เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 403 ระดับลีเจนด์

ตอนที่ 403 ระดับลีเจนด์

ตอนที่ 403 ระดับลีเจนด์


ตอนที่ 403 ระดับลีเจนด์

ชายหนุ่มแอบรู้สึกดีใจขึ้นมาเล็ก ๆ ที่ความเร็วของเขาทะลุ 15,000 เมตรต่อวินาทีไปแล้ว แต่พละกำลังของเขายังคงเหลืออยู่ ซึ่งมันก็หมายความว่าตอนนี้เขายังไม่ได้ใช้ความเร็วสูงสุดในระหว่างการวิ่ง

“17,000 เมตรต่อวินาที”

“18,000”

“19,000”

“20,000!! ตอนนี้ความเร็วนายเพิ่มมา 2 เท่าแล้ว รีบเร่งความเร็วขึ้นไปอีก ความเร็วของนายเข้าใกล้ระดับลีเจนด์มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว!” อันธตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นราวกับว่าเขากำลังออกวิ่งด้วยตัวเอง

ภาพวิวทิวทัศน์ทั้งสองข้างทางกำลังเคลื่อนที่ไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว และในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังวิ่งไปเรื่อย ๆ เขาก็เริ่มรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังโบยบิน!

ความสุขของการได้ครอบครองสุดยอดความเร็วไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ซึ่งในชั่วพริบตาหนึ่งนั้นชายหนุ่มก็รู้สึกราวกับดาวทั้งดวงอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเอง

ระยะทางบนดาวเคราะห์ดวงเล็กไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป และเขาก็สามารถจะเดินทางไปที่ไหนก็ได้ตามแต่เขาต้องการ ซึ่งถ้าหากว่าเขายังคงอยู่บนโลกเขาก็สามารถเดินทางจากขั้วโลกเหนือไปยังขั้วโลกใต้ได้ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที และการเคลื่อนไหวของคนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างไปจากภาพสโลว์โมชั่นเมื่อยืนอยู่ตรงหน้าผู้ใช้พลังสายความเร็ว!

นี่คือความสามารถโดยทั่วไป แต่มันก็เป็นหนึ่งในความสามารถที่สามารถฝึกฝนได้อย่างยากลำบากมากที่สุด

เซี่ยเฟยรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง จากนั้นเขาจึงเริ่มกัดฟันและปลดปล่อยศักยภาพที่มีออกไปทั้งหมด

มันเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดมากที่ผู้ครอบครองความเร็วระดับสุดยอดจะต้องทนอยู่ในยานรบลำเล็กตลอดเวลา เพราะสำหรับผู้ที่มีพลังสายความเร็วแล้วพวกเขาก็ไม่ต่างไปจากวิหคที่ต้องการโบยบินท่ามกลางกระแสลม

การวิ่งด้วยความเร็วเต็มกำลังไม่ใช่เพียงแค่การออกกำลังกายเท่านั้น แต่มันยังเป็นความสุขที่พวกเขาสามารถออกโบยบินได้อย่างอิสระอีกด้วย

“22,000”

“23,000”

วิญญาณนักฆ่าที่อาศัยอยู่ในหินมัวร์รายงานสถานการณ์ขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น และเนื่องมาจากว่าเขาได้อาศัยอยู่ในหินมัวร์ มันจึงทำให้เขามีโอกาสสัมผัสความเร็วที่น่าตกใจไปร่วมกับเซี่ยเฟย

“25,000 ความเร็วของได้ถึง 25,000 เมตรต่อวินาทีแล้ว ถ้าหากนายเร่งความเร็วได้มากกว่านี้มันก็มีโอกาสที่นายจะมีความเร็วทะลุไปจนถึงระดับลีเจนด์”

“26,000”

“27,000”

“อย่ายอมแพ้! ระดับลีเจนด์อยู่ตรงหน้านายแล้ว”

“29,000 อีกนิดเดียว อดทนเอาไว้!”

เมื่อเร่งความเร็วมาจนถึงจุดนี้ร่างกายของชายหนุ่มก็เริ่มหมดกำลังลงเรื่อย ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยังคงพยายามกัดฟันเพื่อที่จะข้ามขีดจำกัด 30,000 เมตรต่อวินาทีไปให้ได้

เส้นทางการวิ่งในปัจจุบันคือการวิ่งอ้อมเป็นวงกลมซึ่งการวิ่งในลักษณะนี้มันไม่ใช่การเอื้ออำนวยให้เขาสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วระดับสูงสุด

‘ย้าก!’ เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำรามออกมาภายในใจ และเขาก็พยายามกัดฟันเพื่อทำลายขีดจำกัดของตัวเอง

ตูม!

ในขณะที่ความเร็วของชายหนุ่มทะลุ 30,000 เมตรต่อวินาที ทุก ๆ สิ่งรอบ ๆ ตัวก็เหมือนกลับกลายเป็นเพียงแค่ภาพสโลว์โมชั่น

ดาวทั้งดวงคล้ายกับตกอยู่ในความเงียบสงัดไร้ซึ่งเสียงดัง ไร้ซึ่งสีสันคล้ายกับทุกอย่างเป็นเพียงแค่ภาพขาวดำที่ไม่มีชีวิตชีวา

ช่วงระยะเวลาอันแปลกประหลาดนี้เกิดขึ้นเพียงแค่สั้น ๆ แต่มันกลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เซี่ยเฟยรู้สึกราวกับว่ามันกำลังมีใครบางคนกำลังส่งเสียงเรียกเขาอย่างแผ่วเบา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเสียงนั้นมันดังขึ้นมาจากที่ไหน รู้แต่ว่ามันเป็นเสียงที่ดังก้องกังวานมาจากทั่วทุกบริเวณ

ชายหนุ่มพยายามเอียงหูเพื่อพยายามฟังว่าเสียงลึกลับกำลังพูดถึงอะไร แต่น่าเสียดายที่เขาได้ยินเพียงแค่เสียงที่คลุมเครือคล้ายกับเสียงคนร้องไห้อย่างโศกเศร้าเพียงลำพัง

ความรู้สึกที่เซี่ยเฟยสัมผัสคล้ายกับมันมีกำแพงมาปิดกั้นสายตาของเขาเอาไว้ตลอดเวลา จนทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อีกฟากหนึ่งของกำแพงได้ แต่ในวันนี้เขาได้ใช้ความเร็วทำลายกำแพงนั้นลงไปแล้ว และมันก็ทำให้เขาได้เห็นวิวทิวทัศน์รูปแบบใหม่ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้เห็นมันมาก่อน

น่าเสียดายที่ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพียงแค่พริบตา และถึงแม้ชายหนุ่มจะสัมผัสได้ถึงโลกที่แตกต่างออกไป แต่มันก็มีเรื่องมากมายที่เกินกว่าความเข้าใจในปัจจุบันของเขา

“เซี่ยเฟยในที่สุดความเร็วของนายก็ทะลุ 30,000 เมตรต่อวินาทีแล้ว ตอนนี้นายได้กลายเป็นผู้ใช้ความเร็วระดับลีเจนด์!” อันธตะโกนขึ้นมาสุดเสียง

ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับผงกศีรษะตอบกลับไป

แต่ในทันใดนั้นเองมันก็มีภาพเหตุการณ์อันน่าตกใจได้เกิดขึ้น เพราะชุดเกราะบลีดดิ้งก็อดถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ ปลิวว่อนในอากาศในพริบตา

เมื่อไม่มีการป้องกันของชุดต่อสู้ร่างกายของมนุษย์ก็ไม่มีทางทนรับแรงต้านอากาศด้วยความเร็วระดับนี้ได้ ซึ่งมันก็ทำให้สถานการณ์ในปัจจุบันกลายเป็นสถานการณ์วิกฤติขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ไม่กี่นาทีต่อมาท่ามกลางดินแดนอันรกร้างก็มีร่างของชายหนุ่มเปลือยกายยืนอยู่บนพื้นหญ้า โดยเขาได้สวมใส่เพียงแค่รองเท้าอีซูซุ, แหวนมิติ, หมวกและถุงมือ แต่ชุดเกราะบลีดดิ้งก็อดทั้งชุดที่เคยอยู่บนร่างของเขาได้ถูกทำลายหายไป หลงเหลือเพียงแต่คราบเลือดทั่วทั้งร่างกายที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เขาวิ่งด้วยความเร็วสูง

ชายหนุ่มทำได้เพียงแต่ขมวดคิ้วก่อนที่เขาจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดบรรเทาความเซ็ง ส่วนอันธที่อยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง เพราะถึงแม้ว่าฉากเมื่อสักครู่จะเป็นฉากที่น่าตื่นเต้น แต่ฉากในปัจจุบันกลับเป็นฉากที่น่าสนใจมากยิ่งกว่า

“อย่าเศร้าไปเลย ถ้าไม่ใช่เพราะปฏิกิริยาตอบสนองของนายเร็วกว่าคนอื่น ร่างกายของนายคงถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในอากาศไปนานแล้ว โชคไม่ดีที่ชุดเกราะบลีดดิ้งก็อดไม่ใช่ชุดเกราะสำหรับผู้ใช้พลังสายความเร็ว และมันก็เป็นเรื่องปกติที่มันจะไม่สามารถทนต่อแรงต้านอากาศในความเร็วสูงระดับนั้นได้” อันธกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“แล้วฉันจะเอาชีวิตรอดในดินแดนเซิร์กได้ยังไงถ้าหากว่าฉันไม่มีชุดต่อสู้?” เซี่ยเฟยพูดออกมาอย่างเซ็ง ๆ

“สถานการณ์ตอนนี้น่าลำบากจริง ๆ เพราะถึงแม้ว่านายจะมีความเร็วสูงแต่นายก็ไม่สามารถใช้ความเร็วทั้งหมดออกมาได้ ถ้าฉันจำไม่ผิดนายยังมีชุดต่อสู้ของสมาพันธ์จัสทิสที่ทูรามให้มาอยู่ใช่ไหม? ช่วงนี้นายก็ใช้ชุดต่อสู้ชุดนั้นไปก่อนก็แล้วกัน” อันธกล่าว

“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ แต่ชุดต่อสู้นั้นอาจจะไม่สามารถทนความเร็ว 10,000 เมตรต่อวินาทีได้ด้วยซ้ำ” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาอย่างผิดหวัง

ความห่างชั้นระหว่างความเร็ว 30,000 เมตรต่อวินาทีกับความเร็วระดับ 10,000 เมตรต่อวินาทีถือว่ามีช่องว่างขนาดใหญ่ และโดยปกติแล้วถ้าหากผู้ใช้ความเร็วไม่ได้สวมใส่ชุดต่อสู้ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ มันก็ยากที่พวกเขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็วระดับสูงขนาดนั้นโดยที่ชุดต่อสู้ไม่ถูกทำลายได้

ชุดเกราะบลีดดิ้งก็อดเป็นชุดเกราะระดับลีเจนด์ขั้นกลางที่สูงกว่าระดับความเร็วในปัจจุบันของเซี่ยเฟยมาก แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่สามารถที่จะทนรับความเร็วในปัจจุบันของชายหนุ่มได้อีกต่อไป เพราะไม่ว่ายังไงมันก็ไม่ใช่ชุดต่อสู้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อต้านทานกระแสลม

เพียงแค่การสูญเสียชุดเกราะระดับลีเจนด์ขั้นกลางก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากแล้ว และมันก็เป็นเรื่องน่าเศร้ามากยิ่งกว่าที่เขาได้สูญเสียชุดต่อสู้ชุดสำคัญไปในระหว่างที่เขาอยู่ในดินแดนของศัตรู

“ไม่ว่าจะยังไงตอนนี้ความเร็วของนายก็เกินกว่า 30,000 เมตรต่อวินาทีไปแล้ว นายควรจะดีใจนะที่ในที่สุดนายก็ได้กลายเป็นผู้ใช้ความเร็วระดับลีเจนด์” อันธกล่าว

“มันเป็นเรื่องน่ายินดีจริง ๆ ที่ฉันสามารถทำความเร็วทะลุ 30,000 เมตรต่อวินาทีไปได้ ส่วนเรื่องชุดต่อสู้ค่อยเก็บเอามาคิดทีหลังก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย

“ในตอนที่นายกำลังวิ่งอยู่ฉันก็ได้อยู่ในหินมัวร์ด้วยเหมือนกัน ตอนนั้นหัวใจของฉันแทบจะกระโดดออกมา การวิ่งด้วยความเร็วสูงเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ”

“ระดับลีเจนด์เป็นประตูบานใหญ่ที่ยากจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้ และในระหว่างการก้าวข้ามผ่านประตูนายก็คงจะได้สัมผัสถึงโลกใบใหม่ที่นายไม่เคยสัมผัสถึงใช่ไหมล่ะ? ในตอนที่ฉันก้าวข้ามผ่านระดับลีเจนด์ไปได้ฉันก็สัมผัสถึงความหมายที่แท้จริงของพลังควบคุมเงา แล้วมันก็ทำให้ฉันได้รับฉายาว่าเงาอันธการ”

“ว่าแต่ตอนที่นายกำลังก้าวข้ามผ่านระดับ 30,000 เมตรต่อวินาที ตอนนั้นนายสัมผัสได้ถึงอะไรบ้างไหม?” อันธถาม

“ฉันก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน แต่ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนกับไม่มีอะไรในจักรวาลนี้สามารถหยุดฉันได้ ไม่ว่าจะเป็นอากาศหรือแรงโน้มถ่วงต่างก็ไม่มีผลกับฉันอีกต่อไป ความเป็นจริงฉันก็เคยสัมผัสกับความรู้สึกคล้าย ๆ แบบนี้มาก่อน แต่มันก็มีความรุนแรงน้อยกว่าในตอนนั้นมาก” เซี่ยเฟยกล่าวขณะเดินกลับไปยังเบโอเนท

“แม้แต่ชุดเกราะบลีดดิ้งก็อดก็ยังถูกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ เพราะไม่สามารถทนต่อแรงต้านอากาศในระหว่างความเร็วขนาดนั้นได้ แล้วมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่นายจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ประเด็นคือมันมีอะไรที่ซับซ้อนซ่อนอยู่ในความรู้สึกนั้นหรือเปล่า?” อันธกล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างครุ่นคิด

“ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนภาพทุกอย่างถูกหยุดลง และทุกอย่างก็เหมือนกับจะมีแต่สีขาวกับสีดำ” เซี่ยเฟยกล่าว

“อะไรนะ?! นายกำลังบอกว่านายกำลังสัมผัสได้ถึงห้วงมิติงั้นเหรอ?” อันธอุทานพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง

“น่าจะใช่ละมั้ง แต่มันเป็นช่วงระยะเวลาสั้นมาก ๆ ก่อนที่ชุดเกราะบลีดดิ้งก็อดจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ฉันจึงจำเป็นจะต้องใช้เล่ห์กายาเพื่อลดความเร็วอย่างฉับพลัน และมันก็ทำให้ความรู้สึกในตอนนั้นมันหายไปเลย” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างผ่อนคลาย

“มันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง? ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินอาจารย์พูดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย” อันธนำมือข้างหนึ่งมาจับคางพร้อมกับจมดิ่งลงในห้วงความคิด

ชายหนุ่มก้าวเดินไปด้วยร่างกายที่เจ็บปวด และถึงแม้ว่าเขาจะอาศัยเล่ห์กายาเพื่อหลบหนีจากช่วงเวลาวิกฤติในตอนที่ชุดต่อสู้ได้พังทลาย แต่ถึงกระนั้นร่างกายของเขาก็ยังคงได้รับผลกระทบจากแรงต้านอากาศอันรุนแรงอยู่ดี ในตอนนี้เขาจึงค่อย ๆ เดินเพื่อฟื้นฟูพละกำลังและบรรเทาอาการเจ็บปวดตามร่างกาย

แต่ทันใดนั้นเองชายหนุ่มก็รู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังตบไหล่ซ้ายของเขาเบา ๆ แต่เมื่อเขาหันศีรษะกลับไปมันก็ไม่มีอะไรอยู่ด้านหลัง

เซี่ยเฟยแอบคิดว่าความรู้สึกเมื่อสักครู่นี้อาจจะเป็นเพราะบาดแผลที่เกิดขึ้นบนร่างกาย แต่ใครจะไปรู้ว่าหลังจากนั้นอีกไม่นานเขาก็ได้พบว่ามีใครบางคนกำลังจับไหล่ของเขาอีกครั้ง

ชายหนุ่มมีประสาทสัมผัสที่เหนือชั้นกว่าคนทั่วไป และมันก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากที่เขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงใครบางคนที่หลบซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ กับเขา ด้วยเหตุนี้เขาจึงขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความเคร่งเครียด

“นั่นนายกำลังทำอะไร?” อันธถาม

“แถวนี้มีคนอยู่”

“เป็นไปไม่ได้! ทำไมฉันสัมผัสถึงอะไรไม่ได้เลย”

เซี่ยเฟยและอันธมองหน้ากันอย่างเคร่งเครียด เพราะคนหนึ่งมีประสาทสัมผัสอันยอดเยี่ยม ขณะที่วิญญาณอีกดวงหนึ่งก็เก่งเรื่องการสัมผัสถึงพลังงาน แต่การที่คนคนนี้สามารถหลบพ้นการตรวจจับของพวกเขาไปได้ มันก็แสดงให้เห็นว่าระดับของผู้มาใหม่อยู่เหนือกว่าระดับของพวกเขาไปไกล

สิ่งที่เลวร้ายมากกว่านั้นคือตอนนี้เซี่ยเฟยไม่มีแม้แต่กางเกงใน มันจึงทำให้พลังการสู้รบของเขาน้อยกว่าปกติ เพราะเขาไม่สามารถที่จะใช้ความเร็วสูงโดยไม่มีเกราะปกป้องร่างกายได้ ขณะที่ท้องฟ้าก็ค่อย ๆ มืดลงเรื่อย ๆ ทำให้วิวทิวทัศน์บริเวณโดยรอบยิ่งมัวหมองลงมากกว่าเดิม

***************

อย่าบอกนะว่าพวกเซิร์กเจอพี่เฟยแล้ว?!

จบบทที่ ตอนที่ 403 ระดับลีเจนด์

คัดลอกลิงก์แล้ว