เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 165: นักแสดงยอดเยี่ยม

ตอนที่ 165: นักแสดงยอดเยี่ยม

ตอนที่ 165: นักแสดงยอดเยี่ยม


ตอนที่ 165: นักแสดงยอดเยี่ยม

บริเวณรอบนอกของคฤหาสน์แบล็ควอเตอร์

ทะเลสาบแบล็ควอเตอร์อยู่ห่างออกมาจากตัวเมืองไม่ถึง 50 กิโลเมตร โดยสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของดาววีนอล 24

ถึงมันจะได้ชื่อว่าทะเลสาบแบล็ควอเตอร์แต่น้ำภายในทะเลสาบก็เป็นสีฟ้าใส เพียงแต่ว่าก้นของทะเลสาบลึกมากจนแสงสว่างส่องลงไปไม่ถึง มันจึงทำให้เมื่อมองจากระยะไกลทะเลสาบแห่งนี้จึงดูเหมือนเป็นทะเลสาบสีดำ

ทะเลสาบแบล็ควอเตอร์เปรียบเสมือนกับเครื่องปรับอากาศที่อบอุ่นในช่วงฤดูหนาวและเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่จะมีหมอกสีขาวลอยขึ้นมาบนผิวทะเลสาบเป็นชั้น ๆ จนทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ดูคล้ายกับแดนสวรรค์

มีคนที่สามารถซื้อคอนโดในกลุ่มดาวนครหลวงได้เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น เพราะที่ดินทุกตารางนิ้วในนครหลวงแห่งนี้มีค่ามากกว่าคฤหาสน์ในดาวเคราะห์ทั่ว ๆ ไป ดังนั้นคนที่สามารถอาศัยอยู่ริมทะเลสาบแบล็ควอเตอร์จึงมีเพียงแต่พวกคนรวยที่เป็นชนชั้นสูงของสังคม

เซี่ยเฟยสวมชุดนอนสีดำเดินออกมาจากห้อง ก่อนที่เขาจะทักทายผางชิงเล็กน้อยและแอบออกไปเพื่อพบกับสามพี่น้องตระกูลหลิง

ช่วงเวลานี้แอวริลเหนื่อยกับการดูแลเซี่ยเฟยตลอดทั้งวัน แต่เนื่องมาจากเธอไม่ค่อยคุ้นเคยกับการดูแลคนอื่นมากนัก มันจึงทำให้เธอเข้าสู่ห้วงนิทราเร็วกว่าเวลาปกติ

แต่ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะยังไม่หลับเซี่ยเฟยก็คงจะไม่เล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังอยู่ดี เพราะมันไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องทำให้เธอรู้สึกกลัว หญิงสาวที่ร่าเริงเหมือนเธอควรจะใช้ชีวิตอยู่ในแสงสว่างส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นในความมืดเขาจะเป็นคนจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง

บริเวณด้านนอกของคฤหาสน์แบล็ควอเตอร์หมายเลข 95 มีถนนสายเล็ก ๆ อยู่ภายในป่า ซึ่งในปัจจุบันมันได้มีรถขนสินค้าขนาดเล็กจอดอยู่ใต้ร่มไม้และรถคันนี้ก็คือเป้าหมายของเซี่ยเฟย

หากมองจากด้านนอกรถขนสินค้าคันนี้ก็ดูเป็นเพียงรถธรรมดา ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันคือฐานลาดตระเวนเคลื่อนที่ที่มีเอาไว้สำหรับการทำภารกิจลาดตระเวน

หลิงหยุนเปิดประตูให้เซี่ยเฟยเข้ามาในรถ ก่อนที่เขาจะได้เห็นหน้าจอกล้องวงจรปิดจากมุมต่าง ๆ ทั่วทั้งคฤหาสน์มากกว่า 10 มุม

ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่น้องตระกูลหลิงจะสามารถแอบติดกล้องวงจรปิดทั่วทั้งคฤหาสน์ได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้

เซี่ยเฟยรู้อยู่แล้วว่าหลิงเซียวน่าจะแอบซ่อนตัวอยู่ภายในคฤหาสน์ เพราะท้ายที่สุดมันก็ไม่มีกำแพงไหนที่สามารถหยุดผู้ใช้พลังมิติแบบหลิงเซียวได้

หลิงหยุนพยักหน้าให้เซี่ยเฟยก่อนที่จะส่งหูฟังให้ชายหนุ่มและชี้นิ้วไปที่หนึ่งในหน้าจอนับสิบ

ภาพในหน้าจอคือภาพในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์แบล็ควอเตอร์หมายเลข 95 ซึ่งแบ็ตตี้กำลังนอนเล่นอยู่บนโซฟาโดยมีเด็กชายคนหนึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลจากเขา

แบ็ตตี้ดูเหมือนเดิมทุกอย่างยกเว้นใบหน้าที่มีสีแดงเล็กน้อยเนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ และเขาก็กำลังหายใจเข้าออกอย่างหนักราวกับกำลังนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

ภาพของเลือดและเครื่องในที่กระจัดกระจายเป็นเหมือนกับเครื่องปรุงรสที่ช่วยทำให้ชีวิตของเขามีชีวิตชีวา ซึ่งไม่เพียงแต่เขาจะรู้สึกชื่นชอบรสชาติแบบนี้เท่านั้น แต่เขายังรู้สึกราวกับว่ารสชาติแบบนี้เป็นรสชาติที่เกิดขึ้นมาสำหรับเขาโดยเฉพาะ

คนปกติคงจะรู้สึกสะอิดสะเอียนกับรสชาติที่แบ็ตตี้ได้จินตนาการถึง และมันก็คงจะมีเพียงแต่คนที่มีบุคลิกบิดเบี้ยวอย่างเขาเท่านั้นที่จะรู้สึกสนุกกับภาพเหตุการณ์เช่นนั้นได้

ขณะเดียวกันเด็กชายที่อยู่ใกล้ ๆ แบ็ตตี้ก็ดูแปลกมาก เพราะถึงแม้ว่าเขาจะยังเด็กแต่มันกลับมีรอยย่นอยู่บนใบหน้า นอกจากนี้รูปร่างของเขายังดูแปลกมากเกินไปคล้ายกับว่าเด็กคนนี้เป็นคนแคระ

ลูกชายของแบ็ตตี้กำลังเล่นรูบิคภายในมืออย่างงุ่มง่าม โดยมีน้ำลายไหลที่มุมปากและการเคลื่อนไหวของเขาก็เชื่องช้า

หลิงหยุนทำการพิมพ์ข้อมูลอะไรบางอย่างออกมาจากแท็บเล็ต ก่อนที่เขาจะทำการส่งข้อมูลนี้ให้กับเซี่ยเฟย

เมื่อชายหนุ่มรับกระดาษขึ้นมาดูเขาก็ได้พบว่ามันเป็นข้อมูลของแม่ลูกที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้

ตามข้อมูลเด็กคนนั้นมีชื่อว่า ‘ปาล์ม’ ถึงแม้รูปร่างภายนอกของเขาจะเหมือนเด็ก แต่ในปีนี้เขาก็มีอายุ 25 ปีแล้ว น่าเสียดายที่ปาล์มเป็นคนสมองพิการตั้งแต่เกิดทำให้เขามีสติปัญญาไม่ต่างไปจากสุนัขและมีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 40 ปีเท่านั้น

นอกจากนี้ปาล์มยังทุกข์ทรมานจากสภาวะแคระแกร็นที่หากพบได้ยาก ซึ่งมันก็หมายความว่าถึงแม้เขาจะมีโอกาสอยู่ได้ไปอีก 1,000 ปี แต่เขาก็จะมีน้ำหนักและส่วนสูงเหมือนกับเด็กอยู่เสมอ

ชื่อในทะเบียนราษฎร์ของปาล์มคือโจว ปาล์ม ซึ่งเป็นนามสกุลเดียวกันกับแม่

ถ้าหากว่าเขาเป็นลูกชายของแบ็ตตี้จริง ๆ แล้วทำไมเขาถึงต้องใช้นามสกุลของแม่เขาด้วย?

