เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 94: สถานีอวกาศร้าง

ตอนที่ 94: สถานีอวกาศร้าง

ตอนที่ 94: สถานีอวกาศร้าง


ตอนที่ 94: สถานีอวกาศร้าง

เซี่ยเฟยดื่มน้ำชาพร้อมกับวิเคราะห์ข้อมูลภารกิจ จากนั้นเขาก็เริ่มทำความสะอาดห้องสมุด ซึ่งในระหว่างนั้นฉินหมางก็เดินลงไปในชั้นใต้ดินโดยไม่พูดอะไร ก่อนที่เขาจะหยิบไมโครคอมพิวเตอร์ขึ้นมาติดต่อไปยังเย่จิ่งชาน

เมื่อผู้บัญชาการค่ายฝึกได้เห็นว่าใครติดต่อมา เขาก็รีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยก่อนที่จะรับสายด้วยความเคารพ

“สวัสดีครับอาจารย์!” เย่จิ่งชานกล่าวทักทายพร้อมกับโค้งคำนับ 90 องศาราวกับว่าตัวของเขาเป็นไม้ฉาก

“ฉันเคยบอกหลายครั้งแล้วใช่ไหมว่านายไม่จำเป็นจะต้องทำตัวจริงจังขนาดนั้น ฉันไม่ชอบท่าทางแบบนี้ของนายเลยจริง ๆ” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับโบกมือไปมา

“ได้ครับ!” เย่จิ่งชานยืดตัวขึ้นแต่เขาก็ยังคงก้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเคารพ

“ช่วงนี้นายมีเรื่องอะไรที่ไม่ได้บอกฉันใช่ไหม?” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับถอนหายใจกับท่าทางลูกศิษย์ของตัวเอง

“ไม่ทราบว่าเรื่องอะไรครับอาจารย์” เย่จิ่งชานกล่าวถามขึ้นมาด้วยความเร่งรีบ

“เรื่องของเซี่ยเฟย… ปกตินักเรียนในค่ายจะได้รับภารกิจไปทำการฝึกฝนและภารกิจสำหรับทำการประเมิน แต่ฉันเพิ่งเห็นว่ารายละเอียดภารกิจที่นายส่งให้เซี่ยเฟยเป็นข้อมูลภารกิจทางการ พวกนายกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับหาเก้าอี้นั่งและยกขาขึ้น

“เอ่อ…” เย่จิ่งชานพึมพำออกมาอย่างลังเลพร้อมกับศีรษะที่ก้มต่ำลงราวกับว่าเขาเป็นเด็กนักเรียนที่ยอมรับความผิดพลาด

“ผมไม่สามารถบอกรายละเอียดเรื่องนี้ได้ครับ” เย่จิ่งชานตอบกลับไปอย่างกล้าหาญ

“นั่นสินะ ตอนนี้ฉันลาออกแล้ว มันก็จะต้องมีข้อมูลบางอย่างที่ฉันไม่ควรรู้” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“ขอโทษด้วยครับอาจารย์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผมไม่สามารถบอกอาจารย์ได้จริง ๆ” เย่จิ่งชานกล่าวพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีซีด

“จิ่งชานในบรรดาลูกศิษย์ทั้งหมดที่ฉันได้สั่งสอนมา นายเป็นคนที่ฉลาดและทำงานหนักมากที่สุด แต่นายก็เป็นคนที่ซื่อบื้อที่สุดด้วย! ที่ฉันพูดแบบนี้มันไม่ใช่เพราะว่าฉันพยายามจะสร้างความลำบากใจให้กับนายหรอกนะ ฉันแค่อยากจะให้นายได้รู้ว่าฉันยอมรับในตัวของเซี่ยเฟยแล้ว” ฉินหมางกล่าว

“ถ้าอาจารย์จะรับลูกศิษย์เพิ่มผมก็ดีใจกับเซี่ยเฟยด้วย แต่อาจารย์ไม่ได้ตั้งใจจะส่งต่อสิ่งต่าง ๆ ให้กับเซี่ยเฟยใช่ไหมครับ? ชายหนุ่มคนนี้ยังมีข้อบกพร่องมากเกินไปและตัวตนของเขาก็ยังค่อนข้างลึกลับ” เย่จิ่งชานตอบกลับด้วยความกระวนกระวาย

“อย่ามาสอนฉันว่าฉันควรจะยกอะไรให้กับใคร! ถึงแม้ว่าฉันจะส่งต่อของทั้งหมดให้กับเขาจริง ๆ แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นคนฉลาด, มีไหวพริบไม่ใช่พวกสมองทึบที่คิดทุกอย่างเป็นเส้นตรงเหมือนกับนาย! ดังนั้นต่อให้ฉันยกทุกอย่างให้กับนาย แต่นายก็ไม่มีทางรักษาพวกมันเอาไว้ได้!!” ฉินหมางส่งเสียงตะคอกออกมาอย่างเย็นชา

“ผมขอยอมรับคำตำหนิครับ” เย่จิ่งชานตอบกลับเสียงอ่อย

“เฮ้อ! ทำไมนายถึงโง่ได้ขนาดนี้นะ! ช่างมันเถอะ ฉันจะไม่พูดเรื่องไร้สาระพวกนี้อีกแล้ว จำไว้ว่านายจะมีความลับอะไรมันก็เรื่องของนาย แต่ถ้าหากเซี่ยเฟยเป็นอะไรขึ้นมา…” ฉินหมางค้างคำพูดเอาไว้ก่อนที่เขาจะวางสายลง

หลังจากตัดการติดต่อฉินหมางก็ใช้เวลาคิดพิจารณาอยู่ในห้องใต้ดินครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะขึ้นมาพบเซี่ยเฟยที่กำลังทำความสะอาด โชคดีที่ความสามารถของเซี่ยเฟยคือความเร็ว ดังนั้นถึงแม้ว่าห้องสมุดแห่งนี้จะมีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ แต่ชายหนุ่มก็ทำความสะอาดได้ในเวลาแค่ไม่นาน

ฉินหมางจ้องไปที่เซี่ยเฟยชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเรียกให้เซี่ยเฟยมาอยู่ข้าง ๆ

“ชาน่าจะเย็นหมดแล้ว เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนให้นะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ฉินหมางส่ายหัวให้เป็นคำตอบ ก่อนที่เขาจะกล่าวว่า

“ความเร็วของนายเพิ่มขึ้นใช่ไหม?”

“ฮิฮิ ใช่แล้วครับ ผมบังเอิญเลื่อนระดับความสามารถในห้องฝึกของค่ายชั้นในเมื่อวานนี้พอดี ทำให้ตอนนี้ผมมีความสามารถอยู่ในระดับสตาร์เบสขั้นสูงแล้ว”

“โอ้โหแบบนี้เองสินะ! การพยายามเพิ่มความสามารถทางด้านความเร็วไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดูเหมือนว่านายจะฝึกหนักกว่าที่ฉันคิด” ฉินหมางกล่าวด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็ทำท่าทางครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนที่จะกล่าวว่า

“ไปเอาหนังสือเลขที่ 65,894 มาให้หน่อย”

เซี่ยเฟยวิ่งเบา ๆ ไปเอาหนังสือที่ชายชราต้องการมาวางไว้บนโต๊ะ

ฉินหมางหยิบหนังสือขึ้นมาและได้พบว่าหนังสือเล่มนี้คือ ‘คู่มือฉุกเฉินสถานีอวกาศหน้าด่านเอ็มม่า 5’

“คราวนี้นายกำลังจะไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศ สแกนคู่มือเล่มนี้ลงไปในคอมพิวเตอร์ของนายซะ มันอาจจะมีประโยชน์กับนายก็ได้” ฉินหมางกล่าวขณะยื่นหนังสือให้เซี่ยเฟย

“ผมได้ดาวน์โหลดข้อมูลรายละเอียดของสถานีอวกาศรุ่นนี้ไปแล้วครับ ผมคิดว่าข้อมูลในอินเตอร์เน็ตน่าจะสมบูรณ์กว่าหนังสือเล่มนี้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ดีแล้วที่เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่นายควรจะต้องรู้ว่าข้อมูลบางอย่างไม่สามารถเปิดเผยบนอินเตอร์เน็ตระหว่างดวงดาวได้ เพราะมันมีความเกี่ยวข้องกับความลับด้านความปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่น วัสดุที่บริษัทใช้ในกระบวนการผลิต มันจึงทำให้หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากข้อมูลที่นายได้ดาวน์โหลด” ฉินหมางกล่าว

“มีแบบนี้ด้วยเหรอครับ?” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย

“หนังสือทุกเล่มในห้องสมุดต่างก็มีคุณค่าในตัวเอง อย่าไปเชื่อข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมากนัก จำเอาไว้ว่าถ้าข้อมูลไหนเป็นข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายแสดงว่ามันจะต้องมีความลับอะไรบางอย่างถูกซ่อนเอาไว้อยู่เสมอ” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับใช้นิ้วอ้วน ๆ ชี้เข้าไปในห้องสมุด

‘ข้อมูลพวกนี้มีค่ามากจริง ๆ บางทีฉันอาจจะตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกมาเป็นบรรณารักษ์’ เซี่ยเฟยพยักหน้ารับพร้อมกับพึมพำกับตัวเอง

ยานอวกาศเดินทางออกจากสนามบินในค่ายฝึกและทะยานขึ้นสู่ทะเลดาวอันกว้างใหญ่ โดยปลายทางของยานลำนี้คือสถานีอวกาศ GPP1796 ที่ถูกทิ้งร้าง

ยานฟริเกตที่พวกเขาใช้เดินทางมีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับยานฟริเกตทั้งหมด ซึ่งเพียงพอที่จะบรรทุกลูกเรือหลายร้อยคนพร้อมเสบียงอุปกรณ์ต่าง ๆ จนทำให้สามารถใช้ชีวิตในจักรวาลอย่างต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน

ทีม 13 เป็นหนึ่งในทีมที่น่าเชื่อถือที่สุดของสมาพันธ์ โดยทีมนี้มียานรบประจำทีม 2 ลำคือยานรุ่นโปรเซคคิวเตอร์ซึ่งเป็นยานรบขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับการดำเนินภารกิจต่อเนื่องเป็นเวลานาน กับยานริฟวอลเล่ซึ่งเป็นยานรบที่มีความรวดเร็วเหมาะสำหรับการปฎิบัติภารกิจฉุกเฉินหรือภารกิจติดตาม

เซี่ยเฟยเดินไปรอบ ๆ ยานและพบว่ายานลำนี้บรรทุกอุปกรณ์เอาไว้อย่างมากมายและมันก็มีแม้กระทั่งยานรบหุ้มเกราะอเนกประสงค์ที่จอดอยู่ในห้องเก็บของ

ยานลำนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่มากจริง ๆ เพราะถ้าหากใช้ลูน่าของเซี่ยเฟย เขาก็คงไม่สามารถยัดอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ถึง 1 ใน 3 ของยานลำนี้ด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าเมื่อยานมีข้อดีมันก็ย่อมจะต้องมีข้อเสีย เพราะด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างครบครัน มันจึงทำให้ความคล่องตัวของยานลำนี้อยู่ในระดับที่ต่ำมาก ซึ่งเซี่ยเฟยได้ประมาณการณ์เอาไว้ว่าลูน่าจำเป็นจะต้องใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีในการสลัดให้หลุดจากยานลำนี้แล้วหายไปในอวกาศ

ท้ายที่สุดลูน่าก็เป็นยานที่ถูกดัดแปลงเพื่อการต่อสู้โดยเฉพาะ มันจึงเป็นยานที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและมีขนาดใหญ่เทอะทะแบบนี้

ตัวยานบินด้วยระบบนำทางอัตโนมัติ เซียวไห่ลี่จึงเรียกพวกเซี่ยเฟยไปที่ห้องอาหารเพื่อประชุมมอบหมายหน้าที่ในภารกิจ

เนื่องมาจากจำนวนสมาชิกภายในทีมค่อนข้างน้อย พวกเขาจึงสามารถใช้ห้องอาหารเป็นห้องอเนกประสงค์ที่สามารถรับประทานอาหาร, ใช้เพื่อความบันเทิงไปจนถึงเป็นห้องประชุมรวมทั้งหมดเอาไว้ในห้องนี้ห้องเดียว

เควรอซรินกาแฟให้เยว่เกออย่างเอาใจ นับตั้งแต่วินาทีที่เขาได้ขึ้นยานมาเขาก็พยายามเอาใจหญิงสาวคนนี้มาโดยตลอด แต่เขาไม่ได้รู้เลยว่ารสนิยมทางเพศของเยว่เกอแตกต่างจากผู้หญิงโดยทั่วไป ดังนั้นถ้าหากว่าเขาต้องการจะชนะใจหญิงสาวคนนี้จริง ๆ เขาอาจจะต้องเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อแปลงเพศ

เซียวไห่ลี่, เควรอซและโบซิงวายืนอยู่ตรงข้ามกับพวกเซี่ยเฟยพร้อมกับทำการเปิดหน้าจอโฮโลแกรห์มขนาดใหญ่ จากนั้นพวกเขาก็เริ่มต้นการประชุม

“นี่คือรายละเอียดภารกิจ พวกคุณทุกคนอ่านมันมาหมดแล้วใช่ไหม” เซียวไห่ลี่กล่าว

ทุกคนพยักหน้ารับ เนื่องมาจากพวกเขาตื่นเต้นกับภารกิจแรกมาก ดังนั้นพวกเขาจึงเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี

เซียวไห่ลี่หยุดพูดชั่วคราวก่อนที่จะชี้ไปยังภาพถ่ายของสถานีอวกาศบนหน้าจอ จากนั้นเขาก็กล่าวว่า

“นี่คือสถานีอวกาศ GPP1796 จุดหมายปลายทางของพวกเรา จากข้อมูลที่พวกเราได้รับมาเมื่อไม่กี่วันก่อนระบบเรดาร์ของสถานีอวกาศสแกนพบยานอวกาศที่ไม่มีรหัสของพันธมิตรเข้าลงจอดบนสถานี คาดการณ์ว่าขนาดของยานลำนี้อยู่ระหว่างยานฟริเกตกับยานเดสทรอยเยอร์”

“ภารกิจของพวกเราในครั้งนี้คือการเข้าตรวจสอบสถานีอวกาศเพื่อดูว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาในสถานีหรือไม่ ถ้าหากจำเป็นพวกเราก็จะต้องเข้าไปในสถานีด้วย”

“ระดับความยากของภารกิจนี้อยู่ที่ระดับ 2 ซึ่งเป็นระดับต่ำพวกเราจึงไม่มีกองกำลังเสริม ถ้าหากพวกเราต้องการกำลังเสริมจริง ๆ กองยานที่อยู่ใกล้ที่สุดจำเป็นจะต้องใช้เวลาเดินทางมา 12 ชั่วโมง ดังนั้นถ้ามีเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาพวกเราต้องพยายามแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้ากันไปก่อน” เซียวไห่ลี่กล่าวอย่างจริงจัง

“ไม่เอาน่า อย่าไปขู่เด็กใหม่แบบนั้น! นี่เป็นเพียงภารกิจสำรวจทั่ว ๆ ไป เยว่เกอไม่ต้องกลัวนะจ๊ะเดี๋ยวพี่จะคอยปกป้องน้องเอง” เควรอซกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ภารกิจก็คือภารกิจ จะภารกิจระดับ 1 หรือภารกิจระดับ 9 ก็ไม่ต่างกัน ถ้าหากใครมีคำถามเชิญถามมาได้เลย แต่ถ้าไม่มีใครมีคำถามแล้วให้ทุกคนเตรียมตัวสำหรับการทำภารกิจ” เซียวไห่ลี่กล่าวพร้อมกับมองไปทางเควรอซด้วยรอยยิ้ม

เป๋ยไฮ่และหมานจุนถามคำถามที่ไม่สำคัญ 2-3 ข้อก่อนที่จะจบการประชุม จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักเพื่อเตรียมตัวสำหรับการทำภารกิจ

หลังเซี่ยเฟยกลับมาที่ห้องเขาก็หมกมุ่นอยู่กับการอ่านข้อมูลสถานีอวกาศที่ฉินหมางได้ให้มา จากนั้นเขาก็ทำการฝึกวิชาเล่ห์สังหารและวิชาพลางจิตเพื่อฆ่าเวลา

ความเร็วของเขาเพิ่งเพิ่มจากเดิมเมื่อไม่นานมานี้และกลยุทธ์ที่ต้องใช้ความเร็ว 400 เมตรต่อวินาทีกับความเร็ว 800 เมตรต่อวินาทีก็เป็นเรื่องแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเขาจึงจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อทำความเคยชินกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาใหม่

เวลา 16 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ไฟแสดงสถานะสีเหลืองจะสว่างขึ้น ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาได้เข้าสู่พื้นที่ภารกิจแล้ว

เซี่ยเฟยเดินออกไปจากห้องเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องบัญชาการ แต่ก่อนที่เขาจะเปิดประตูเขาก็ได้ยินเสียงโบซิงวาดังขึ้นมาจากด้านใน

“เกิดอะไรขึ้น! ทำไมระบบช่วยชีวิตกับระบบแรงโน้มถ่วงของสถานีถึงถูกเปิดหมดเลย นี่มันสถานีร้างนะหรือว่ามันจะมีคนอาศัยอยู่ในสถานี?”

เซียวไห่ลี่ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะสั่งการออกไปว่า

“ใช้ความเร็ว 20% บินวนรอบสถานีอวกาศโดยเว้นระยะห่างเอาไว้ 1,000 กิโลเมตร, เปิดเครื่องตรวจจับชีวภาพสแกนเข้าไปในสถานีทีละส่วน, เปิดระบบอาวุธหลักและเกราะพลังงาน ทุกคนเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดเรื่องฉุกเฉิน!”

***************

จบบทที่ ตอนที่ 94: สถานีอวกาศร้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว