เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 106: หนีพายุแม่เหล็กไฟฟ้า!

ตอนที่ 106: หนีพายุแม่เหล็กไฟฟ้า!

ตอนที่ 106: หนีพายุแม่เหล็กไฟฟ้า!


ตอนที่ 106: หนีพายุแม่เหล็กไฟฟ้า! 

สิ่งที่เซี่ยเฟยทำอยู่ตอนนี้เป็นเหมือนกับการเล่นเกมล่าสมบัติและทุกครั้งที่เขาได้พบชิ้นส่วนอุปกรณ์จากสนามรบโบราณ เขาก็จะโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ

อย่างไรก็ตามเหล่าผู้มีประสบการณ์ในเขตดาววิลเดอร์เนสก็คงจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเซี่ยเฟยมากนัก เพราะถึงแม้ว่ามันจะมีสมบัติหลงเหลืออยู่ภายในสนามรบโบราณอย่างมากมาย แต่ความสนุกของการล่าสมบัติในพื้นที่เหล่านี้ก็ยังน้อยกว่าความเสี่ยงที่พวกเขาจะต้องเผชิญอยู่ดี

ผู้คนในเขตดาวนี้ต่างก็ทราบกันดีถึงความน่ากลัวของพายุคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่พร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลาและความดุร้ายของโจรสลัดที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง

ในห้องเก็บสัมภาระของยานเต็มไปด้วยชิ้นส่วนอุปกรณ์วางกองอยู่เป็นจำนวนมาก และถึงแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะไม่ได้มีความล้ำหน้าเท่ากับอุปกรณ์ยุคใหม่ที่เซี่ยเฟยได้ติดตั้งเอาไว้ในลูน่า แต่อย่างน้อยอุปกรณ์พวกนี้ก็ช่วยทำให้เขานำลูน่าบินกลับไปยังพันธมิตรได้

ชายหนุ่มทำการตรวจสอบอุปกรณ์เหล่านี้อย่างรอบคอบ โชคดีที่โดยส่วนใหญ่อวกาศอยู่ในสภาพสุญญากาศตลอดเวลา ดังนั้นถึงแม้ว่าชิ้นส่วนเหล่านี้จะล่องลอยในอวกาศมาเป็นเวลานานมากกว่า 2,000 ปี แต่สภาพของพวกมันก็ยังคงสมบูรณ์ไม่ได้ผุพังไปตามกาลเวลา

“เอาล่ะขาดชิ้นส่วนอีกเพียงแค่ 7 ชิ้นเท่านั้น” เซี่ยเฟยอุทานออกมาอย่างมีความสุข

“พวกเรารีบตามหาอุปกรณ์พวกนั้นกันเถอะ ฉันไม่ชอบอยู่ในเขตดาวนี้เลย” อันธกล่าว

“นายเป็นแค่วิญญาณจะอยู่ที่ไหนมันก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ ถ้านายไม่ชอบที่นี่ทำไมไม่สร้างมิติจินตภาพแบบที่นายชอบขึ้นมาล่ะ” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

“มันไม่เหมือนกันโว้ย! ในมิติจินตภาพมันไม่มีกลิ่นของแสงแดดและที่จริงฉันก็ไม่ชอบสร้างมิติพวกนั้นเลย” อันธตอบพร้อมกับส่ายหัว

หลังเซี่ยเฟยตรวจสอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้กลับเข้าไปยังห้องกัปตันอีกครั้งพร้อมกับใช้ดวงตากวาดไปยังแผนที่ดวงดาวที่เขาได้รับมา

ตั้งแต่ออกเดินทางชายหนุ่มได้ออกค้นหาพื้นที่อันตรายในเขตสีเหลืองที่อยู่ใกล้กับฐานเรดสโตนไปทั้งหมดแล้วทำให้ในตอนนี้เขาเหลือทางเลือกอยู่แค่ 2 ทาง

ทางเลือกแรกคือการเดินทางเข้าสู่พื้นที่สีเหลืองที่อยู่ห่างออกไป โดยในกรณีนี้เขาต้องเตรียมการวาร์ประยะไกล ซึ่งมันใช้เวลาค่อนข้างนานและความผันผวนของพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาก็มีโอกาสที่จะถูกตรวจจับโดยพวกโจรสลัด

ทางเลือกที่ 2 คือการเข้าสู่พื้นที่สีแดงที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 4,000 ปีแสง แต่พื้นที่สีแดงมันก็หมายถึงพื้นที่ที่มีความไม่เสถียรมากหรือเป็นพื้นที่ที่พวกโจรสลัดคอยออกอาละวาดอยู่บ่อยครั้ง

ในความเป็นจริงมันยังมีทางเลือกที่ 3 อย่างการกลับไปที่ฐานเรดสโตนด้วยเช่นกัน แต่นั่นมันก็หมายความว่าภารกิจค้นหาในครั้งนี้ล้มเหลว เซี่ยเฟยจึงไม่เคยพิจารณาตัวเลือกนี้ในหัวของเขาเลย เพราะท้ายที่สุดตอนนี้เขาก็ยังขาดอุปกรณ์อีกเพียงแค่ 7 ชิ้นเท่านั้น แน่นอนว่าเขาย่อมไม่หยุดยอมแพ้อยู่เพียงแค่นี้

เซี่ยเฟยนั่งครุ่นคิดอยู่บนเก้าอี้กัปตันอันแสนสบาย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเสี่ยงภัยเข้าไปในพื้นที่สีแดงที่อยู่ใกล้ที่สุด

เหตุผลที่เขาตัดสินใจแบบนี้ เนื่องมาจากไม่ว่าเขาจะเลือกตัวเลือกแรกหรือตัวเลือกที่ 2 ต่างก็ล้วนแล้วแต่จะต้องพบเจอกับอันตราย แล้วทำไมเขาจะต้องเดินทางไปพบกับอันตรายที่อยู่ในระยะไกลด้วย สู้เขาไปเผชิญหน้ากับอันตรายที่อยู่ใกล้ ๆ กับเขาดีกว่า

นอกจากนี้ความผันผวนของพลังงานที่เกิดจากการวาร์ปในระยะ 4,000 ปีแสงก็น้อยกว่าการวาร์ปในระยะไกล ซึ่งมันก็จะช่วยลดความน่าจะเป็นที่เขาจะถูกตรวจพบโดยพวกโจรสลัดอวกาศ

หลังตัดสินใจได้แล้วชายหนุ่มก็ลุกยืนขึ้นพร้อมกับเดินไปที่แท่นบัญชาการ แต่ในขณะที่เขากำลังจะสั่งให้ระบบทำการวาร์ปอยู่นั่นเอง ช่องหน้าต่างบริเวณด้านขวาของยานก็สว่างวาบขึ้นมาด้วยแสงสีเงินพร้อมกับไฟเตือนสีแดงที่ส่องกระพริบไปทั่วทั้งตัวยาน!

เมื่อเซี่ยเฟยได้หันไปมองสถานการณ์ด้านนอกหน้าต่างมันก็ทำให้เขาอดที่จะขนลุกขึ้นมาไม่ได้ เพราะไม่ห่างออกไปจากยานรบได้มีแสงสีเงินกำลังรวมตัวกันอยู่อย่างช้า ๆ และถึงแม้ว่าภาพที่เกิดขึ้นจะเป็นภาพที่งดงามตระการตา แต่มันก็เป็นสัญญาณของการเกิดพายุแม่เหล็กไฟฟ้าที่อันตราย!

นี่คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเขตดาววิลเดอร์เนส จนมีตำนานเล่าขานกันว่าปรากฏการณ์นี้คือการแสดงความโกรธเกรี้ยวของเทพีแห่งการทำลายล้าง!

“เปิดใช้งานระบบฉุกเฉิน! ทำการวาร์ปแบบสุ่มเดี๋ยวนี้!!” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งการคอมพิวเตอร์อัจฉริยะอย่างเร่งรีบ

“ระบบวาร์ปฉุกเฉินพร้อมใช้งาน ยานจะเข้าสู่สถานะวาร์ปในอีก 15 วินาที”

เสียงไร้อารมณ์จากคอมพิวเตอร์อัจฉริยะรายงานกลับมา

พริบตาต่อมายานของเซี่ยเฟยก็มุ่งหน้าเข้าสู่รูหนอนด้วยการเร่งเครื่องเต็มกำลัง

ทันใดนั้นพายุแม่เหล็กไฟฟ้าก็ระเบิดออกอย่างฉับพลันก่อให้เกิดคลื่นแสงสีเงินที่พุ่งเข้าหาเซี่ยเฟยมาจากระยะไกล

“กำลังจะทำการวาร์ปในอีก 10 วินาที”

“กำลังจะทำการวาร์ปในอีก 5 วินาที”

ก่อนที่พายุแม่เหล็กไฟฟ้าจะเคลื่อนที่มาจนถึงยาน รูหนอนสำหรับการวาร์ปก็ปิดลงพอดิบพอดี!

ฟึบ!

ทันใดนั้นรูหนอนก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่ยานที่เซี่ยเฟยใช้สัญจรก็ยังสั่นสะเทือนอย่างสิ้นหวังเช่นกัน

เซี่ยเฟยกัดฟันแน่นพร้อมกับใช้มือทั้งสองจับคันบังคับเอาไว้อย่างเคร่งขรึม

ฟึบ!

ในที่สุดยานรบก็เข้าสู่สถานะวาร์ปได้สำเร็จและพายุแม่เหล็กไฟฟ้าที่บ้าคลั่งก็ไม่สามารถที่จะรบกวนการวาร์ปได้อีกต่อไป

พายุแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นปรากฏการณ์ที่สนามแม่เหล็กไฟฟ้าในอวกาศเพิ่มความรุนแรงขึ้นจากเดิมอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งในระหว่างกระบวนการนี้มันจะเกิดการระเบิดของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา

หากใครโชคดีหลังจากโดนพายุแม่เหล็กไฟฟ้ากลืนเข้าไป อุปกรณ์บนยานทั้งหมดของพวกเขาก็จะพังทลาย แต่ถ้าหากว่าใครโชคร้ายพวกเขาก็จะกลายเป็นเพียงแค่เศษฝุ่นผงในอวกาศ

เซี่ยเฟยทิ้งตัวลงไปบนเก้าอี้กัปตันพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

โชคดีที่เขาได้เตรียมระบบวาร์ปฉุกเฉินเอาไว้ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่สามารถเอาตัวรอดจากพายุแม่เหล็กไฟฟ้าเมื่อสักครู่นี้ได้

น่าเสียดายที่การวาร์ปโดยระบบฉุกเฉินเป็นการวาร์ปแบบสุ่มและชายหนุ่มก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะถูกส่งตัวไปที่ไหน

ในสถานการณ์ปกติระยะทางของการวาร์ปแบบสุ่มจะไม่เกิน 50,000 ปีแสง แต่ในกรณีของเขารูหนอนได้รับผลกระทบจากพายุแม่เหล็กไฟฟ้าและมันก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ผลของการวาร์ปบิดเบี้ยวไปจากเดิม ซึ่งมีโอกาสที่เซี่ยเฟยจะถูกส่งตัวออกมาห่างจากตำแหน่งเดิมหลายล้านปีแสง

ครั้งสุดท้ายที่เขาเข้ารูหนอนที่บิดเบี้ยวในระหว่างปะทะกับยานของพวกเซิร์ก มันก็ทำให้เขาถูกวาร์ปออกมาหลายแสนปีแสงและได้มาปรากฏตัวในเขตดาววิลเดอร์เนสแห่งนี้

หลังจากจุดบุหรี่คลายความตึงเครียดภายในใจ เซี่ยเฟยก็รอคอยอยู่อย่างเงียบ ๆ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้

ประมาณ 2 นาทีต่อมายานเอ็กคิวชั่นเนอร์ก็โผล่ออกมาจากรูหนอน

หลังเซี่ยเฟยมองผ่านช่องหน้าต่างมันก็ทำให้หัวใจของเขาที่พึ่งสงบกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง!

ภาพที่ปรากฏนอกหน้าต่างคือเศษซากของกองยานใหญ่ที่ล่องลอยอยู่เต็มอวกาศอันมืดมิด!!

การจะดูว่ากองยานนี้คือกองยานใหญ่หรือไม่คือการสังเกตเพียงสิ่งเดียวว่าในกองยานนั้นมียานแม่อยู่หรือเปล่า

กองยานที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเซี่ยเฟยประกอบไปด้วยยานรบขนาดเล็กและยานรบขนาดใหญ่มากกว่าพันลำ และที่สำคัญกว่านั้นคือในบรรดายานรบเหล่านี้มียานรบบัญชาการขนาดใหญ่หรือที่ถูกเรียกติดปากกันว่ายานแม่!!

ยิ่งไปกว่านั้นยานแม่ลำนี้ก็ดูไม่บุบสลายเลยแม้แต่นิดเดียว!

“ทำไมมันถึงมียานแม่ในสภาพสมบูรณ์ลอยอยู่ในเศษซากยานแบบนี้ได้” เซี่ยเฟยอุทานพร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

“ยานแม่ลำนั้นมันเหมือนไม่ได้รับความเสียหายเลยนี่” แม้แต่อันธก็กำลังจ้องมองไปยังยานบัญชาการขนาดใหญ่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เหตุผลที่ยานบัญชาการขนาดใหญ่ถูกเรียกว่ายานแม่นั่นก็เพราะว่ามันมีอำนาจในการทำลายล้างที่เหนือกว่ายานรบลำอื่น ๆ และมันก็ยังเป็นยานรบที่สามารถเป็นสถานที่พักให้กับยานรบขนาดเล็กกว่าได้เป็นจำนวนมาก

ยกตัวอย่างเช่น ยานบัญชาการรุ่นจูเหนี่ยนของบริษัทไกอา ซึ่งเป็นยานที่มีน้ำหนัก 105.75 ล้านตันและมีพื้นที่ด้านในของยานมากกว่า 130 ล้านลูกบาศก์เมตร

หากไม่เห็นภาพให้ลองจินตนาการว่ายานแม่มีขนาดเหมือนช้างตัวใหญ่ ขณะที่ยานฟริเกตที่เซี่ยเฟยได้ใช้เดินทางมามีขนาดเหมือนกับมดตัวเล็ก ๆ

ขณะเดียวกันยานรบที่เซี่ยเฟยเห็นทั้งหมดก็กำลังก่อตัวเป็นรูปทรงกลมล้อมรอบยานแม่เอาไว้ตรงกลางคล้ายกับว่ายานเหล่านี้กำลังใช้กลยุทธ์ในการป้องกันอยู่

ถึงแม้ว่าภาพที่ปรากฏนี้จะทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตกใจมาก แต่สุดท้ายเขาก็ต้องค่อย ๆ ทำทุกอย่างไปทีละขั้นตอน

ยานเอ็กคิวชั่นเนอร์ยังไม่ได้รับความเสียหายจากการวาร์ปอย่างร้ายแรง แต่ระบบเรดาร์และระบบสื่อสารของตัวยานมีปัญหาทำให้เขาไม่สามารถระบุตำแหน่งในปัจจุบันหรือทำการติดต่อไปยังโลกภายนอกได้

เซี่ยเฟยพยายามตรวจสอบระบบเรดาร์อย่างระมัดระวัง แต่เขาก็ได้พบว่าระบบเรดาร์ไม่ได้รับความเสียหายและเขาก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าสาเหตุที่เรดาร์ไม่ทำงานมันเกิดขึ้นมาจากอะไรกันแน่

