เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - เจอคนไม่อาจตอแยอีกราย

บทที่ 18 - เจอคนไม่อาจตอแยอีกราย

บทที่ 18 - เจอคนไม่อาจตอแยอีกราย


บทที่ 18 - เจอคนไม่อาจตอแยอีกราย

กลับมาถึงเรือนหลัง ตู้เส้าชิงเรียกน้องรองตู้เส้าหมิงให้ไปซื้อเหล้าอาหารที่เหลาอาหารเซิงไฉมาส่งให้สองคนนั้น ตู้เส้าหมิงกังวล "พี่ใหญ่ เราทำเองไม่ดีกว่าหรือ ไปหาไอ้หวงเซิงไฉ เกิดมันวางยาในอาหาร ลูกค้าจะไม่มาหาเรื่องเราหรือ?"

"โฮะๆ มันไม่กล้าหรอก ซื้ออาหารร้านมันมารับรองลูกค้าเรา ถ้าเกิดปัญหา ก็เท่ากับทุบหม้อข้าวร้านมันเอง หวงเซิงไฉไม่โง่ขนาดนั้น"

"ข้าว่านะ เราน่าจะกลับมาเปิดกิจการอาหารในโรงเตี๊ยมได้แล้ว" ตู้เส้าหมิงบ่นพึมพำขณะเดินออกไป

ตู้เส้าชิงส่ายหน้ายิ้ม ในใจก็คำนวณดู ถึงเวลาอันควรที่จะเปิดโรงเตี๊ยมเต็มรูปแบบแล้ว ขายหมั่นโถวมาสักพัก รายได้ตระกูลตู้เริ่มมั่นคง สองวันก่อนเขาเพิ่งไปร้านตีเหล็กในอำเภอ สั่งทำชุดเครื่องครัวเหล็กล้วน

ยุคนี้เกลือและเหล็กเป็นของหายาก ทางการควบคุมเข้มงวด แม้แต่ชาวบ้านใช้มีดทำครัวกรรไกร ส่วนใหญ่ก็แค่หุ้มเหล็กตรงคมเท่านั้น ของที่ทำจากเหล็กล้วนนั้นแพงหูฉี่ กระทะเหล็กในยุคนี้ไม่มีเลย ทุกคนหุงต้มด้วยหม้อดินเผาหรือหม้อสัมฤทธิ์

จัดแจงอาหารให้ลูกค้าห้องหมายเลขหนึ่งเรียบร้อย สองคนนั้นก็ไม่ได้หาเรื่องอะไรอีก ทำให้ความระแวงในใจตู้เส้าชิงลดลง เดิมทีนึกว่าเป็นคู่อริส่งมาเล่นงานโรงเตี๊ยม ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นแค่ลูกค้าเรื่องมากสองคนเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง เมื่อหงฝูหนี่ว์จางชูเฉินเดินทางจากฉางอันมาถึงเมืองลั่วเสียเฉิง ก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว สวมชุดจอมยุทธ์สีแดงเพลิง แถมยังเป็นสตรีวัยกลางคนที่งดงาม โดดเด่นสะดุดตามากในเมืองลั่วเสียเฉิง หงฝูหนี่ว์หาได้ใส่ใจไม่ ตรงดิ่งไปยังโรงเตี๊ยมอวิ๋นไหลกลางเมือง

ผูกม้าไว้ที่เสาหน้าประตู กำลังจะเข้าไปเรียกคน หางตาเหลือบไปเห็นสัญลักษณ์เล็กๆ บนกำแพงด้านนอกโรงเตี๊ยม หงฝูหนี่ว์เลิกคิ้ว ในฐานะขาใหญ่ในวงการสีเขียว (วงการโจร/ยุทธภพ) ย่อมรู้ดีว่านี่หมายถึงอะไร หรือว่าโรงเตี๊ยมนี้ถูกโจรหมายหัว? มีคนมาดูลาดเลาแล้ว?

"มีคนอยู่ไหม? เถ้าแก่อยู่หรือเปล่า?"

ได้ยินเสียงเรียก ตู้เส้าชิงรีบเดินออกมา พอเห็นการแต่งกายของหงฝูหนี่ว์ก็ชะงัก วันนี้วันอะไรกัน? ลูกค้าเยอะจัง แถมมีแต่คนแปลกๆ พี่สาวท่านนี้ดูมีอายุแล้ว แต่ยังใส่ชุดแดงทั้งตัว แถมแต่งตัวเป็นจอมยุทธ์ แปลกจริงๆ

"แม่นางจะแวะพักกินข้าวหรือพักแรมขอรับ?"

หงฝูหนี่ว์พิจารณาตู้เส้าชิง คิดในใจว่าคงเป็นไอ้หนุ่มนี่สินะ ผอมแห้งแรงน้อย หน้าตาก็ซีดเซียว ดูท่าทางจนกรอบ เขาคู่ควรกับองค์หญิงตรงไหน?

"เจ้าคือเถ้าแก่?"

"ถูกต้อง ผู้น้อยตู้เส้าชิง เป็นเถ้าแก่โรงเตี๊ยมอวิ๋นไหลแห่งนี้"

จางชูเฉินรู้สึกผิดหวังขึ้นมาดื้อๆ เอ่ยเสียงเรียบ "พักแรม ขอห้องที่ดีที่สุดหนึ่งห้อง"

ตู้เส้าชิงรู้สึกทะแม่งๆ ตนไม่ได้ไปทำให้เจ๊แกโกรธสักหน่อย ทำไมน้าเสียงดูเย็นชา แถมแฝงแววดูแคลน? สะบัดหัวไล่ความคิด สงสัยจะเป็นโรคผู้ดีของคนรวยในโลกนี้กระมัง ไม่ได้ใส่ใจ

"ช่างไม่บังเอิญเลย วันนี้ห้องที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งมีคนพักแล้ว จัดให้ท่านพักห้องที่รองลงมาได้หรือไม่ ต้องขออภัยแม่นางด้วย"

ทั้งสองเดินมายังโซนห้องพักด้านหลัง ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งก็วิ่งเหยาะๆ เข้าหาตู้เส้าชิง "ท่านพ่อ ท่านพ่อ อาสองนิสัยไม่ดี เขาไม่ยอมเป็นแกะน้อยสีสวยให้ข้าจับ ท่านรีบมาช่วยข้าจับเขาหน่อยเร็ว"

ตู้เส้าชิงอุ้มลูกสาวขึ้นมา เอ่ยอย่างรักใคร่ "ได้ เดี๋ยวพ่อทำงานเสร็จ เราสองคนไปช่วยกันจับเขา จับได้แล้วให้เขาเป็นตัวป่วนประจำหมู่บ้านแกะเลยดีไหม"

แม่หนูน้อยพยักหน้าหงึกหงักอย่างพอใจ จางชูเฉินที่อยู่ข้างๆ มองเหตุการณ์ทั้งหมด พอเห็นเด็กน้อยคนนี้ในใจก็ตื่นเต้น นี่คงเป็นลูกขององค์หญิงสินะ ดูหน้าตาแล้วคล้ายองค์หญิงตอนเด็กถึงเจ็ดแปดส่วน โตขึ้นต้องเป็นสาวงามแน่นอน

ฟังบทสนทนาของสองพ่อลูก ท่าทีของตู้เส้าชิงทำให้จางชูเฉินค่อนข้างพอใจ อย่างน้อยเขาก็รักลูก แต่ว่าพวกเขาพูดถึงฝูงแกะทำไม? แล้วหมู่บ้านแกะคืออะไร? หรือว่าพวกเขาไม่จน ที่บ้านยังเลี้ยงแกะได้ตั้งหลายตัว?

"ท่านพ่อ พี่สาวชุดแดงคนนี้สวยจังเลย! ท่านพ่อ ให้นางมาเป็นหมาป่าสีแดงได้ไหมเจ้าคะ?" แม่หนูน้อยกระซิบข้างหูตู้เส้าชิง แม้เสียงจะเบา แต่ทั้งสองคนก็ได้ยินชัดเจน

จางชูเฉินชะงัก นึกในใจว่าเด็กคนนี้ช่างเจรจา แต่ลำดับรุ่นผิดไปหน่อย ข้าน่ะรุ่นย่าเจ้าแล้วนะ เรียกข้าพี่สาวต่อให้ข้าดีใจ แต่ก็รับไว้ไม่ได้หรอก

ตู้เส้าชิงยิ้มถาม "คนสวยหรือชุดสวย?"

แม่หนูน้อยรวบรวมความกล้าพิจารณาดู แล้วตอบอย่างใช้ความคิด "สวยทั้งคู่ แต่ชุดของนางสู้ชุดใหม่ของข้าไม่ได้หรอก"

จางชูเฉินมองชุดผ้าป่านเนื้อหยาบแข็งๆ บนตัวเด็กน้อยแล้วพูดไม่ออก ตู้เส้าชิงกลับพยักหน้าเห็นด้วย "แน่นอนอยู่แล้ว ชุดใหม่ของลูกพ่อย่อมสวยที่สุด พรุ่งนี้ก็ได้แล้ว ถึงตอนนั้นเจ้าจะเป็นองค์หญิงน้อยที่สวยที่สุดในโลกเลย"

เห็นทั้งสองมีความสุข จางชูเฉินก็เบาใจ ดูท่าตนคงมาเสียเที่ยว สองพ่อลูกแม้ยากจน แต่ก็ไม่ได้ลำบากจนอยู่ไม่ได้

"เจ้าพ่อค้าตัวน้อย ไม่นึกว่าใจกล้าไม่เบา กล้าเรียกบลูกสาวตัวเองว่าองค์หญิง คิดว่าเป็นพระญาติพระวงศ์หรือไง? พูดจามั่วซั่วระวังหัวจะหลุดจากบ่านะ" จางชูเฉินเอ่ยเตือน

"โฮะๆ กฎหมายต้าถังไม่ได้ห้ามข้าหลอกลูกสาวตัวเองนี่นา ไม่ว่าฐานะข้าจะเป็นอย่างไร ลูกสาวข้าเมื่ออยู่กับข้า ก็คือองค์หญิงน้อยที่สวยที่สุดในโลก ต่อให้เป็นองค์หญิงของข้าคนเดียวก็ตาม"

คำพูดนี้หากเป็นยุคปัจจุบันอาจดูเลี่ยน แต่ในสมัยต้าถังถือว่าแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร จางชูเฉินจึงมองตู้เส้าชิงดีขึ้นมาหน่อย บางที เขาอาจไม่ได้ไร้ค่าไปเสียหมด

"อ้อ เสียมารยาทกับแขกแล้ว เชิญตามข้ามา นี่คือห้องของท่าน"

พอได้ยินว่าโรงเตี๊ยมไม่มีอาหารบริการ หงฝูหนี่ว์ก็เอ่ยขึ้นอีก "บ้านนอกคอกนาแบบนี้จะมีเหลาอาหารอะไรเข้าตา? ไม่เอาพวกนั้น"

ตู้เส้าชิงลำบากใจ จะเอายังไง? จะกินข้าว แต่ไม่กินของเหลาอาหาร? จะเล่นอะไร? จงใจแกล้งข้าหรือ?

"ท่านพ่อ พี่สาวกินข้าวกับพวกเราก็ได้ ท่านพ่อทำกับข้าวอร่อยจะตาย" เสี่ยวซวนซวนเอ่ยอย่างชาญฉลาด

"อ้อ? ดูไม่ออกเลยนะ เจ้ายังเข้าครัวเป็น? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตกลงตามนี้ อาหารของข้าให้เจ้าลงมือทำเอง นี่เงิน ทำให้อร่อยล่ะ ปากข้าเลือกกินนะจะบอกให้"

พูดพลางจางชูเฉินก็หยิบเงินสิบตำลึงวางใส่มือตู้เส้าชิง น้ำเสียงสั่งการนั้น ทำให้ตู้เส้าชิงไม่มีจังหวะปฏิเสธ

ช่วงที่ตู้เส้าชิงไปทำอาหารในครัว จางชูเฉินก็เดินสำรวจบ้านตระกูลตู้จนทั่ว แถมยังเล่นกับแม่หนูน้อยซวนซวนจนสนิทสนม ในห้องพักมีเสียงหัวเราะของคนแก่และเด็กดังออกมาเป็นระยะ

"ซวนซวน เจ้าให้ข้าเป็นหมาป่าสีแดง เจ้าเป็นเสี่ยวฮุยฮุย งั้นเจ้าก็เรียกข้าว่าพี่สาวไม่ได้แล้วนะ ต้องเรียกว่าท่านแม่แล้ว" จางชูเฉินแหย่เสี่ยวซวนซวน

แต่ซวนซวนรีบส่ายหน้า "ไม่ได้ ไม่ได้ ซวนซวนมีท่านแม่แล้ว พี่สาวก็คือพี่สาว"

เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่ แม่หนูน้อยเล่านิทานหมาป่าสีเทาให้หงฝูหนี่ว์ฟังแล้ว ทั้งสองเล่นกันสนุกสนาน

ตู้เส้าชิงถือถาดอาหาร บนนั้นมีกับข้าวสองอย่าง โจ๊กหนึ่งถ้วย หมั่นโถวสองลูก เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ยกมาให้เจ๊แก

แต่ช่างบังเอิญจริงๆ ยังเดินไม่ถึงหน้าประตูห้องหมายเลขสอง คนในห้องหมายเลขหนึ่งก็เปิดประตูออกมา จ๊ะเอ๋กันพอดี

จบบทที่ บทที่ 18 - เจอคนไม่อาจตอแยอีกราย

คัดลอกลิงก์แล้ว