เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 93: สตาร์เบสขั้นสูง

ตอนที่ 93: สตาร์เบสขั้นสูง

ตอนที่ 93: สตาร์เบสขั้นสูง


ตอนที่ 93: สตาร์เบสขั้นสูง

ภายในห้องฝึกเต็มไปด้วยพลังงานอันหนาแน่น ซึ่งมันไม่เพียงแต่จะช่วยเร่งกระบวนการในการผลัดเซลล์เท่านั้น แต่มันยังขยายความเจ็บปวดจากน้ำยาที่เซี่ยเฟยได้ดื่มเข้าไปอีกด้วย

เซี่ยเฟยนั่งอยู่กลางห้องฝึกโดยที่ร่างกายของเขาสั่นไม่หยุด ซึ่งในชั่วขณะหนึ่งเขาก็รู้สึกร้อนราวกับกำลังนั่งอยู่ในภูเขาไฟ แต่อีกชั่วขณะหนึ่งเขากลับรู้สึกหนาวราวกับว่าเขากำลังอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง

หลังจากนั้นไม่นานสองความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็แยกออกจากกัน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าร่างกายทางซีกซ้ายมีความร้อนเหมือนกับไฟ ขณะที่ร่างกายทางซีกขวามีความเย็นเหมือนกับน้ำแข็ง

เซี่ยเฟยพยายามชักนำพลังในร่างอย่างช้า ๆ และพยายามประสานความรู้สึกที่แตกต่างกันนี้เข้าด้วยกัน

“อย่าพยายามไปควบคุมพวกมัน น้ำยาชนิดนี้จะเข้าไปทำความสะอาดร่างกายของนาย ซึ่งหลังจากที่ร่างกายของนายสะอาดแล้วความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก็จะค่อย ๆ จางหายไป” อันธที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กล่าว

“นายไม่ได้เป็นคนเจ็บนี่!” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเม้มริมฝีปาก

“นั่นก็ถูก แต่ฉันขอแนะนำให้นายเรียนรู้ที่จะเพลิดเพลินไปกับความเจ็บปวด เพราะการใช้น้ำยาเพื่อเพิ่มระดับความสามารถก็เหมือนกับโยนคนเข้าไปในกองไฟ ดังนั้นยิ่งระดับของน้ำยาที่นายดื่มสูงเท่าไหร่ เปลวไฟที่ต้องใช้หลอมละลายก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น” อันธกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ความเจ็บปวดภายในร่างกายทำให้เซี่ยเฟยแทบจะใจสลาย แต่เขาก็ต้องพยายามลุกยืนขึ้นอย่างไม่เต็มใจพร้อมกับทำการฝึกฝนเทคนิคเล่ห์สังหาร เพราะการทำแบบนี้มันช่วยเบี่ยงเบนความเจ็บปวดไปจากความคิดของเขาได้

เมื่อเวลาผ่านไปเซี่ยเฟยก็ค่อย ๆ คุ้นชินกับความเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าวิธีการเดียวที่จะช่วยให้เขาบรรเทาความเจ็บปวดได้นั่นก็คือเขาจะต้องมีสมาธิในการทำอะไรซักอย่าง

24 ชั่วโมงต่อมาเซี่ยเฟยก็ออกมาจากห้องฝึกด้วยผิวสีซีดและเสื้อผ้าของเขาก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อราวกับว่าเขาเพิ่งปีนขึ้นมาจากสระว่ายน้ำ

“นั่นนายยังโอเคอยู่ไหม?” เยว่เกอกล่าวถามขณะมองไปทางเซี่ยเฟยที่มีสภาพร่อแร่

“ไม่เป็นไร ฉันแค่ฝันร้ายนิดหน่อย” เซี่ยเฟยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

“ฝันร้ายบ้านนายสิ! นี่นายใช้โอกาสทองที่ห้องฝึกในการหลับเนี่ยนะ!!” เยว่เกออุทานออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เมื่อเซี่ยเฟยขึ้นลิฟต์กลับไปบนพื้น เขาก็ได้พบกับเย่เสี่ยวหานกับเซียวไห่ลี่ที่กำลังรออยู่ที่ล็อบบี้ นอกจากนี้มันยังมีเย่จิ่งชานและชายชราที่เซี่ยเฟยไม่รู้จักยืนอยู่อีกหนึ่งคน

ชายชราคนนี้ดูมีอายุประมาณ 70 ปี, มีผิวคล้ำ, โหนกแก้มสูง, ไม่มีไขมันตามร่างกายราวกับว่าร่างของเขามีเพียงแต่หนังหุ้มกระดูก

หลังสังเกตสถานการณ์เซี่ยเฟยก็ได้พบว่าสีหน้าของเย่เสี่ยวหานและเซียวไห่ลี่ดูเหมือนจะแปลก ๆ ไป นอกจากนี้พวกเขาทั้งสองคนยังยืนห่างกันแบบผิดปกติ

เย่เสี่ยวหานยังคงมีความงามเหมือนกับภูเขาน้ำแข็ง แต่เซี่ยเฟยสังเกตว่าหญิงสาวคนนี้กำลังกัดริมฝีปากตัวเองราวกับว่าอารมณ์ของเธอกำลังแปรปรวน

คนที่มีบุคลิกแบบหญิงสาวคนนี้มักจะเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจไม่ค่อยเปิดเผยอารมณ์ออกมา และถึงแม้ว่าการกัดริมฝีปากจะเป็นเรื่องธรรมดาของคนทั่วไป แต่สำหรับคนอย่างเย่เสี่ยวหานแล้วการกัดริมฝีปากอาจจะเป็นเรื่องใหญ่จนทำให้เธอทนไม่ไหวจริง ๆ

ส่วนทางด้านของเซียวไห่ลี่ก็ดูแปลกไปกว่าทุกที เพราะโดยปกติเขามักจะเผยรอยยิ้มออกมาตลอดเวลา แต่ตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความบึ้งตึงและกล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขายังมีอาการกระตุกขึ้นมาเป็นครั้งคราว

“การสัมผัสค่ายชั้นในในครั้งนี้รู้สึกยังไงบ้าง?” เย่จิ่งชานเริ่มทักทาย

เยว่เกอและเฉินตงเริ่มทำการชื่นชมค่ายชั้นในไม่หยุดปาก ขณะที่เซี่ยเฟยไม่พูดอะไรออกมาเลย เพราะร่างกายของเขายังอ่อนแอมากและแม้แต่การเดินธรรมดาก็ยังทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย

“เขาคนนี้ชื่อจิ๋นซือเป็นผู้อำนวยการของค่ายชั้นใน ถ้าหากว่าในอนาคตพวกคุณได้มีโอกาสเข้ามาในค่ายชั้นในเต็มตัว พวกคุณก็จะกลายเป็นลูกศิษย์ของเขาคนนี้” เย่จิ่งชานแนะนำชายชราร่างผอมที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งจิ๋นซือก็พยักหน้าเล็กน้อยเพื่อทักทายพวกเซี่ยเฟย

“เอาล่ะเนื่องมาจากผลงานทีมของพวกคุณโดดเด่นมาก ฉันจึงตัดสินใจมอบของรางวัลให้เพิ่มเติม โดยให้ทีมของพวกคุณติดตามทีม 13 ไปปฎิบัติภารกิจเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์จริง ภารกิจจะเริ่มออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ ส่วนรายละเอียดภารกิจจะถูกส่งไปที่อีเมลของพวกคุณในภายหลัง” เย่จิ่งชานกล่าว

“ติดตามไปทำภารกิจพร้อมกับทีม 13?” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยความสงสัยและถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีหลักฐานว่าเซียวไห่ลี่ต้องการจะทำร้ายเขาจริง ๆ แต่เขาก็ไม่ชอบชายคนนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ

อย่างไรก็ตามเย่จิ่งชานก็ดูเหมือนกับจะไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาทำการเจรจา เพราะน้ำเสียงที่เขาพูดออกมาไม่ได้คิดที่จะให้พวกเขาทำการปฏิเสธเลย

หลังรถรับส่งมาจอดตรงบริเวณหน้าหอพัก นักเรียนหลายคนก็จ้องมองมาที่พวกเซี่ยเฟยด้วยความอิจฉา เพราะพวกเขารู้ว่าพวกเซี่ยเฟยเพิ่งกลับมาจากการเยี่ยมชมค่ายชั้นใน

นักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสย่างเท้าเข้าไปภายในค่ายด้วยซ้ำ ดังนั้นถึงแม้พวกเซี่ยเฟยจะได้เข้าไปยังค่ายชั้นในเพียงแค่ 24 ชั่วโมง แต่มันก็มากพอที่จะทำให้นักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกอิจฉาตาร้อน

หลังจากทำการอาบน้ำเซี่ยเฟยก็เดินทางไปยังศูนย์ฝึกธรรมดาที่อยู่ไม่ไกลจากหอพัก

“ผมต้องการใช้เครื่องทดสอบความเร็วครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยื่นบัตรให้กับพนักงาน

“ขึ้นไปใช้เครื่องทดสอบหมายเลข 17 บนชั้น 6 ได้เลย” พนักงานกล่าว

“ขอบคุณครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับรับบัตรนักเรียนคืน จากนั้นเขาก็เดินขึ้นไปยังชั้นที่ 6

ห้องนี้มีขนาดประมาณ 200 ตารางเมตร แต่ทั่วทั้งห้องมีเพียงแค่เครื่องทดสอบความเร็วและโซฟาสำหรับนั่งพักผ่อนเท่านั้น

เซี่ยเฟยทำการเปลี่ยนไปใส่ชุดวินด์ชาโดว์ จากนั้นเขาก็เดินขึ้นไปบนเครื่องทดสอบและใช้นิ้วแตะหน้าจอแสงเพื่อเปิดเครื่องใช้งาน

เครื่องทดสอบความเร็วเป็นเหมือนกับลู่วิ่งบนโลก แต่เครื่องทำขึ้นมาจากหินอ่อนที่จะเคลื่อนไหวไปตามเท้าของผู้ทดสอบ ดังนั้นไม่ว่าผู้ทำการทดสอบจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแค่ไหน แต่แผ่นหินจะคอยเลื่อนตามไปทำให้ผู้ทดสอบสามารถตรวจสอบความเร็วได้โดยตรง

นอกจากนี้มันยังมีหน้าจอโฮโลแกรห์มแสดงข้อมูลอยู่ทางด้านขวา ไม่ว่าจะเป็นสถิติความเร็วสูงสุด, ระยะทางที่เขาวิ่งมาแล้ว, อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต

เซี่ยเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมกับเริ่มวิ่งอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะค่อย ๆ เพิ่มความเร็วอย่างต่อเนื่อง

หลังจากนั้นไม่นานเซี่ยเฟยก็หยุดวิ่งพร้อมกับหันไปตรวจสอบผลลัพธ์บนหน้าจอ

ก่อนหน้านี้เขาวัดความเร็วด้วยอันธมาโดยตลอด แต่ถึงแม้ว่าอันธจะมีสายตาที่ดีแค่ไหนแต่วิญญาณตนนี้ก็ยังไม่ใช่เครื่องจักร ดังนั้นอันธจึงไม่ใช่เครื่องวัดที่มีความแม่นยำมากที่สุด

“ความเร็วสูงสุดคือ 877 เมตรต่อวินาที” เซี่ยเฟยอ่านตัวเลขบนหน้าจอด้วยความประหลาดใจ

ความเร็วขั้นต้นสำหรับผู้มีความสามารถระดับสตาร์เบสขั้นสูงคือ 571 เมตรต่อวินาที ด้วยเหตุนี้ความเร็วของเซี่ยเฟยในปัจจุบันจึงใกล้ถึงทางตันของระดับสตาร์เบสขั้นสูงแล้วและอยู่ห่างจากระดับสตาร์ฟิลด์แค่ไม่ไกล

ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของเซี่ยเฟยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ดังนั้นความเร็วของเขาก็อาจจะเพิ่มได้อีกประมาณ 50 เมตรต่อวินาที

“ดูเหมือนผลของน้ำยาครั้งนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว” อันธกล่าวขณะมองไปยังตัวเลขบนหน้าจอ

ก่อนหน้านี้ความเร็วของเซี่ยเฟยอยู่ระหว่าง 380 - 400 เมตรต่อวินาที แต่ในคราวนี้ความเร็วของเขาได้เพิ่มขึ้นมามากกว่าเดิมถึงสองเท่า

“อันธ ทำไมระดับความสามารถของเฉินตงใกล้จะถึงสตาร์ริเวอร์แล้ว แต่ระดับความสามารถของฉันยังไม่ถึงสตาร์ฟิลด์เสียที เป็นไปได้ไหมว่าพรสวรรค์ของฉันมีน้อยจนเกินไป” เซี่ยเฟยถาม

“ที่ความสามารถของนายพัฒนาช้าเพราะความสามารถของนายคือความเร็ว นายควรจะรู้เอาไว้นะว่าในบรรดาพลังพิเศษทั้งหมด พลังพิเศษสายความเร็วเป็นพลังพิเศษที่เพิ่มระดับความสามารถได้ยากที่สุด” อันธกล่าวพร้อมกับส่ายหัว จากนั้นเขาก็อธิบายต่อว่า

“ความเร็วขั้นต้นของผู้มีพลังสายความเร็วระดับสตาร์ริเวอร์ขั้นต้นคือ 9,148 เมตรต่อวินาที ซึ่งมันใกล้กับความเร็วระดับ 10,000 เมตรต่อวินาทีมาก หากนายมีความเร็วถึงระดับนั้นแล้วจริง ๆ ใครมันจะสามารถตามความเร็วของนายได้ เมื่อถึงเวลานั้นพวกผู้มีพลังพิเศษสายธรรมชาติจะสามารถถูกนายสังหารได้อย่างง่ายดาย มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพลังพิเศษสายความเร็วจึงเป็นพลังพิเศษที่พัฒนาได้ช้าที่สุด”

“ในบรรดาผู้มีพลังพิเศษทั้งหมด ผู้มีพลังพิเศษสายความเร็วมีอัตราส่วนอยู่ที่ประมาณ 15% แต่ผู้มีพลังพิเศษสายความเร็วที่สามารถฝึกฝนจนถึงระดับสูงจริง ๆ มีเพียงแค่ไม่กี่คน นายเคยเห็นผู้มีพลังสายความเร็วคนไหนถูกเรียกว่าผู้มีความสามารถระดับสูงไหมล่ะ” อันธถาม

เซี่ยเฟยส่ายหัวให้เป็นคำตอบ เพราะในบรรดาคนในค่ายฝึกมีผู้ใช้ความเร็วอยู่เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น มันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงผู้ใช้ความเร็วในระดับสูงเลย นอกจากนี้นักเรียนส่วนใหญ่ภายในค่ายยังเป็นผู้ใช้พลังสายพิเศษ มันจึงทำให้ผู้มีพลังสายความเร็วกับผู้มีพลังสายความแข็งแกร่งถูกพบได้น้อยมาก

“นายต้องจำเอาไว้ว่าการมีความสามารถระดับต่ำกว่าไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพในการต่อสู้จะต้องต่ำลงไปด้วย เมื่อผู้ใช้พลังสายความเร็วสามารถฝึกฝนจนถึงระดับสูงจริง ๆ พวกเขาจะสามารถจัดการกับผู้มีพลังพิเศษในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดาย และแม้แต่การต่อสู้ข้ามระดับก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้” อันธกล่าว

“ที่แท้ความเร็วก็เป็นพลังพิเศษที่ฝึกฝนได้อย่างยากลำบากนี่เอง” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเอง

“การที่นายได้มาพบกับฉันถือว่านายโชคดีแล้ว ไม่อย่างนั้นนายก็ไม่สามารถที่จะเพิ่มระดับความสามารถได้ตลอดชีวิต แน่นอนว่าการที่นายเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างสมบูรณ์ก็เป็นเรื่องที่โชคดีด้วยเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นมันก็คงจะไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะต้องสอนให้นายปรุงน้ำยามากิน” อันธกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“เป็นยังไงบ้าง? ค่ายชั้นในไม่เลวเลยใช่ไหม” ฉินหมางหรี่ตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเซี่ยเฟยเดินเข้ามาในห้องสมุด โดยภายในอ้อมแขนของเขายังคงมีแมวดำตัวอ้วนนอนหลับอยู่

เซี่ยเฟยพยักหน้าให้เป็นคำตอบพร้อมกับเทใบชาลงในกา หลังจากที่เขาได้เติมน้ำร้อนเขาก็รินน้ำชาลงในถ้วย

“การฝึกฝนในค่ายชั้นในไม่เลวเลยครับ แต่บรรยากาศดูวังเวงไปซักหน่อย เท่าที่ผมเห็นคนในค่ายชั้นในแทบจะไม่พูดคุยกันด้วยซ้ำและมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าพวกเขาจะไม่รู้จักกันทั้ง ๆ ที่พวกเขาอยู่ในค่ายชั้นในเหมือน ๆ กัน” เซี่ยเฟยกล่าว

“นายจะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก มันคงจะต้องโทษความเข้มงวดของค่ายชั้นใน พวกเขาเลยจำเป็นต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเพิ่มระดับความสามารถ” ฉินหมางกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย

เซี่ยเฟยดื่มน้ำชาพร้อมกับเปิดไมโครคอมพิวเตอร์เพื่ออ่านข้อมูลภารกิจที่เขาต้องไปในวันพรุ่งนี้

“หือ... นายกำลังจะออกไปทำภารกิจหรอ?” ฉินหมางอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย

“ใช่ครับ ผู้บัญชาการเย่ต้องการให้พวกเราออกไปปฎิบัติภารกิจกับทีม 13 ในวันพรุ่งนี้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีการมอบภารกิจให้กับนักเรียนใหม่แบบนี้ด้วย” ฉินหมางพึมพำกับตัวเองพร้อมกับขมวดคิ้ว

“สถานที่ปฎิบัติภารกิจคือสถานีอวกาศ GPP1796 ที่ถูกทิ้ง?” เซี่ยเฟยอ่านข้อมูลพร้อมกับจุดบุหรี่

***************

จบบทที่ ตอนที่ 93: สตาร์เบสขั้นสูง

คัดลอกลิงก์แล้ว