เหตุการณ์อันแปลกประหลาดนี้ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วก่อนที่จะตัดสินใจไม่ค้นหาสาเหตุที่ระบบเรดาร์เป็นแบบนี้ จากนั้นเขาก็บังคับยานให้เข้าไปใกล้กับยานแม่เพื่อทำการสแกนหาอุปกรณ์ที่เขาต้องการ

เวลาที่ใช้ในการสแกนยานแม่ช้ากว่าการสแกนยานรบธรรมดามาก เนื่องมาจากขนาดของยานที่มีความแตกต่างกันและจำนวนของอุปกรณ์ที่อยู่ภายในยานก็มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน

เครื่องสแกนใช้เวลาในการทำงานกว่า 20 นาทีเต็ม ๆ ก่อนที่รายงานการตรวจสอบของยานแม่จะปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

ชายหนุ่มได้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการอ่านรายงานอุปกรณ์หลายร้อยหน้าและมันก็ทำให้ความสงสัยภายในใจของเขาได้ก่อตัวขึ้นมามากกว่าเดิม

จากรายงานที่ปรากฏขึ้นมานี้มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตัวยานไม่ได้รับความเสียหาย ซึ่งถ้าหากว่าใครขึ้นไปขับยานมันก็สามารถที่จะทำให้ยานลำนี้ขับเคลื่อนออกไปได้เลยทันที

“แปลกมาก… ทำไมกองทัพถึงทิ้งยานแม่เอาไว้แบบนี้ อีกอย่างคือทำไมยานแม่ไม่ได้รับความเสียหายแต่ยานลูกรอบ ๆ กลับเสียหายได้ถึงขนาดนี้” อันธพึมพำพร้อมกับพยายามพิจารณาสถานการณ์

สิ่งที่แปลกประหลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือในพื้นที่บริเวณนี้มีเพียงแต่กองยานของพันธมิตรเท่านั้น แต่ไม่มีซากยานของพวกเซิร์กอยู่ในบริเวณนี้เลย

มันเป็นไปได้จริง ๆ หรอที่กองยานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้จะไม่สามารถทำลายยานรบฝั่งศัตรูได้เลยแม้แต่ลำเดียว?

หรือว่ายานรบพวกนี้จะไม่ได้ถูกทำลายโดยพวกเซิร์ก?

เซี่ยเฟยส่ายหัวเพื่อพยายามสะบัดความคิดออกไป ก่อนที่เขาจะทำการเปิดอุปกรณ์ตรวจจับทั้งหมดบนยานไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ตรวจจับสิ่งมีชีวิต, อุปกรณ์ตรวจจับพลังงานและอุปกรณ์ตรวจจับแบบอินฟราเรด

“ทำไมนายไม่ขึ้นไปดูล่ะ?” อันธถาม

“ฉันจะไม่ขึ้นยานลำนั้นจนกว่าฉันจะคิดหาคำตอบได้” เซี่ยเฟยตอบกลับพร้อมกับส่ายหัว

“นายไม่อยากรู้คำตอบหรอว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับยานลำนี้?” อันธพยายามเซ้าซี้

“ฉันอยากรู้ แต่ฉันรักชีวิตของตัวเองมากกว่า นายเป็นวิญญาณนี่ทำไมนายไม่ขึ้นไปดูเองล่ะ” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างไร้อารมณ์

“เฮ้นายคิดว่าฉันไม่อยากไปหรือไง! ถ้าไม่ใช่เพราะฉันอยู่ห่างจากสร้อยได้ไม่เกิน 20 เมตร ฉันก็คงจะไปดูเองแล้ว” อันธกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

ทันใดนั้นรายงานการตรวจจับทั้งหมดที่เซี่ยเฟยได้เปิดไว้ในก่อนหน้านี้ก็แสดงออกมาและชายหนุ่มก็ตั้งใจอ่านรายงานด้วยความระมัดระวัง

***************

หรือว่าพี่เฟยจะได้ยานแม่!!!!!!!

จบบทที่ ตอนที่ 106: หนีพายุแม่เหล็กไฟฟ้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว