เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43: ดักปล้น

ตอนที่ 43: ดักปล้น

ตอนที่ 43: ดักปล้น


ตอนที่ 43: ดักปล้น

เซี่ยเฟยรักษาความเร็วของเขาเอาไว้ที่ 100 เมตรต่อวินาทีขณะที่เอนตัวไปข้างหน้าประมาณ 10 องศา ซึ่งท่านี้เป็นท่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการวิ่งในระยะไกลเนื่องมาจากมันช่วยลดปริมาณพลังงานที่ต้องใช้ในการวิ่ง

พื้นที่เงาฝนที่เซี่ยเฟยกำลังมุ่งหน้าไปเป็นพื้นที่อันกว้างใหญ่และเนื่องมาจากพื้นที่บริเวณนี้ตกอยู่ในความแห้งแล้งมาเป็นเวลานานพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขาจึงแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วมันก็มีแม้กระทั่งเม็ดทรายสะสมอยู่ในบริเวณนี้เป็นจำนวนมากอีกด้วย

เมื่อเซี่ยเฟยวิ่งผ่านไปเม็ดทรายบนพื้นก็ถูกดีดขึ้นมาในอากาศ แต่โชคดีที่พื้นที่เงาฝนมีลมแรงตลอดทั้งปี มันจึงทำให้เศษฝุ่นเศษทรายพัดมากลบรอยเท้าของเขาด้วยความรวดเร็ว

หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เซี่ยเฟยก็รู้สึกราวกับว่าขาของเขาได้ถูกถ่วงเอาไว้ด้วยแท่งตะกั่วและมันก็ทำให้การหายใจของเขาเร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมันเป็นสัญญาณว่าเขาได้มาถึงขีดจำกัดของตัวเองแล้ว

พื้นที่ด้านหน้าของเขาในตอนนี้เป็นรอยแตกลึกลงไปในพื้นดินประมาณ 1 เมตรและมีขนาดความกว้างประมาณ 50-60 เมตร ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีพุ่มไม้อันเหี่ยวแห้งและต้นหญ้าเติบโตตรงบริเวณรอยแยกอย่างมากมาย ทำให้รอยแยกถูกปกปิดเอาไว้เป็นอย่างดี

เซี่ยเฟยหยุดคิดพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะอุ้มเซียวรั่วหยูกระโดดลงไปในรอยแยกนั้น หลังจากที่เขาได้วางเด็กสาวลงไว้ข้าง ๆ และเช็ดเหงื่อที่เปียกโชกไปทั่วทั้งใบหน้า เขาก็หยิบขวดน้ำออกมาจากแหวนมิติ 2 ขวดโดยยื่นน้ำขวดหนึ่งไปให้กับเด็กสาว

การวิ่งติดต่อกันเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงครึ่งทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตของเซี่ยเฟยมาจนถึงจุดสูงสุดฝ ดังนั้นเขาจึงไม่ควรดื่มกินเข้าไปในทันที แต่ความกระหายและความหิวทำให้เขาเลือกที่จะเมินเฉยสิ่งที่ควรจะทำพวกนั้นไป

จากนั้นเซี่ยเฟยก็นำเนื้อกระป๋องออกมา 5 กระป๋องพร้อมกับกล่องนมขนาดใหญ่ 2 กล่องและแอปเปิ้ล 2 ลูก ก่อนที่เขาจะกัดกินอาหารเหล่านี้เข้าไปราวกับว่าเขากำลังเป็นสิงโตที่หิวโหย

ขณะเดียวกันเซียวรั่วหยูก็ขี่หลังเซี่ยเฟยมาตลอดการเดินทางและแทบที่จะไม่ได้ใช้แรงในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เลย ดังนั้นเธอจึงไม่ได้รู้สึกหิวกระหายมากนัก เธอจึงกินแอปเปิ้ลเข้าไป 2-3 คำพร้อมกับดื่มนมเข้าไป 2-3 อึกก่อนที่เธอจะรู้สึกอิ่ม

“ดื่มนมเข้าไปอีกนิดสิ” เซี่ยเฟยกล่าวขณะที่เขากัดกินเนื้อชิ้นใหญ่

อย่างไรก็ตามเด็กสาวก็ทำเพียงแค่ส่ายหัวกลับมาเป็นคำตอบขณะที่เธอยังคงมองไปยังเซี่ยเฟยอย่างไม่กระพริบตาและถึงแม้ว่าการกินของชายหนุ่มคนนี้จะดูไม่สุภาพ แต่เซียวรั่วหยูก็รู้สึกมีความสุขอย่างอธิบายไม่ถูกและเธอยังแอบหัวเราะเบา ๆ กับความหิวกระหายของผู้ชายคนนี้

เมื่อเซี่ยเฟยจัดการอาหารในส่วนของเขาจนเสร็จ เขาก็หยิบนมที่เซียวรั่วหยูกินเหลือเทลงไปในปากของเขาจนหมด ก่อนที่จะใช้แขนเสื้อเช็ดปากเพื่อเป็นสัญญาณว่าเขาได้กินมื้ออาหารนี้จนพอแล้ว

“สภาพอากาศแถวนี้ร้อนเกินไป ดังนั้นพวกเราจึงควรกินนมให้หมดกล่องไม่อย่างนั้นมันจะบูด” เซี่ยเฟยกล่าวอธิบาย

หลังจากเซี่ยเฟยคำนวณอาหารที่เหลืออยู่ภายในแหวนมิติเขาก็คิดว่าปริมาณอาหารน่าจะเพียงพอให้พวกเขาสามารถอยู่รอดไปได้อีก 7 วัน

แต่เนื่องมาจากสภาพแวดล้อมอันรกร้างของพื้นที่บริเวณนี้มันจึงทำให้การหาน้ำและอาหารเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก ถ้าหากว่าเสบียงเกิดหมดขึ้นมา มันย่อมก่อให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตของเขาด้วยเช่นเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้เซี่ยเฟยจึงตั้งใจสำรองอาหารฉุกเฉินเอาไว้ 2 วันและกินอาหารให้อิ่มเพียงแค่ครึ่งเดียว ไม่อย่างนั้นด้วยอาหารที่เขาได้เตรียมเอาไว้ มันคงไม่พอที่จะให้เขาดื่มกินเป็นเวลาถึงสามวันด้วยซ้ำ

ภายในแหวนมิติของเซี่ยเฟยยังมีวัตถุดิบทางยาที่ช่วยเติมเต็มความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาได้ แต่เนื่องมาจากว่าการแข่งขันในครั้งนี้เป็นเพียงรอบแรกของการประเมิน ชายหนุ่มจึงตั้งใจที่จะเก็บวัตถุดิบทางยาเอาไว้ใช้ในช่วงเวลาที่สำคัญ

หลังจากกินเสร็จเซี่ยเฟยก็เอนตัวนอนลงไปบนพื้นโดยไม่สนใจเศษฝุ่นเศษดินเลยแม้แต่น้อย โดยเขาตั้งใจที่จะนอนพักผ่อนเพื่อให้อาหารที่เขาเพิ่งกินเข้าไปย่อยจนกลายเป็นพลังงานให้เขาโดยเร็วที่สุด

ความสามารถในการย่อยอาหารและดูดซับพลังงานของเซี่ยเฟยค่อนข้างที่จะน่ากลัว ในความเป็นจริงถึงแม้ว่าเขาจะกินก้อนหินเข้าไปจริง ๆ เขาก็ยังสงสัยว่าร่างกายของเขาอาจจะสามารถดูดซับแคลเซียมทั้งหมดที่มีอยู่ในก้อนหินออกมาได้

“ทำไมพวกเราถึงไม่ไปทางทิศตะวันออกล่ะ พวกเราจำเป็นจะต้องได้แผ่นป้ายนะไม่อย่างนั้นพวกเราก็ไม่มีสิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบที่ 2” เซียวรั่วหยูกล่าวถาม

ระหว่างนั้นเซี่ยเฟยก็หยิบบุหรี่ของเขาขึ้นมาและเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมอันแห้งแล้งมันจึงทำให้บุหรี่ของเขาแห้งกว่าสภาพของมันโดยทั่วไปและด้วยรสชาติอันเข้มข้นของบุหรี่ในสภาพแวดล้อมอันแห้งแล้งเช่นนี้นี่เอง มันจึงทำให้ลำคอของชายหนุ่มค่อนข้างที่จะรู้สึกแห้งและก่อให้เกิดอาการคัน

“การแข่งขันรอบนี้มีผู้สมัครอยู่ประมาณ 100,000 คน เธอลองคิดดูสิว่าถ้าหากว่าผู้สมัครทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกเพื่อแย่งชิงแผ่นป้ายเพียงแค่ 1,000 ชิ้นมันจะเกิดอะไรขึ้น?” เซี่ยเฟยถามกลับพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกมา

“พวกเขาก็คงจะสู้กันจนตายไปข้างนึง” เซียวรั่วหยูกล่าวตอบพร้อมกับย่นหน้าผากลงมาเล็กน้อย

“งั้นฉันถามหน่อยว่าถ้าเธอบังเอิญได้แผ่นป้ายมาอยู่ในมือ แล้วเธอจะทำยังไงต่อไป” เซี่ยเฟยกล่าวถามอีกครั้ง

“หนูก็ต้องรีบวิ่งหนีสิ! ถ้าคนพวกนั้นเห็นว่าหนูถือแผ่นป้ายเอาไว้ พวกเขาจะต้องวิ่งไล่ตามหนูมาแน่นอน” เซียวรั่วหยูกล่าวตอบพร้อมกับใช้มือดึงแก้มของเธอ

“ถูกต้อง! สิ่งแรกที่ผู้สมัครทุกคนจะทำหลังจากที่พวกเขาได้แผ่นป้ายคือการรีบวิ่งออกจากสนามรบโดยเร็วที่สุด จากนั้นพวกเขาก็จะมองหาสถานที่หลบซ่อนอันปลอดภัยเพื่อรอจนกว่าการแข่งขันในรอบแรกจะจบลงและนั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเราไม่ได้มุ่งหน้าตรงไปหาแผ่นป้ายแต่มุ่งหน้ามาที่นี่แทน” เซี่ยเฟยกล่าวตอบพร้อมกับลุกขึ้นใช้นิ้วลูบจมูกเล็ก ๆ ของเซียวรั่วหยูอย่างเบามือ

“พี่เฟย! พี่เป็นคนที่สุดยอดจริง ๆ! ที่แท้พี่ก็ตั้งใจที่จะมาดักรอที่นี่เพื่อปล้นชิงแผ่นป้ายจากคนอื่น!!” เซียวรั่วหยูกล่าวขึ้นมาด้วยดวงตาอันเปล่งประกาย

“ตอนนี้เธอก็เข้าใจแล้วสินะ แทนที่พวกเราจะต้องไปต่อสู้กับคนนับแสนคน ทำไมพวกเราถึงไม่รออยู่ที่นี่ให้แผ่นป้ายวิ่งเข้ามาหาพวกเราแทนล่ะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับลูบหัวของเซียวรั่วหยู

ในการแข่งขันครั้งนี้เขาไม่ใช่คนที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุด ดังนั้นการพยายามเข้าไปนัวกับผู้สมัครเป็นจำนวนนับแสนคนย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับเขาอย่างแน่นอน

นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงวางแผนหลีกเลี่ยงสนามรบหลักและมุ่งหน้าตรงมายังสถานที่แห่งนี้ นั่นก็เพราะว่าเขาตั้งใจที่จะดักปล้นผู้สมัครที่เหน็ดเหนื่อยจากการวิ่งหนีออกมาจากสนามรบหลัก

“ถ้าหากพวกเราจะดักปล้นแผ่นป้ายแล้วทำไมพวกเราถึงไม่มุ่งหน้าไปทางใต้ล่ะ พื้นที่ทางใต้เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ การซ่อนตัวในพื้นที่บริเวณนั้นมันไม่ง่ายกว่าที่นี่หรอ?”

“อีกอย่างพื้นที่ทะเลทรายทางตอนเหนือก็น่าสนใจด้วยเหมือนกัน เพราะเนินทรายแต่ละแห่งก็มีระดับความสูงที่แตกต่างกันไป มันจึงทำให้การซ่อนตัวอยู่ที่นั่นเป็นเรื่องที่ง่ายดายกว่า”

“สภาพแวดล้อมบริเวณรอบ ๆ ของพวกเราตอนนี้เป็นพื้นที่เปิดกว้างมากจนเกินไปและการกวาดสายตามองเพียงแค่ครั้งเดียว มันก็อาจจะมีคนสังเกตเห็นพวกเราได้แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างออกไปหลายกิโลก็ตาม”

เซียวรั่วหยูสามารถมองเห็นปัญหาทั้งหมดได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งมันก็ทำให้เซี่ยเฟยค่อนข้างที่จะรู้สึกประหลาดใจอยู่เล็กน้อย

“ในบรรดาผู้สมัครกว่า 100,000 คนมันก็คงจะมีคนคิดจะใช้แผนการเหมือนพวกเราอยู่บ้าง ถ้าหากว่าพวกเรามุ่งหน้าขึ้นเหนือหรือลงใต้พวกเราก็จะไปพบกับกลุ่มผู้สมัครคนอื่น ๆ และในเวลานั้นพวกเราก็คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะได้อีกแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับไปอย่างใจเย็น

“หนูเข้าใจแล้วพี่เฟย..ว่าแต่ทำไมพวกเราถึงต้องวิ่งออกมาไกลขนาดนี้ ถ้าหากว่ามันไม่มีคนมาที่นี่แล้วพวกเราจะทำยังไง” เซียวรั่วหยูกล่าวถามโดยในปัจจุบันเธอกำลังจับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม

“เธอคิดว่าเธอจะหนีไปซ่อนตัวไกลแค่ไหนถ้าหากว่าเธอได้รับแผ่นป้าย?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“แน่นอนว่าหนูก็คงอยากจะหนีไปให้ไกลที่สุดเพราะว่าหนูไม่อยากถูกจับได้” เซียวรั่วหยูกล่าวตอบ

ทันใดนั้นเด็กสาวตัวน้อยก็ตระหนักได้ในทันทีว่าเธอเพิ่งพูดอะไรออกไป ดังนั้นเธอจึงอุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า

“ใช่แล้ว! พวกที่ได้แผ่นป้ายต้องรีบมุ่งหน้าหนีออกไปให้ไกลที่สุด ดังนั้นที่ที่พวกเราอยู่จะต้องมีใครหนีผ่านมาทางนี้แน่ ๆ!”

เมื่อเซี่ยเฟยพักผ่อนจนเสร็จเขาก็กระโดดออกมาจากรอยแยกและเริ่มวางกับดักเอาไว้รอบ ๆ พื้นที่ โดยเขาได้ทำการขุดหลุมเล็ก ๆ และทำการฝังกลไกเอาไว้ นอกจากนี้เขายังได้โยนอุปกรณ์บางอย่างเอาไปไว้ในพุ่มไม้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย

หลังจากเวลาผ่านไปพื้นที่บริเวณโดยรอบจากรอยแยกที่เซี่ยเฟยได้หยุดพักกว่า 50 ตารางกิโลเมตรก็ถูกฝังเอาไว้ด้วยกลไกอย่างมากมาย โดยตำแหน่งของอุปกรณ์แต่ละชิ้นถูกเซี่ยเฟยคำนวณเอาไว้อย่างพิถีพิถันราวกับว่าเขาเป็นนักล่าผู้มากประสบการณ์

เซี่ยเฟยใช้เวลาค่อนข้างนานในการระบุแผนที่ของกับดักที่เขาได้วางเอาไว้ ก่อนที่เขาจะได้กลับไปซ่อนตัวยังรอยแยกอีกครั้ง

ปัจจุบันเซียวรั่วหยูนอนหลับไปแล้วโดยริมฝีปากของเธอค่อนข้างซีดจางและมีรอยแตกขึ้นมาให้เห็นบ้างเนื่องมาจากความแห้งแล้งของพื้นที่ แต่เมื่อเซี่ยเฟยได้เดินทางกลับมาเธอก็รีบขยี้ตาและลุกขึ้นมานั่งส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่ม

เซี่ยเฟยดึงขวดน้ำออกมาจากแหวนมิติและมอบมันให้กับเซียวรั่วหยู แต่เขาไม่ได้เลือกที่จะดื่มน้ำเข้าไปเพราะเขาต้องการจะเก็บน้ำพวกนี้เอาไว้ในสถานการณ์ที่จำเป็นจริง ๆ

“เซียวรั่วหยู ฉันขอใช้พิษที่ย่าเธอให้มาจะได้ไหม” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ได้สิคะ แต่พิษของคุณย่ารุนแรงมากพี่ต้องระวังมันให้ดี ๆ นะ” เซียวรั่วหยูพยักหน้ารับอย่างไม่อิดออด จากนั้นเธอก็กล่าวถามออกไปว่า

“พี่ตั้งใจจะเอาพวกมันไปทำอะไรอย่างนั้นหรอ”

เซี่ยเฟยเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าอันมืดครึ้มซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าลมพายุกำลังจะพัดผ่านเข้ามาแล้ว

“ฉันต้องการจะเตรียมของขวัญให้กับพวกเขาสักหน่อยและของขวัญชิ้นนี้ก็จะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นถ้าหากว่ามันเกิดฝนตกหนัก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

แต่ในทันใดนั้น!

แซ่ก! แซ่ก! แซ่ก! แซ่ก!

ทั้งสองคนก็ยินเสียงเหมือนกับตัวอะไรซักอย่างกำลังวิ่งรอบ ๆ ตัวของพวกเขาจากทุกทิศทาง ซึ่งเสียงเหล่านี้ก็เข้าใกล้พวกเขาเข้ามาเรื่อย ๆ!

“ชิบหายแล้ว!” เมื่อเซี่ยเฟยสำรวจสภาพแวดล้อมบริเวณรอบ ๆ ตัวของเขาอีกครั้ง มันก็มีเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผากของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ

***************

ชิบหายแล้ว!!! ตัวอะไรว้าาาา!!!!

จบบทที่ ตอนที่ 43: ดักปล้น

คัดลอกลิงก์แล้ว