกเสียจากลาวา จนทำให้เขาไม่รู้ว่าเขาจะผ่านสถานที่แห่งนี้ไปได้อย่างไร

ข้อมูลที่ปรากฏในแผนที่มีเพียงแค่แท่นเคลื่อนย้ายที่ถูกตั้งจากอีกฟาก ส่วนพื้นที่ตรงกลางระหว่างแท่นเคลื่อนย้ายต่างก็เต็มไปด้วยลาวาที่มีความยาวหลายพันกิโลเมตร

“พวกเราจะผ่านที่นี่ไปได้ยังไง? ต่อให้นายบินได้นายก็ไม่น่าจะทนต่ออุณหภูมิที่ร้อนจัดของลาวาได้อยู่ดี” อันธกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมาจับคางอย่างครุ่นคิด

ตอนนี้พวกเขาอยู่ห่างจากบ่อลาวาประมาณ 5 กิโลเมตร แต่คลื่นความร้อนก็ทำให้เขาแทบที่จะไม่สามารถทนรับอุณหภูมิในสถานที่แห่งนี้ได้แล้ว มันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงการพยายามบินผ่านบ่อลาวาไปโดยตรง ซึ่งมันก็คงจะทำให้ร่างของเขาถูกย่างจนสุกในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที

“แกคือนักรบมนุษย์คนนั้นสินะ”

จู่ ๆ มันก็มีเสียงชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน และเมื่อเซี่ยเฟยหันหน้าไปตามเสียงนั้นเขาก็ได้พบกับนักรบชาวเซิร์กในชุดต่อสู้สีเทาเดินออกมาจากทางด้านหลังของหินงอกหินย้อยอย่างเงียบ ๆ

เซี่ยเฟยได้ฝึกฝนประสาทสัมผัสจนอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนของคนคนนี้ได้เลย

เมื่อชายหนุ่มนึกถึงความผันผวนของพลังงานที่เขาสัมผัสได้ตั้งแต่เขาวงกตในพื้นที่ชั้นที่ 3 เขาก็ตระหนักได้ในทันทีว่าชายคนนี้คงจะแอบตามเขามาตั้งแต่พื้นที่ชั้นที่ 3 แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นนักรบคนนี้ยังมีวิชาคล้ายกับวิชาพรางจิต แล้วมันก็ดูเหมือนกับว่าการจัดการกับนักรบคนนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างใจเย็นพร้อมกับขยับเท้าหันร่างกลับมาเผชิญหน้ากับชายคนนั้นอย่างระมัดระวัง

ขนอุยส่งเสียงร้องคำรามพร้อมกับหันไปมองชายคนนั้นด้วยแววตาที่เฉยเมย ซึ่งบนไหล่ของเขาคนนี้ก็มีสัตว์อสูรที่มีลักษณะคล้ายตัวชะมดขดตัวเป็นก้อนกลม

“ฉันชื่อนานี่”

“ที่แท้แกก็คือนักรบศักดิ์สิทธิ์อันดับ 9 ที่เป็นนักรบที่เร็วที่สุดของเผ่าพันธุ์เซิร์กนี่เอง” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

นานี่ค่อย ๆ เคลื่อนไหวไปด้านข้างอย่างระมัดระวังเช่นเดียวกันกับเซี่ยเฟยที่เคลื่อนไหวในลักษณะคล้าย ๆ กัน ทำให้พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวไปตามแนวของวงกลม

เมื่อได้เห็นสัตว์เลี้ยงของตัวเองกำลังตัวสั่น เขาก็พูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจว่า

“ดูเหมือนสัตว์อสูรของแกจะทรงพลังมากจนทำให้สัตว์เลี้ยงของฉันกลัวจนขยับตัวไม่ได้ ว่าแต่สัตว์อสูรตัวนั้นคือตัวอะไรน่ะ? มันเป็นสัตว์อสูรที่อยู่ระดับไหนงั้นเหรอ?”

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มขี้เล่นออกมาเป็นคำตอบ พร้อมกับขนอุยที่อยู่บนไหล่ที่อ้าปากส่งเสียงร้องคำรามออกมา 3 ครั้งอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

เสียงคำรามครั้งแรกทำให้ชะมดสะดุ้งตกใจจนขนตั้ง เสียงคำรามครั้งที่ 2 ทำให้ดวงตาสีอำพันของมันเหลือกขึ้นไปด้านบน และเสียงคำรามครั้งสุดท้ายทำให้ชะมดผู้เคราะห์ร้ายไม่สามารถทนรับความหวาดกลัวได้อีกต่อไป แล้วทำให้มันช็อกตายอยู่บนไหล่เจ้าของของตัวเอง

“มันชื่อขนอุย รู้เอาไว้แค่นี้ก็พอแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

การแสดงออกของนานี่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก เพราะการที่มันส่งเสียงร้องคำรามออกมา 3 ครั้งและทำให้สัตว์เลี้ยงของเขาตกใจจนกลัวได้ มันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสัตว์อสูรตัวนั้นจะต้องเป็นสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับที่สูงมาก

“แม้สัตว์อสูรของนายจะแข็งแกร่งแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่านายจะแข็งแกร่งด้วยเหมือนกัน แกรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเป็นผู้ที่มีความเร็วที่สุดในเผ่าเซิร์ก?” นานี่กล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เซี่ยเฟยจากระยะไกล

เซี่ยเฟยยักไหล่อย่างไม่แยแส

“แกแข็งแกร่งมากที่มีความเร็วเหนือกว่า 30,000 เมตรต่อวินาที แต่ความเร็วของฉันมันมีมากกว่าแก!!”

ฟุบ!

ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบนานี่ก็พุ่งตัวไปข้างหน้าพร้อมกับใช้ตะขอเหล็กสีเงินบนมือจู่โจมเข้าใส่เซี่ยเฟย

“40,000 เมตรต่อวินาที! ระวังตัวไว้ด้วย” อันธอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

แต่กว่าที่อันธจะพูดประโยคเมื่อสักครู่จนจบ เซี่ยเฟยก็ได้รับการโจมตีจากนานี่ไปแล้วไม่น้อยกว่า 100 ครั้ง

นี่คือการดวลกันระหว่างสองสุดยอดนักรบสายความเร็ว ซึ่งถ้าหากว่าใครมีดวงตาที่ไม่เร็วพอ มันก็ไม่มีทางที่เขาคนนั้นจะสามารถมองเห็นความเร็วของทั้งสองคนนี้ได้

เป้ง!

หิมะโปรยปะทะเข้ากับตะขอสีเงินจนก่อให้เกิดเสียงดังบาดแก้วหู พร้อมกับทั้งสองที่ถอยไปด้านหลังแยกออกจากกันคนละมุมของสนามรบ

“ปฏิกิริยาตอบสนองของแกเร็วดีนี่ ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่าแกจะสามารถทนรับการจู่โจมของฉันได้อีกนานสักแค่ไหน” นานี่กล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย่อหยิ่ง

ฟุบ!

ทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะกันอีกครั้ง ซึ่งในเวลาเพียงแค่ 1 วินาทีพวกเขาก็ได้โจมตีเข้าใส่กันและกันไม่น้อยกว่า 500 ครั้ง ทำให้แม้แต่กล้องที่ทันสมัยที่สุดก็ยังไม่สามารถจะจับภาพการต่อสู้ของพวกเขาได้

เมื่อทั้งสองฝ่ายแยกออกจากกัน มันก็เริ่มมีบาดแผลปรากฎบนนิ้วก้อยข้างซ้ายของเซี่ยเฟย ขณะที่นานี่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันในครั้งนี้เลย

ในการแข่งขันระหว่างผู้ใช้พลังสายความเร็วเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้มีความเร็วสูงกว่าจะได้รับชัยชนะในการต่อสู้ครั้งนั้นไป แต่โชคดีที่เซี่ยเฟยมีวิชาเล่ห์กายาและมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เหนือชั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่นานี่จะสามารถจู่โจมเซี่ยเฟยจนถึงตายได้ในระยะเวลาสั้น

เมื่อเห็นว่าเซี่ยเฟยได้รับบาดเจ็บ ขนอุยก็เริ่มส่งเสียงร้องออกมาอย่างกระวนกระวาย แต่มันก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลืออะไรได้ นั่นก็เพราะว่าลูกบอลพลังงานของมันไม่สามารถที่จะไล่ตามความเร็ว 40,000 เมตรต่อวินาทีได้อย่างแน่นอน

“นี่น่ะเหรอมนุษย์ที่มีความเร็วสูงสุด ฉันล่ะผิดหวังจริง ๆ เมื่อกี้นี้ฉันยังไม่ได้ใช้กำลังสูงสุดของฉันเลย นี่ถ้าหากว่าฉันใช้กำลังสูงสุดมันก็คงจะจบภายใต้การจู่โจมเพียงแค่ครั้งเดียวสินะ” นานี่กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกกว้าง

เซี่ยเฟยยังคงรักษาความสงบและพยายามมองหาช่องทางที่เขาจะตอบโต้อีกฝ่ายกลับไปได้

“ยอมจำนนซะ! แล้วถ้าหากว่าแกยอมคลานลอดใต้หว่างขาฉัน ฉันจะยอมไว้ชีวิตแกสักครั้งหนึ่งก็ได้” นานี่กล่าวพร้อมกับถ่างขาออกอย่างชั่วร้าย

เซี่ยเฟยขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด ก่อนที่เขาจะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างกะทันหัน จากนั้นเขาก็กดนิ้วเบา ๆ ลงที่สวิตซ์บนแขนขวาเพื่อปลดเซเลสเชียลมูนออกมาจากฝัก

“ไร้ประโยชน์น่า มีดกลม ๆ พวกนั้นมันจะทำอะไรฉันได้” นานี่กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“มีอย่างหนึ่งที่แกพูดผิดไป”

“อะไร?”

“ฉันไม่ใช่มนุษย์ที่มีความเร็วมากที่สุด”

“มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นแหละ ความเร็วของแกเทียบขี้เล็บของฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ” นานี่กล่าวอย่างเย็นชา

คำพูดเหน็บแนมของนานี่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเซี่ยเฟยเลยแม้แต่น้อย แต่สำหรับสัตว์อสูรที่เย่อหยิ่งอย่างขนอุยแล้วมันก็ไม่สามารถทนรับคำดูถูกได้อีกต่อไป

ถุย! ถุย! ถุย!

นานี่ขยับหลบออกไปราวกับภาพลวงตาทำให้การโจมตีทั้งหมดของขนอุยพลาดเป้าไป

“ไอ้หนู! แกไม่รู้หรือไงว่าความเร็วเป็นพลังที่รับมือได้ยากมากที่สุดในจักรวาล ในเมื่อเจ้านายของแกไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน แกก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันด้วยเหมือนกัน” นานี่กล่าว

เมื่อได้รับคำดูถูกอีกครั้งขนอุยก็ส่งเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พร้อมกับดวงตาของมันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด

“พอเลย ถ้าหากว่าฉันจัดการเรื่องของตัวเองไม่ได้ฉันก็ไม่มีคุณสมบัติมากพอจะเป็นเจ้านายของแกหรอก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกไปตบหัวขนอุยเบา ๆ

“ไม่ต้องมาพูดดี ตราบใดก็ตามที่แกเอาชนะฉันไม่ได้ คำพูดของแกมันก็ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น” นานี่กล่าว

เซี่ยเฟยยังคงนิ่งสงบก่อนที่เขาจะยกนิ้วชี้ขึ้นมากระดิกเบา ๆ ราวกับว่าเขากำลังยั่วยุให้นานี่ทำการโจมตี

นานี่มีความเร็ว 40,000 เมตรต่อวินาที ขณะที่เซี่ยเฟยมีความเร็วเพียงแค่ 30,000 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น มันจึงเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาก่อนที่เซี่ยเฟยจะได้รับความพ่ายแพ้ นานี่จึงไม่เข้าใจว่าทำไมเซี่ยเฟยถึงกล้าท้าทายเขาซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะแสดงพลังที่แท้จริงให้แกได้เห็นเอง”

พริบตาต่อมากล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างของนานี่ก็แข็งเกร็งกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ชุดต่อสู้ของเขาก็ส่องประกายออกมามากขึ้นกว่าเดิม

ผู้ใช้พลังสายความเร็วจำเป็นจะต้องพึ่งพาชุดต่อสู้มากกว่าผู้มีพลังพิเศษสายอื่น ๆ เพราะถ้าหากว่าพวกเขาใช้ความเร็วสูงสุดโดยที่ร่างกายไม่ได้รับการปกป้อง มันก็จะเป็นร่างกายของพวกเขาเองที่แหลกสลายเนื่องจากร่างกายไม่สามารถทนรับแรงดันลมได้มากเกินไป

ฟุบ!

ร่างของนานี่พุ่งออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ โดยมีตะขอเหล็กยื่นไปด้านหน้าและมีเป้าหมายคือชายหนุ่ม

แม้ว่าอีกฝ่ายจะพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วสูง แต่เซี่ยเฟยก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน

‘เขาคิดจะยอมแพ้แล้วอย่างนั้นเหรอ?’

ย๊าก!!

จู่ ๆ เซี่ยเฟยก็ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างกะทันหันพร้อมกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น

ขวับ! ขวับ! ขวับ! …

เซเลสเชียลมูนกลายเป็นแสงสีเงินส่องสว่างทั่วทั้งบริเวณ พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างฉับพลัน

วิชาลับพลังจิตขั้นที่ 3 กลอริฟาย!

พริบตาต่อมาใบมีดเซเลสเชียลมูนทั้ง 18 เล่มก็แตกตัวออกกลายเป็นใบมีดกว่า 1.8 ล้านเล่มที่แยกกันจู่โจมทั่วทุกทิศทุกทาง

แม้ว่านานี่จะเพิ่มความเร็วสู่จุดสูงสุด แต่เขาก็ไม่มีทางหลบการโจมตีที่บ้าระห่ำเช่นนี้ได้ ดังนั้นยิ่งเขาเร่งความเร็วมากเท่าไหร่บาดแผลที่เขาได้รับมันก็ยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! …

ร่างของนานี่ถูกตัดด้วยใบมีดเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ก่อนที่ร่างของเขาจะตกลงมากระทบกับพื้นอย่างหนักโดยไม่มีลมหายใจอีกต่อไป

“ฉันลืมบอกแกไปอย่างว่าถึงแม้ฉันจะไม่ใช่ผู้มีพลังความเร็วมากที่สุด แต่ฉันก็เป็นมนุษย์คนเดียวที่มีพลังพิเศษ 2 สาย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

***************

จบแล้วสำหรับกลุ่ม VIP5 [361-450] สำหรับใครที่สนใจเข้ากลุ่มสามารถติดต่อได้ที่ เพจสนพ.เซียนอ่าน ได้เลยนะคะ โดยทางกลุ่ม VIP จะค่าปลดตอนถูกกว่าทางหน้าเว็บแต่อัปตอนพร้อมกันน๊า

จบบทที่ ตอนที่ 450 การดวลระหว่างผู้ใช้ความเร็ว

คัดลอกลิงก์แล้ว