เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 164: บลิสคลับ

ตอนที่ 164: บลิสคลับ

ตอนที่ 164: บลิสคลับ


ตอนที่ 164: บลิสคลับ

แม้ว่าเวลาจะเป็นตอนกลางคืนแต่เมืองของดาววีนอล 24 ก็เต็มไปด้วยแสงสว่างเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ในขณะที่บนถนนอันแออัดก็เต็มไปด้วยสถานบันเทิงอย่างมากมายที่คอยกระตุ้นให้ผู้คนออกมาใช้จ่ายเงินทอง

ตราบใดก็ตามที่ใครมีเงินใครคนนั้นก็จะสามารถซื้ออะไรก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการ ท้ายที่สุดภายในกลุ่มดาวนครหลวงก็เป็นพื้นที่ที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุดของพันธมิตร มันจึงมีสิ่งของต่าง ๆ นำมาวางขายอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นของถูกกฎหมายหรือของผิดกฎหมายก็ตาม สิ่งเดียวที่คนขายต้องการคือเงินในกระเป๋าที่มากพอ

รถหรูคันสีดำวิ่งวนอยู่ภายในเมืองก่อนที่จะมุ่งหน้าตรงไปยังซอยมืดที่ไร้คนพลุกพล่านเหมือนย่านบันเทิง ราวกับว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ปราศจากความเจริญ

อันที่จริงย่านบันเทิงเป็นพื้นที่สำหรับนักเที่ยวที่มีเงินในกระเป๋าไม่มากนัก เพราะนักเที่ยวในระดับสูงจริง ๆ จะไม่ไปเที่ยวในสถานที่แบบนั้น แต่จะเป็นการเรียกเด็ก ๆ เข้ามายังสถานที่ของตัวเองแทน

รถหรูจอดส่งแบ็ตตี้ลงก่อนที่จะขับไปจนสุดถนนและจอดตรงลานจอดรถที่มีรถหรูจอดอยู่ก่อนแล้วจำนวนหลายคัน

หากใครก็ตามหลงมาที่นี่โดยบังเอิญพวกเขาก็จะต้องรู้สึกประหลาดใจกับรถหรูที่จอดอยู่ที่ลานจอดนี้ เพราะรถแต่ละคันมีราคามากพอจะซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่นอกกลุ่มดาวนครหลวงได้เลย

แต่ถึงกระนั้นในลานจอดนี้กลับมีรถหรูพวกนั้นให้พบเห็นได้โดยทั่วไป ทำให้ราคาของรถพวกนี้รวมกันสามารถซื้อดาวเคราะห์บางดวงได้เลย

แบ็ตตี้ไม่ได้นำบอดี้การ์ดติดตัวมาด้วยเพราะถ้าหากว่าแม้แต่ภายในสถานบันเทิงก็ยังต้องนำบอดี้การ์ดติดตัวมา เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการอยู่ที่ไหนถึงจะปลอดภัย

หลังจากจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแบ็ตตี้ก็เริ่มปั้นรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนที่จะบังคับรถเข็นเข้าไปในบาร์ที่ดูธรรมดาข้างถนน

บาร์เล็ก ๆ แห่งนี้มีพื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตรและข้างในบาร์ก็ดูเหมือนจะไม่มีลูกค้า เพราะมีบาร์เทนเดอร์สูงวัยนั่งดื่มเบียร์อยู่คนเดียว

เมื่อบาร์เทนเดอร์เห็นแบ็ตตี้เข้ามาเขาก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินไปที่มุมมืดเพื่อเปิดประตูที่มีขนาดความกว้างประมาณ 3 เมตรเผยให้เห็นบอดี้การ์ดที่เฝ้าประตูอยู่ 2 คน

บอดี้การ์ดได้เหลือบสายตามองแบ็ตตี้อย่างใจเย็น ก่อนที่จะปล่อยให้เขาเข้าไปด้านใน

ผู้ที่ไม่เคยเข้าไปในบลิสคลับคงจะนึกไม่ถึงว่าภายในบาร์ที่ดูธรรมดา ๆ กลับมีสถานที่ที่หรูหราหลบซ่อนอยู่ด้านใน

ด้านในคลับประดับไปด้วยแสงไฟสลัว ๆ และมีหญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่นั่งเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ ซึ่งจำนวนของหญิงสาวเหล่านี้ก็น่าจะมีไม่น้อยกว่า 300 คน

ปึก!

เมื่อแบ็ตตี้เดินเข้ามาพวกสาว ๆ ก็คุกเข่าลงบนพื้นอย่างเรียบร้อยพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาให้แบ็ตตี้ได้เชยชม

แน่นอนว่าสาว ๆ ทุกคนย่อมมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม และแม้แต่ภายในงานประกวดนางงามก็ยังไม่สามารถพบเห็นสาวงามพร้อม ๆ กันได้เป็นจำนวนมากมายขนาดนี้เลย

น่าเสียดายที่รอยยิ้มของหญิงสาวพวกนี้เป็นรอยยิ้มที่แข็งทื่อและมีแววตาที่ว่างเปล่าราวกับพวกเธอเป็นเพียงแค่ซากศพที่ยังคงมีชีวิตอยู่เท่านั้น

แบ็ตตี้บังคับรถเข็นลอยเลือกดูหญิงสาวไปทีละคน ก่อนที่เขาจะชี้นิ้วไปยังสาวผิวแทนด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ราวกับว่าเขากำลังเลือกสัตว์เลี้ยงไปสักตัว

หญิงสาวที่ถูกเลือกยืนขึ้นและเดินตามแบ็ตตี้เข้าไปที่ส่วนลึกของห้องโถง ซึ่งระหว่างทางมันไม่มีบทสนทนาใด ๆ และความเงียบงันก็เริ่มก่อให้เกิดบรรยากาศที่อึดอัด

ในเวลาเดียวกันหญิงอ้วนวัยประมาณ 50 ปีก็เดินออกมาจากมุมมืด โดยบนใบหน้าของเธอไม่ได้ถูกตกแต่งด้วยเครื่องสำอางใด ๆ แต่เธอก็ยังแต่งกายด้วยชุดราตรีเหมือนสตรีชนชั้นสูงที่สวมสร้อยคอและต่างหูที่มีราคามากมายมหาศาล

“ห้องของคุณพร้อมแล้วค่ะ ทุกสิ่งที่คุณต้องการอยู่ในห้องเหมือนเดิมนะคะ” หญิงอ้วนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เธอใช่สาวบริสุทธิ์หรือเปล่า?” แบ็ตตี้ถาม

“คุณก็รู้ว่าสาวทุกคนในบลิสคลับของเราเป็นสาวบริสุทธิ์” หญิงอ้วนกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“ดีมาก” แบ็ตตี้กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก

หลังกล่าวจบแบ็ตตี้ก็นำหญิงสาวเข้าไปภายในห้องที่เขาได้เช่าไว้มาตลอดหลายปี

“คนพิการอย่างแกไม่มีทางรู้หรอกว่าเธอบริสุทธิ์จริง ๆ หรือเปล่า” หญิงอ้วนนินทาลับหลังหลังจากที่แบ็ตตี้เข้าไปภายในห้อง ซึ่งน้ำเสียงของเธอก็เต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างรุนแรงก่อนที่เธอจะเดินกลับเข้าไปภายในมุมมืดอีกครั้ง

ด้านในห้องมีผู้ชายร่างกำยำ 2 คนยืนรอแบ็ตตี้อยู่ก่อนแล้ว โดยพวกเขาได้สวมเสื้อรัดรูปสีดำและสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าเผยให้เห็นแต่ดวงตาทั้งสองข้างเพียงเท่านั้น

เด็กสาวผู้โง่เขลาไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไร เธอจึงทำได้แต่เพียงยืนอยู่เฉย ๆ และคิดเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองภายในใจ

“ฉันต้องถอดเสื้อผ้าเลยหรือเปล่าคะ?”

การเสียสละของเธอจะทำให้พ่อแม่พี่น้องของเธอมีชีวิตอยู่อย่างสบาย แล้วเธอก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่คุ้มค่าที่เธอจะเสียสละความบริสุทธิ์เพียงแค่เล็กน้อยเพื่อแลกกับการที่ทำให้ครอบครัวของเธออยู่อย่างสุขสบาย

“เริ่มได้เลย” แบ็ตตี้กล่าวพร้อมกับยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอย่างเพลิดเพลิน

ทันทีที่ได้รับคำสั่งชายผู้สวมหน้ากากทั้งสองคนก็ยกหญิงสาวขึ้นมาจากพื้นก่อนจะโยนลงบนเตียงอย่างรุนแรง จากนั้นการทรมานก็เริ่มต้นขึ้น

หญิงสาวกัดฟันทนรับความเจ็บปวดที่โดนกระทำ ท้ายที่สุดวิธีการแบบนี้ก็ไม่ใช่วิธีการให้บริการแบบปกติมันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงสาวบริสุทธิ์แบบเธอเลย เพราะแม้แต่หญิงสาวที่ขายบริการมานานหลายปีก็ไม่สามารถทนรับความเจ็บปวดแบบนี้ได้เหมือนกัน

เพียะ!

เสียงมือกระทบหน้าดังกึกก้องพร้อมกับมีรอยมือสีแดงปรากฏให้เห็นบนใบหน้าที่บอบบาง นอกจากนี้มันยังมีเลือดไหลออกมาจากมุมปากและฟันสีขาว 2 ซี่ที่กลิ้งหล่นลงไปใต้เตียง

“ตบมันต่อ ตบมันให้ตาย!” แบ็ตตี้ตะโกนสั่งพร้อมกับร่างกายที่สั่นขึ้นมาเล็กน้อย

1 ชั่วโมงต่อมาแบ็ตตี้ก็ออกมาจากห้องด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสีหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเนื่องมาจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

หญิงอ้วนในมุมมืดเดินออกไปหาแบ็ตตี้อีกครั้ง ก่อนที่เธอจะกล่าวถามออกมาด้วยความเคารพ

“ดูเหมือนคุณจะมีความสุขมากเลยนะคะ”

“อือ ถือว่าใช้ได้! รอบหน้าช่วยเตรียมแม่ลูกคู่หนึ่งเอาไว้ให้ฉันด้วย”

“ฉันขอเวลา 3 วันค่ะ รับรองว่าคุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการแน่นอน ว่าแต่คนข้างในจะให้ทำยังไงดีคะ?” หญิงอ้วนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

“เหมือนเดิม เอาร่างของเธอไปฝังซะอย่าให้มีเบาะแสชี้มาที่ฉันได้ ส่วนสองคนนั้นเอาไปโยนทิ้ง จะทำยังไงก็ได้ขอให้พวกมันตายไปก็พอ” แบ็ตตี้กล่าวก่อนที่เขาจะบังคับรถเข็นลอยบินจากไป

หญิงอ้วนแสดงความเคารพก่อนที่จะเฝ้าดูปีศาจออกไปจากคลับของเธออย่างเงียบ ๆ

นี่คือ ‘บลิสคลับ’ คลับนรกสำหรับผู้ให้บริการ แต่มันคือสวรรค์สำหรับพวกคนรวยที่มีจิตใจอำมหิต

คลับที่คอยตอบสนองต่อความมืดมิดในจิตใจของมนุษย์!

ทุกที่ภายในนครหลวงไม่สามารถรอดพ้นการสืบสวนของสามพี่น้องตระกูลหลิงไปได้ เซี่ยเฟยจึงนั่งอยู่ในห้องเพื่อรับฟังรายงานจากหลิงเซียวอยู่อย่างเงียบ ๆ โดยในปัจจุบันหลิงเซียวที่อยู่อีกด้านหนึ่งของหน้าจอกำลังกัดฟันรายงานด้วยความโกรธ

ท้ายที่สุดมันก็คงจะไม่มีมนุษย์ที่ไหนรู้สึกดีถ้าหากพวกเขาได้เห็นภาพเดียวกันกับหลิงเซียว

“ถ้าไม่ใช่เพราะภารกิจนี้ ตอนนั้นฉันคงจะเข้าไปฆ่าแบ็ตตี้แล้วเผาสถานที่บ้า ๆ นั้นทิ้งไปซะ!” หลิงเซียวพูดขึ้นมาด้วยความโกรธ

เซี่ยเฟยดูดบุหรี่และเงียบเสียงลงไปครู่หนึ่ง เพราะเพียงแค่ได้รับฟังรายงานจากหลิงเซียวมันก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจมากแล้ว

ความบิดเบี้ยวภายในใจของแบ็ตตี้ไม่สามารถหาคำมาอธิบายได้อีกต่อไป เพราะมันเป็นความบ้าคลั่งที่เหนือเกินกว่าสามัญสำนึกของมนุษย์ไปไกล

หากเป็นไปได้ชายหนุ่มก็ต้องการที่จะสังหารแบ็ตตี้ไปเลยเหมือนกัน แต่การทำแบบนั้นไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ของแอวริลได้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกโกรธแค่ไหนแต่เขาก็จำเป็นที่จะต้องเก็บงำความโกรธพวกนั้นเอาไว้

“ฉันจะรายงานเรื่องนี้ไปที่อาจารย์ ฉันจะปล่อยไอ้พวกนั้นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด!” หลิงเซียวยังคงพูดออกมาด้วยความโกรธ

“ผมคิดว่านั่นอาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไหร่” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ทำไม?”

“อย่าลืมว่าที่นี่คือนครหลวงที่มีการป้องกันอย่างหนาแน่น การเปิดร้านแบบนั้นในนครหลวงไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นง่าย ๆ แสดงว่าเบื้องหลังของร้านนั้นจะต้องมีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังอยู่แน่ ๆ”

“ด้วยนิสัยของคุณตาทูรามหลังจากที่เขารู้เรื่องนี้เขาคงจะไม่ยอมอยู่เฉย ๆ แน่นอน และถ้าหากว่าเขาทำลายสถานที่แห่งนั้นไปมันก็อาจจะเข้าไปกระตุ้นผู้มีอำนาจบางคน แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากว่าผู้มีอำนาจคนนั้นมีอำนาจเหนือกว่าคุณตาทูราม พี่ก็คงจะนึกภาพตามได้ใช่ไหมครับ” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากพิจารณาสถานการณ์

หลังจากได้ยินคำพูดของเซี่ยเฟยมันก็ทำให้หลิงเซียวชะงักไปเล็กน้อย

นครหลวงเป็นสถานที่แบบไหน?

มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครมาเปิดสถานที่อุบาทว์แบบนั้นในนครหลวงหากปราศจากการหนุนหลังของผู้มีอำนาจ และถ้าหากว่าเขาเอาเรื่องนี้ไปรายงานอาจารย์จริง ๆ มันก็มีโอกาสที่จะทำให้ทูรามได้ตกอยู่ในอันตราย

“ขอบคุณมากที่เตือน ถ้าฉันรายงานอาจารย์ไปจริง ๆ มันก็มีโอกาสที่อาจารย์จะเดือดร้อน แล้วพวกเราสามพี่น้องก็คงจะทนรับเรื่องนั้นไม่ได้” หลิงเซียวพูดขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจ

“สิ่งที่พวกเราทำได้คือการพยายามแอบรวบรวมข้อมูลการเล่นกับชีวิตมนุษย์ในสถานที่อุบาทว์นั่นแล้วแอบส่งข้อมูลให้กับสถานีโทรทัศน์รายใหญ่ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรื่องนี้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะแม้แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็คงจะเก็บสถานที่อุบาทว์ ๆ แห่งนั้นเอาไว้ไม่ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“นั่นสิ ทำไมฉันถึงคิดเรื่องง่าย ๆ แบบนี้ไม่ออก ไม่แน่เรื่องนี้อาจจะถูกสืบสาวไปจนถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเลยก็ได้” หลิงเซียวตบขาอย่างแรงพร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกาย

“คงจะไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอกครับ ในเมื่อเขาเป็นคนที่มีอำนาจเขาจะต้องมีวิธีการป้องกันตัวเองอยู่แล้ว อย่างเลวร้ายมากที่สุดเขาก็แค่จะต้องทิ้งตัวหมากเพื่อปกป้องตัวเอง ท้ายที่สุดแล้วร้านแบบนี้ก็คงจะมีอยู่ทั่วทั้งพันธมิตรมนุษย์ เพราะตราบใดก็ตามที่มนุษย์ยังมีความชั่วร้ายอยู่ภายในใจ ร้านแบบนี้ก็สามารถสร้างผลกำไรให้กับพวกเขาได้อยู่ดี” เซี่ยเฟยกล่าว

หลิงเซียวถึงกับพูดไม่ออกแต่เขาก็รู้สึกชื่นชมเซี่ยเฟยอยู่ภายในใจ

ชายหนุ่มคนนี้มีอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น แต่การคิดวิเคราะห์และการพูดจาของเซี่ยเฟยก็เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ทั่วไปไม่สามารถที่จะทำได้

“เอาล่ะพวกเรายังไม่สามารถเคลื่อนไหวอะไรได้จนกว่าผลของการสืบสวนจะออกมา ผมขอฝากเรื่องนี้เอาไว้ที่พวกพี่ด้วยนะครับ”

“เข้าใจแล้ว ฉันจะพยายามรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุดแล้วจะรีบกลับมารายงานถ้าหากว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง” หลิงเซียวกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

แต่ในทันใดนั้นเครื่องสื่อสารขนาดเล็กพิเศษในหูของหลิงเซียวก็ดังขึ้นมา ก่อนที่เขาจะปิดหูเพื่อตั้งใจฟังและพูดขึ้นมาด้วยความสับสนว่า

“แบ็ตตี้ไม่ได้กลับไปที่คฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่าแต่ไปแถวคฤหาสน์บริเวณชานเมือง น้องสามบอกว่าในคฤหาสน์มีผู้หญิงวัยกลางคนและเด็กผู้ชายที่เรียกแบ็ตตี้ว่าป๊ะป๋า”

“อะไรนะคุณแบ็ตตี้มีลูกชายงั้นหรอ?!” เซี่ยเฟยอุทานพร้อมกับหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน

***************

จบบทที่ ตอนที่ 164: บลิสคลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว