เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 107: ยานแม่!

ตอนที่ 107: ยานแม่!

ตอนที่ 107: ยานแม่!


ตอนที่ 107: ยานแม่!

ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจจับสิ่งมีชีวิตหรือระบบตรวจจับโดยใช้อินฟราเรดต่างก็ให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน นั่นก็คือไม่มีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่บนยานและภายในของยานแม่ก็ไม่ได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน

เซี่ยเฟยเดินคิดบนสะพานยาน 2-3 รอบก่อนที่เขาจะตัดสินใจรวบรวมชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ยังขาดก่อน แล้วค่อยคิดถึงเรื่องอื่นในภายหลัง

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เปิดใช้งานเครื่องตรวจจับให้กลับมาทำงานอีกครั้งเพื่อทำการกอบกู้ซากยาน และเมื่อพิจารณาจากสภาพของยานที่ยังสมบูรณ์แล้ว มันก็หมายความว่ายานพวกนี้ไม่เคยถูกกอบกู้มาก่อนและมีชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่รอให้เขาเข้าไปเก็บเกี่ยวอยู่อย่างมากมาย

เมื่อแขนกลและเครื่องตรวจจับได้ทำงานร่วมกัน ในเวลาเพียงแค่ไม่นานชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ยังขาดอยู่อีก 7 ชิ้นก็ได้รับการกอบกู้มาจนครบทั้งหมด

ตอนนี้เหลืออยู่เพียงคำถามเดียวนั่นก็คือเขาสมควรจะขึ้นไปสำรวจบนยานแม่ดีหรือไม่?

ยานแม่ขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ไม่ไกลเป็นเหมือนกับแม่เหล็กที่ดึงดูดความสนใจของเซี่ยเฟยไปทั้งหมด เพราะนอกเหนือจากการค้นหาสาเหตุที่ยานถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่แล้ว อีกหนึ่งคำถามที่น่าสนใจคือยานลำนี้สามารถขับออกไปได้หรือไม่

โอกาสเจอยานบัญชาการฟรี ๆ ในจักรวาลมีน้อยยิ่งกว่าโอกาสถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ด้วยซ้ำ และในตอนนี้มันได้มียานแม่สภาพสมบูรณ์จอดอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว แล้วเขาจะไม่หวั่นไหวกับยานตรงหน้าได้อย่างไร

“รีบเข้าไปสำรวจมันเร็วเข้า! ข้างในจะต้องมีของที่เป็นประโยชน์กับพวกเราอยู่แน่ ๆ ไม่ว่านายจะได้รับผลประโยชน์กลับมาเล็กน้อยแค่ไหน แต่ฉันก็เชื่อว่ามันจะช่วยให้นายสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งได้” อันธยังคงพยายามกล่าวชักจูงเซี่ยเฟย

หลังจากสูบบุหรี่หลายมวนติดต่อกันเซี่ยเฟยก็จมอยู่กับความคิดของตัวเองเป็นเวลานาน และในที่สุดความล่อใจของยานแม่ก็เอาชนะทุกอย่างจนชายหนุ่มตัดสินใจเดิมพันเข้าไปสำรวจยานด้วยแววตาอันเปล่งประกาย

โอกาสกับความเสี่ยงเป็นของที่คู่กันอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเขาไม่เสี่ยงการพัฒนาของเขาก็อาจจะไปถึงทางตัน

เมื่อได้เห็นการตัดสินใจนี้มันก็ทำให้อันธรู้สึกดีใจมากและชื่นชมการตัดสินใจอันชาญฉลาดของเซี่ยเฟยครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะท้ายที่สุดเขาก็เป็นเพียงแค่วิญญาณ ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงใด ๆ

ขณะเดียวกันการพยายามขึ้นไปบนยานแม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะก่อนอื่นพวกเขาจะต้องทำการเชื่อมต่อยานจากภายนอก จากนั้นพวกเขาก็จะต้องทำการเปิดระบบการลงจอดและเปิดใช้งานระบบใช้ชีวิตควบคู่ไปกับระบบแรงโน้มถ่วง

ยานของกองทัพทุกลำต่างก็มีการเข้ารหัสเฉพาะตัวซึ่งเป็นสิ่งที่เซี่ยเฟยไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการพิจารณาวิธีการเข้าไปภายในยานด้วย

“ใช่แล้ว!” เซี่ยเฟยอุทานพร้อมกับตบหน้าขาของตัวเองอย่างแรง

หลังจากคิดหาวิธีอยู่สักพักชายหนุ่มก็ทำการกอบกู้เครื่องถอดรหัสจากยานประจัญบานที่อยู่ใกล้ ๆ ก่อนที่จะทำการติดตั้งเครื่องถอดรหัสนั้นเข้ากับตัวยานของเขา

อุปกรณ์รุ่นเก่ายังมีข้อบกพร่องที่ร้ายแรงก่อนที่จะได้รับการแก้ไขมาเป็นรุ่นในปัจจุบัน ดังนั้นหากใครได้ทำการติดตั้งเครื่องถอดรหัสเข้ากับยานของตัวเอง มันก็จะทำให้ยานของกองทัพรุ่นเก่าคิดว่ายานลำนั้นเป็นยานจากกองทัพด้วยกัน

เซี่ยเฟยได้รู้การใช้ช่องโหว่นี้มาจากบันทึกของลุงพอตเตอร์และเขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้นอย่างรวดเร็วขนาดนี้

ในเวลาไม่นานเครื่องถอดรหัสของกองทัพก็พร้อมใช้งาน ชายหนุ่มจึงทำการส่งสัญญาณไปหายานแม่เพื่อขอซ่อมบำรุง

หลังได้รับสัญญาณปลอมแปลงจากยานของเซี่ยเฟย ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะรุ่นเก่าของยานแม่ก็เข้าใจว่าสัญญาณได้ถูกส่งมาจากยานในกองทัพด้วยกัน ดังนั้นยานแม่จึงเปิดประตูโกดังซ่อมบำรุงพร้อมกับเปิดใช้งานระบบใช้ชีวิตและระบบแรงโน้มถ่วง

เมื่อเซี่ยเฟยได้นำยานเข้าไปจอดในโกดัง เขาก็เปิดประตูพร้อมกับเดินออกมาจากยาน

โกดังซ่อมบำรุงมีขนาดใหญ่มากและมีอุปกรณ์เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงอยู่อย่างมากมาย

หลังลงมาจากยานเซี่ยเฟยก็สวมใส่ชุดต่อสู้พร้อมกับทำการติดตั้งเชสซิ่งไลท์เอาไว้บนแขน

จากนั้นชายหนุ่มก็เริ่มทำการออกสำรวจยานแม่ด้วยความรวดเร็ว

ยานจูเหนี่ยนมีขนาดที่ใหญ่มากทำให้มีทางเดินและห้องต่าง ๆ เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งความรู้สึกในระหว่างที่เซี่ยเฟยทำการสำรวจนั้นมันก็คล้ายกับว่าเขากำลังเดินอยู่ภายในเมือง ๆ หนึ่ง

“ทำไมมันถึงไม่มีซากศพเลยนะ” เซี่ยเฟยแอบอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ เพราะโดยปกติแล้วแม้แต่ภายในห้องซ่อมบำรุงของยานแม่ก็ควรที่จะมีทหารประจำการอยู่เป็นจำนวนหลายหมื่นคน แต่ในระหว่างที่เขาทำการออกสำรวจเขากลับไม่ได้พบกับซากศพเลยแม้แต่ศพเดียว

มันเป็นไปได้ไหมที่คนบนยานจะหายไปทั้งหมด?

หากเขาต้องการรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับยานลำนี้ อันดับแรกเขาก็ควรจะต้องมุ่งหน้าตรงไปยังห้องของกัปตันเพื่อทำการตรวจดูบันทึกของยาน

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ใช้ลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นบนสุดของยาน ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปตามทางเดินยาวที่มุ่งสู่ศูนย์บัญชาการ

หน้าห้องบัญชาการมีป้ายเตือนขนาดใหญ่บอกว่าไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนประตูของห้องก็เป็นประตูอัลลอยสีดำหนาที่ปิดเอาไว้แน่น

เมื่อเซี่ยเฟยกดปุ่มที่ประตูเขาก็ได้พบกับซากศพที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ของกัปตัน

ตัวศพได้กลายเป็นสีดำไปแล้ว โดยร่างกายของคนคนนี้เหี่ยวเฉาเหมือนกับมัมมี่ ขณะที่รูโบ๋บริเวณกะโหลกที่เคยเป็นดวงตากำลังจับจ้องมองไปยังจักรวาลทั้งที่เขาเสียชีวิตมาเป็นเวลานานกว่า 2,000 ปี

หลังจากเซี่ยเฟยเดินรอบ ๆ ศพ 2-3 ครั้งเขาก็ได้พบว่าสาเหตุการตายของคนคนนี้คือการใช้ปืนเลเซอร์สีทองยิงใส่ตัวเองบริเวณขมับทางด้านขวา

ชายหนุ่มหยิบปืนเลเซอร์ขึ้นมาจากพื้นและได้พบว่าปืนกระบอกนี้เป็นผลงานที่มีความปราณีตสูงมาก นอกจากนี้มันยังมีอัญมณีถูกฝังบนตัวปืนราวกับว่ามันเป็นผลงานศิลปะอันสวยงาม

สมาพันธ์จัสทิสห้ามไม่ให้จัสทิสใช้ปืนอย่างเด็ดขาด แต่เซี่ยเฟยก็ไม่ได้สนใจกฎในข้อนั้นเลย เพราะปืนพิเศษกระบอกนี้จะต้องมีมูลค่ามหาศาลเขาจึงเลือกเก็บมันเอาไว้ในแหวนมิติ

นอกจากนี้บนแผงควบคุมด้านหน้าที่นั่งของกัปตันยังมีสิ่งของของผู้ตายถูกวางเอาไว้อย่างเรียบร้อยคล้ายกับว่าเขาจงใจวางสิ่งของเหล่านี้เอาไว้ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

เซี่ยเฟยก้าวเท้าไปข้างหน้าเพื่อทำการตรวจสอบของเหล่านี้ทีละอย่างและเขาก็ได้พบกับดาวประดับของพลเรือสีทองจำนวน 2 ดวง ซึ่งมันก็หมายความว่าผู้ตายน่าจะเคยดำรงตำแหน่งพลโทที่เป็นตำแหน่งรองจากตำแหน่งที่สูงที่สุดในกองทัพอย่างตำแหน่งจอมพลลงไปเพียงแค่ไม่กี่ขั้นเท่านั้น

นอกจากนี้มันยังมีการ์ดโลหะที่สวมเอาไว้กับสร้อยคอสีเงิน โดยการ์ดใบนี้คือบัตรประจำตัวที่เอาไว้ใช้สำหรับการยืนยันตัวตนเมื่อต้องดำเนินการในสิ่งที่สำคัญ

การ์ดโลหะใบนี้มีความสำคัญมาก เพราะการได้ครอบครองการ์ดก็หมายถึงการที่เซี่ยเฟยสามารถควบคุมยานแม่ลำนี้ได้อย่างสมบูรณ์ และถึงแม้ว่าเขาจะออกคำสั่งให้ยานทำลายตัวเองคอมพิวเตอร์อัจฉริยะของตัวยานก็จะทำลายตัวยานโดยไม่ลังเล

นอกจากนี้มันยังมีเหรียญรางวัลต่าง ๆ อีกอย่างมากมาย ซึ่งแต่ละเหรียญก็เป็นตัวแทนของเกียรติยศที่ผู้ตายได้เคยสร้างเอาไว้

อีกหนึ่งสิ่งที่สะดุดตาคือแหวนที่ประดับเอาไว้ด้วยอัญมณีสีแดงรูปหัวใจที่สวยงาม

“อันธนายรู้ไหมว่าอัญมณีสีแดงบนแหวนมันคืออะไร?” เซี่ยเฟยถามด้วยความสงสัย

“มันคือไซคิคโซล์เป็นอัญมณีที่สร้างขึ้นมาจากอสูรสายพลังจิต อัญมณีนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากและมันก็ยังมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มพลังทางจิตให้กับผู้สวมใส่ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าตราบใดก็ตามที่นายเข้ามาสำรวจยาน นายจะต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไป” อันธตอบขณะชำเลืองมองแหวนสีแดงเล็กน้อย

“มันมีราคาประมาณเท่าไหร่?” เซี่ยเฟยถาม

“โอ้ยทำไมในหัวนายมันถึงมีแต่เรื่องเงิน! แม้ว่าแหวนวงนี้จะไม่มีประโยชน์สำหรับนายแต่มันก็เป็นสมบัติที่หาได้ยากมากสำหรับผู้ใช้พลังเกี่ยวกับพลังจิต ฉันบอกเลยนะว่าของในระดับนี้ควรเอาไว้ใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนเท่านั้น เพราะมันไม่มีใครโง่มากพอที่จะขายมันเพื่อแลกกับสตาร์คอยน์หรอก!!” อันธตอบพร้อมกับถอนหายใจ จากนั้นเขาก็ได้กล่าวออกไปด้วยความตื่นเต้นว่า

“ถ้านายมีโอกาส นายอาจจะสามารถเอาแหวนวงนี้ไปแลกกับแหวนภูติลมสักวงหนึ่งก็ได้”

เมื่อได้รับคำอธิบายชายหนุ่มก็พยักหน้ารับ เนื่องจากเขาสามารถเข้าใจได้ไม่ยากว่าสมบัติชั้นยอดเหล่านี้มีน้อยคนนักที่จะแลกเปลี่ยนพวกมันกับเงินตรา เพราะท้ายที่สุดสมบัติระดับสูงก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหาซื้อได้แม้ว่าจะมีเงินมากเท่าไหร่ก็ตาม

จากนั้นชายหนุ่มก็เก็บของเหล่านี้เข้าไปในแหวนมิติอย่างยินดี ก่อนที่เขาจะค้นหาของบนซากศพอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่อดีตพลโทคนนี้ไม่มีแหวนมิติอยู่กับตัวเลย

“ทำไมเขาถึงไม่มีแหวนมิตินะ” เซี่ยเฟยส่ายหัวไปมาด้วยความเสียดาย ซึ่งปฏิกิริยาของชายหนุ่มก็เกือบจะทำให้อันธเป็นลมหลังจากได้เห็นความโลภจากสหายของตัวเอง

หลังชายหนุ่มเก็บกวาดของทุกอย่างจนเสร็จเขาก็ทำการเปิดใช้งานคอมพิวเตอร์ควบคุมหลักเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับยานลำนี้กันแน่ แล้วลูกเรือคนอื่น ๆ หายตัวไปไหน?

เมื่อใส่บัตรประจำตัวของพลโทลงในช่องเสียบการ์ด เซี่ยเฟยก็ทำการเรียกดูบันทึกของกัปตันซึ่งมันก็ทำให้เขาได้รู้ว่าพลโทคนนี้มีชื่อว่าโรเบิร์ตมีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองยานลำดับที่ 5 ที่เข้าร่วมรบในสงครามเมื่อ 2,000 ปีก่อน

เซี่ยเฟยพยายามค้นหาบันทึกต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและในที่สุดเขาก็ได้พบกับบันทึกของโรเบิร์ตก่อนวันที่เกิดเหตุ

วันที่ 1 กรกฎาคม ในที่สุดคำสั่งเคลื่อนกำลังที่รอคอยมานานก็มาถึง วันพรุ่งนี้ฉันจะนำกองยาน 064 บุกเข้าไปลอบโจมตีกองเสบียงของพวกเซิร์ก ทหารภายในกองยานของฉันยังไม่รู้ว่าภารกิจนี้ยากลำบากและอันตรายแค่ไหน แต่พวกเขาทุกคนก็กำลังรู้สึกตื่นเต้น ฉันหวังว่าชัยชนะจะตกอยู่ในมือของฝ่ายพันธมิตร

วันที่ 2 กรกฎาคม กองยาน 064 ออกเดินทางจากฐานทัพเข้าสู่จักรวาลอันกว้างใหญ่ พลเรือเอกหยวนเคอคอยบัญชาการออกคำสั่งเป็นการส่วนตัว ฉันจะไม่มีวันทำให้ผู้บัญชาการและพันธมิตรผิดหวัง

วันที่ 5 กรกฎาคม ภาพในจักรวาลเต็มไปด้วยดวงดาวอันแปลกประหลาด กองยานของพวกเราหลงเข้ามาในพื้นที่บริเวณนี้และสัญญาณการสื่อสารก็สามารถส่งได้ภายในระยะ 1 ล้านกิโลเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ระบบไฟฟ้าและระบบควบคุมทั้งหมดกลายเป็นอัมพาต แต่ในฐานะผู้ใช้พลังจิตฉันสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามันกำลังมีอะไรบางอย่างที่น่ากลัวมุ่งหน้าเข้ามาหาเรา แต่ฉันไม่สามารถบอกลูกเรือคนอื่นได้ฉันต้องแบกรับเรื่องนี้เอาไว้คนเดียว

วันที่ 7 กรกฎาคม ความไม่สบายใจเริ่มแพร่กระจายไปทั่วทั้งกองยานและสถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้นเลย จู่ ๆ ยานประจัญบาน 2 ลำก็ยิงใส่กันโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังจากนั้นอีกไม่ถึง 10 นาทีฉันก็สูญเสียกองยานไปตลอดกาล ฉันได้ยินเสียงร้องของพวกทหารผ่านทางเครื่องสื่อสารก่อนที่พวกเขาจะตาย เสียงของพวกเขาทั้งเศร้าและสิ้นหวังมาก! ใครคอยควบคุมทหารของฉันเอาไว้กันแน่? ฉันจะต้องหาตัวมันให้ได้ แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกเสียใจมากที่สุดคือหนึ่งในเพื่อนสนิทของฉันได้บอกผ่านเครื่องสื่อสารก่อนที่เขาจะตายว่า ‘หนีไป’

วันที่ 13 กรกฎาคม วันนี้เป็นวันที่ 9 แล้วที่ฉันได้มาติดอยู่ในที่แปลก ๆ แห่งนี้และสถานการณ์ก็เลวร้ายลงเรื่อย ๆ ฉันสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณอันทรงพลังที่อยู่รอบ ๆ ตัว ตอนนี้ฉันไม่เหลือทางหนีอีกแล้วฉันจำเป็นจะต้องพึ่งพาน้ำยาเพิ่มพลังจิตในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ และพยายามต่อสู้กับพลังที่ไม่รู้จักนี้ ฉันคงทำได้แต่เพียงแค่ต้องลองดู

เซี่ยเฟยรู้สึกสับสนกับสถานการณ์ไปชั่วขณะและเมื่อเขาได้มองไปทางอันธ เขาก็ได้พบกับความไม่สบายใจที่แฝงอยู่ในดวงตาอดีตนักฆ่าผู้นี้

***************

โอ้ย!! ลึกลับจังน้อ

จบบทที่ ตอนที่ 107: ยานแม่!

คัดลอกลิงก์แล้ว