- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นคุณพ่อลูกอ่อนในต้าถัง
- บทที่ 41 - จิตเมตตาปล่อยวาง
บทที่ 41 - จิตเมตตาปล่อยวาง
บทที่ 41 - จิตเมตตาปล่อยวาง
บทที่ 41 - จิตเมตตาปล่อยวาง
ผู้แปล : องค์หญิงจั่งเล่อ > องค์หญิงฉางเล่อ
ระหว่างที่อาสามตู้กำลังเล่าเรื่องราวอยู่นั้น ตู้เส้าชิงก็ให้คนนำล่วมยาที่เขาเตรียมไว้ตอนขึ้นเขาออกมา เขาทำการทำแผลให้ผู้เป็นอาอย่างง่ายๆ เนื่องจากบนเขานั้นเครื่องไม้เครื่องมือไม่พร้อม จึงทำได้เพียงปฐมพยาบาลเบื้องต้น เคราะห์ดีที่อาสามตู้ร่างกายกำยำแข็งแรงอยู่ในวัยฉกรรจ์ แม้บาดแผลทั่วร่างจะดูน่ากลัวเพียงใด แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงแผลภายนอกและเลือดได้หยุดไหลแล้ว
เมื่อเห็นหลานชายมีความสามารถเช่นนี้ อาสามตู้ก็อดทึ่งในใจมิได้ เขาเข้าป่าไปนานวันจึงไม่รู้ว่าทางบ้านเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นบ้าง
"ต้าหลาง เจ้าพอจะมีวิธีรักษาแม่เสือตัวนี้หรือไม่? หากไม่ช่วยมัน เกรงว่ามันคงไม่รอด และลูกเสือสองตัวนี้ก็คงไม่รอดเช่นกัน" อาสามตู้เอ่ยถามขึ้น
คำพูดนี้ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างงุนงง พรานจางรีบเอ่ยขัดขึ้นว่า "พี่สาม เจ้าลายพาดกลอนตัวนี้ทำพี่เกือบตาย ไฉนพี่ถึงยังจะช่วยมันอีก? ข้าว่าฆ่ามันทิ้งเสียพร้อมกับตัวผู้ข้างนอกนั่นแหละ นำกลับไปขายได้เงินโขอยู่นะ"
"ใช่ๆ หนังเสือสมบูรณ์หนึ่งคู่ นำไปขายข้างนอกอย่างน้อยก็ได้เงินถึงยี่สิบตำลึง พอๆ กับรายได้ของข้าหลายปีเชียวหนา" ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกล่าวด้วยความอิจฉา
แม้แต่ตู้เส้าหมิงก็ยังกล่าวเสริมว่า "นั่นสิขอรับท่านพ่อ เสือมันเกือบจะกินท่าน พวกเราฆ่ามันล้างแค้นย่อมเป็นเรื่องที่ถูกที่ควร"
อาสามตู้ไม่อาจกล่าววาจารุนแรงกับเพื่อนบ้านได้ แต่เมื่อเห็นบุตรชายของตนกระโดดออกมาพูดจาไม่รู้ความ เขาจึงตวาดเสียงเข้มทันที "พูดจาเหลวไหลอันใดกัน? เจ้าจะไปรู้อะไร? เสือแม้จะเป็นสัตว์เดรัจฉานแต่ก็มิใช่ไร้จิตใจ พวกเราแม้เป็นพรานแต่ก็มิใช่คนโหดเหี้ยมที่จะทำเงินจากทุกสิ่ง
ตอนติดอยู่ในถ้ำข้าคิดทบทวนดูแล้ว เสือตัวผู้ข้างนอกนั่นคงเห็นว่าตัวเมียใกล้จะตกลูก จึงต้องออกไปล่าเหยื่อมาดูแลลูกเมีย ครั้นมาเจอพวกเราสามคนจึงจำต้องสู้เพื่อปกป้องครอบครัว หากเป็นเวลาปกติ เสือร้ายเจอพรานสามคนย่อมต้องหลบหนีไปเงียบๆ ไม่เอาชีวิตเข้าแลกเช่นนี้ดอก"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ อาสามตู้ก็หันไปมองพรานอีกสองคน ทั้งคู่ต่างก็มีสีหน้าครุ่นคิด
"หากมิใช่เพราะแม่เสือและลูกเสือสองตัวนี้ ข้าคงทนมาไม่ถึงป่านนี้ เสือยังมีน้ำใจ คนจะไร้คุณธรรมได้อย่างไร
อีกอย่าง พวกเราพรานป่าหากินกับการล่าสัตว์ร้าย สัตว์ร้ายจะล่าเราเป็นอาหารบ้างก็ถือเป็นกฎแห่งธรรมชาติ ดังนั้นเสือตัวข้างนอกนั่น ข้าไม่โกรธแค้นมัน"
เมื่อเห็นอาสามผ่านความเป็นความตายมาจนปลงตกได้เช่นนี้ ตู้เส้าชิงก็พยักหน้ากล่าวชื่นชม "ฟังอาสามเถิด ปล่อยครอบครัวเสือนี้ไป อาการบาดเจ็บของท่านสาหัสต้องรีบกลับไปรักษา ท่านพักผ่อนเถิด อย่าเพิ่งพูดมากความ"
อาสามตู้มองดูหลานชายคนโตแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดี! อาสามเองก็คิดตกแล้ว จากนี้ไปจะไม่ล่าสัตว์ตัดชีวิตอีก เจ้าอยากให้อาไปช่วยงานที่โรงเตี๊ยมไม่ใช่หรือ? กลับไปคราวนี้อาจะตั้งใจขายหมั่นโถว ช่วยเจ้าดูแลโรงเตี๊ยมเอง
เจ้ากับเจ้ารองจะได้วางใจร่ำเรียนหนังสือ วันหน้าจะได้ไปสอบขุนนางอีกครั้ง นี่คือความปรารถนาของพี่ใหญ่มาตลอด"
"เอาล่ะๆ อาสาม ข้าฟังท่านทุกอย่าง ท่านอย่าเพิ่งพูดเลย พักผ่อนเถิด
ข้ารักษาแม่เสือตัวนี้เสร็จแล้วเราค่อยกลับบ้านกัน" ตู้เส้าชิงเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง
แม้ตู้เส้าชิงจะไม่ใช่สัตวแพทย์ แต่ความรู้พื้นฐานเขาก็พอมีอยู่บ้าง ปัญหาหลักของแม่เสือคือเสียเลือดมากขณะคลอดลูกทำให้ร่างกายอ่อนแอเกินไป เขาจึงทำแผล ใส่ยาห้ามเลือด และนำอาหารไปป้อนมันเล็กน้อย เมื่อเห็นลมหายใจของแม่เสือเริ่มสม่ำเสมอ ผู้คนต่างก็ประจักษ์ในวิชาแพทย์ของตู้เส้าชิง ขนาดสัตว์เดรัจฉานเขายังรักษาได้ ช่างมีฝีมือจริงๆ
อาสามตู้ค่อยๆ วางลูกเสือสองตัวในอ้อมอกลงใต้ท้องแม่เสืออย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วปลุกแม่เสือให้ตื่น แม้ลูกเสือจะยังเล็กจนลืมตาไม่ได้ แต่เมื่ออยู่ในอ้อมกอดแม่ก็สงบลงอย่างว่าง่าย ราวกับได้กลิ่นน้ำนม ไม่นานพวกมันก็มุดเข้าใต้ท้องแม่ดูดนมอย่างเอร็ดอร่อย
ทุกคนช่วยกันหามอาสามตู้ออกจากถ้ำ ที่ปากถ้ำมีเพียงเจ้าปีศาจเฒ่านั่งอยู่บนโขดหินมองดูซากเสือที่นอนหายใจรวยรินอยู่
"ผู้ใดคือเถ้าแก่ตู้แห่งโรงเตี๊ยมอวิ๋นไหล? ข้ามีเรื่องจะไหว้วาน เสือตัวนี้ถือเสียว่าเป็นของกำนัลพบหน้าจากข้าก็แล้วกัน" เจ้าปีศาจเฒ่าชี้ไปที่เสือบนพื้นแล้วกล่าวอย่างโผงผาง
ตู้เส้าชิงประสานมือคารวะ ไม่เปิดเผยฐานะของอีกฝ่ายต่อหน้าผู้คน เพียงกล่าวอย่างสุภาพว่า "ท่านผู้กล้าเกรงใจไปแล้ว ขอบคุณท่านผู้กล้าที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือพวกเราปราบเสือช่วยคน ตู้เส้าชิงซาบซึ้งใจยิ่งนัก มีธุระอันใดพวกเรากลับไปคุยกันที่โรงเตี๊ยมเถิด
ตอนนี้ขอข้าดูอาการเสือตัวนี้ก่อน มันจะตายไม่ได้ มิเช่นนั้นลูกเมียในถ้ำคงต้องกลายเป็นกำพร้าและแม่หม้าย"
ว่าแล้วตู้เส้าชิงก็เข้าไปตรวจดูอาการบาดเจ็บของเสือ เฉิงเหยาจินเห็นดังนั้นจิตใจถึงกับปั่นป่วนสับสน นี่มันเรื่องอันใดกัน? เมื่อครู่พวกเจ้ายังรุมฆ่าเสือกันอยู่เลย ข้าเห็นเช่นนั้นถึงได้กระโดดเข้ามาช่วย แต่ตอนนี้พวกเจ้ากลับบอกว่ามันห้ามตาย? เจ้าจะช่วยชีวิตมัน? เสือตัวนี้บ้านเจ้าเลี้ยงไว้หรือไร?
อย่าได้มาโทษว่าข้าลงมือหนักจนทำเสือตาย แล้วพาลปฏิเสธไม่ยอมช่วยข้าเชียวนา คิดได้ดังนั้นเฉิงเหยาจินก็นั่งไม่ติด ลุกขึ้นมองดูตู้เส้าชิงรักษาเสือ เดินไปเดินมาด้วยความว้าวุ่นใจ
"พี่ใหญ่ ตรงนี้มีเลียงผาป่าที่เสือล่ามาได้ตัวหนึ่ง หรือว่าพวกเราจะกินกันที่นี่เลย ตอนนี้กว่าจะกลับถึงก็ต้องใช้เวลาอีกวัน ท่านพ่อคงไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว" ตู้เส้าหมิงเห็นซากเลียงผาบนพื้นก็เกิดความคิดขึ้นมา
เมื่อสิ้นคำ ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นพ้อง บรรดาลิ่วล้อโจรกลับใจรีบอาสาแล่เนื้อล้างทำความสะอาด คนอื่นๆ ก็อารมณ์ดี การออกมาครั้งนี้ถือว่าบรรลุภารกิจ ในที่สุดทุกคนก็จะได้กินข้าวร้อนๆ อย่างสบายใจเสียที
พรานจางกับพรานหลิวเกรงว่าเลียงผาตัวเดียวจะไม่พอกินสำหรับคนยี่สิบกว่าคน จึงออกไปล่าสัตว์แถวนั้นเพิ่มมาอีกสองสามตัว ดังนั้นทุกคนจึงจัดงานเลี้ยงเนื้อย่างฉลองชัยกันหน้าถ้ำเสือ ตู้เส้าชิงจิตใจเมตตา ยังแบ่งเนื้อสุกไปให้เสือสองผัวเมียที่บาดเจ็บกินด้วย
ขามานั้นยากลำบากแสนเข็ญ แต่ขากลับนั้นสบายกว่ามาก เป้าหมายชัดเจน เส้นทางคุ้นเคย ดังนั้นใช้เวลาไม่ถึงวันทุกคนก็หามอาสามตู้กลับมาถึง เมื่อขบวนแห่เข้าสู่ตัวเมือง ชาวบ้านเกือบพันคนต่างออกมามุงดู ยี่สิบกว่าคนนี้คือวีรบุรุษผู้ไปช่วยคน สมควรได้รับการต้อนรับเยี่ยงผู้ชนะ
อาสะใภ้สามอุ้มหนูน้อยซวนซวนน้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตัน มองดูสามีที่เต็มไปด้วยบาดแผลจนพูดไม่ออก นางมีความคิดเพียงอย่างเดียว ขอแค่คนยังมีชีวิตอยู่ ต่อให้ครึ่งชีวิตหลังต้องพิการนางก็ไม่กลัว
เมื่อถึงโรงเตี๊ยม ตู้เส้าชิงไม่กล้าชักช้า รีบจัดเตรียมห้องว่างห้องหนึ่ง แล้วลงมือจัดการบาดแผลให้อาสามด้วยตนเอง เวลาผ่านไปสามวันแล้ว แม้เลือดจะหยุดไหล แต่บนเขาไม่มีอุปกรณ์ หากไม่รีบรักษา แผลอาจติดเชื้อได้
"อาสะใภ้สาม ไปเตรียมเข็มกับด้ายมา ต้าหู่ ต้มน้ำร้อนสะอาดหนึ่งหม้อเดี๋ยวนี้ ใช้น้ำบ่อที่ใสบริสุทธิ์ที่สุดนะ
เส้าหมิง ไปเอาสุราฤทธิ์แรงไหสุดท้ายมา"
ตู้เส้าชิงเปรียบประดุจแม่ทัพผู้บัญชาการ สั่งการทีละขั้นตอนอย่างมั่นคง เฉิงเหยาจินแอบชื่นชมในใจ เถ้าแก่โรงเตี๊ยมผู้นี้รู้วิชาแพทย์ด้วยหรือ? เพียงแต่ทักษะเหล่านี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
แต่เมื่อได้ยินคำว่า 'สุราฤทธิ์แรงไหสุดท้าย' เขาก็นั่งไม่ติด ไหสุดท้าย? จะเป็นไปได้อย่างไร? ข้ามาที่นี่ก็เพื่อสิ่งนี้ ไม่ได้การ ข้าต้องขวางพวกเขา สุราไหนี้เป็นของพี่รองฉิน ใครหน้าไหนก็แตะต้องไม่ได้