เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 451 แผนการตีหมาตกน้ำ

ตอนที่ 451 แผนการตีหมาตกน้ำ

ตอนที่ 451 แผนการตีหมาตกน้ำ


ตอนที่ 451 แผนการตีหมาตกน้ำ

“น่าเสียดายจริง ๆ ชุดต่อสู้ของนานี่น่าจะเป็นชุดต่อสู้สายความเร็วระดับอีเทอนิตี้ แต่ตอนนี้มันถูกเซเลสเชียลมูนปาดจนขาดไปหมดแล้ว” อันธกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

เซี่ยเฟยยักไหล่พร้อมกับเดินไปหยิบตะขอสีเงินออกจากแขนของซากศพ และหยิบสร้อยคอมิติของนานี่ออกมาเพื่อเป็นสินสงคราม

การสังหารในครั้งนี้ทำให้ชายหนุ่มได้คะแนนมาเพิ่มอีก 1.08 ล้านคะแนน เพราะนานี่ได้สะสมคะแนนมาตั้งแต่ชั้นแรกเช่นเดียวกัน และเมื่อเขาถูกชายหนุ่มทำการสังหารคะแนนทั้งหมดจึงได้มาตกอยู่ในมือของเซี่ยเฟย

ทันใดนั้นประตูมิติก็เปิดออกพร้อมกับชานี่ที่เดินโซซัดโซเซไปด้านหน้า ก่อนที่เขาจะล้มลงไปกับพื้น

ใบหน้าของเขาซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด ทั่วทั้งร่างของร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลที่บาดลึก ซึ่งมันแสดงให้เห็นได้ชัดว่าเขาเพิ่งจะผ่านการต่อสู้แบบเฉียดเป็นเฉียดตายมาได้ไม่นาน

เซี่ยเฟยรีบพยุงชานี่เอาไว้พร้อมกับป้อนผลน้ำค้างขาวให้ชายชรา เพื่อช่วยฟื้นฟูพละกำลังของเขากลับคืนมา

หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปประมาณ 2 นาที ใบหน้าของชานี่ก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง และการหายใจของเขาก็ไม่ได้ติดขัดเหมือนกับในก่อนหน้านี้อีกต่อไป

“ในที่สุดฉันก็ได้พบกับคุณเสียที ว่าแต่คุณเข้ามาในประตูแห่งความว่างเปล่าก่อนพวกเราได้ยังไง?”

เซี่ยเฟยทำได้เพียงแต่หัวเราะออกมาเบา ๆ เพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารอยสักที่แขนซ้ายของเขามันคืออะไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ ๆ คือเขาไม่ควรบอกชานี่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงตอบรับกลับไปด้วยความเงียบเท่านั้น

โชคดีที่ชานี่เป็นคนฉลาด ดังนั้นเมื่อเขาเห็นว่าเซี่ยเฟยไม่ต้องการจะพูดเขาจึงเลี่ยงไปถามคำถามอื่นแทน

“การรวมกลุ่มของสัตว์อสูรในชั้นที่ 1 กับความบ้าคลั่งของต้นไม้ปีศาจในชั้นที่ 2 เกิดขึ้นมาจากคุณใช่ไหม?”

“ใช่ เป็นฝีมือของผมเอง ว่าแต่ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

ชานี่ลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากร่างกายก่อนที่เขาจะเรียกหมอกสีดำออกมาหมุนวนรอบตัวราวกับว่าเขาพยายามรักษาบาดแผลบนร่างกายของตัวเอง

“พลังความมืดเอามาใช้รักษาได้ด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยแอบตกใจเมื่อได้เห็นความหลากหลายของพลังความมืด

“ทันทีที่พวกเราก้าวเท้าสู่พื้นที่ชั้นที่ 1 ฝูงสัตว์อสูรก็เริ่มจู่โจมพวกเราในทันที ฉันเลยนำคนของสมาพันธ์นักปราชญ์ประมาณ 5,000 คนหลบหนีออกไปท่ามกลางความชุลมุน เพราะถึงยังไงเป้าหมายของพวกมันก็คือคนของอูดี้อยู่แล้ว เราจึงไม่จำเป็นจะต้องเอาคนของเราไปปกป้องคนของเขา”

“คุณได้หลีกเลี่ยงการสูญเสียที่ไม่จำเป็นและปล่อยให้กองกำลังของอูดี้สูญเสียมากที่สุด ผมคิดว่านั่นเป็นการตัดสินใจได้ฉลาดมาก แล้วว่าแต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น?” เซี่ยเฟยกล่าว

“ต่อมาพวกเราก็ลอบจู่โจมพวกอูดี้บนพื้นที่ชั้นที่ 2 จนมันเป็นการต่อสู้กัน 3 ฝ่าย แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครสามารถใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ได้ ทำให้ตอนนี้ทางฝ่ายของสมาพันธ์นักปราชญ์เหลือฉันอยู่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ส่วนทางฝั่งของอูดี้ก็เหลือกองกำลังอยู่ไม่มากแล้ว” ชานี่กล่าวพร้อมกับกัดฟันและถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่ได้เห็นการต่อสู้ด้วยตาของตัวเอง แต่เขาก็พอจะคาดเดาได้ว่าชายชราคนนี้ได้ผ่านเรื่องยากลำบากมามากขนาดไหน

“หมิงจี้ก็ไม่รอดงั้นเหรอ” เซี่ยเฟยถาม

“เธอเป็นแค่เพียงผู้ใช้พลังสายค้นหาและพลังการต่อสู้ของเธอก็ไม่แข็งแกร่งนัก ในระหว่างที่ทั้งสามฝ่ายกำลังปะทะกันฉันไม่ได้มีเวลามาสนใจเธอมากนัก แต่ฉันก็บังเอิญเห็นเธอถูกต้นไม้ปีศาจจับไปได้ ฉันเลยสันนิษฐานว่าหลังจากนั้น…” ชานี่กล่าว

เซี่ยเฟยนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร เพราะท้ายที่สุดเด็กผู้หญิงชาวมนุษย์คนนั้นก็ยังคงเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสำหรับเขาอยู่ดี ส่วนในช่วงเวลาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชานี่จะไม่มีเวลาไปดูแลคนอื่น

“ทีมของอูดี้แข็งแกร่งกว่าที่ฉันได้คิดเอาไว้มาก ซึ่งนอกเหนือจากทอมมี่กับวินดี้ที่เป็น 7 ยอดนักรบศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันยังมีนานี่ที่เป็นนักสู้ที่เร็วที่สุดของเผ่าเซิร์กกับบาทอรี่ผู้ซึ่งมีพลังควบคุมหินอยู่ในทีมของเขาด้วย”

“สิ่งที่ฉันไม่คาดคิดก็คือแม้แต่พี่น้องตระกูลกุชที่อยู่ในอันดับ 4-5 ของกระดานจัดอันดับก็แฝงตัวอยู่ภายในทีมด้วย การปะทะกับพวกเขาทำให้ฉันตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก และลูกศิษย์ของนักพรตเลยูตี้ก็เป็นเหมือนกับสัตว์ประหลาดของจริง พลังพิเศษกายาเหล็กไหลของเขาแข็งแกร่งมากจนไม่มีใครสามารถที่จะทำอันตรายเขาได้เลย และระดับพลังของเขาก็น่าจะสูงกว่าพี่น้องตระกูลกุชด้วยซ้ำ” ชานี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

คำอธิบายนี้ทำให้เซี่ยเฟยผงะไปเล็กน้อย เพราะถ้าเขาจำไม่ผิดหลี่โม่ไม่ได้มีพลังพิเศษอะไรในลักษณะนี้เลย ซึ่งมันเห็นได้ชัดว่าพลังพิเศษนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นมาโดยเลยูตี้ ไม่อย่างนั้นหลี่โม่ก็คงจะไม่สามารถจะใช้พลังพิเศษแปลก ๆ นี้ออกมาได้

“นานี่ตายไปแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังศพที่อยู่ในระยะไกล

“ฉันก็ว่าทำไมฉันถึงไม่เห็นเขาในสนามรบ ที่แท้เขาล่วงหน้ามายังพื้นที่ชั้นที่ 4 ก่อนนี่เอง ว่าแต่คุณเป็นคนฆ่าเขางั้นเหรอ?” ชานี่ถาม

“ใช่”

ชานี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะเขารู้ดีว่านานี่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วแค่ไหน และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เซี่ยเฟยจะสามารถสังหารนักรบคนนี้ลงไปได้

“คุณฆ่านานี่ลงไปแล้ว ส่วนฉันก็ฆ่าบาทอรี่กับทอมมี่ไปแล้วเหมือนกัน แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังมียอดนักรบคอยคุ้มกันอูดี้อยู่อีก 4 คน”

“พี่น้องตระกูลกุช, ลูกศิษย์ของเลยูตี้และวินดี้ไม่ใช่นักสู้ที่เราจะรับมือได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ทางฝ่ายของเราก็เหลือรอดอยู่เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น”

เรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาร้ายแรงสำหรับพวกเขามากจริง ๆ เพราะการสู้แบบ 2 ต่อ 4 ย่อมทำให้ฝ่ายของพวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบเป็นเรื่องธรรมดา

“อีกนานแค่ไหนกว่าพวกเขาจะมาถึงที่นี่?” เซี่ยเฟยถาม

“น่าจะประมาณ 3-6 ชั่วโมง” ชานี่กล่าวตอบ

“เราต้องฉวยโอกาสนี้ผ่านไปพื้นที่ชั้นที่ 5 โดยเร็วที่สุด และถ้าหากว่าเราติดตั้งกับดักไว้อย่างลับ ๆ พวกเราก็อาจจะฆ่ากองกำลังของอูดี้บางส่วนได้ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุดที่เราจะเผชิญหน้ากับพวกเขาโดยตรง ดังนั้นเราควรตัดกำลังของพวกเขาให้ได้มากที่สุดก่อนที่พวกเราจะเริ่มปะทะกัน” เซี่ยเฟยกล่าว

“แล้วคุณรู้ไหมว่าเราจะผ่านทะเลลาวาพวกนี้ไปได้ยังไง?” ชานี่กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย

เซี่ยเฟยส่ายหัวเป็นคำตอบว่าเขาไม่รู้

“คุณจะเข้าใจเองเมื่อคุณลองสัมผัสกับหินพวกนี้” ชานี่กล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังหินย้อยสีขาวที่อยู่ไม่ไกล

เซี่ยเฟยรีบวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับวางฝ่ามือลงอย่างช้า ๆ บนหินย้อยที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร

ทันใดนั้นความรู้สึกเย็นก็แผ่กระจายไปทั่วทั้งร่างกายเขาทันที แม้แต่กระดูกของเขาก็รู้สึกเหมือนกับถูกแช่แข็ง

“เย็นมาก! พวกมันสามารถแพร่กระจายความเย็นเข้าสู่ร่างกายของเราได้!!”

“ด้านบนของทะเลลาวาเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยมากมาย ถ้าหากว่าคุณสามารถแนบร่างกายไปกับหินงอกหินย้อยพวกนั้นได้ คุณก็จะสามารถเดินทางไปยังพื้นที่ชั้นที่ 5 ได้อย่างไม่มีปัญหา”

“แต่การเคลื่อนไหวท่ามกลางหินงอกหินย้อยต้องเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะถ้าหากว่าคุณหยุดนิ่งแม้แต่เพียงเล็กน้อย ร่างกายของคุณก็จะถูกคลื่นความร้อนเข้าแผดเผาในทันที การทดสอบครั้งนี้จึงไม่ใช่เป็นเพียงการทดสอบความว่องไวเท่านั้น แต่มันยังเป็นการทดสอบกำลังใจของนักรบอีกด้วย เพราะพื้นที่ด้านล่างเต็มไปด้วยทะเลลาวาและถ้าหากว่าใครพลาดตกลงไปพวกเขาก็จะถูกเผาไหม้จนไม่เหลือแม้กระทั่งเศษกระดูก”

“นักสู้ระดับล่างไม่สามารถที่จะผ่านบททดสอบนี้ไปได้อย่างแน่นอน และมันก็มีเพียงแต่นักสู้ระดับสูงที่มีจิตใจอันแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถผ่านบททดสอบในพื้นที่ชั้นที่ 4 นี้ไปได้”

“เผ่าพันธุ์เซิร์กของเรามีโอกาสเดินทางมาที่นี่ทุก ๆ 2,000-3,000 ปี พวกเราจึงได้ศึกษาพื้นที่ด้านในบททดสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับพวกเราคือพื้นที่ชั้นที่ 3 เพราะทิศทางของเขาวงกตจะเปลี่ยนไปทุกครั้งหลังจากเราได้เข้ามาในไซเรนฮิลล์ต่อจากบรรพบุรุษ ดังนั้นตราบใดก็ตามที่พวกเราผ่านพื้นที่ชั้นที่ 3 ไปได้พื้นที่อีกสองชั้นที่เหลือก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักสู้ระดับสูงอีกต่อไป”

“แล้วพื้นที่ชั้นที่ 5 ล่ะ? มีสภาพแวดล้อมแบบไหน? พวกเราพอจะหาโอกาสสังหารอูดี้ในพื้นที่ชั้นที่ 5 ได้หรือเปล่า?” เซี่ยเฟยถาม

“แท่นเคลื่อนย้ายของชั้นที่ 4 จะส่งเราไปในวิหารชั้นที่ 5 ทันทีและมันไม่อนุญาตให้มีการต่อสู้ในวิหาร ดังนั้นถ้าหากว่าคุณต้องการที่จะลงมือคุณก็ทำได้เพียงแค่ในชั้นที่ 4 นี้เท่านั้น” ชานี่กล่าว

“บนชั้นที่ 5 ไม่มีบททดสอบงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“ท่านเทพเจ้าขาวและเทพเจ้าดำทิ้งบททดสอบนี้ไว้เพื่อเป็นของรางวัลให้กับพวกเรา ไม่ใช่คิดจะสังหารยอดนักสู้ทั้งหมดของเผ่าพันธุ์” ชานี่กล่าว

“เอ่อ…” เซี่ยเฟยถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แล้วเขาก็เพิ่งตระหนักว่าบททดสอบนี้มันไม่ได้มีเพื่อสังหารนักสู้ระดับสูงของเซิร์กจริง ๆ

“จากพื้นที่ชั้นที่ 1 ถึงพื้นที่ชั้นที่ 4 คือการทดสอบความแข็งแกร่ง, ความอดทนและพลังใจของนักสู้ ดังนั้นตราบใดที่นักสู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมพวกเขาก็มีคุณสมบัติที่จะได้รับของรางวัลในพื้นที่ชั้นที่ 5”

“นอกจากนี้บนพื้นที่ชั้นที่ 5 ยังมีสัตว์อสูรรูปร่างแปลก ๆ ให้พวกเราออกล่าทั้งวันทั้งคืน ดังนั้นยิ่งนักรบออกล่าได้มากเท่าไหร่พวกเขาก็จะยิ่งได้รับคะแนนกลับมาแลกของรางวัลได้มากเท่านั้น ซึ่งหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปครบ 14 วัน ประตูแห่งความว่างเปล่าก็จะเปิดออกอีกครั้งเพื่อให้นักรบทุกคนเดินทางกลับไปพร้อมกับรางวัลและเกียรติยศ”

“ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มีทหารล้มตายเป็นจำนวนมากหลังจากที่ได้เข้ามาในไซเรนฮิลล์ มันก็ไม่ใช่เป็นเพราะบททดสอบที่รุนแรง แต่มันเป็นเพราะความละโมบของราชาแห่งเต็นท์ทองคำต่างหาก เพราะราชาจะให้คนของตัวเองสังหารนักรบที่ไม่เชื่อฟังเพื่อนำคะแนนทั้งหมดมาแลกของรางวัลให้กับตัวเอง”

“ผมเข้าใจล่ะพื้นที่ชั้นที่ 1-4 มีเอาไว้สำหรับทดสอบคุณสมบัติของนักรบ และตราบใดก็ตามที่ใครมีคุณสมบัติที่เพียงพอ นักรบคนนั้นก็เหมาะสมจะได้รับรางวัลที่เตรียมเอาไว้ในพื้นที่ชั้นที่ 5 ใช่ไหม? แบบนี้พวกเราก็คงจะต้องหาโอกาสสังหารอูดี้ที่นี่เท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

สถานการณ์ในปัจจุบันค่อนข้างที่จะยากลำบากอย่างแท้จริง เพราะมันไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงกองกำลังคนอื่น ๆ เพราะเพียงแค่องครักษ์ทั้งสี่คนที่คอยคุ้มกันอูดี้ก็มากพอที่จะทำให้พวกเขาไม่สามารถหาโอกาสสังหารราชาคนนี้ได้ง่าย ๆ แล้ว

ที่สำคัญกว่านั้นคือพวกเขามีโอกาสจู่โจมในพื้นที่ชั้นที่ 4 เท่านั้น เซี่ยเฟยจึงลุกยืนขึ้นและสังเกตสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบอย่างระมัดระวัง เพื่อคิดหาแผนการให้เขาสามารถสังหารอูดี้ได้อย่างง่ายดายมากขึ้นกว่าเดิม

“ตามผมมา ผมพอจะคิดหาวิธีจัดการกับพวกเขาได้แล้ว” เซี่ยเฟยกล่าว

“วิธีการอะไร?”

“เดี๋ยวคุณก็รู้เอง”

ฟุบ!

เซี่ยเฟยกระโดดตัวขึ้นสูงและโอบกอดหินงอกหินย้อยที่อยู่บนเพดานถ้ำ ซึ่งมันก็ทำให้อุณหภูมิอันเย็นยะเยือกกระจายไปทั่วทั้งร่างของเขาในทันที แต่หลังของเขาก็ยังคงรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอยู่เช่นเดิม

ชายหนุ่มเคลื่อนที่ไปตามหินงอกหินย้อยอย่างคล่องแคล่ว โดยการกระโดดจากหินงอกหินย้อยก้อนหนึ่งไปยังหินงอกหินย้อยอีกก้อนหนึ่ง ซึ่งในระหว่างที่เขากระโดดเกาะหินที่อยู่บนเพดานนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิภายในร่างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ร่างกายด้านที่สัมผัสกับหินงอกหินย้อยถูกน้ำแข็งกัดจนรู้สึกเย็นไปหมดแล้ว แต่หลังของเขากลับถูกอุณหภูมิที่แผดเผาจนทำให้ผิวหนังเริ่มกลายเป็นสีแดง

นี่คือบททดสอบจิตใจที่เหี้ยมโหดมาก เพราะถ้าหากว่าใครขาดสมาธิ, ความอดทนและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว นักสู้คนนั้นก็พร้อมที่จะตกลงไปในทะเลลาวาได้ทุกเมื่อ

ในที่สุดชายหนุ่มก็ร่อนตัวลงยังพื้นที่อีกฝั่งได้อย่างปลอดภัย โดยมีชานี่เคลื่อนที่ตามเขามาอย่างห่าง ๆ ซึ่งชายชราคนนี้ก็ได้ใช้มวลความมืดห่อหุ้มร่างของตัวเองเอาไว้ มันจึงทำให้ร่างของเขาได้รับความเสียหายน้อยกว่าเซี่ยเฟยมาก

“พวกเราจะทำอะไรกันต่อ?” ชานี่กล่าวถามอย่างกระวนกระวายใจ

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะยกแขนขวาที่มีเซเลสเชียลมูนติดตั้งเอาไว้ขึ้นมา

“คุณช่วยปล่อยความมืดไปที่หินงอกหินย้อยไม่ให้พวกเขามองเห็นพื้นที่ด้านหน้า ส่วนผมจะคอยใช้เพราะเซเลสเชียลมูนจู่โจมพวกเขาจากระยะไกล”

“ผมขอเรียกแผนการนี้ว่าแผนการตีหมาตกน้ำ”

***************

จบบทที่ ตอนที่ 451 แผนการตีหมาตกน้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว