เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 404 กฎแห่งมิติ

ตอนที่ 404 กฎแห่งมิติ

ตอนที่ 404 กฎแห่งมิติ


ตอนที่ 404 กฎแห่งมิติ

คนที่อันตรายที่สุดไม่ใช่คนที่อยู่ในแสงสว่างแต่เป็นคนที่กำลังคอยจ้องมองดูคนอื่นจากความมืดมิด เพราะไม่มีใครสามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของคนเหล่านี้ได้ เนื่องจากพวกเขาคอยหลบซ่อนไม่ทำตัวให้กลายเป็นจุดเด่นของคนอื่น

เซี่ยเฟยกวาดสายตามองพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างระมัดระวัง ซึ่งในความเป็นจริงท่าทางของเขาก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรระหว่างการเผชิญหน้ากับนักสู้ระดับสูงมากนัก เพราะเมื่อยิ่งเป็นการเผชิญหน้าระหว่างนักสู้ระดับสูงมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งจำเป็นจะต้องใช้ประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ต่อมาเขาก็ใช้กระแสจิตแผ่ออกไปเสมือนใยแมงมุมที่มองไม่เห็น กระจายออกไปในพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าหากว่ามันมีใครแอบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนี้คนคนนั้นก็จะถูกตรวจจับโดยกระแสจิตอย่างง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงกลับกลายเป็นว่าเซี่ยเฟยไม่สามารถสัมผัสได้ถึงอะไรเลย

แม้แต่อันธก็กำลังพยายามใช้ประสาทสัมผัสตรวจจับพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างเข้มงวด แต่ไม่ว่าเขาจะมีประสาทสัมผัสรับรู้พลังงานที่เฉียบแหลมมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่พบเงื่อนงำใด ๆ เช่นเดียวกันกับเซี่ยเฟย

เหตุการณ์นี้ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด เพราะในสถานการณ์ปกติเขาภูมิใจในประสาทสัมผัสของตัวเองอยู่เสมอ แต่ในตอนนี้เขากลับไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนของผู้มาใหม่ได้เลย และเขาก็มั่นใจว่าไหล่ของเขาถูกใครบางคนสัมผัสด้วยนิ้วจริง ๆ

“คุณเป็นใคร? ถ้าไม่ได้มีเจตนาร้ายก็ช่วยปรากฎตัวออกมาด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวออกมาเบา ๆ

หลังจากกล่าวจบชายหนุ่มก็หยิบชุดกีฬาออกมาจากแหวนมิติเพื่อสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย เพราะแต่เดิมเขาคิดว่าดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นดาวเคราะห์ที่ไม่มีใครอาศัยอยู่ เขาจึงเดินตัวเปลือยโดยไม่คิดมากอะไร แต่หลังจากที่เขายืนยันได้ว่ามันมีใครอยู่บริเวณรอบ ๆ นี้จริง ๆ การเดินตัวเปลือยก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมเท่าไหร่นัก

ในเวลาเดียวกันเขาก็เก็บกระแสจิตทั้งหมดที่กระจายออกไปรอบ ๆ กลับมาทั้งหมด เนื่องจากถึงยังไงเขาก็ไม่สามารถหาอีกฝ่ายเจออยู่แล้ว การปล่อยกระแสจิตออกไปอย่างต่อเนื่องก็มีแต่จะเสียพลังงานไปเปล่า ๆ เขาจึงเก็บพวกมันกลับมาทั้งหมดเพื่อเตรียมต่อสู้ด้วยกำลังทั้งหมดที่เขามี

ฟุบ!

จู่ ๆ ร่าง ๆ หนึ่งก็ปรากฎตัวขึ้นด้านหลังเซี่ยเฟยห่างจากเขาไปไม่ถึง 30 เซนติเมตร ซึ่งมันก็ทำให้กล้ามเนื้อบนหลังของชายหนุ่มสามารถสัมผัสได้ถึงความร้อนที่เกิดจากการหายใจของอีกฝ่าย

เซี่ยเฟยผงะไปครู่หนึ่ง แต่เขาก็ยังคงค่อย ๆ สวมใส่ชุดกีฬาเหมือนกับว่ามันไม่ได้มีเรื่องอะไรผิดปกติเกิดขึ้น

“ทำไมนายถึงไม่โจมตีฉันล่ะ?” เสียงชายมีอายุดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

“คุณไม่ได้แสดงความเป็นศัตรู แล้วทำไมผมจะต้องโจมตีใส่คุณด้วย?” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับเบา ๆ

“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ใช่ศัตรู”

“ถ้าคุณเป็นศัตรูจริง ๆ ผมก็คงจะตายไปตั้งนานแล้ว คุณจะมัวมาเสียเวลายืนคุยกับผมแบบนี้ไปทำไม” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

หลังจากพูดจบเซี่ยเฟยก็สวมใส่ชุดกีฬาของเขาจนเสร็จ เขาจึงหันหลังกลับมาช้า ๆ โดยพยายามไม่กระตุ้นความตื่นตัวของอีกฝ่าย

ภาพที่เขาเห็นคือผู้มาใหม่เป็นชายวัยกลางคนที่ดูไม่แก่มากนัก เพียงแต่เสียงของเขาค่อนข้างที่จะแหบแห้งคล้ายกับคนแก่ ร่างของเขาค่อนข้างที่จะอ้วนท้วนอยู่เล็กน้อย ส่วนดวงตาของเขาก็เป็นดวงตาเล็ก ๆ ที่ให้ความรู้สึกถึงความเจ้าเล่ห์ อย่างไรก็ตามสภาพโดยรวมของเขาก็ค่อนข้างธรรมดามากและเขาก็ไม่มีความโดดเด่นเลยแม้แต่น้อยถ้าหากว่าเขายืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน

“นายคิดถูกแล้ว ฉันแค่บังเอิญผ่านมาและสัมผัสได้ถึงพลังของกฎแห่งมิติ ฉันเลยเดินทางมาที่นี่ด้วยความรวดเร็ว แต่ฉันก็ไม่คิดเลยว่าคนที่ฉันเจอจะเด็กมากขนาดนี้” ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

“กฎแห่งมิติ!?”

คำพูดง่าย ๆ ของชายคนนี้เป็นเหมือนกับเสียงฟ้าผ่าที่ดังขึ้นมาภายในหูของเซี่ยเฟย

เคยมีตำนานกล่าวเอาไว้ว่ากฎของจักรวาลประกอบไปด้วยกฎแห่งมิติ, กฎแห่งเวลาและกฎของสสาร ซึ่งถ้าหากว่าใครได้เรียนรู้ถึงการใช้พลังของกฎเหล่านี้ พวกเขาก็จะสามารถเข้าถึงพลังของจักรวาลซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักรบทุกคน

ผู้คนทั่วไปคิดเพียงแค่ว่าผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงควรจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของจักรวาล เพื่อมองไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา อย่างไรก็ตามมันคงจะมีเพียงแต่ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงเท่านั้นที่เข้าใจว่าการยืนบนจุดสูงสุดของจักรวาลเป็นเพียงแค่ความฝันของเหล่านักรบรุ่นเยาว์ เพราะนักรบแนวหน้าที่แท้จริงต่างก็มีความใฝ่ฝันที่จะได้เรียนรู้กฎแห่งจักรวาลทั้งสามข้อนี้

ไม่ว่านักรบจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดเพียงใดท้ายที่สุดพวกเขาก็ยังคงตกอยู่ภายใต้กฎทั้งสามข้ออยู่ดี แต่ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงคือผู้ที่ยืนอยู่เหนือกฎ เพราะพวกเขาสามารถใช้พลังของกฎได้เสมือนแขนขาของตัวเอง

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยก็บังเอิญได้เข้าใจถึงการมีอยู่ของกฎทั้งสามข้อในระหว่างที่เขาเดินทางไปยังดาวมรดก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของกฎทั้งสามข้อนี้เช่นเดียวกัน

ก่อนหน้านี้เซี่ยเฟยไม่เคยคิดเลยว่าจักรวาลมีไว้ทำไม, ทำไมทุกอย่างถึงมีแรงดึงดูด, ทำไมหลุมดำถึงกลืนกินทุกอย่าง, ทำไมหลุมขาวถึงได้ปลดปล่อยพลังงานออกมา ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาที่เซี่ยเฟยคิดไม่ได้เท่านั้น เพราะแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ที่หมกมุ่นเรื่องพวกนี้อยู่ทั้งวันก็ยังไม่สามารถทำความเข้าใจเรื่องลึกลับบางอย่างในจักรวาลได้

อย่างไรก็ตามในที่สุดเซี่ยเฟยก็ได้รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างต่างก็อยู่ภายใต้กฎของจักรวาล และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าใจกฎทั้งสามข้ออย่างลึกซึ้ง แต่เขาก็ได้เรียนรู้ว่าการควบคุมกฎเหล่านี้จะทำให้เขาสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลได้

ในตอนแรกเป้าหมายของเซี่ยเฟยก็เหมือนกับนักสู้ทั่ว ๆ ไปที่ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งเพื่อไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพันธมิตร แต่หลังจากที่เขาได้เดินทางไปยังดาวมรดกเป็นเวลา 1 ปี ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงคือผู้ที่สามารถควบคุมกฎของจักรวาลได้ต่างหาก

ด้วยเหตุนี้เองมันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกตกตะลึง เมื่อเขาได้ยินคำว่ากฎแห่งจักรวาลหลุดออกมาจากปากของชายวัยกลางคนคนนี้

“คุณกำลังบอกว่าเมื่อสักครู่ผมสามารถควบคุมกฎแห่งมิติได้โดยไม่ได้ตั้งใจงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามขึ้นมาอย่างสงสัย

“ในระหว่างที่นายก้าวข้ามผ่านระดับลีเจนด์ นายได้สัมผัสถึงความหมายที่แท้จริงของกฎแห่งมิติโดยไม่ได้ตั้งใจ และถึงแม้ว่าช่วงระยะเวลานั้นจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่มันก็เป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับนายมาก เพราะท้ายที่สุดนายก็พึ่งก้าวเท้าเข้ามาในระดับลีเจนด์ได้เพียงแค่ไม่กี่นาที แต่นายกลับได้มีโอกาสสัมผัสถึงกฎแห่งมิติแล้ว” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

คำตอบของชายตรงหน้าทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงอยู่ในความเงียบ เพราะเขาเพิ่งตระหนักว่าความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตานั้นคือความรู้สึกถึงการเข้าถึงกฎแห่งมิติ!!

อย่างไรก็ตามการที่ชายวัยกลางคนได้มาปรากฎตัวที่นี่เพื่อแอบดูผู้ที่เข้าถึงกฎแห่งมิติ มันก็หมายความว่าชายคนนี้มีระดับพลังที่สามารถสัมผัสถึงการคงอยู่ของกฎแห่งมิติด้วยเช่นเดียวกัน!!!

“ผู้อาวุโสคุณก็เป็นมนุษย์เหมือนกันใช่ไหมครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม อย่างไรก็ตามชายวัยกลางคนคนนั้นกลับขมวดคิ้วราวกับว่าเขากำลังดูถูกคำว่า ‘มนุษย์’

“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ผิด แต่ถ้าให้ดีเรียกฉันว่า ‘หยูฮัว’ ดีกว่า”

“พวกเราถือว่ามีวาสนาที่ดีต่อกันพวกเราจึงได้มาพบกันที่นี่โดยบังเอิญ ไหน ๆ พวกเราก็มีโอกาสได้พบกันแล้ว คุณสนใจไปดื่มชาสักถ้วยบนยานรบของผมไหมครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

เมื่อมีโอกาสมาถึงชายหนุ่มก็พร้อมที่จะคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ ซึ่งสำหรับเซี่ยเฟยเขาก็ตีความหมายของหยูฮัวออกมาเพียงแค่ 2 อย่าง หนึ่งคือชายคนนี้แข็งแกร่งมาก และสองคือเขาไม่ได้มีท่าทีเป็นศัตรู

เมื่อได้พบกับผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งเซี่ยเฟยจึงพยายามเอาอกเอาใจชายคนนี้อย่างเต็มที่ และถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถตีสนิทหยูฮัวในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ นี้ได้ แต่เขาก็จะไม่มีวันปล่อยผู้เข้าใจถึงกฎของจักรวาลไปง่าย ๆ เช่นเดียวกัน

“เอาสิ” หยูฮัวตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

สถานที่ที่เขาได้พบกับหยูฮัวก่อนหน้านี้ห่างจากเบโอเนทไม่ถึง 100 กิโลเมตร ซึ่งโดยปกติเขาจะใช้เวลาในการเคลื่อนที่ไม่ถึง 1 วินาที แต่น่าเสียดายที่ชุดต่อสู้ของเขาได้รับความเสียหายเขาจึงจำเป็นจะต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะเดินทางกลับมาถึง แต่ถึงกระนั้นชุดกีฬาของเขาก็ยังถูกฉีกกระชากออกจากกัน เนื่องจากมันไม่สามารถทนรับแรงต้านอากาศในระหว่างที่เขาทำการออกวิ่งได้

เมื่อมาถึงเซี่ยเฟยก็ได้พบว่าหยูฮัวยืนรออยู่ด้านข้างเบโอเนทแล้ว และถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าชายคนนี้เดินทางมาด้วยวิธีไหนแต่เขาก็ไม่คิดที่จะใส่ใจกับเรื่องนั้น

“เชิญทางนี้เลยครับ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างสุภาพ

เมื่อเซี่ยเฟยเดินขึ้นไปบนเบโอเนททั้งกระป๋องและขนอุยต่างก็รีบเข้ามาทักทายชายหนุ่มด้วยความรวดเร็ว

หยูฮัวเหลือบสายตามองไปยังกระป๋องและขนอุยอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อเขาพิจารณาลูกบอลที่มีขนตัวนั้นดี ๆ เขาก็อ้าปากค้างขึ้นมาด้วยความตกใจ

อย่างไรก็ตามความตกใจของเขาก็ไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เพราะเมื่อขนอุยได้กระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของเซี่ยเฟยอย่างออดอ้อนมันก็ทำให้เขารู้สึกตกใจมากยิ่งขึ้น

“หลบไปก่อน ฉันมีแขก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับโยนขนอุยลงไปบนโซฟา ซึ่งมันก็ทำให้หยูฮัวอ้าปากค้าง เพราะเขาไม่อยากจะเชื่อว่าเซี่ยเฟยจะกล้าปฏิบัติตัวต่อขนอุยอย่างหยาบคายแบบนี้

อย่างไรก็ตามหยูฮัวก็พยายามดึงสติตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับนั่งลงบนโต๊ะอย่างสงบ แต่สายตาของเขายังคงเหลือบไปมองขนอุยเป็นครั้งคราว ราวกับว่าเขาไม่อาจจะทำใจละสายตาไปจากสัตว์อสูรตัวนี้ได้

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยย่อมสังเกตเห็นปฏิกิริยาอันแปลกประหลาดของหยูฮัวเช่นเดียวกัน เพราะก่อนหน้านี้เขาทำตัวราวกับคนที่ไม่สนใจอะไร แต่เมื่อขึ้นมาบนยานเขากลับแอบมองขนอุยอยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าไอ้ก้อนมีความน่าสนใจมากกว่าตัวของเขาเอง

“มันชื่อขนอุยครับเป็นสัตว์อสูรของผมเอง เจ้านี่มีนิสัยเจ้าเล่ห์มากแล้วมันก็ชอบออดอ้อนผมอยู่เป็นประจำ แต่น่าเสียดายที่ผมไม่รู้ว่ามันเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์อะไร” เซี่ยเฟยหยิบถ้วยน้ำชาจากกระป๋องมาเสิร์ฟให้กับหยูฮัว

ในระหว่างบทสนทนาเซี่ยเฟยก็คอยสังเกตอาการของหยูฮัวอย่างระมัดระวัง เพราะเมื่อพิจารณาจากการแสดงออกของชายคนนี้แล้ว มันก็มีโอกาสสูงมากที่หยูฮัวจะรู้ว่าขนอุยคือสัตว์อสูรชนิดไหนกันแน่

***************

คราวนี้คงจะได้รู้สักทีว่าไอ้ก้อนมันคือตัวอะไร?

จบบทที่ ตอนที่ 404 กฎแห่งมิติ

คัดลอกลิงก์แล้ว