เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 105: สนามรบโบราณ

ตอนที่ 105: สนามรบโบราณ

ตอนที่ 105: สนามรบโบราณ


ตอนที่ 105: สนามรบโบราณ

สงครามระหว่างพันธมิตรมนุษย์กับพวกเซิร์กเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีที่แล้ว ส่วนสาเหตุของสงครามก็ค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ไร้สาระ

โดยเรื่องได้เกิดขึ้นจากขุนนางแมลงผู้หนึ่งได้ทำการซื้อทาสมนุษย์สาวสวยมาคอยปรนเปรอ แต่หลังจากอยู่ด้วยกันไปสักพักพวกเขาทั้งสองกลับตกลงปลงใจที่จะครองรักกัน

ในวันนั้นขุนนางแมลงได้พาคู่รักเดินทางผ่านเขตดาววิลเดอร์เนสเพื่อเดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ในบ้านเกิดของเธอ

แต่น่าเสียดายที่การเดินทางของพวกเขาต้องสิ้นสุดลง เพราะความจริงที่พวกเขาต้องเผชิญกลายเป็นเรื่องที่โหดร้าย

เผ่าพันธุ์มนุษย์และแมลงได้ต่อสู้เพื่อแย่งชิงทรัพยากรในจักรวาลมาอย่างยาวนาน พวกเขาจึงเตรียมกองกำลังเอาไว้ในบริเวณชายแดนอย่างหนาแน่น รอคอยเพียงแค่ว่าสงครามจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่และใครจะเป็นฝ่ายเริ่มสงครามก่อน

แมลงที่น่าสงสารได้เดินทางมาจนถึงชายแดนและถูกจับตัวโดยพันธมิตรมนุษย์ จากนั้นเขาก็ถูกตัดสินประหารชีวิตในข้อหาจารกรรม ส่วนหญิงสาวก็ถูกส่งกลับไปยังบ้านเกิดของเธอ

เดิมทีเรื่องนี้ถือว่าเป็นความขัดแย้งกันเพียงแค่เล็กน้อยและยังไม่พอที่จะกระตุ้นให้สงครามได้เริ่มต้นขึ้น

อย่างไรก็ตามเมื่อสายลับของพวกเซิร์กที่อยู่ในพันธมิตรได้ยินคำแถลงการณ์จากหญิงสาว พวกเขาก็ไม่สามารถระงับความโกรธได้อีกต่อไปและเริ่มเปิดสงครามขึ้นในเวลาต่อมา

หญิงสาวได้กล่าวอ้างในรายการทีวีว่าเธอได้ถูกลักพาตัวไปและถูกขุนนางแมลงทำร้ายตลอดทั้งวันทั้งคืน ส่วนในเรื่องของความรักเป็นเพียงแค่กลอุบายที่เธอใช้เพื่อหลบหนีกลับมายังพันธมิตรเท่านั้น โดยระหว่างบทสัมภาษณ์เธอได้เล่าถึงความโหดร้ายของแมลงต่าง ๆ นานารวมถึงวิธีการที่เธอใช้เพื่อหลบหนีกลับมายังพันธมิตร

เหล่าบรรดาผู้คนที่ไม่รู้ความจริงต่างก็รู้สึกโกรธการกระทำของพวกเซิร์กมาก และเรียกร้องให้พันธมิตรส่งกองกำลังไปกวาดล้างพวกแมลงที่โหดร้ายออกไปจากแผนที่ดวงดาว

ผู้ที่มีความสุขที่สุดสำหรับเรื่องนี้คือจอมพลของพันธมิตรมนุษย์ในช่วงเวลานั้น เพราะเรื่องทั้งหมดที่หญิงสาวกล่าวขึ้นมาเป็นเรื่องที่ถูกแต่งตามคำสั่งของพวกเขา

จุดประสงค์ของจอมพลเป็นเรื่องที่เรียบง่ายมาก เพราะท้ายที่สุดสงครามก็ใกล้เข้ามาทุกที ดังนั้นเรื่องราวของหญิงสาวผู้อ่อนแอที่ถูกพวกแมลงรังแกย่อมสามารถกระตุ้นความโกรธของทหารได้เป็นอย่างดี

แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่จอมพลไม่ได้คิดนั่นก็คือเรื่องนี้ได้กลายเป็นตัวกระตุ้นพวกเซิร์กด้วยเช่นกันและทำให้พวกแมลงเกลียดชังเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่อไปอีกหลายร้อยปี

นับตั้งแต่การเปิดฉากสู้รบในครั้งแรก สงครามก็ครั้งนี้กินระยะเวลาถึง 327 ปี 5 เดือน 11 วัน นอกจากนี้มันยังมีจำนวนของทหารและยานรบตกเป็นเหยื่อในสงครามเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนแล้วยังคงมีเศษซากของสงครามหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากที่สงครามได้ดำเนินอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 300 ปี มันก็ทำให้ทั้งเศรษฐกิจ และขวัญกำลังใจของทั้งสองฝ่ายย่ำแย่ไปจนถึงจุดต่ำสุดจนไม่มีใครต้องการที่จะทำสงครามอีกต่อไป มันจึงนำไปสู่การเจรจาสร้างสันติภาพขึ้นมาอีกครั้ง

เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระสำหรับเซี่ยเฟยจริง ๆ เพราะถึงแม้ว่ามนุษย์กับแมลงจะทำสงครามกันมาเป็นเวลานานกว่า 300 ปี แต่ไม่มีใครได้รับดินแดนของอีกฝ่ายเลยแม้แต่ตารางเมตรเดียว ในทางกลับกันพื้นที่ชายแดนในเขตดาววิลเดอร์เนสได้ถูกเปลี่ยนเป็นกันชนและทำให้เขตดาวในบริเวณนี้ได้กลายเป็นสวรรค์สำหรับพวกใต้ดิน

ปัจจุบันเซี่ยเฟยกำลังขึ้นยานฟริเกตรุ่นเอ็กคิวชั่นเนอร์ขณะที่นึกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับสงคราม โดยยานลำนี้เขาได้ทำการเช่ามันมาจากแอนดี้ในราคาหัวใจจักรวาล 5 กรัมต่อวัน

เขาตั้งใจว่าเขาจะขับยานลำนี้ไปยังสนามรบโบราณ โดยหวังที่จะเก็บกู้อุปกรณ์ที่จำเป็นกลับมาจากซากยานรบ

เซี่ยเฟยต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าที่เขาจะได้รับลูน่ามาไว้ในครอบครอง ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการจะทิ้งมันเอาไว้และสนามรบโบราณคือทางเลือกเดียวที่มันจะทำให้เขาสามารถซ่อมลูน่ากลับคืนมาได้

“นายไม่อยากให้ฉันไปด้วยจริง ๆ หรอ? ฉันสามารถหาคนมารับงานแทนฉันได้นะ” ซาร่ากล่าวขณะเดินไปส่งเซี่ยเฟยที่ประตูยาน

“แค่เก็บกู้ซากยานเองฉันทำคนเดียวได้น่า เธอไปทำงานของเธอเถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

เมื่อได้รับคำยืนยันซาร่าก็พยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไรกลับไปอีก

ขณะเดียวกันการพูดคุยระหว่างเซี่ยเฟยและซาร่าก็ทำให้ดวงตาที่เคยขุ่นมัวของเอเลนสดใสขึ้นอีกครั้ง จากนั้นรอยย่นบนหน้าผากของเขาก็ค่อย ๆ คลายออกราวกับว่าเขากำลังมีความสุข

เซี่ยเฟยโบกมือลาเอเลนกับซาร่าและเตรียมมุ่งหน้าตรงไปยังสนามรบโบราณ

ยานเอ็กคิวชั่นเนอร์เป็นหนึ่งในยานฟริเกตที่มีขนาดเล็กที่สุดในจักรวาลทำให้มันเป็นยานที่มีความคล่องตัวอย่างยอดเยี่ยม แต่น่าเสียดายที่เกราะป้องกันของมันค่อนข้างที่จะอ่อนแอไปซักหน่อย

ก่อนออกเดินทางแอนดี้ได้ทำการติดตั้งเครื่องตรวจจับและอุปกรณ์กอบกู้ซากยานเอาไว้ให้ตามความต้องการของเซี่ยเฟยแล้ว ชายหนุ่มจึงสามารถใช้ยานอวกาศลำนี้ในการสแกนหาซากยานรบและทำการกอบกู้พวกมันได้

ในเขตดาววิลเดอร์เนสมีสนามรบอยู่เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน โดยสถานที่ที่เซี่ยเฟยกำลังมุ่งหน้าไปในคราวนี้อยู่ห่างจากฐานไปประมาณ 740 ปีแสง ซึ่งครั้งหนึ่งกองยานขนาดเล็กของพันธมิตรเคยถูกกองยานของเซิร์กซุ่มโจมตี ทำให้ซากยานลอยเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศมาจนถึงปัจจุบัน

ระยะทาง 740 ปีแสงถือว่าเป็นระยะทางสั้น ๆ ในจักรวาลและเซี่ยเฟยก็ใช้ยานเอ็กคิวชั่นเนอร์ทำการวาร์ปมาเพียงแค่ครั้งเดียว

เมื่อมองออกไปในระยะไกลชายหนุ่มได้เห็นซากยานรบและเศษซากโลหะล่องลอยอยู่ในอวกาศเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับได้มาโผล่ยังคนละโลก

เซี่ยเฟยได้นำยานรบเข้าไปในสนามรบโบราณพร้อมกับทำการเปิดเครื่องตรวจจับ 2 เครื่องพร้อมกันเพื่อสแกนซากยานอวกาศทีละลำ

ชายหนุ่มได้ทำการป้อนรายการอุปกรณ์ที่เขาต้องการไว้ในคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นตราบใดก็ตามที่เครื่องตรวจจับตรวจพบเจออุปกรณ์ที่เขาระบุเอาไว้ คอมพิวเตอร์อัจฉริยะก็จะทำการส่งข้อความแจ้งเตือนเขาในทันที

น่าเสียดายที่สนามรบแห่งนี้อยู่ใกล้กับฐานทัพมากเกินไป มันจึงทำให้มีผู้คนเคยมาสำรวจสนามรบแห่งนี้แล้วเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ดังนั้นถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะใช้เวลาตรวจสอบสนามรบมานานกว่า 1 ชั่วโมง แต่เขาก็สามารถกอบกู้อุปกรณ์ที่ไม่สำคัญกลับมาได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

อันที่จริงอุปกรณ์ที่เขาหาได้สามารถหาซื้อได้จากร้านของแอนดี้ แต่การที่เขาเก็บกู้อุปกรณ์จากซากยานรบมามันก็ทำให้เขาสามารถประหยัดเงินไปได้เล็กน้อย

ชายหนุ่มหยิบปากกาขึ้นมาขีดรายการภายในมืออย่างยิ้มแย้ม เพราะท้ายที่สุดเขาก็เพิ่งเจอของฟรีที่ล่องลอยอยู่ในจักรวาล เขาจึงค่อนข้างรู้สึกกระตือรือร้นในการทำงานต่อไป

“ทำไมพวกเราไม่ซื้อยานลำอื่นแล้วทิ้งลูน่าไว้ที่นี่ล่ะ?” อันธออกมาจากหินมัวร์พร้อมกับกล่าวขึ้นมาอย่างเบื่อหน่าย

“ทิ้งลูน่า? ฉันถามหน่อยว่าถ้าฉันทิ้งลูน่าไปฉันจะหายานรบดี ๆ แบบนี้ได้อีกที่ไหน อีกอย่างนายลืมไปแล้วหรือไงว่าลูน่ามีราคารวม ๆ กันมากกว่า 700 ล้านสตาร์คอยน์ ฉันทำใจทิ้งมันไปไม่ได้จริง ๆ” เซี่ยเฟยตอบกลับพร้อมกับกรอกตา

“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญนายเก็บกู้ซากยานให้สนุกแล้วกัน ถ้านายโชคดีนายอาจจะใช้เวลาซัก 10 ปีถึงจะเก็บกู้อุปกรณ์ได้ครบ” อันธกล่าวพร้อมกับถอนหายใจก่อนที่เขาจะกลับไปในโลกของตัวเอง

เซี่ยเฟยกัดริมฝีปากเป็นคำตอบให้กับวิญญาณนักฆ่า จากนั้นเขาก็นำยานมุ่งหน้าตรงไปยังสนามรบอีกแห่ง โดยสนามรบแห่งนี้ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากนัก เพราะถึงแม้ว่าเขาจะใช้เวลาในการเก็บกู้นานกว่า 2 ชั่วโมงแต่เขาก็สามารถเก็บกู้อุปกรณ์กลับมาได้เพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น

เมื่อเวลาค่อย ๆ ผ่านไปความแปลกใหม่ในเรื่องการกอบกู้ซากยานก็ค่อย ๆ ลดลง ชายหนุ่มจึงรู้สึกเบื่อหน่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงทำการเปิดแผนที่สนามรบที่แอนดี้ให้มาแล้วทำการพิจารณาแผนที่อย่างระมัดระวัง

พื้นที่สีเขียวในแผนที่ค่อนข้างปลอดภัย เพราะมันเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับฐานทัพ แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่เหล่านี้ก็เคยถูกสำรวจจากผู้คนเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน มันจึงยังเหลือเศษซากอะไหล่ให้เขาได้ทำการเก็บกู้อยู่น้อยมาก

พื้นที่สีเหลืองหมายถึงพื้นที่อันตราย ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะว่าสภาพแวดล้อมในบริเวณนั้นไม่เสถียรหรือมันเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับเขตโจรสลัด มันจึงเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างจะเสี่ยงอันตราย

ขณะเดียวกันพื้นที่สีแดงในแผนที่ก็หมายถึงพื้นที่เขตมรณะ ขณะที่พื้นที่สีดำหมายถึงพื้นที่ที่ยังไม่มีใครเข้าถึงได้

เซี่ยเฟยจุดบุหรี่พร้อมกับชั่งน้ำหนักความคิดอย่างระมัดระวัง โดยในตอนนี้เขาตัดสินใจไม่สำรวจพื้นที่ในเขตสีเขียวอีกต่อไปเพราะมันทำให้เขาค่อนข้างจะเสียเวลา

ในที่สุดยานรบก็ทำการวาร์ปอีกครั้ง ก่อนที่เซี่ยเฟยจะได้ไปปรากฏตัวยังพื้นที่ในเขตสีเหลืองที่อยู่ใกล้กับเขามากที่สุด

สนามรบโบราณแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งเมื่อพิจารณาจากจำนวนของซากยานและความเสียหายในการต่อสู้ สถานที่แห่งนี้ย่อมเป็นที่ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

หลังเดินทางมาถึงเครื่องตรวจจับบนตัวยานก็เริ่มทำงานในทันที มันจึงทำการปล่อยแสงเลเซอร์สีแดงออกไปจากพื้นที่ส่วนบนของยานรบเพื่อทำการสแกนเศษซากยานแต่ละลำและส่งข้อมูลกลับไปยังคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ

ในครั้งนี้เซี่ยเฟยเริ่มทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยการถอดรายชื่ออุปกรณ์ทั้งหมดที่เขาสามารถหาซื้อจากร้านของแอนดี้ได้และเหลือเพียงอุปกรณ์หลัก ๆ ที่จำเป็นที่สุดเพียงแค่ 34 ชิ้นเท่านั้น

20 นาทีต่อมาหน้าจอแสงก็เริ่มกระพริบพร้อมกับข้อมูลที่ปรากฏขึ้นมาว่า ระบบสแกนได้ตรวจพบเครื่องระบบเรดาร์บนยานฟริเกตรุ่นคาลดารี่ที่สามารถนำมาใช้กับลูน่าได้

การพบเจอในครั้งนี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกมีความสุขมากและเขาก็ทำการกอบกู้อุปกรณ์จากซากยานในทันที

การกอบกู้ชิ้นส่วนจากซากยานแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกคือการระบุตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นเครื่องกอบกู้จะทำการยิงแสงเลเซอร์เพื่อเปิดรูวงกลมบนยานเป้าหมาย ต่อมาเครื่องกอบกู้ยิงแสงเลเซอร์ลึกลงไปเพื่อตัดชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ต้องการ ก่อนที่แขนกลจะดึงอุปกรณ์นั้นกลับไปยังห้องโดยสารของยาน

ขั้นตอนทั้งหมดนี้ถูกควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการกอบกู้อุปกรณ์แต่ละชิ้นจะใช้เวลาไปเพียงแค่ไม่กี่นาที

ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมาเซี่ยเฟยก็ได้พบกับอุปกรณ์ที่เขาต้องการอีกชิ้น ชายหนุ่มจึงทำการกอบกู้มันอย่างเร่งด่วนเพื่อที่เขาจะได้ออกตามหาชิ้นส่วนอื่น ๆ โดยเร็วที่สุด

ทุกครั้งที่เซี่ยเฟยกอบกู้อุปกรณ์กลับมาเขาก็เริ่มจะมีความหวังว่าจะสามารถซ่อมแซมลูน่ากลับมาได้ อย่างไรก็ตามชายหนุ่มกลับไม่รู้ตัวเลยว่าทุกครั้งที่เขาได้วาร์ปเข้าไปในพื้นที่สีเหลืองเหล่านี้ เขาก็ได้เข้าใกล้พื้นที่สีแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ

***************

จบบทที่ ตอนที่ 105: สนามรบโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว