- หน้าแรก
- เทพยุทธ์ข้ามดารา บำเพ็ญเพียรล้านปีในเสี้ยววิ
- บทที่ 7 ปลดล็อก [มิติวิถียุทธ์]!
บทที่ 7 ปลดล็อก [มิติวิถียุทธ์]!
บทที่ 7 ปลดล็อก [มิติวิถียุทธ์]!
หว่านเค่อซานกวาดสายตาพิจารณานักเรียนตรงหน้าอย่างประหลาดใจ
คาบเรียนวิถียุทธ์คาบแรกคืองานถนัดของเขา แทบทุกครั้งที่รับผิดชอบนักเรียนใหม่ เขาจะนำสัตว์อสูรมาใช้ประกอบการเรียนเสมอ
จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อ 'ข่มขวัญ' แต่เพื่อให้นักเรียนเหล่านี้ได้เห็นว่าสัตว์อสูรที่แท้จริงเป็นเช่นไร เพื่อให้พวกเขาตระหนักว่า วิถียุทธ์ไม่เคยมีไว้เพื่อเสริมสร้างร่างกาย วิถียุทธ์คือศาสตรา คือวิถีแห่งการสังหาร!
ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนธรรมดาที่แตกตื่นหนีตาย หรือเหลียงหมิงอวี้ที่กลัวจนตัวแข็งทื่อ ล้วนไม่เกินความคาดหมายของเขา ส่วนอวี๋เหลยและหงเชี่ยนที่ถอยไปเพียงไม่กี่ก้าวและยังกล้าเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรได้ ก็นับว่าใช้ได้ทีเดียว
แต่คนอย่างหลี่ชิงซาน... คนที่หลังจากสัตว์อสูรฟื้นคืนชีพ กลับเลือกที่จะสวนกระแส ชักดาบพุ่งเข้าใส่ เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน
ที่สำคัญกว่านั้น ในเวลานี้ ดวงตาของหลี่ชิงซานลุกโชนขณะจ้องมองสัตว์อสูร ท่าทางเลียริมฝีปากนั้น... ราวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่สัตว์ร้าย แต่เป็นอาหารรสเลิศ
"อัจฉริยะด้านการต่อสู้โดยกำเนิดงั้นหรือ?" ความคิดหนึ่งแวบเข้ามา ริมฝีปากของหว่านเค่อซานยกยิ้ม
"ฟันเข้าไป ฟันกี่ครั้งก็ได้ตามใจชอบ ต่อให้ฆ่ามันตายก็ไม่เป็นไร!"
"ขอบคุณครับอาจารย์ ผมเข้าใจแล้ว" หลี่ชิงซานก้าวเท้าไปข้างหน้า มือขวาที่กำด้ามดาบสั่นระริก... สั่นด้วยความตื่นเต้น!
หมาป่าพิษสัมผัสได้ถึงมนุษย์ที่ถือดาบพุ่งเข้ามา แววตาดุร้ายของมันยิ่งทวีความรุนแรง แต่ขาทั้งสี่ยังคงถูกตรึงไว้กับแผ่นเหล็ก สิ่งเดียวที่ทำได้คืออ้าปากแดงฉานขู่คำราม
โฮก! เสียงคำรามรุนแรงพร้อมกลิ่นคาวคลุ้งปะทะใบหน้า
ฝีเท้าของหลี่ชิงซานไม่ชะงักแม้แต่น้อย เขาสูดลมหายใจลึก ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มยินดีจางๆ ราวกับได้กลิ่นหอมของอาหาร
ในสายตาของเขา หน้าจอโปร่งแสงซ้อนทับกับร่างของหมาป่าพิษ และส่วนของ [มิติวิถียุทธ์] กำลังกะพริบถี่รัว ยิ่งระยะห่างลดลง ความถี่ในการกะพริบก็ยิ่งเร็วขึ้น
ฆ่ามัน แล้ว [มิติวิถียุทธ์] จะต้องปลดล็อกแน่นอน!
"ระวังตัวด้วย ระวังมันสวนกลับ" หว่านเค่อซานเกรงว่าหลี่ชิงซานจะวู่วามเกินไปจึงเอ่ยเตือน
แม้แขนขาของหมาป่าพิษจะถูกตรึง แต่ส่วนหัวของมันยังขยับได้ในระดับหนึ่ง ทว่าความกังวลของเขานั้นสูญเปล่า เมื่อหลี่ชิงซานเข้าใกล้หมาป่าพิษในระยะหนึ่งเมตร เขาเปลี่ยนจังหวะการก้าวเท้า อ้อมผ่านส่วนหัวไปหยุดอยู่ที่ช่วงเอวของมันอย่างรวดเร็ว
ดาบถูกง้างขึ้นสูงแล้วฟาดฟันลงมาอย่างหนักหน่วง
ปัง!
"แข็งขนาดนี้เลย?" หลี่ชิงซานสะบัดข้อมือที่ชาหนึบ มองดู 'ผลงาน' ของตัวเอง
ที่เอวของหมาป่าพิษ มีรอยแผลลึกไม่ถึง 1 เซนติเมตร
"ฆ่าไม่ง่ายเลยแฮะ!" หลี่ชิงซานขมวดคิ้ว การโจมตีที่คอเสี่ยงต่อการถูกกัด อันตรายเกินไป เขาจงใจเลือกช่วงเอวและท้องเพื่อหลีกเลี่ยงซี่โครงที่คอยปกป้องอวัยวะ
แต่เขาคิดผิดถนัด สัตว์อสูรจากมิติดวงดาวจะใช้สามัญสำนึกทั่วไปตัดสินไม่ได้ แม้หมาป่าพิษตรงหน้าจะดูเหมือนหมาป่า แต่โครงสร้างร่างกายกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง ลำตัวของมันถูกปกคลุมด้วยซี่โครงถี่ๆ ตลอดแนว ยิ่งไปกว่านั้น การโจมตีเมื่อครู่ยังไม่ถึงกระดูกด้วยซ้ำ แต่ถูกกล้ามเนื้อรับไว้ แม้แต่ตอนนี้ บาดแผลก็หยุดเลือดได้แล้วด้วยการหดตัวของกล้ามเนื้อ
โฮก! หมาป่าพิษบิดคอคำราม จ้องมองมนุษย์ที่ยืนถือดาบ ในดวงตาสีแดงฉานเจือแววเยาะเย้ย
"แค่นี้เองเหรอ?" เหลียงหมิงอวี้ที่ลุกขึ้นยืนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แค่นเสียงหัวเราะ เขากลับมาปากดีได้อีกครั้ง!
"เพื่อนนักเรียนเหลียงอยากลองออกมาสาธิตไหมครับ?" เสียงเรียบๆ ของหว่านเค่อซานดังขึ้น
เหลียงหมิงอวี้ตัวสั่นเทิ้ม รีบหุบปากทันที หว่านเค่อซานปรายตามองเหลียงหมิงอวี้แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ยกเว้นหลิวจิงหยาที่ยังสลบเหมือดอยู่บนพื้น นักเรียนคนอื่นๆ เริ่มได้สติและกลับมายืนล้อมวงดูหลี่ชิงซาน 'ร่ายรำดาบ' อีกครั้ง
ดีมาก อย่างน้อยก็ไม่ได้กลัวจนสติแตก หว่านเค่อซานพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วหันกลับไปมองหลี่ชิงซาน
หลังจากฟันไปหนึ่งดาบ หลี่ชิงซานไม่ได้ง้างดาบต่อ แต่กำลังพิจารณาร่างกายของหมาป่าพิษ ราวกับกำลังใช้ความคิด
"ระดับชำระกายาขั้นที่ 1 จะฆ่าหมาป่าพิษได้ง่ายๆ ได้ยังไง" หว่านเค่อซานส่ายหน้า แม้หมาป่าพิษจะถูกพันธนาการ แต่ความแข็งแกร่งของร่างกายมันไม่ใช่ของปลอม ระดับชำระกายาขั้นที่ 1 ต่อให้ใช้แรงจนหมด อย่างมากก็แค่ทำให้มันเลือดออกซิบๆ เท่านั้น
"แต่ทำไมหลี่ชิงซานถึงนิ่งไปหลังจากฟันแค่ครั้งเดียวล่ะ?" หว่านเค่อซานเริ่มลังเล ไม่มั่นใจในการตัดสินก่อนหน้านี้ที่ว่าเขาเป็น 'อัจฉริยะด้านการต่อสู้' เสียแล้ว อัจฉริยะด้านการต่อสู้ที่แท้จริงคือพวกบ้าสงครามที่สนุกกับการต่อสู้ เมื่อเข้าสู่การต่อสู้ พวกเขาจะไม่หยุดมือจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด หลี่ชิงซานก็ขยับตัว จากเอวของหมาป่าพิษ เขาเดินอ้อมไปทางด้านหลัง แล้วหยุดยืน จากนั้นเขาจับดาบหัวตัดกลับหัว หงายคมดาบขึ้น เขาทำท่าเล็งขึ้นเล็งลงที่ระหว่างขาของหมาป่าพิษ
"ให้ตายสิ! อัจฉริยะด้านการต่อสู้อะไรกัน หมอนี่มันแค่จ้องจะฆ่าสัตว์อสูรตัวนี้ให้ตายต่างหาก!" หว่านเค่อซานตบหน้าผากฉาดใหญ่ เขาเดาได้แล้วว่าหลี่ชิงซานจะทำอะไร นักเรียนที่มุงดูต่างก็ตาเป็นประกาย ตื่นเต้นกันยกใหญ่
"สมกับเป็นหัวกะทิของห้อง คิดค้น 'กระบวนท่าใหม่' ได้ไวชะมัด" "ฮิฮิ จู่ๆ ก็หายกลัวเลยแฮะ แถมยังรู้สึกสงสารเจ้าสัตว์อสูรนี่ขึ้นมานิดๆ ด้วย" "ไม่ไหวๆ ขาฉันเริ่มหนาวๆ แล้ว ไม่กล้ามองเลย"
"พี่ซานของฉันฉลาดที่สุด เขาเข้าถึงแก่นแท้ของชีววิทยา" จ้าวหงโจวยิ้มอย่างภาคภูมิใจ วิเคราะห์อย่างจริงจัง: "ตราบใดที่เป็นสิ่งมีชีวิต ย่อมมีจุดอ่อน โดยเฉพาะตัวผู้!"
โฮก! หมาป่าพิษสัมผัสได้ถึงสายตาที่รุมจ้อง จึงคำรามขู่ เสียงคำรามของมันดังก้องกว่าเดิม นอกจากความดุร้ายแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยอำนาจแห่งราชาผู้ยิ่งใหญ่ ดวงตาสีเลือดกวาดมองไปทั่วทิศทาง เจ้าพวกมนุษย์อ่อนแอตรงหน้า ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะทำอันตรายมัน แม้แต่เจ้าตัวเปี๊ยกที่ลอบกัดมันจากข้างหลัง ก็ยังไม่กล้าลงมือครั้งที่สอง
ทว่า กลุ่มมนุษย์ที่เคยวิ่งหนีป่าราบ กลับไม่แตกตื่นหนีไปอีก ทุกคนยังคงยืนอยู่ที่เดิม สายตาของพวกเขาช่างเหมือนกันอย่างน่าประหลาด แฝงไว้ด้วยอารมณ์บางอย่างที่มันไม่เข้าใจ
วินาทีถัดมา
ฉึก! คมดาบทะลวงเนื้อ บาดแผลไม่ลึกนัก แต่ความเจ็บปวดแสนสาหัสกลับแล่นพล่านไปทั่วร่าง
โฮก~~ก๊าซ! หัวอันดุร้ายของมันเชิดขึ้นสูงทันที เสียงคำรามพุ่งถึงขีดสุดในชั่วพริบตา แล้วหยุดชะงักกะทันหัน หัวที่เชิดสูงตกลงมา แล้วก็เด้งกลับขึ้นไปใหม่ ส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง มองซ้ายแลขวา ทว่าไม่มีเวลาให้มันหาตัวการ ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากเบื้องล่างจู่โจมซ้ำอีกคำรบ
โฮก~~ก๊าซ! หมาป่าพิษคำรามอีกครั้ง พยายามจะกรีดร้อง
ที่ด้านหลังของมัน ดวงตาหลี่ชิงซานลุกโชน ไม่สะทกสะท้านใดๆ เขากระชับด้ามดาบด้วยสองมือ หงายคมดาบขึ้น แล้วเสยขึ้นไปสุดแรง
หนึ่งดาบ สองดาบ สามดาบ... เสียงคำรามของหมาป่าพิษแผ่วลงเรื่อยๆ แต่แรงฟันของหลี่ชิงซานกลับหนักหน่วงขึ้นทุกที ไข่แตก หม้อร้าว ท้องทะลุ!
ฉึก! บาดแผลยาวกว่า 30 เซนติเมตร ทะลวงผ่านหนังและเนื้อ อวัยวะภายในไหลทะลักออกมาตามรอยแผล ร่างของหมาป่าพิษกระตุกอย่างรุนแรง ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น ลมหายใจร่อแร่
ฟู่ว! หลี่ชิงซานถอนหายใจยาว ยืนเอาดาบปักพื้นค้ำยันร่าง ชุดฝึกวิถียุทธ์สีขาวชุ่มโชกไปด้วยเลือด เหงื่อไหลอาบหน้าผาก ผสมปนเปกับรอยเลือดบนใบหน้า
"จบสักที!" นักเรียนทุกคนที่ยืนดูต่างถอนหายใจโล่งอก ขาหนีบเข้าหากันแน่น ใบหน้าซีดเผือด หางตาของหว่านเค่อซานกระตุก เขาไม่คิดเลยว่าบทเรียนนี้จะเปลี่ยนจาก 'การใช้ดาบ' เป็น 'การชำแหละ'
ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปเรียกหลี่ชิงซานกลับมา
ฉึก! หลี่ชิงซานง้างดาบขึ้นอีกครั้ง แล้วแทงสวนเข้าไปในท้องของสัตว์อสูรตามรอยแผลเดิม ดาบยาว 1.2 เมตร จมหายเข้าไปจนมิด เหลือเพียงด้ามดาบโผล่ออกมา
"แค้นอะไรกันนักหนา? มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนหรือไง?" ทุกคนอ้าปากค้าง พึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ
"หมาป่าพิษยังไม่ตายครับ" หลี่ชิงซานเห็นมือที่ยื่นมาของหว่านเค่อซาน จึงอธิบาย
ประเด็นมันอยู่ที่ตายหรือไม่ตายงั้นเรอะ? มองดูสัตว์อสูรที่เหลือลมหายใจร่อแร่เพียงเฮือกสุดท้าย ทุกคนต่างเงียบกริบ ใบหน้าของหว่านเค่อซานเองก็ฉายแววงุนงง ถ้าเขาไม่รู้ที่มาที่ไปของหมาป่าพิษตัวนี้ และภูมิหลังของหลี่ชิงซานที่เป็นเด็กจากสถานสงเคราะห์ เขาคงคิดว่าหมาป่าพิษตัวนี้เป็นคนฆ่าพ่อของหลี่ชิงซานแน่ๆ
ท่ามกลางความเงียบสงัดของลานฝึก หลี่ชิงซานกำด้ามดาบแน่นด้วยสองมือ แล้วคว้านอย่างสุดแรง ฉีกกระชากอวัยวะภายในทุกส่วนที่คมดาบสัมผัส ในที่สุด ประกายชีวิตเฮือกสุดท้ายก็ดับสูญไปจากร่างของหมาป่าพิษ
หลี่ชิงซานดึงดาบหัวตัดออกมา รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วมองไปที่หน้าจอโปร่งแสง
[มิติวิถียุทธ์] ปลดล็อก!