- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นคุณพ่อลูกอ่อนในต้าถัง
- บทที่ 26 - ก็แค่นั้น
บทที่ 26 - ก็แค่นั้น
บทที่ 26 - ก็แค่นั้น
บทที่ 26 - ก็แค่นั้น
ณ ห้องรับแขกเรือนหลังตระกูลตู้ ซ่งจู่ปู้แห่งกั๋วจื่อเจี้ยนลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห สะบัดแขนเสื้อแค่นเสียง "ไม้ผุ ไม้ผุยากจะแกะสลักจริงๆ ช่างเถอะ ช่างเถอะ เจ้าจงเป็นพ่อค้าหน้าเลือดอยู่ที่นี่ต่อไปเถิด กั๋วจื่อเจี้ยนไม่เหมาะกับเจ้าหรอก"
กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป ซ่งจู่ปู้ที่มีสีหน้าโกรธเกรี้ยวเดินมาถึงลานหน้าบ้าน ก็สวนทางกับเฉิงชู่ม่อทั้งสองพอดี ส่วนจางชูเฉินนั้นเข้าไปกินข้าวในครัวแล้ว
"ซ่งจู่ปู้ เป็นอย่างไรบ้าง? พี่ชายข้าผู้นี้มีความรู้ไม่ธรรมดาใช่ไหมล่ะ?" หลี่เจิ้นถามยิ้มๆ
"ข้าไม่รู้ว่าคุณชายหลี่เอาคำพูดนี้มาจากไหน? แต่จากการสอบทานของข้า เด็กคนนี้ดื้อด้านโง่เขลา ไม่น่าสั่งสอน อ่านตำรามาสิบกว่าปี ถามอะไรก็ไม่รู้เรื่องสักอย่าง ด้วยสติปัญญาแค่นี้ อย่าว่าแต่สอบตกสามครั้งเลย ต่อให้สามสิบครั้ง สอบจนแก่ก็ไม่ติด
ความเมตตาของฝ่าบาทที่รักในความสามารถผู้คนช่างน่าเลื่อมใส แต่ครั้งนี้ใช้กับคนผู้นี้ ช่างน่าเสียดายนัก ขอลา"
หลี่เจิ้นตกใจมาก ในใจไม่เข้าใจ จู่ๆ ทำไมผลถึงออกมาเป็นแบบนี้? พี่ตู้ความรู้กว้างขวาง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ผ่านแม้แต่การสอบเบื้องต้น หรือว่าซ่งจู่ปู้มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกับพี่ตู้? หรือว่าตู้เส้าชิงจงใจซ่อนคม?
ความจริงหากจะว่าไป ซ่งจู่ปู้ผู้นี้ก็มีอคติต่อตู้เส้าชิงอยู่บ้าง เขาเป็นปัญญาชน ได้ยินว่าฮ่องเต้คิดจะรับพ่อค้าเข้าเรียนในกั๋วจื่อเจี้ยน เขาก็ต่อต้านในใจอยู่แล้ว เขาเห็นว่านี่เป็นการลบหลู่ปราชญ์ในกั๋วจื่อเจี้ยน อย่างไรเสียบัณฑิต ชาวนา ช่างฝีมือ พ่อค้า พ่อค้านั้นต่ำต้อยที่สุด เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นของเงินทอง น่ารังเกียจ
แถมวันนี้พอได้เจอตู้เส้าชิง อีกฝ่ายก็แสดงออกอย่างพ่อค้าหน้าเลือด แถมก่อนหน้านี้ยังไปตบตีกับคนข้างหน้า ไม่เพียงเป็นพ่อค้าหน้าเงิน ยังเป็นพวกบ้าพลังหยาบคาย ดังนั้นซ่งจู่ปู้จึงไม่ชอบหน้าอยู่แล้ว พอตู้เส้าชิงทำข้อสอบไม่ได้ เขาก็ถือโอกาสระเบิดอารมณ์ทันที
เฉิงชู่ม่อตะโกนถาม "ซ่งจู่ปู้ รีบกลับไปทำไม? กินข้าวเสร็จค่อยไปสิ"
"ความเมตตาของฝ่าบาทถูกย่ำยีเช่นนี้ ข้าจะกินลงได้อย่างไร? ข้าขอตัวกลับไปรายงานผลก่อน" พูดจบก็เดินจ้ำอ้าวออกไป
ตู้เส้าชิงเดินออกมาจากเรือนหลังได้ยินเข้าพอดี นึกในใจว่าข้าไปทำอะไรให้ใครหรือ? เจ้าบ้านี่มาถึงก็สอบฉันทลักษณ์ สอบกาพย์กลอน ของพวกนี้ข้าจะไปทำเป็นที่ไหน? ไหนบอกว่ามีวิชาคำนวณด้วยไง? เจ้าดันหมดความอดทน ไม่สอบมันซะงั้น นี่มันแกล้งกันชัดๆ แน่จริงเจ้าลองออกโจทย์มาสิ?
หลี่เจิ้นถามตู้เส้าชิงด้วยความลำบากใจ "พี่ตู้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หรือท่านไปล่วงเกินซ่งจู่ปู้เข้า?"
"ข้าจะไปล่วงเกินเขาได้ไง? เขาเป็นขุนนางราชสำนัก ข้าเป็นแค่ชาวบ้านตาดำๆ จะไปกล้าดีได้อย่างไร? แต่วันนี้ได้เปิดหูเปิดตาแล้ว กั๋วจื่อเจี้ยนแห่งต้าถัง? ก็แค่นั้นแหละ! เห็นแค่นี้ก็รู้ไปถึงข้างใน คงมีแต่พวกหัวโบราณคร่ำครึไม่รู้จักพลิกแพลงกระมัง ก็ดี ข้าไม่อยากไปอยู่แล้ว แบบนี้ก็ถือว่าตัดปัญหาไปได้เปราะหนึ่ง"
หลี่เจิ้นได้ยินคำตอบก็ถอนหายใจ เสียดายโอกาสแทนเขา แต่เฉิงชู่ม่อที่อยู่ข้างๆ กลับพยักหน้าเห็นด้วย เถ้าแก่ตู้สรุปได้ตรงประเด็นจริงๆ ก็เป็นอย่างนั้นแหละ พวกหนอนหนังสือคร่ำครึไม่มีใครชอบหรอก
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ธุระเสร็จสิ้น พวกเราก็ขอลา วันหน้าว่างๆ จะมานั่งดื่มสุราพูดคุยกับพี่ตู้ใหม่" หลี่เจิ้นกล่าวตามมารยาท
ตู้เส้าชิงแปลกใจ "ทำไมรีบร้อนนัก? เดินทางมาเหนื่อยๆ ใกล้ถึงเวลากินข้าวแล้ว ไม่กินสักมื้อก่อนหรือ?"
หลี่เจิ้นและเฉิงชู่ม่อมองตากัน ยิ้มขมขื่นตอบว่า "งานรัดตัวไม่อาจล่าช้า วันหน้าเถิด"
ตู้เส้าชิงเดินไปส่งทั้งสองด้วยตัวเอง นึกย้อนเหตุการณ์วันนี้ ช่างรีบเร่งและเต็มไปด้วยเรื่องราวราวกับละครฉากหนึ่ง ลูกท่านหลานเธอสองคนนี้ลงทุนเดินทางมาเพื่อเอาเงินมาให้ตนโดยเฉพาะเลยหรือ?
แต่ก็โชคดีที่พวกเขามาทันเวลา ไม่อย่างนั้นนายอำเภอเจิ้งเฉิงคงรับมือยาก พลาดพลั้งอาจโดนจับเข้าคุก ถึงตอนนั้นคงพูดกันไม่รู้เรื่อง
ในครัว จางชูเฉินเอ่ยถาม "ไอ้หนูตู้ ข้าจำได้ว่าเหล้าเมื่อวานยังกินไม่หมด เจ้าซ่อนไว้ไหน? รีบเอาออกมา"
"ไม่ได้ซ่อน ก็วางอยู่ในครัวนั่นแหละ" ตู้เส้าชิงเดินเข้าไปดู อ้าว ว่างเปล่า ไหหายไปไหน? "นี่... ข้าวางไว้ตรงนี้ชัดๆ เมื่อเช้าตอนกินข้าวยังอยู่เลย เผลอแวบเดียวหายไปไหนแล้ว?"
พอเขาพูดขึ้นมา จางชูเฉินก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เห็นลูกชายเฉิงเหยาจินทำตัวลับๆ ล่อๆ แถวห้องครัว ไม่ต้องบอกก็รู้ แปดเก้าส่วนต้องเป็นเจ้านั่นขโมยไปแน่ ลูกหลานบ้านตระกูลเฉิงล้วนเป็นจอมมารน้อย ไปที่ไหนก็กินฟรีปล้นฟรีที่นั่น
"ช่างเถอะ ช่างเถอะ เมื่อวานเราตกลงกันแล้ว ข้าออกเงิน เจ้าทำเหล้าดีๆ มาให้ข้าเยอะๆ เจ้าคงไม่เบี้ยวหนี้นะ"
"จะเป็นไปได้อย่างไร? พี่สาวดูแลพวกเราขนาดนี้ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ถ้าข้ายังบ่ายเบี่ยง ก็อกตัญญูเกินไปแล้ว รออาสามข้ากลับมา ข้าจะให้เขาไปซื้อเหล้าในอำเภอมาล็อตใหญ่เลย" ตู้เส้าชิงตบ อกรับประกัน
จางชูเฉินแนะนำ "ไม่ได้สิ ใครจะรู้ว่าอาพรานของเจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่ ข้าจำได้ว่าเมื่อวานเจ้าบอกว่าเหลาอาหารคู่แข่งในเมืองเจ้าของหนีไปร้านปิดแล้วไม่ใช่หรือ? พวกเขาน่าจะมีสต็อกเหลืออยู่เยอะ เจ้าไปเหมามาก็ได้นี่"
ตู้เส้าชิงตบหน้าผาก จริงด้วย ลืมเรื่องนี้ไปได้ไง รับช่วงต่อของจากเหลาอาหารเซิงไฉตอนนี้ เผลอๆ จะได้ของถูกด้วย ไม่นึกว่าพี่สาวชุดแดงจะมีหัวการค้าเหมือนกัน
"จริงสิ แม่หนูน้อยหายไปไหน? เจ้าตัวเล็กแสนรู้ไปไหนเสียแล้ว? ไม่มีนางอยู่ข้างๆ ไม่สนุกเลย"
"อ้อ เมื่อกี้ที่บ้านเกิดเรื่อง แถมมีแขกมา ข้าเลยให้เส้าหมิงพาออกไปเล่นข้างนอกแล้ว"
กำลังคุยกันอยู่ หัวหน้าเด็กเสิร์ฟ เสือใหญ่โจรกลับใจก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "เถ้าแก่ เร็ว รีบไปดูเร็ว ลูกสาวท่านมีเรื่อง ถูกคนรังแกแล้ว"
"อะไรนะ? ที่ไหน?" ตู้เส้าชิงตกใจ ไม่รอคำตอบ วิ่งถลันออกไปทันที
บนถนนไม่ไกลจากโรงเตี๊ยมตระกูลตู้ มีคนมุงดูสิบกว่าคน ตู้เส้าชิงรีบวิ่งเข้าไป แทรกตัวเข้าไปดู แล้วก็ต้องโกรธจัด น้องรองตู้เส้าหมิงหน้าตาปูดบวมกำลังปกป้องลูกสาวตู้ซวนซวนยืนอยู่ข้างๆ อีกด้านหนึ่งคือหวังโหย่วเถียนเศรษฐีที่ดินในเมืองจูงลูกชายวัยหกขวบ สองพ่อลูกมองตู้เส้าหมิงทั้งสองด้วยสายตาเย้ยหยัน เสื้อผ้าของหวังโหย่วเถียนยับยู่ยี่ ดูท่าคนที่ลงมือกับตู้เส้าหมิงเมื่อครู่ก็คือเขานั่นเอง
"เส้าหมิง ใครทำ?" ตู้เส้าชิงถามตรงๆ
ตู้เส้าหมิงชี้นิ้วด้วยความแค้น "ก็มันนั่นแหละ พี่ใหญ่ มัน..."
"ไม่ต้องพูดแล้ว แค่รู้ว่าเป็นมันก็พอ"
พูดขัดน้องรอง แสดงท่าทีไม่ต้องอธิบาย ตู้เส้าชิงพุ่งตัวเข้าไปประชิด ปล่อยหมัดชกเข้าที่หน้าอกหวังโหย่วเถียนเต็มแรง ท่ามกลางเสียงร้องตกใจของฝูงชน ร่างของหวังโหย่วเถียนปลิวออกไปไกลสองเมตร นอนกองกับพื้น ขาขวากระตุกสองสามที แล้วไม่ลุกขึ้นมาอีกเลย สลบเหมือดไปทันที
นี่คือการใช้แรงที่แม่นยำของตู้เส้าชิง ต่อยเข้าที่จุดถานจง (ลิ้นปี่) ทำให้คู่ต่อสู้หมดสติชั่วคราวสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ ในขณะเดียวกันก็ควบคุมแรงไม่ให้บาดเจ็บสาหัสเกินไป
"กล้ารังแกลูกสาวข้า ตีน้องชายข้า? คิดว่าตระกูลตู้ไม่มีคนหรือ? ครั้งนี้สั่งสอนให้จำ ไว้มีครั้งหน้าจะตีให้ขาหัก" ตู้เส้าชิงแค่นเสียง อุ้มลูกสาว พาน้องชายเดินกลับบ้าน
คนรอบข้างยืนอ้าปากค้าง นี่ใช่หนอนหนังสือไร้น้ำยาคนเดิมหรือ? นี่มันคนโหดจอมปกป้องพวกพ้องชัดๆ