ยิ่งไปกว่านั้นแบ็ตตี้ยังเป็นหมันตั้งแต่อายุ 16 ปีแล้วเขาจะมีลูกชายคนนี้ได้ยังไง?

เซี่ยเฟยขมวดคิ้วด้วยความสับสนก่อนที่เขาจะเปลี่ยนไปอ่านข้อมูลของผู้เป็นแม่

ผู้หญิงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์มีชื่อว่าโจว หยูฉิง อายุ 39 ปีแล้วตามข้อมูลคือเธอยังไม่เคยแต่งงาน

ถ้าหากแม่มีอายุ 39 และลูกชายมีอายุ 25 ในปีนี้ มันก็หมายความว่าโจวหยูฉิงตั้งท้องตั้งแต่อายุ 13 ปี ซึ่งในตอนนั้นแบ็ตตี้มีอายุแค่ 15 ปีและยังไม่ใช่คนพิการ!

‘แบ็ตตี้ทำสาวท้องตั้งแต่อายุ 15 แล้วเก็บเรื่องนี้เป็นความลับมาตลอดเลยงั้นหรอ?’ เซี่ยเฟยคิดภายในใจ

หากคิดตามเหตุและผลแล้ว การที่แบ็ตตี้กับโจวหยูฉิงซ่อนเรื่องนี้เอาไว้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร เพราะในตอนนั้นพวกเขายังเด็กมาก

แต่พวกเขาสามารถซ่อนเรื่องนี้เอาไว้ได้ 25 ปีโดยที่ไม่มีใครรู้เรื่องเลยเนี่ยนะ?

หลังจากอ่านรายละเอียดแม่ลูกคู่นี้ 2-3 ครั้ง เซี่ยเฟยก็ทำการวิเคราะห์ข้อมูลซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมกับพยายามพิจารณาสถานการณ์ต่าง ๆ ที่มีความเป็นไปได้

ในเวลาเดียวกันโจวหยูฉิงก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มจึงหยุดคิดเป็นการชั่วคราวพร้อมกับพยายามสังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โจวหยูฉิงถือชามที่บรรจุของเหลวสีดำภายในมือข้างหนึ่งและมืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ถือถุงน้ำแข็ง

คุณแม่วัย 39 ปีคนนี้ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีทำให้ภายนอกเธอดูไม่ต่างไปจากสาววัย 20 กว่า ๆ เลย โดยเธอคนนี้มีผมสั้นสีดำ, ไม่สวมใส่เครื่องประดับใด ๆ และแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสบาย ๆ คล้ายกับว่าเธอเป็นคนติดดิน

เซี่ยเฟยให้ความสนใจกับดวงตาของเธอเป็นพิเศษ เพราะดวงตาคู่นี้เป็นดวงตากลมโตที่ดูมีเสน่ห์ นอกจากนี้เธอยังเดินบิดเอวไปมาเหมือนกับงูคล้ายกับว่าเธอกำลังพยายามยั่วยวนผู้พบเห็นตลอดเวลา

เมื่อโจวหยูฉิงเดินมาจนถึงแบ็ตตี้เธอก็พยายามประคองสามีขึ้นมานั่งพร้อมกับยื่นซุปในมือให้สามีดื่ม

“ดื่มซุปแก้เมาค้างหน่อยไหม? มันจะช่วยให้คุณอาการดีขึ้น” โจวหยูฉิงพูดขึ้นมาเบา ๆ และถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะฟังผ่านเครื่องดักฟัง แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวน

ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะเป็นนางจิ้งจอกชัด ๆ!

หลังจากแบ็ตตี้ดื่มซุปแก้อาการเมาค้างเข้าไปแล้ว โจวหยูฉิงก็เอาผ้าประคบน้ำแข็งมาประคบที่หน้าผากของสามีเพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้น

“ปาล์มกลับไปที่ห้องของลูกก่อน” โจวหยูฉิงหันไปพูดกับลูกชาย

ปาล์มที่กำลังน้ำลายไหลยืดหันไปมองแม่ของเขาเป็นเวลานานมาก ก่อนที่จะลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มโง่ ๆ และกำลังจะเดินจากไป

“ปาล์มแม่เคยสอนว่ายังไง!” โจวหยูฉิงพูดขึ้นมาด้วยเสียงดุเมื่อเห็นลูกชายกำลังจะจากไปเฉย ๆ

ปาล์มกระพริบตาปริบ ๆ โดยไม่รู้ว่ามารดาของเขากำลังพยายามจะสื่ออะไร เพราะท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองหรือการสื่อสารของเขาก็แย่มาก

“พูดว่า ‘ราตรีสวัสดิ์’” โจวหยูฉิงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“รา…ตี…สา…วาด” ปาล์มพูดขึ้นมาอย่างตะกุกตะกักหลังจากใช้เวลาเกาหัวอยู่นาน

“พอเถอะอย่าไปทรมานเขาเลย เธอก็รู้ว่าสมองของเขาไม่ดี” แบ็ตตี้กล่าวขึ้นมาอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย

แม้ว่าโจวหยูฉิงจะเข้มงวดกับลูกชายของตัวเองมาก แต่เธอก็เอาอกเอาใจสามีของตัวเองเป็นอย่างดี

หากใครได้มามองเห็นภาพนี้พวกเขาก็จะสามารถสัมผัสได้ในทันทีว่าการกระทำของเธอเป็นเพียงแค่การแสดง เพราะมันไม่ใช่การแสดงออกของผู้หญิงตามปกติเลย ดังนั้นการที่เธอทำแบบนี้มันก็หมายความว่าเธอได้มีเจตนาแอบแฝง

หลังจากปาล์มกลับเข้าไปภายในห้องของเขาแล้ว โจวหยูฉิงก็เข้าไปออดอ้อนแบ็ตตี้เหมือนกับลูกแมวและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันมีเสน่ห์ที่เย้ายวน

“เป็นเพราะว่าเขาหัวไม่ดีฉันเลยจำเป็นจะต้องเข้มงวดกับเขา ถ้าหากว่าในอนาคตฉันเป็นอะไรไปปาล์มจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีคนดูแล เด็กคนนั้นช่างน่าสงสารจริง ๆ ตั้งแต่เขาเกิดขึ้นมาเขาก็ไม่เคยมีอะไรเป็นของตัวเองเลย”

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยและอยากจะมอบรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมให้กับหญิงสาวคนนี้จริง ๆ

หากผู้หญิงคนใดฉลาดมากพอพวกเธอจะรู้ว่าอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้หญิงไม่ใช่รูปร่างหน้าตาที่สวยงามแต่เป็นการปรนนิบัติสามีเป็นอย่างดี

เห็นได้ชัดเลยว่าโจวหยูฉิงสามารถใช้อาวุธของเธอได้อย่างคล่องมือ ดังนั้นถึงแม้ว่าแบ็ตตี้จะโกรธมากแค่ไหนแต่เขาก็ไม่สามารถจะพาลเข้าใส่หญิงสาวคนนี้ได้

“ฉันซื้อกองทุนเอาไว้ในชื่อของปาล์มแล้วไม่ใช่หรอ เงินในกองทุนนั้นมากพอที่จะทำให้เขาใช้จ่ายหาคนดูแลไปได้ตลอดชีวิต เธอไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอก” แบ็ตตี้กล่าว

จู่ ๆ โจวหยูฉิงก็เปลี่ยนวิธีการแสดงเป็นนางสำออยที่กำลังเรียกร้องความสงสาร

“บางทีแค่เขามีเงินก็อาจจะยังไม่พอ”

“แล้วเธอจะต้องการอะไรอีก?” แบ็ตตี้ถาม

โจวหยูฉิงใช้มือลูบหน้าอกของแบ็ตตี้อย่างเย้ายวนก่อนที่จะพูดกระซิบขึ้นมาเบา ๆ ว่า

“สำหรับฉันขอแค่คุณอยู่กับฉันไปในทุก ๆ วันมันก็พอแล้ว แต่สำหรับปาล์มถึงยังไงเขาก็เป็นทายาทของตระกูลเจี่ยน แล้วคุณสามารถทนดูเขาเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิตได้จริง ๆ หรอ?”

ระหว่างบทสนทนาโจวหยูฉิงได้แสดงความสามารถในฐานะนักแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการบีบน้ำตาและการพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือคล้ายกับเธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่น่าสงสารและมีความในใจที่ไม่กล้าจะบอกใคร

คำพูดพวกนี้ถึงกับทำให้แบ็ตตี้พูดไม่ออก เพราะการที่เขาไม่สามารถนำสองแม่ลูกเข้าไปในตระกูลเป็นความเจ็บปวดภายในใจของเขาเสมอมา และความเจ็บปวดนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับความพิการของเขาโดยตรง มันจึงกลายเป็นภาพที่ดูเหมือนกับจะสวยงามแต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความหดหู่

หลังจากเงียบไปนานแบ็ตตี้ก็ถอนหายใจก่อนที่จะตอบออกไปว่า

“เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวพวกเราค่อยคุยกันทีหลัง”

ทันใดนั้นโจวหยูฉิงก็ทำการเคลื่อนไหวที่ทำให้ทุกคนต้องประหลาดใจอีกครั้ง เพราะมันได้มีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเธอก่อนที่เธอคนนี้จะกอดแบ็ตตี้เอาไว้แน่น

“ขอบคุณนะคะที่ตามใจฉันเสมอ ฉันดีใจที่ได้เป็นผู้หญิงของคุณและจะรักคุณตลอดไป”

สำหรับผู้ชายทุกคนแล้วคำพูดพวกนี้ก็เป็นสิ่งที่หาฟังได้ยากมาก และถึงแม้ว่าปัจจุบันแบ็ตตี้จะไม่ใช่ผู้ชายที่สมบูรณ์แต่เขาก็ยังรู้สึกประทับใจกับคำพูดของภรรยาอยู่ดี

“ไม่ต้องห่วง ฉันได้ยินมาว่าอีกไม่นานพ่อจะกลับมาแล้ว เดี๋ยวฉันจะเล่าเรื่องของเราให้พ่อฟัง” แบ็ตตี้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นพร้อมกับใช้มือลูบศีรษะภรรยาอย่างแผ่วเบา

โจวหยูฉิงร้องไห้หนักมากขึ้นกว่าเดิมราวกับว่าเธอรู้สึกปลาบปลื้มใจกับคำพูดของแบ็ตตี้

เซี่ยเฟยอยากจะปรบมือให้กับฉากแสดงตรงหน้าจริง ๆ เขารู้สึกว่าเขาประเมินผู้หญิงคนนี้ต่ำเกินไปเพราะทักษะการแสดงของเธอมันอยู่ในระดับจักรวาล

แต่ทันใดนั้นเองมันก็ดูเหมือนหลิงหยุนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เขาจึงลุกขึ้นมาจากเก้าอี้และอุทานออกมาเสียงดัง

“แย่แล้ว! น้องสามกำลังตกอยู่ในอันตราย!!”

***************

จบบทที่ ตอนที่ 165: นักแสดงยอดเยี่ยม

คัดลอกลิงก์แล้ว