เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 405 สัญลักษณ์ดวงตาสีม่วง

ตอนที่ 405 สัญลักษณ์ดวงตาสีม่วง

ตอนที่ 405 สัญลักษณ์ดวงตาสีม่วง


ตอนที่ 405 สัญลักษณ์ดวงตาสีม่วง

“มันชื่อขนอุยครับเป็นสัตว์อสูรของผมเอง เจ้านี่มีนิสัยเจ้าเล่ห์มากแล้วมันก็ชอบออดอ้อนผมอยู่เป็นประจำ แต่น่าเสียดายที่ผมไม่รู้ว่ามันเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์อะไร” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างสบาย ๆ

หยูฮัวพยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ โดยสีหน้าไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา

เซี่ยเฟยต้องการสังเกตปฏิกิริยาของหยูฮัวเพื่อดูว่าชายคนนี้รู้เรื่องเกี่ยวกับขนอุยหรือเปล่า เพราะท้ายที่สุดหยูฮัวก็มีระดับพลังงานที่สูงมากและตัวตนของเขายังค่อนข้างลึกลับ แต่ถึงกระนั้นเขาเริ่มจ้องมองขนอุยตั้งแต่เขาเข้ามาในตัวยาน ดังนั้นบางทีเขาอาจจะรู้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้เป็นสัตว์อสูรประเภทอะไร

แม้ว่าขนอุยจะมีนิสัยเจ้าเล่ห์อยู่เล็กน้อยก็จริงแต่มันก็มีพลังที่จะเปลี่ยนวัตถุให้กลายเป็นพลังงานได้ ดังนั้นถ้าหากว่าเขาพอจะรู้ว่ามันคือตัวอะไร มันก็พอจะช่วยเขาวางแผนได้ว่าควรจะทำยังไงให้มันเติบโตขึ้นมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ผู้อาวุโสหยูคงจะเคยเห็นอะไรผ่านตามามาก ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสพอจะรู้ไหมว่าขนอุยมันเป็นสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์อะไร?” เซี่ยเฟยกล่าวถามอย่างไม่เต็มใจ

“ฉันไม่รู้ ฉันแค่มองมันเพราะว่ามันเป็นสัตว์อสูรที่ดูน่าสนใจดี” หยูฮัวกล่าวหลังจากจิบน้ำชา

เซี่ยเฟยสามารถสัมผัสถึงคำพูดจาอันหลอกหลวงได้อย่างง่ายดาย แต่เนื่องจากหยูฮัวไม่ต้องการจะพูดเรื่องนี้ออกมาเขาก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ เพราะท้ายที่สุดระดับพลังของเขาก็ด้อยกว่าอีกฝ่ายมาก ซึ่งถ้าหากอีกฝ่ายเป็นคนธรรมดาเขาก็คงจะจับหยูฮัวมัดเอาไว้เพื่อรีดถามข้อมูล

ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็ไม่อยากรีบร้อนที่จะถามเรื่องกฎจักรวาล เพราะเขาตั้งใจจะเริ่มตีสนิทและมอบของขวัญให้อีกฝ่ายรู้สึกเอ็นดูเขามากยิ่งขึ้น

กลยุทธ์การมอบของขวัญเป็นกลยุทธ์ที่ชายหนุ่มได้ใช้มาอย่างยาวนาน และเขาจะมอบของขวัญให้กับทุก ๆ คนในทุก ๆ ที่ที่เขาได้เดินทางไป เพราะท้ายที่สุดการเป็นมิตรย่อมดีกว่าการเป็นศัตรูและการผูกมิตรกับใครไว้สักคนหนึ่งมันก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายอะไร

เซี่ยเฟยชงชาและเสิร์ฟของว่างจากอาหารที่ถูกผลิตขึ้นมาบนดาวโลก แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกภาพที่ภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่ล่มสลาย ซึ่งมันก็หมายความว่าในอนาคตเขาอาจจะไม่สามารถดื่มชาหลงจิ่งได้อีก

เมื่อคิดมาจนถึงจุดนี้มันก็เริ่มทำให้เขารู้สึกอึดอัดและเศร้าใจ เพราะไม่ว่ายังไงดาวโลกก็ยังคงเป็นดาวบ้านเกิดของเขาอยู่ดี ดังนั้นไม่ว่าเขาจะเดินทางไปที่ไหนแต่ดาวบ้านเกิดก็ยังคงอยู่ในใจของเขาเสมอ ซึ่งมันก็เป็นเสมือนกับเมล็ดพันธุ์ที่ฝังรากลึกอยู่ในส่วนลึกของจิตใจที่ไม่อาจจะลบล้างออกไปได้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านพ้นไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม

หยูฮัวยอมรับของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เซี่ยเฟยมอบให้โดยไม่คิดที่จะปฏิเสธ เพราะถึงแม้ว่าปากของเขาจะพูดว่าไม่เป็นไรแต่มือของเขาก็ยื่นออกไปรับของขวัญโดยไม่รู้สึกเขินอาย

หลังจากสนทนากันไปสักพักเซี่ยเฟยก็เริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศดูผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว เขาจึงสั่งให้กระป๋องนำอาหารและเหล้าชั้นดีมาเสิร์ฟให้กับหยูฮัว

“พลังพิเศษของผู้อาวุโสลึกลับมาก ก่อนหน้านี้คุณสามารถที่จะปรากฎตัวข้าง ๆ ผมได้โดยที่ผมไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนของคุณได้มาก่อนเลย ตอนแรกผมก็คิดว่าผมถูกเทพเจ้าแกล้งเอาแล้วเสียอีก ผมไม่คิดเลยว่าคนที่มาแกล้งผมจะเป็นผู้อาวุโสที่อายุน้อยขนาดนี้ ผู้อาวุโสโปรดรับการคำนับจากเซี่ยเฟยด้วย”

หยูฮัวพยักหน้าพร้อมกับหยิบจอกเหล้าขึ้นมาดื่ม ซึ่งเซี่ยเฟยก็ไม่รู้ว่าสาเหตุที่หยูฮัวยอมพูดคุยมากขนาดนี้มันเป็นเพราะขนอุยหรือเปล่า เพราะถึงแม้หยูฮัวจะพูดคุยกับเขาแต่สายตาของเขากลับจ้องมองไปยังขนอุยอยู่เสมอ

“ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสมาทำอะไรในดินแดนเซิร์กเหรอครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“ฉันเป็นพ่อค้าและฉันก็เดินทางมาที่นี่เพื่อเยี่ยมเพื่อนเก่า” หยูฮัวกล่าวตอบง่าย ๆ

“มีมนุษย์คนอื่นอาศัยอยู่ในดินแดนเซิร์กด้วยเหรอครับ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

หยูฮัวยิ้มเป็นคำตอบพร้อมกับยกจอกเหล้าขึ้นมาดื่มโดยไม่คิดที่จะปริปาก

จากข้อมูลของระบบเรดาร์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพื้นที่บริเวณนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาใด ๆ อาศัยอยู่

หรือว่าระบบทำงานผิดพลาด?

อย่างไรก็ตามเมื่อเซี่ยเฟยนึกถึงพลังที่น่าหวาดกลัวของหยูฮัว เขาก็ตระหนักว่าการคงอยู่ของคนระดับนี้ย่อมต้องไม่ธรรมดา และพวกเขาก็คงจะไม่ถูกตรวจจับโดยระบบเรดาร์ง่าย ๆ ด้วยเช่นกัน

“ผู้อาวุโสถ้าคุณเป็นพ่อค้าแล้วไม่ทราบว่าคุณขายอะไรบ้างอย่างนั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถาม

“ไม่ว่าลูกค้าจะอยากได้อะไรฉันก็จะหาของสิ่งนั้นมาขายให้กับลูกค้า” หยูฮัวกล่าวอย่างกล้าหาญ

“ก่อนหน้านี้ชุดต่อสู้ของผมได้รับความเสียหาย ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีชุดต่อสู้อยู่ในมือบ้างไหมครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“ฉันเห็นตอนที่ชุดต่อสู้นั้นถูกทำลายลงไปแล้วล่ะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นชุดต่อสู้ที่ดีแต่มันก็ไม่ใช่ชุดต่อสู้ที่มีเอาไว้สำหรับผู้ใช้พลังสายความเร็ว แม้ว่าก่อนหน้านี้มันจะยังพอให้นายใช้งานได้ แต่หลังจากความเร็วของนายเพิ่มขึ้นมันก็ไม่สามารถทนรับแรงต้านของกระแสลมได้อีกต่อไป ชุดต่อสู้นั้นเลยถูกทำลายในขณะที่นายใช้ความเร็วถึง 30,000 เมตรต่อวินาที” หยูฮัวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“คุณพูดถูกแล้ว สมแล้วที่ผู้อาวุโสเป็นผู้ที่มีความสามารถมากขนาดนี้” เซี่ยเฟยกล่าว

“พ่อค้าทุกคนต่างก็ต้องการได้รับกำไร ดังนั้นตราบใดก็ตามที่นายมีสิ่งของมาแลกเปลี่ยนฉันย่อมสามารถขายสินค้าให้กับนายได้” หยูฮัวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทันใดนั้นมันก็มีกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กหลายร้อยกล่องปรากฎขึ้นบนโต๊ะ ซึ่งกล่องแต่ละกล่องมีขนาดเท่า ๆ กับกล่องไพ่ อย่างไรก็ตามพวกมันกลับปรากฏตัวขึ้นมาราวกับเล่นกล เพราะเซี่ยเฟยที่นั่งอยู่ตรงนั้นไม่สามารถสัมผัสได้เลยว่าพวกมันปรากฏขึ้นมาได้ยังไง

“กล่องทุกกล่องเป็นชุดต่อสู้สำหรับผู้ใช้พลังสายความเร็ว วันนี้ฉันอารมณ์ดีฉันจะยอมขายพวกมันให้กับนายในราคาส่วนลดพิเศษก็แล้วกัน” หยูฮัวกล่าวอย่างใจกว้าง

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อยที่หยูฮัวสามารถนำชุดต่อสู้สำหรับผู้ใช้พลังสายความเร็วออกมาได้ครั้งเดียวหลายร้อยชุด ซึ่งเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์แล้วมันก็ดูคล้ายกับหยูฮัวได้เตรียมตัวขายชุดต่อสู้พวกนี้เอาไว้ให้กับเขาตั้งแต่ต้น

แต่หลังจากที่ชายหนุ่มพยายามคิดดูอีกครั้งพ่อค้าคนนี้ก็มีระดับพลังที่สูงมาก ซึ่งคนที่อยู่ในระดับนี้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้ความสนใจกับเขาเลย ชายหนุ่มจึงคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องที่โชคดีที่หยูฮัวมีชุดต่อสู้ของผู้ใช้พลังสายความเร็วมากมายเก็บเอาไว้ติดตัว

กล่องบนโต๊ะแต่ละกล่องต่างก็ล้วนแล้วแต่มีสีสันที่แตกต่างกัน นอกจากนี้มันยังมีตราสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันไปบนกล่องแต่ละกล่องด้วย

เซี่ยเฟยเคยเห็นกล่องพวกนี้จากพันธมิตรมาก่อน ซึ่งมันเรียกว่ากล่องมิติที่มีเอาไว้สำหรับเก็บสิ่งที่มีราคาแพงเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ท้ายที่สุดกล่องมิติแต่ละกล่องก็มีราคาแพงมาก สิ่งที่ถูกบรรจุอยู่ภายในจึงสมควรจะมีราคาไม่ด้อยไปกว่ากัน

ตราสัญลักษณ์บนกล่องย่อมเป็นเครื่องหมายโลโก้ผู้ผลิตชุดต่อสู้ที่อยู่ด้านในอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เซี่ยเฟยกลับไม่รู้จักโลโก้บนกล่องเลยแม้แต่โลโก้เดียว คล้ายกับว่าพวกมันไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้นมาจากพันธมิตร ซึ่งมันก็ทำให้ชายหนุ่มอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับหยูฮัวมากขึ้นเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตามทันทีที่ชายหนุ่มส่งกระแสจิตเข้าไปสัมผัสกับกล่องมิติ เขากลับสัมผัสได้ถึงสิ่งที่อยู่ข้างในโดยไม่จำเป็นจะต้องเปิดกล่องพวกนั้นออกมา

