- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นคุณพ่อลูกอ่อนในต้าถัง
- บทที่ 51 - ท่านปู่เคราดกผู้น่ารัก
บทที่ 51 - ท่านปู่เคราดกผู้น่ารัก
บทที่ 51 - ท่านปู่เคราดกผู้น่ารัก
บทที่ 51 - ท่านปู่เคราดกผู้น่ารัก
ผู้แปล : ขอปรับเปลี่ยนบริบทการสนทนา นับจากบทนี้ครับ
กลุ่มคนในโรงเตี๊ยมอวิ๋นไหลต่างพากันถือข้าวของวิ่งกรูกันออกไปทางประตูหลังด้วยความตื่นตระหนก ทว่าเมื่อเปิดประตูออกไป ทุกคนกลับต้องยืนตะลึงงัน สิ่งที่มาเยือนมิใช่เสือเพียงตัวเดียว แต่เป็นเสือคู่หนึ่ง ตัวหนึ่งตามตัวเต็มไปด้วยบาดแผล นั่นคือเสือตัวผู้ที่เคยเจอมาก่อน ส่วนอีกตัวหนึ่งมีลูกเสือตัวน้อยยืนอยู่บนหลัง นั่นย่อมเป็นแม่เสือที่เพิ่งตกลูก
สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงมิใช่จำนวนของเสือ แต่เป็นการกระทำของพวกมัน กวางดาวตัวใหญ่อ้วนพีถูกวางไว้ที่ประตูหลังของโรงเตี๊ยมตระกูลตู้ ดูจากรอยเลือดแล้ว คาดว่าคงเพิ่งตายได้ไม่ถึงหนึ่งวัน
"เถ้าแก่ ครอบครัวเสือโคร่งพวกนี้คงไม่ได้มาตอบแทนบุญคุณหรอกกระมัง" ต้าหู่ผู้เป็นลูกจ้างเอ่ยขึ้น
ตู้เส้าชิงมองดูลูกเสือในอ้อมกอดของบุตรสาว ในใจก็จนปัญญา ไม่รู้ว่าพวกมันมาตอบแทนบุญคุณ หรือมาไถ่ตัวลูกคืนกันแน่
ทันใดนั้นลูกเสือในอ้อมกอดของซวนซวนก็ดิ้นหลุดลงมา แล้ววิ่งปรู๊ดตรงเข้าไปหาพ่อแม่ของมัน ส่วนลูกเสือตัวน้อยบนหลังแม่เสือก็กระโดดลงมาเช่นกัน ไม่นานลูกเสือทั้งสองตัวก็วิ่งไล่หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
"ว้าว ยังมีเสี่ยวเหมียวเหมียวอีกตัวหนึ่งหรือนี่ ท่านพ่อ คราวนี้มีเสี่ยวเหมียวเหมียวสองตัวมาเล่นกับซวนซวนแล้ว
จริงสิท่านอาหนวดดก มีเพิ่มมาอีกตัวหนึ่ง เวลาท่านทำอาหารให้ข้า ต้องทำ หนึ่ง สอง สาม ทำสามที่นะเจ้าคะ ให้เสี่ยวเหมียวเหมียวอีกสองตัวคนละที่ด้วย" นางพูดพลางกางนิ้วมือน้อยๆ นับจำนวน
ได้ฟังเสียงเจื้อยแจ้วอันน่าเอ็นดูของแม่นางน้อย ทุกคนแทบจะล้มทั้งยืน แม่คุณเอ๋ย นี่มันสถานการณ์ใดกัน ต่อหน้าพ่อแม่เสือแท้ๆ เจ้ายังคิดจะจับลูกเขามาเป็นสัตว์เลี้ยงอีกหรือ
ตู้เส้าชิงอุ้มลูกสาวขึ้นมาแล้วอธิบายว่า "นี่ไม่ใช่เหมียวเหมียว นี่คือลูกเสือสองตัว ตอนนี้พ่อแม่เขามารับแล้ว เสี่ยวเหมียวเหมียวของเจ้าต้องกลับบ้านแล้วนะ"
"หา ท่านพ่อ อย่าให้เสี่ยวเหมียวเหมียวกลับบ้านได้หรือไม่ ซวนซวนยังเล่นกับมันไม่จุใจเลย..." แม่หนูน้อยพยายามกลั้นน้ำตาเอ่ยถาม
"คงไม่ได้หรอก เจ้าลองคิดดูสิ หากไม่มีพ่อแม่ เสี่ยวเหมียวเหมียวจะคิดถึงบ้านเพียงใด ให้มันกลับไปเถิด วันหน้าพ่อจะหาเสี่ยวเหมียวเหมียวตัวจริงมาให้เจ้าเล่น"
ทุกคนนึกว่าเด็กน้อยจะร้องไห้งอแง แต่ผิดคาด นางเพียงพยักหน้าด้วยความเศร้าสร้อย ซบหน้าลงกับไหล่บิดาเงียบกริบ ตู้เส้าชิงเข้าใจดี ลูกสาวของตนเป็นเด็กรู้ความ ตัวนางเองไม่มีมารดา ย่อมทำใจให้ลูกเสือไม่มีมารดาไม่ได้
ทันใดนั้นเสือตัวผู้ก็ส่งเสียงคำรามต่ำใส่แม่เสือข้างกาย ลูกเสือสองตัวหยุดเล่นหยอกล้อ ทุกคนต่างงุนงงว่าพวกมันจะทำอะไร
เห็นเพียงแม่เสือเดินเข้าไปเลียลูกของมันอย่างรักใคร่ จากนั้นใช้หัวขนาดมหึมาดุนลูกเสือตัวหนึ่งออกมา ดันมาทางฝั่งตู้เส้าชิง
"หือ อะไรกัน หรือว่าพวกมันจะยกลูกให้เราหรือ" ตู้เส้าชิงประหลาดใจ พลางคาดเดาในใจ หรือว่าเมื่อสองวันก่อนเสือพวกนี้จงใจทิ้งลูกเสือไว้ที่นี่
เป็นดังคาด ลูกเสือตัวน้อยพยายามจะวิ่งกลับไปซุกอกแม่หลายครั้ง แต่ก็ถูกแม่เสือดันกลับมา ท้ายที่สุดลูกเสือตัวน้อยจึงจำต้องเดินมาทางตู้เส้าชิงอย่างอาลัยอาวรณ์ เดินก้าวหนึ่งหันกลับไปมองสามครั้ง ทุกคนถึงได้ปักใจเชื่อว่าเป็นการยกลูกให้จริงๆ
ตู้เส้าชิงลองหยั่งเชิงถามดู "ต้าหู่ เจ้าจะยกลูกให้พวกเราจริงหรือ"
ต้าหู่ที่เป็นลูกจ้างเกือบจะขานรับแล้ว แต่พอได้ยินเสียงเสือคำรามต่ำตอบรับ เขาถึงนึกได้ว่าเถ้าแก่คุยกับเสืออยู่ เถ้าแก่ฟังภาษาสัตว์รู้เรื่องด้วยหรือนี่ ดูเจ้าเสือนั่นยังตอบรับอย่างรู้ความเสียด้วย
ท่ามกลางสายตางุนงงของทุกคน เสือสองตัวพาลูกเสืออีกตัวกลับเข้าป่าไป ส่วนซวนซวนก็ยิ้มออกทั้งน้ำตา ในอ้อมกอดมีเสี่ยวเหมียวเหมียวของนางอีกครั้ง ทุกคนแยกไม่ออกว่าลูกเสือตัวไหนเป็นตัวไหน ไม่รู้ว่าทำไมนางถึงมั่นใจนักว่าเป็นตัวเดิม
ภายหลังอาสามตู้ได้อธิบายว่า "เสือครอกหนึ่งตกลูกหนึ่งถึงสามตัว ลูกเสือสามปีจึงจะโตเต็มวัย ภาษิตว่าหนึ่งภูผาไม่ไร้เสือสองตัว เว้นแต่ตัวผู้และตัวเมีย ครั้งนี้ลูกเสือเป็นตัวผู้ทั้งคู่ ดังนั้นไม่ช้าก็เร็วต้องถูกไล่ออกจากอาณาเขต นี่คงเป็นเหตุผลที่เสือยอมตัดใจส่งลูกมาให้ตัวหนึ่ง อีกทั้งการเหลือไว้เพียงตัวเดียวย่อมเติบโตเป็นพยัคฆ์ร้ายที่แข็งแกร่งกว่า สอดคล้องกับวิถีแห่งการอยู่รอดของสัตว์ป่า"
นับแต่นั้นมา โรงเตี๊ยมอวิ๋นไหลก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง และเป็นสมาชิกที่ตัวติดกับแม่หนูซวนซวนตลอดเวลา
เช้าสายวันหนึ่ง ด้านหน้าโรงเตี๊ยม ซวนซวนตัวน้อยกำลังกล่อมลูกเสืออย่างอดทน "เสี่ยวเหมียวเหมียวเด็กดี อย่าคิดถึงพ่อแม่เลยนะ พี่สาวจะหาของอร่อยให้กิน พี่สาวเองก็หาท่านแม่ไม่เจอเหมือนกัน แต่พอมีของอร่อยกินก็มีความสุข กินไข่ตุ๋นสิ กินไข่ตุ๋นแล้วจะไม่คิดถึงนาง"
ไม่รู้ว่าคำพูดนี้พูดให้ลูกเสือฟัง หรือพูดปลอบใจตนเองกันแน่ แต่เจ้าลูกเสือฟังไม่เข้าใจสักคำ สองตาฉายแววมึนงง ส่วนลูกจ้างที่กวาดพื้นอยู่ด้านหน้าได้ยินเข้าถึงกับปวดใจ องค์หญิงน้อยผู้นี้น่ารักจิตใจดี ไม่มีใครไม่ชอบ แต่กลับต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่เล็ก ช่างน่าสงสารนัก
ทันใดนั้น ด้านนอกมีเสียงรถม้าและเสียงคนจอแจ ดังเข้ามา จากนั้นเสียงห้าวใหญ่ก็ดังสนั่นขึ้นกลางโถงโรงเตี๊ยม "เถ้าแก่ตู้ หมอเทวดาตู้ ผู้เฒ่าเฉิงกลับมาแล้ว ฮ่าๆๆๆ รีบยกสุราดีอาหารเลิศรสมาเร็วเข้า"
ที่แท้เป็นเจ้าปีศาจเฒ่าพาฉินฉยงมารักษาอาการป่วย พร้อมกับขบวนรถม้าซึ่งเป็นของพระราชทานที่ทางการมอบให้ตู้เส้าชิง
ฉินฉยงที่เดินตามเฉิงเหยาจินเข้ามาเอ่ยปรามว่า "เหยาจิน ที่นี่มีเด็กอยู่ด้วย เจ้าทำตัวเช่นนี้เดี๋ยวเด็กจะตกใจกลัว"
ซวนซวนเงยหน้าขึ้นมอง แล้วร้องอุทาน "ท่านปู่เคราดกมาอีกแล้ว"
เฉิงเหยาจินนึกถึงเรื่องที่เคยทำให้แม่หนูน้อยขุ่นเคือง จึงรีบทำเสียงอ่อนโยน "ไม่หรอกไม่หรอก ซวนซวนน้อย เจ้าอย่าได้กลัวไปเลยนะ"
แม่หนูน้อยกลอกตาไปมา กอดเสี่ยวเหมียวเหมียวเดินจ้ำอ้าวเข้าไปหาเฉิงเหยาจิน ตายิ้มหยีเป็นสระอิ ส่ายหน้าดิกกล่าวว่า "ไม่กลัวไม่กลัว ท่านปู่เคราดกน่ารักจะตาย ซวนซวนชอบยิ่งนักเจ้าค่ะ
ท่านหิวหรือยังเจ้าคะ อยากกินไข่ตุ๋นอีกหรือไม่"
เอ่อ... เฉิงเหยาจินถึงกับพูดไม่ออก ในใจคิดว่าแต่ก่อนเด็กคนนี้เห็นหน้าข้าเป็นต้องวิ่งหนี ไฉนวันนี้ถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไข่ตุ๋นหรือ ทำไมถึงพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ยังจำเรื่องที่ข้าแย่งของกินได้อยู่อีกหรือนี่
"ไม่เป็นไร ปู่ไม่หิว ไม่กินหรอก" เฉิงเหยาจินโบกมือแก้เก้อ
แต่แม่หนูน้อยไม่ยอม "ไม่ได้นะเจ้าคะ ซวนซวนจำได้ว่าท่านปู่เคราดกชอบกินไข่ตุ๋นที่สุด ข้าจะให้ท่านอาต้าหู่ทำให้เดี๋ยวนี้เลย ทำชามใหญ่ๆ ให้ท่านกินจนอิ่มแปล้เลยเจ้าค่ะ"
พูดจบก็ซอยเท้าสั้นๆ วิ่งกลับหลังร้านไป ปากก็ตะโกนไปด้วยว่า "ท่านอาต้าหู่ ท่านปู่เคราดกมาอีกแล้ว รีบทำไข่ตุ๋นชามใหญ่ๆ ให้ท่านปู่เคราดกเร็วเข้า
จริงสิ ทำให้เสี่ยวเหมียวเหมียวของซวนซวนด้วยอีกชามหนึ่งนะ เอาแบบเดียวกับของท่านปู่เคราดกเลย"
เด็กน้อยนั้นไร้เดียงสา แต่เฉิงเหยาจินกลับหน้าม้าน พอเห็นเด็กกระตือรือร้นเช่นนี้ กำลังจะเอ่ยปากชมสักหน่อย แต่พอได้ยินประโยคถัดมา เฉิงเหยาจินก็อดบ่นพึมพำมิได้ "เด็กคนนี้ช่างเจ้าคิดเจ้าแค้นนัก แค่แย่งของกินครั้งเดียว
ถึงกับให้พ่อครัวทำอาหารแมวมาให้ข้ากิน ใครสั่งใครสอนกันนะ ซนยิ่งกว่าเจ้าลูกชายสามตัวที่บ้านข้าตอนเด็กเสียอีก"
ฉินฉยงที่อยู่ข้างๆ ได้ยินถึงกับหลุดขำออกมา "น้องรัก เจ้าไปก่อกรรมทำเข็ญอันใดไว้ เด็กถึงได้แกล้งเจ้าเช่นนี้ จะให้เจ้ากินอาหารแมวที่เรียกว่าไข่ตุ๋นกระนั้นรึ"
"พี่รอง ไข่ตุ๋นมิใช่อาหารแมว มันทำจากไข่ไก่ รสชาติโอชะหาใดเปรียบ..."
"พอเถอะ เมื่อครู่นางบอกเองว่า จะทำให้เจ้าและเสี่ยวเหมียวเหมียวคนละชุด ของที่แมวกินกับคนที่คนกินจะเหมือนกันได้อย่างไร"
เฉิงเหยาจิน "ข้า..."