เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 163: สามพี่น้องตระกูลหลิง

ตอนที่ 163: สามพี่น้องตระกูลหลิง

ตอนที่ 163: สามพี่น้องตระกูลหลิง


ตอนที่ 163: สามพี่น้องตระกูลหลิง

คนที่ทูรามส่งมาช่วยเซี่ยเฟยมีเพียงแค่สามคนเท่านั้นและสามคนนี้ยังดูเหมือนกันทุกซอกทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหรือรูปร่างราวกับว่าพวกเขาถูกแกะสลักออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกันจนทำให้คนนอกยากที่จะแยกแยะว่าใครเป็นใครกันแน่

เซี่ยเฟยได้พบกับ 3 พี่น้องตระกูลหลิงในห้องประชุมเล็ก ๆ ของโรงพยาบาล โดยคนเหล่านี้มีอายุประมาณ 30 ปี, มีผิวคล้ำ, ยืนหน้านิ่ง ๆ เหมือนกับไม่มีอารมณ์และยืนอยู่เฉย ๆ โดยไม่พูดอะไร

“เชิญนั่งครับ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเผยมือไปทางเก้าอี้ทั้งสามตัว

ทั้งสามพยักหน้าพร้อมกันและนั่งลงอย่างเป็นระเบียบตามลำดับอาวุโส โดย ‘หลิงเซียว’ ซึ่งเป็นพี่คนโตนั่งใกล้กับเซี่ยเฟยที่สุด ‘หลิงหยุน’ ซึ่งเป็นพี่คนรองนั่งตามมาติด ๆ และ ‘หลิงเฟิง’ ซึ่งเป็นน้องคนสุดท้องนั่งอยู่ลำดับท้ายสุด

แม้แต่การกระทำของพวกเขาก็เหมือนกันจนเซี่ยเฟยแอบคิดว่าฝาแฝดทั้งสามคนนี้สามารถเชื่อมโยงความคิดเข้าด้วยกันได้

“พวกพี่อยากดื่มชาไหม? ผมมีชาดี ๆ จากบ้านเกิดติดตัวมาด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างสุภาพ

ทั้งสามคนโบกมือพร้อมกันก่อนที่พี่ใหญ่อย่างหลิงเซียวจะพูดขึ้นมาว่า

“อาจารย์ทูรามอธิบายสถานการณ์ให้พวกเราฟังแล้ว คุณไม่จำเป็นจะต้องสุภาพกับพวกเราก็ได้ ถ้ามีอะไรที่ต้องการก็สั่งการมาได้เลย พวกเราสามพี่น้องจะทำตามคำสั่งของคุณ”

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

บุคลิกของพี่น้องทั้งสามคนนี้มีความเป็นระเบียบมากจนชายหนุ่มไม่ต้องใช้ความพยายามในการอธิบายสถานการณ์เลย

“ผมเซี่ยเฟยขอขอบคุณพวกพี่ทั้งสามคนที่ยอมมาให้ความช่วยเหลือผมในวันนี้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นโค้งคำนับทั้งสามอย่างสุภาพ จนทำให้แฝดสามต้องรีบลุกขึ้นมาพยุงตัวชายหนุ่มเอาไว้

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่พูดอะไรออกมาแต่จากสิ่งที่แสดงออกทางใบหน้านั้นก็ถือว่าการกระทำของเซี่ยเฟยดูเหมือนจะทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

นักรบที่ดีจะให้ความเคารพซึ่งกันและกันทันทีที่พวกเขาได้พบกัน ในขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็เริ่มแสดงความเคารพให้พวกเขาในทันที มันจึงทำให้ภาพที่พวกเขามองชายหนุ่มดูแตกต่างไปจากเดิม

“น้องชายอาจารย์ทูรามได้อธิบายสถานการณ์ของนายให้พวกเราฟังแล้ว พวกเราทั้งสามคนไม่มีพ่อแม่ตั้งแต่เด็กต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดตามท้องถนน อาจารย์เป็นคนที่ช่วยเหลือพวกเราไว้และทำให้พวกเรามีทุกอย่างอย่างในวันนี้ มันจึงเป็นเหตุผลที่พวกเราไม่กล้าขัดคำสั่งอาจารย์และนายก็ไม่ต้องสุภาพแบบนั้นกับพวกเราก็ได้” หลิงเซียวพูดอย่างจริงจัง

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับสามพี่น้องคือการตัดสินใจของอาจารย์ ถึงแม้ว่าพี่น้องอีกสองคนจะไม่พูดอะไรออกมาแต่พวกเขาก็สบตาอย่างรู้กัน