“นั่นมันชุดต่อสู้ระดับลีเจนด์!” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่เขาจะเริ่มทำการตรวจสอบกล่องอีก 7-8 กล่อง และเขาก็ได้พบว่ากล่องทุกกล่องต่างก็ได้บรรจุชุดต่อสู้ระดับลีเจนด์ด้วยกันทั้งหมด

“ชุดพวกนี้เป็นชุดระดับลีเจนด์ซึ่งเหมาะกับระดับการฝึกฝนในปัจจุบันของนาย ความจริงฉันมีชุดต่อสู้ระดับอีเทอนิตี้อยู่เหมือนกัน แต่ของที่อยู่ในมือของฉันมีคุณภาพแตกต่างจากสิ่งที่นายเคยเห็นมาตลอดชีวิตมาก ดังนั้นสำหรับนายในตอนนี้ชุดต่อสู้ระดับลีเจนด์ก็เพียงพอแล้ว”

“มันไม่ใช่เรื่องที่ดีที่จะทำการสวมใส่ชุดต่อสู้ข้ามระดับ เพราะชุดต่อสู้ควรจะพอดีกับร่างของผู้สวมใส่ แต่ถ้าหากว่าชุดมีแรงรัดมากเกินไปมันก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของผู้ที่มีระดับต่ำกว่าชุดต่อสู้ได้” หยูฮัวกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

ระหว่างบรรยายสายตาของหยูฮัวยังคงเหลือบมองไปทางขนอุยตลอดเวลา ซึ่งเจ้าก้อนขนตัวนี้ก็นอนหลับอย่างเกียจคร้านโดยไม่สนใจแขกที่ขึ้นมาเยี่ยมเยียนเลยแม้แต่น้อย

เซี่ยเฟยพยักหน้าและสำรวจชุดต่อสู้ไปทีละชุด ยิ่งเขาสำรวจชุดต่อสู้ไปได้มากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นเท่านั้น

หยูฮัวไม่ได้พูดโกหกเลย ถ้าหากชุดพวกนี้ถูกนำไปขายในพันธมิตรพวกมันก็ควรจะมีระดับเทียบเท่ากับระดับอีเทอนิตี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบในการผลิตหรือการออกแบบ พวกมันก็ถูกสร้างขึ้นมาเป็นอย่างดีและสมควรแล้วที่จะเรียกชุดต่อสู้พวกนี้ว่าสุดยอดชุดต่อสู้ระดับลีเจนด์

‘ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงบอกว่าระดับของฉันเพียงพอที่จะใช้ชุดระดับลีเจนด์แล้ว ที่แท้ของพวกนี้ก็มีมาตรฐานสูงกว่าชุดต่อสู้ในพันธมิตรมาก พวกมันควรจะมีคุณภาพเทียบเท่ากับชุดระดับอีเทอนิตี้ในพันธมิตรด้วยซ้ำ’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองภายในใจ

หลังจากดูชุดต่อสู้ไปประมาณ 80 ชุดติดต่อกัน เขาได้พบกับชุดต่อสู้ดี ๆ อยู่มากมายแล้วมันก็ทำให้เขาเริ่มรู้สึกลังเลภายในใจ

ทันใดนั้นเขาก็ได้พบกับกล่องสีม่วงที่เหลือใน 20 กล่องสุดท้าย ซึ่งในบรรดากล่องมิติจำนวน 100 กว่ากล่องมีกล่องนี้เพียงกล่องเดียวที่เป็นสีม่วง นอกจากนี้มันยังมีตราสัญลักษณ์ดวงตาอันลึกลับติดอยู่บนตัวกล่อง ชายหนุ่มจึงถือกล่องใบนี้ขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่จะส่งกระแสจิตเข้าไปสำรวจชุดต่อสู้ภายในนั้น

“ผู้อาวุโสชุดต่อสู้ทุกชุดยอดเยี่ยมมาก แต่ผมรู้สึกชอบชุดต่อสู้ชุดนี้มากที่สุดครับ” เซี่ยเฟยกล่าวออกมาด้วยท่าทางสบาย ๆ ทั้ง ๆ ที่ภายในใจรู้สึกตกตะลึงกับชุดภายในกล่องสีม่วงใบนี้มาก

“แล้วไม่ทราบว่าน้องชายต้องการจะแลกเปลี่ยนมันกับอะไร?” หยูฮัวกล่าวขณะที่สายตายังคงเหลือบไปมองทางขนอุย

เซี่ยเฟยถือกล่องสีม่วงเอาไว้ในมือก่อนที่จะหยิบหัวใจจักรวาลสีม่วงจากแหวนมิติออกมาวางไว้บนโต๊ะ

“ของพวกนี้พอจะแลกเปลี่ยนกับชุดต่อสู้ชุดนี้ได้ไหมครับ?” เซี่ยเฟยกล่าว

“วันนี้ฉันจะยอมลดราคาให้กับน้องชายก็แล้วกัน” หยูฮัวกล่าวก่อนที่กล่องมิติและหัวใจจักรวาลสีม่วงบนโต๊ะจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับเล่นกล

“เอาล่ะขอให้นายรักษาชีวิตเอาไว้ให้ดี ๆ แล้ววันหนึ่งหวังว่าพวกเราจะได้พบกันใหม่” หยูฮัวกล่าวอย่างไม่เต็มใจขณะที่สายตาอย่างคงจับจ้องมองไปยังขนอุย

“ผู้อาวุโสจะไปแล้วเหรอครับ?” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจเล็กน้อย

“ฉันได้พบกับเพื่อนเก่าของฉันแล้วและข้อตกลงระหว่างเราก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี ดังนั้นฉันจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป” หยูฮัวกล่าว

“ผมพอจะถามคุณเกี่ยวกับกฎแห่งมิติได้หรือเปล่าครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“กฎจักรวาลทั้งสามข้อสามารถทำความเข้าใจได้แต่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ถ้าวันหนึ่งมีคนบอกนายว่าเขาสามารถสอนความหมายที่แท้จริงของกฎทั้งสามข้อได้จงจำเอาไว้ว่าพวกเขาพูดโกหก เอาล่ะถึงเวลาที่ฉันจะต้องไปแล้วจริง ๆ หากมีโอกาสหน้าพวกเราค่อยพบกันใหม่” หยูฮัวกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง

เซี่ยเฟยเดินออกไปส่งหยูฮัวนอกเบโอเนท ซึ่งในระหว่างการเดินออกไปนั้นชายหนุ่มก็ได้พบว่าการเคลื่อนไหวของชายคนนี้ให้ความรู้สึกราวกับว่าร่างของเขากำลังลอยอยู่ในอากาศ

“ระดับพลังของชายคนนี้จะสูงเกินไปแล้ว ฉันคิดว่าแม้แต่เจ้าสำนักเงากระเรียนก็เทียบชั้นกับเขาไม่ได้แม้แต่น้อยด้วยซ้ำ โชคดีที่เขาไม่ได้มีเจตนาร้าย ไม่อย่างนั้นชีวิตของนายก็คงจะต้องจบลงในวันนี้” อันธกล่าวพร้อมกับถอนหายใจหลังจากที่ร่างของหยูฮัวหายไปจากที่นี่แล้ว

“รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ ฉันไม่อยากเจอสัตว์ประหลาดระดับนั้นอีก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ชุดต่อสู้ที่นายได้มาไม่ใช่ชุดธรรมดาใช่ไหม? ฉันสังเกตเห็นว่าพลังงานของนายเกิดความผันผวนอย่างหนักในระหว่างที่นายส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจสอบชุดต่อสู้ในกล่องสีม่วงนั่น” อันธกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ใช่ มันไม่ใช่ชุดต่อสู้ธรรมดา แล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องแปลกถ้าฉันจะไม่รู้สึกตกใจ” เซี่ยเฟยกล่าว

***************

เขาคือใคร? หรือว่าจะเป็นอาจารย์คนใหม่ของพี่เฟยกันนะ…

จบบทที่ ตอนที่ 405 สัญลักษณ์ดวงตาสีม่วง

คัดลอกลิงก์แล้ว