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับ

ดูเหมือนคนที่ทูรามส่งมาจะเป็นคนที่เขาไว้ใจและสิ่งที่ทูรามบอกก็คงจะไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ไม่แน่สามพี่น้องฝาแฝดนี้อาจจะเป็นกลุ่มคนที่มีพลังมากที่สุดภายใต้คำสั่งของเขาก็ได้

“พวกพี่ช่วยอธิบายพลังพิเศษกับระดับพลังให้ผมฟังหน่อยได้ไหม ผมจะได้วางแผนการได้อย่างถูกต้อง” เซี่ยเฟยถาม

เซี่ยเฟยเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มาโดยตลอด ดังนั้นเขาจึงจำเป็นจะต้องถามพลังพิเศษของทุกคนก่อนแล้วเขาค่อยเริ่มวางแผนการที่เหมาะสมในภายหลัง

“พลังพิเศษของฉันคือมิติซ่อนเร้น ฉันสามารถเปิดพื้นที่มิติเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครสามารถตรวจจับได้ ส่วนระดับพลังของฉันได้มาถึงระดับลีเจนด์ขั้นกลางแล้ว”

“พลังพิเศษของหลิงหยุนคือพลังแสงที่สามารถใช้พลังงานแสงเพื่อจู่โจมศัตรูทั้งในระยะใกล้หรือระยะไกล ส่วนระดับพลังของเขาอยู่ที่ระดับลีเจนด์ขั้นต้น”

“หลิงเฟิงเป็นคนที่มีพลังพิเศษสายความเร็ว แต่ระดับพลังของเขาค่อนข้างต่ำอยู่เพียงแค่ระดับสตาร์ฟิลด์ขั้นสูง”

หลิงเซียวแนะนำพลังพิเศษและระดับพลังของพวกเขาสั้น ๆ ซึ่งมันก็ทำให้เซี่ยเฟยอดที่จะรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาไม่ได้

นอกเหนือจากพลังพิเศษสายความเร็วของหลิงเฟิงที่ค่อนข้างธรรมดาแล้ว ทั้งพลังพิเศษมิติซ่อนเร้นและพลังแสงต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นพลังพิเศษที่โดดเด่นในระดับจักรวาล…

นอกจากนี้พลังพิเศษสายความเร็วยังเป็นที่รู้จักกันในนามพลังพิเศษที่ฝึกฝนยากมากที่สุด ด้วยเหตุนี้การที่หลิงเฟิงมีระดับพลังถึงสตาร์ฟิลด์ขั้นสูงจึงเป็นระดับพลังที่ไม่เลวเลย หากมองในหลาย ๆ สถานการณ์เขาอาจจะแข็งแกร่งกว่าพี่ชายทั้งสองคนของเขาด้วยซ้ำ ซึ่งเซี่ยเฟยที่มีพลังพิเศษสายความเร็วเหมือนกันรู้ถึงเรื่องนั้นเป็นอย่างดี

มิติ, ควบคุมแสง, ความเร็ว … ดูเหมือนทูรามจะได้ส่งทีมปฏิบัติการชั้นยอดมาให้กับเขาแล้ว เพราะการประสานงานของพลังพิเศษทั้งสามชนิดนี้เทียบได้กับส่วนผสมของทีม 13 ซึ่งมันเรียกได้ว่าเป็นส่วนผสมของพลังพิเศษที่มีความโดดเด่นไม่แพ้ใคร

“คือว่า... ผมเคยได้ยินมาว่าพวกพี่สามารถสื่อสารภายในใจกันได้…” เซี่ยเฟยถามออกไปอย่างลังเล

สามพี่น้องเผยรอยยิ้มขึ้นมาในเวลาเดียวกัน ก่อนที่หลิงหยุนจะพูดออกไปด้วยความภาคภูมิใจ

“เรื่องนั้นเป็นแค่ข่าวลือที่ออกจะเกินจริงไปเล็กน้อย จริง ๆ แล้วพวกเราแค่เข้าใจความคิดของกันและกัน แต่เหตุผลเกิดขึ้นมาจากอะไรอันนั้นพวกเราก็ไม่รู้”

คำอธิบายของหลิงหยุนทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น เพราะด้วยส่วนผสมของพลังพิเศษที่ลงตัวประกอบกับความเข้าใจซึ่งกันและกัน มันจึงทำให้พลังของทีมสามพี่น้องเกินกว่าความคาดหมายของเซี่ยเฟยไปไกล

ส่วนผสมของพลังพิเศษเป็นสิ่งที่ทีมไหนก็ทำได้หากพวกเขามีเวลาในการเตรียมทีมที่มากพอ แต่ความเข้าใจในสมาชิกคนอื่นภายในทีมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก แล้วมันก็คงจะไม่มีใครเข้าใจสมาชิกภายในทีมคนอื่นได้ดีกว่าแฝดสามที่เติบโตขึ้นมาด้วยกันแบบนี้

‘ดูเหมือนคุณตาทูรามจะไม่ได้โกหก แค่พวกเขาสามคนก็เพียงพอต่อแผนการของฉันแล้วจริง ๆ’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองภายในใจ

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็เริ่มวางแผนร่วมกันกับพี่น้องทั้งสามคน ซึ่งสามพี่น้องตระกูลหลิงถือได้ว่าเป็นนักสืบที่มีประสบการณ์ พวกเขาจึงช่วยให้คำแนะนำจนแผนการของชายหนุ่มออกมาในรูปแบบที่ดีที่สุด

เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจเซี่ยเฟยได้ทำการมอบชาและสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ จากดาวโลกให้กับพี่น้องทั้งสามเป็นของขวัญ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นนิสัยประจำตัวที่เซี่ยเฟยติดไปแล้ว

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการเซ้าซี้ของเซี่ยเฟยสามพี่น้องก็จำเป็นจะต้องรับสิ่งของพวกนี้ไปอย่างไม่เต็มใจ แต่มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกเอ็นดูชายหนุ่มมากขึ้นกว่าเดิม กลายเป็นว่าสิ่งของที่ดูไร้ค่าพวกนี้กลับมีประโยชน์มากกว่าเงินทอง

ต่อมาสามพี่น้องก็ออกไปจากโรงพยาบาลและแยกย้ายกันออกไปทำหน้าที่ตามแผนการที่พวกเขาช่วยกันวางเอาไว้ เซี่ยเฟยจึงถอนหายใจก่อนที่จะเดินกลับไปหาแอวริล

เขาพยายามวางแผนการทุกอย่างอย่างรัดกุมที่สุดแล้ว ซึ่งไม่ว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นยังไงแต่อย่างน้อยมันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่เวลาและโชคอีกเล็กน้อย

แอวริลกำลังยืนพิงขอบหน้าต่างโดยใช้มือทั้งสองข้างดันแก้มราวกับว่าเธอกำลังคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่

ชายหนุ่มเดินเข้าไปวางมือข้างหนึ่งบนศีรษะของเธอเบา ๆ ก่อนที่จะมองออกไปด้านนอกหน้าต่างพร้อมกับเธอ

“นายคุยธุระเสร็จแล้วใช่ไหม? ฉันอยากจะออกไปซื้อของกับนายแต่พี่ชิงไม่เห็นด้วย” แอวริลกล่าวออกมาพร้อมกับหน้ามุ่ย

แอวริลเป็นเด็กสาวที่ร่าเริง ดังนั้นหลังจากที่เหตุการณ์ลักพาตัวได้ผ่านพ้นไปเธอก็เริ่มกลับมาเป็นคนร่าเริงอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเธอได้มีเซี่ยเฟยอยู่ข้าง ๆ เธอก็แสดงความแก่นแก้วออกมามากขึ้นกว่าเดิม

“มันจะต้องมีวันที่เราเดินออกไปข้างนอกด้วยกันอย่างสบายใจ ฉันสัญญา” เซี่ยเฟยพูดเบา ๆ พร้อมกับโอบกอดแอวริลเอาไว้ในอ้อมแขน

แบ็ตตี้เป็นคนอ่อนโยนร่าเริงชอบใช้เวลาท่องเที่ยวไปตามภูเขา นอกจากนี้หน้าตาของเขายังถือว่าหล่อเหลาจนทำให้มีสาว ๆ มาตกหลุมรักเขาอย่างมากมาย

แต่อุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเขาได้กลายเป็นคนพิการในชั่วข้ามคืน นับแต่นั้นมาถึงแม้ว่าพวกสาว ๆ จะพูดคุยกับเขาด้วยเสียงหัวเราะ แต่ภายในแววตาของพวกเธอกลับมีความสงสารซ่อนเอาไว้อยู่เสมอ

แบ็ตตี้ไม่สามารถทำใจยอมรับแววตาแบบนี้ได้ มันจึงเริ่มเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ขึ้นมาในหัวใจและทำให้เขาเริ่มรู้สึกถึงความเคียดแค้น

โชคดีที่เมื่ออายุของเขาเพิ่มมากขึ้นความเจ็บปวดภายในจิตใจของเขาก็ค่อย ๆ คลายลง เขาจึงไม่ได้รู้สึกเคียดแค้นทุกคนเหมือนกับวัยหนุ่มอีกต่อไปและเริ่มที่จะมีนิสัยเหมือนผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล

นิวแมนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงพวกนี้มาโดยตลอด เขาจึงเริ่มปล่อยให้แบ็ตตี้เข้ามาดูแลกิจการของบริษัทไปทีละน้อย โดยตั้งใจที่จะฝึกฝนน้องชายให้กลายมาเป็นมือขวาของเขาก่อนจะทำการส่งมอบทุกอย่างให้แบ็ตตี้ในที่สุด

ตั้งแต่เด็กพี่น้องสองคนนี้ก็มีบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยนิวแมนเป็นคนที่ซื่อสัตย์และเด็ดเดี่ยว เขาจึงจริงจังกับงานที่ได้รับมอบหมายไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่อยู่เสมอ

ขณะเดียวกันแบ็ตตี้มีความฉลาดและมีไหวพริบมากกว่าพี่ชาย เขาจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์จะเติบโตกลายเป็นนักธุรกิจที่โดดเด่น

ผู้อาวุโสในตระกูลเจี่ยนเคยกล่าวเอาไว้ว่านิวแมนมีความสามารถในการดูแลธุรกิจของตระกูลได้เท่านั้น แต่ยากที่จะนำบริษัทสตาร์ยูไนเต็ดก้าวเท้าไปข้างหน้าได้

ขณะเดียวกันถ้าหากแบ็ตตี้ได้เป็นคนที่ขึ้นมาดูแลกิจการ มันก็อาจจะทำให้บริษัทเติบโตขึ้นมากลายเป็น 10 บริษัทอันดับแรกของพันธมิตรได้ ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของตระกูลเจี่ยนมาหลายชั่วอายุคน

ก่อนแบ็ตตี้จะประสบอุบัติเหตุผู้อาวุโสของตระกูลได้ตัดสินใจมอบบริษัทให้แบ็ตตี้คอยดูแลต่อไปแล้ว แต่อุบัติเหตุไม่เพียงแต่จะทำลายขาของแบ็ตตี้ไปเท่านั้น แต่มันยังทำให้ผู้อาวุโสได้ยอมแพ้ในตัวลูกชายที่เขารู้สึกภาคภูมิใจที่สุดอีกด้วย

ว่ากันว่าเหตุผลที่พ่อของนิวแมนและแบ็ตตี้เลือกที่จะปลีกวิเวกเข้าไปอยู่ในป่า นั่นก็เพราะว่าเขาไม่สามารถทำใจเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับแบ็ตตี้ได้

ด้วยเหตุนี้เองเมื่อนิวแมนขึ้นมารับหน้าที่ดูแลบริษัทอย่างเต็มตัว เขาจึงไม่เคยลดละความพยายามที่จะช่วยส่งเสริมน้องชายให้กลับมายืนในจุดที่สมควรอีกครั้ง เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นพี่น้องกันนิวแมนจึงไม่เคยรู้สึกเสียดายที่จะยกบริษัทให้แบ็ตตี้คอยดูแล

ความคิดของนิวแมนเป็นเรื่องที่ดีแต่เขาคงจะไม่รู้ว่าคนที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มักจะมีสิ่งที่ซ่อนเร้นภายในใจ แต่ถึงแม้ว่าแบ็ตตี้จะพยายามเก็บซ่อนอารมณ์เอาไว้แต่เซี่ยเฟยก็ยังค้นพบความบิดเบี้ยวภายในใจของเขาได้อยู่ดี และนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ชายหนุ่มเริ่มสงสัยแบ็ตตี้เป็นคนแรก

หากใครมีประสบการณ์จะรู้ดีว่าบุคคลที่มีความคิดอันบิดเบี้ยวมักจะทำอะไรเกินกว่าสามัญสำนึกของบุคคลโดยทั่วไป เพราะท้ายที่สุดภายในจิตใจของมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความมืด มันจึงทำให้บุคคลที่มีความคิดอันบิดเบี้ยวสามารถที่จะทำอะไรขึ้นมาก็ได้

ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ได้แสดงให้เห็นหลายครั้งแล้วว่ามนุษย์พร้อมที่จะทำอะไรนอกเหนือจากสามัญสำนึกได้อย่างมากมายและความโหดร้ายของมนุษย์ก็ไม่เคยมีขีดจำกัด

ช่วงกลางคืน

รถคันหรูกำลังขับออกจากคฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่าอย่างเงียบ ๆ โดยภายในรถแบ็ตตี้กำลังนั่งดื่มไวน์อยู่คนเดียว ซึ่งหลังจากที่เขาไม่ได้ทำงานมาเป็นเวลาหลายปีเขาก็ยังไม่เคยชินกับการตื่นเช้าและทำงานไปจนถึงกลางคืน

รถคันนี้วิ่งไปตามถนนเพื่อมุ่งหน้าสู่ตัวเมือง แต่ทั้งคนขับ, บอดี้การ์ดและแบ็ตตี้ต่างก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังถูกจ้องมองมาจากสายตาที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความมืด

***************

จบบทที่ ตอนที่ 163: สามพี่น้องตระกูลหลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว