เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42: จุดเริ่มต้นของการประเมิน

ตอนที่ 42: จุดเริ่มต้นของการประเมิน

ตอนที่ 42: จุดเริ่มต้นของการประเมิน


ตอนที่ 42: จุดเริ่มต้นของการประเมิน

เมื่อเวลาได้ผ่านพ้นไปจนถึงช่วงกลางคืนเซียวรั่วหยูก็สามารถที่จะนอนหลับได้อย่างสบายใจ ขณะที่เซี่ยเฟยยังคงนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง

หลังจากนอนไม่หลับเป็นเวลานาน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาสวมใส่ชุดต่อสู้และมุ่งหน้าออกไปจากห้องเพื่อทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมบริเวณรอบ ๆ สถานที่จัดการประเมิน

บริเวณด้านนอกมีกลุ่มผู้สมัครเป็นจำนวนมากออกมาอยู่นอกยานเช่นเดียวกัน โดยผู้สมัครบางกลุ่มก็กำลังพูดคุยกันขณะที่ผู้สมัครบางกลุ่มก็กำลังทำการฝึกซ้อมเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้

จากสถานการณ์ในปัจจุบันมันก็ดูเหมือนกับว่าเซี่ยเฟยไม่ใช่ผู้สมัครคนเดียวที่รู้สึกตื่นเต้น หลังจากที่ชายหนุ่มสำรวจสภาพแวดล้อมบริเวณรอบ ๆ ตัวของเขาแล้วเขาก็ทำการออกวิ่งไปไกลกว่า 100 กิโลเมตรและมุ่งหน้าตรงไปยังเนินเขาอันเงียบสงบที่ไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้น

เมื่อเซี่ยเฟยได้พบกับสถานที่อันเงียบสงบแล้ว เขาก็ทำการฝึกฝนวิชาเล่ห์สังหารภายใต้แสงจันทร์ แต่ในทันใดนั้นเขาก็ยินเสียงเพลงดังขึ้นมาจากเชิงเขาที่อยู่ไม่ไกล

บทเพลงที่ดังอยู่นั้นบางครั้งก็มีเสียงแหลมสูงคล้ายกับภูเขา บางครั้งก็รู้สึกลื่นไหลราวกับแม่น้ำ บางครั้งก็รู้สึกนุ่มนวลราวกับปุยเมฆและในบางครั้งก็รู้สึกแผ่วเบาคล้ายกับสายลมที่พัดพาไป

เสียงเพลงนี้ดูคล้ายกับเสียงที่ดังมาจากขลุ่ยแต่เนื้อเสียงของดนตรีมีความหนักแน่นกว่าเสียงของขลุ่ยมากและเมื่อเขาได้สัมผัสกับท่วงทำนอง มันก็ทำให้เขาอดที่จะรู้สึกเคลิบเคลิ้มขึ้นมาไม่ได้

เซี่ยเฟยเลือกที่จะนั่งลงไปบนพื้นและจุดบุหรี่ขึ้นมาคาบเอาไว้ในปากขณะที่เขานั่งฟังเสียงดนตรีที่ลอยมาตามสายลม เมื่อเสียงดนตรีได้จบลงเขาก็ทำการปรบมือเพื่อให้เกียรติแก่ผู้แสดง

“ใครอยู่ตรงนั้น?!” เสียงหญิงสาวดังขึ้นมาอย่างเย็นชาซึ่งเซี่ยเฟยก็รู้สึกค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้ เพียงแต่ว่าเขายังไม่สามารถที่จะนึกได้ว่าเขาเคยได้ยินเสียงผู้หญิงคนนี้มาจากที่ไหน

“ไม่มีใครอยู่ซักหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับไปในทันทีแต่เขาก็ต้องรู้สึกเสียใจที่เขาได้ตอบไปแบบนั้นเพราะถ้าหากว่ามันไม่มีใครอยู่แล้วมันจะมีเสียงตอบกลับไปได้ยังไง

ฟับ!

ทันใดนั้นมันก็มีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าของเซี่ยเฟย โดยความเร็วของเธอคนนี้ไม่ควรที่จะน้อยกว่า 1,000 เมตรต่อวินาที ซึ่งมันก็มีโอกาสสูงมากที่เธอจะเป็นผู้ใช้พลังสายความเร็ว

หญิงสาวผมบลอนด์คนนี้ได้ใส่ชุดยูนิฟอร์มของจัสทิสและรูปร่างของเธอภายใต้แสงจันทร์ก็ค่อนข้างจะดูน่าดึงดูดมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรียวขายาวคู่นั้นที่ชายหนุ่มสาบานได้เลยว่าไม่ว่าบุรุษคนไหนที่มีโอกาสได้พบเห็นก็คงอยากที่จะสัมผัส

เมื่อเซี่ยเฟยได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวผมบลอนด์คนนี้เขาก็สามารถจดจำได้ในทันทีว่าเธอคือเย่เสี่ยวหาน ผู้ซึ่งพาเขาไปพบกับเซียวรั่วหยูในก่อนหน้านี้นั่นเอง

“คุณนี่เอง… ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมดาวโลกถึงถูกประเมินว่าเป็นดาวเคราะห์ที่มีระดับอารยธรรมเพียงแค่ 0.5 คุณไม่รู้หรือยังไงว่าการแอบฟังใครสักคนเล่นขลุ่ยท้องฟ้าเป็นเรื่องที่เสียมารยาท” เย่เสี่ยวหานกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา ซึ่งมันก็มากพอที่จะทำให้ผู้คนต้องหลีกห่างเธอออกไปหลายร้อยเมตร

“ผมสาบานว่าผมไม่ได้ตั้งใจที่จะแอบฟังแต่เสียงมันแว่วเข้ามาในหูของผมพอดี” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นมาและปัดฝุ่นภายในมือ

อย่างไรก็ตามเมื่อเย่เสี่ยวหานได้สังเกตเห็นชุดวินด์ชาโดว์มาร์คโฟร์ที่เซี่ยเฟยได้สวมใส่ เธอก็รู้สึกตกตะลึงขึ้นมาอย่างฉับพลัน จากนั้นมันก็เริ่มมีน้ำใส ๆ เอ่อล้นออกมาจากดวงตาของเธอ

ในระหว่างนี้เธอก็ก้าวเท้าไปด้านหน้า 2 ก้าวอย่างไม่รู้ตัวและเมื่อเธอได้มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเซี่ยเฟยเธอก็ลูบไล้ชุดวินด์ชาโดว์อย่างเบามือ

“เอ่อ…”

ขณะเดียวกันสถานการณ์นี้ก็ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกอึดอัดมาก แต่สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงแค่การยืนอยู่เฉย ๆ แล้วปล่อยให้หญิงสาวลูบมือผ่านร่างกายของเขาอย่างไร้ปรานี

แม้ว่าการสัมผัสร่างกายของชายหญิงในยุคสมัยนี้จะไม่ได้เคร่งครัดเหมือนกับในสมัยก่อน แต่เซี่ยเฟยก็ยังไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นหญิงสาวยังจู่โจมในระหว่างที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ดังนั้นเมื่อร่างกายของชายหนุ่มเริ่มมีเลือดลมสูบฉีดมันก็ทำให้เขาเริ่มไม่สามารถจะยืนอยู่นิ่ง ๆ ได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็พยายามรวบรวมสติและใช้วิชาพลางจิตเพื่อทำให้เลือดลมภายในร่างกายของเขาได้สงบลง

เมื่อฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายที่เริ่มจู่โจมก่อนเซี่ยเฟยก็เริ่มไตร่ตรองว่าเขาควรจะตอบสนองอีกฝ่ายกลับไปหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงเอื้อมมือทั้งสองออกไปโดยมีจุดมุ่งหมายที่สะโพกอันโค้งมนของเย่เสี่ยวหาน

ฟุบ!

อย่างไรก็ตามหลังจากเย่เสี่ยวหานได้สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวอันผิดปกติของเซี่ยเฟย เธอก็รีบถอยกลับไปเหมือนกับกระต่ายที่ตื่นตกใจและปล่อยให้ชายหนุ่มยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ที่เดิม

“คืนนี้พระจันทร์สวยดีเนอะ” เซี่ยเฟยกล่าวแก้เขินพร้อมกับมองไปบนท้องฟ้า

ขณะเดียวกันแม้ว่าเย่เสี่ยวหานจะรู้สึกโกรธเคืองแต่เธอก็เริ่มตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าเธอได้เผลอตัวไปลูบไล้ร่างกายของอีกฝ่ายก่อนและในฐานะที่เซี่ยเฟยเป็นผู้ชายมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะไม่เข้าใจผิดไปถึงเรื่องนั้น

นอกจากนี้เซี่ยเฟยยังควบคุมตัวเองไม่ให้ทำอะไรเกินเลย ซึ่งมันก็แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้ชายนิสัยไม่ดี แต่มันเป็นตัวของเธอเองที่ทำตัวรุ่มร่ามกับอีกฝ่ายก่อน

เมื่อหญิงสาวนึกขึ้นได้ว่าเธอเผลอทำอะไรลงไปมันก็ทำให้แก้มทั้งสองข้างของเธอกลายเป็นสีแดงระเรื่อราวกับดอกพีชอันงดงาม 2 ดอก

“คุณได้ชุดต่อสู้นั้นมาจากไหน?” เย่เสี่ยวหานกล่าวถามอย่างจริงจัง

“ผมก็ซื้อมันมาน่ะสิ คุณคงไม่คิดว่าผมไปขโมยมันมาใช่ไหม?”

“แต่คุณเป็นเพียงแค่พลเมืองที่มาจากดาวเคราะห์อารยธรรมระดับ 0.5 คุณจะมีปัญญาไปซื้อชุดต่อสู้ราคาแพงขนาดนี้ได้ยังไง” เย่เสี่ยวหานกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

คำถามของหญิงสาวถึงกับทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออกและมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับการที่เขาจะต้องอธิบายความร่ำรวยของตัวเองออกไป

เขาควรจะต้องตอบว่าเขาขายบทกวีเพื่อหาเงินมาดีไหม? แต่อย่าลืมว่าลิขสิทธิ์ของบทกวีพวกนั้นไม่ใช่ของเขา ด้วยเหตุนี้การพยายามเก็บรายละเอียดเรื่องพวกนี้เอาไว้ก็คงจะเป็นผลดีกับตัวเขาเองมากกว่า

หรือเขาจะบอกออกไปว่าเขาได้เงินส่วนใหญ่มาจากการสำรวจแอตแลนติสดี?

แต่เรื่องนี้ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเหมือนกัน เพราะใครจะไปรู้ บางทีชาวแอตแลนติสอาจจะมีโจทก์เก่าเป็นผู้ทรงอำนาจในจักรวาลก็ได้ ดังนั้นถ้าหากว่าเขาได้เปิดเผยเรื่องของแอตแลนติสออกไปมันก็อาจจะเป็นการเอาภัยเข้ามาหาตัว

“ผมมาจากดาวเคราะห์อารยธรรมระดับ 0.5 แล้วยังไง? ใครเป็นคนกำหนดว่าคนที่มาจากดาวโลกจะต้องเป็นคนจน? ผมซื้อชุดต่อสู้ชุดนี้มาจากงานประมูลของร้านมาสเตอร์พีชเมื่อครั้งก่อน ถ้าหากว่าคุณไม่เชื่อก็เชิญคุณไปตรวจสอบเรื่องนี้ได้เลย” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับไปโดยพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องแหล่งที่มาของเงิน

งานประมูลของร้านมาสเตอร์พีชค่อนข้างจะเป็นงานประมูลที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่ ดังนั้นเย่เสี่ยวหานจึงรู้จักงานประมูลที่เซี่ยเฟยได้กล่าวอ้างขึ้นมาเช่นเดียวกันและเมื่อเธอได้พิจารณาจากความสงบของชายหนุ่ม เธอก็ต้องยอมรับว่าเซี่ยเฟยเป็นบุคคลที่ร่ำรวยจากดาวเคราะห์ที่ล้าหลังจริง ๆ

“ชุดต่อสู้ชุดนั้นเป็นชุดต่อสู้ที่มีค่ามาก ฉันขอเตือนให้คุณระมัดระวังตัวเอาไว้ให้ดี” เย่เสี่ยวหานมองไปยังชุดต่อสู้ของเซี่ยเฟยอย่างโหยหา ก่อนที่เธอจะหันหลังและเคลื่อนที่จากไปโดยไม่สนใจที่จะสนทนาอีกเลย

“โถ่เว้ย! นี่ฉันถูกลวนลามแล้วโดนทิ้งเอาไว้แบบนี้จริง ๆ หรอ?!” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำรามขึ้นมาอย่าหงุดหงิด

บนท้องฟ้าเริ่มมีเมฆสีดำล่องลอยมาบดบังแสงจันทร์และเนื่องมาจากเซี่ยเฟยได้ถูกเย่เสี่ยวหานกลั่นแกล้งอย่างไม่มีเหตุผล ชายหนุ่มจึงไม่มีอารมณ์ที่จะทำการฝึกฝนอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงได้มุ่งหน้ากลับไปยังที่พักของตนเองทันที

เมื่อเซี่ยเฟยได้จากไปมันก็มีร่าง ๆ หนึ่งค่อย ๆ เดินออกมาจากมุมมืดของตีนเขา ซึ่งชายคนนี้ได้ซ่อนตัวเอาไว้ตลอดเวลาแล้วเขาก็รับรู้เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเย่เสี่ยวหานกับเซี่ยเฟยทั้งหมด

ชายผู้หล่อเหลาคนนี้มีอายุประมาณ 24 ปีแต่ในปัจจุบันเขากลับแสดงสีหน้าออกมาอย่างน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงสบถอย่างหยาบคายออกมาไม่หยุด

ตูม!

ชายปริศนาต่อยกระแทกเนินเขาบริเวณนั้นอย่างรุนแรงจนก่อให้เกิดหลุมที่มีขนาดความลึกลงไปมากกว่า 1 เมตรและทำให้มีเศษฝุ่นเศษหินกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ

—--

ในช่วงเช้าตรู่ก่อนที่พระอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้ามาอย่างเต็มที่

“ผู้สมัครเข้าร่วมการประเมินทุกคนโปรดทราบ ขอให้ทุกคนออกมารวมตัวกันด้านนอกภายใน 30 นาที การประเมินในครั้งนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว” เสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่ไร้อารมณ์ดังขึ้นมาจากในระยะไกล ซึ่งเซี่ยเฟยก็มีความรู้สึกว่าเสียงอิเล็กทรอนิกส์นี้ให้ความรู้สึกเยือกเย็นเหมือนกับน้ำเสียงของเย่เสี่ยวหาน

เซี่ยเฟยพยายามสะบัดหัวเรียกสติพร้อมกับลุกขึ้นมานั่งบนเตียง แต่เมื่อเขาคิดอะไรบางอย่างได้เขาก็รีบซุกตัวลงไปในผ้าห่มอีกครั้ง

ปกติเขามีนิสัยชอบนอนถอดเสื้อผ้าและถึงแม้ว่าในช่วงเวลาปกติเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหา แต่มันก็อย่าลืมว่าในวันนี้เขาได้พักอยู่กับเซียวรั่วหยู

หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปประมาณ 40 นาทีชายหนุ่มก็จูงมือเด็กสาวออกมาเข้าร่วมกลุ่มกับฝูงชน ซึ่งเซี่ยเฟยได้ใช้เวลาในการล้างหน้าแปรงฟันเพียงแค่ประมาณ 2-3 นาที ส่วนช่วงเวลาที่เหลือคือช่วงเวลาทำธุระส่วนตัวของเด็กสาว

เหตุการณ์นี้ทำให้ชายหนุ่มทำตัวไม่ถูกเช่นเดียวกัน เพราะท้ายที่สุดถึงแม้เขาจะพอรู้มาบ้างว่าพวกผู้หญิงมักจะใช้เวลาในการจัดการธุระส่วนตัวนานกว่าผู้ชาย แต่ใครมันจะไปคิดว่าเด็กสาวอายุเพียงแค่ 12 ปีกลับใช้เวลาในการจัดการธุระส่วนตัวไม่ต่างไปจากผู้หญิงพวกนั้น!

ตั้งแต่ตื่นนอนเซียวรั่วหยูได้ใช้ตั้งแต่โฟมล้างหน้า, มอยเจอร์ไรเซอร์, ครีมกันแดดและครีมต่าง ๆ อีกมากมายที่เขาไม่รู้จักราวกับว่าเธอกำลังเปิดนิทรรศการผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในระหว่างที่เธอกำลังแต่งตัว

แม้ว่าในปัจจุบันเด็กสาวจะยังมีอายุเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้นแต่ร่างกายของเธอก็กำลังพัฒนาเข้าสู่ช่วงเจริญพันธุ์แล้ว ประกอบกับความจริงที่เธอมีใบหน้าอันสวยงามเป็นทุนเดิม เธอก็คงจะเติบโตขึ้นมาจนกลายเป็นหญิงงามล่มเมืองในอนาคต

เมื่อเซี่ยเฟยสังเกตสภาพแวดล้อมบริเวณรอบ ๆ ตัวเขาก็ตระหนักว่ายานอวกาศได้เคลื่อนที่ออกมาจากฐานเดิมแล้วและได้มาหยุดอยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง

บริเวณทางทิศตะวันออกมีเนินเขาสุดลูกหูลูกตา แต่ทางทิศเหนือกลับเป็นทะเลทรายอันแห้งแล้งสุดลูกหูลูกตาด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนทางทิศตะวันตกเป็นพื้นที่ราบเรียบที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ในขณะที่ทางทิศใต้เต็มไปด้วยก้อนหินก้อนใหญ่กระจัดกระจายกันอย่างมากมาย

จากการประมาณคร่าว ๆ จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมการประเมินในครั้งนี้มีอยู่ประมาณ 100,000 คน โดยผู้สมัครส่วนใหญ่ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มและเมื่อพิจารณาจากท่าทางของพวกเขาแล้ว พวกเขาก็น่าจะเป็นกลุ่มคนที่เดินทางมาจากดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน

จำนวนกลุ่มของผู้สมัครที่ใหญ่ที่สุดมีสมาชิกอยู่เกือบ ๆ 1,000 คน ขณะที่กลุ่มที่เล็กที่สุดมีสมาชิกเพียงแค่ 3-5 คนและทุกคนต่างก็หยิบจับอาวุธทุกประเภท

แน่นอนว่าในบรรดากลุ่มของผู้สมัครทั้งหมดย่อมไม่มีกลุ่มใดที่ประกอบไปด้วยวัยรุ่นตอนต้น 2 คนอย่างกลุ่มของเซี่ยเฟยเลย

สถานการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เพราะกลุ่มของเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบกลุ่มอื่น ๆ อย่างชัดเจนและถ้าหากว่าเขาต้องการที่จะหลุดรอดพ้นจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปให้ได้ เขาก็จำเป็นที่จะต้องออกหาผู้สมัครที่ยังไม่มีกลุ่มคนอื่น ๆ

แต่ในทันใดนั้นเองชายหนุ่มผู้ซึ่งมีอายุประมาณ 24 ปีก็ส่งเสียงตะโกนขึ้นมาจากยานอวกาศ

“เอาล่ะทุกคนช่วยตั้งสติกันหน่อย ฉันชื่อเซียวไห่ลี่เป็นหัวหน้าคณะกรรมการการประเมินในครั้งนี้ ฉันจะขอแจ้งให้ทุกคนได้รู้เกี่ยวกับเรื่องกฎของการประเมินในรอบแรก” เซียวไห่ลี่ประกาศออกไปเสียงดังซึ่งมันก็ทำให้ผู้สมัครทุกคนเงยหน้าขึ้นไปมองเขาในทันที

หลังจากเซียวไห่ลี่ได้เว้นช่วงห่างพักหายใจไปหลายวินาทีเขาก็ประกาศต่อไปว่า

“ในรอบแรกพวกเราจะทำการคัดคนออกไปประมาณ 99%”

&฿/&-@&&;@:@!!!!

ทันทีที่เซียวไห่ลี่พูดจบเหล่าฝูงชนก็เริ่มพูดคุยกันอย่างอื้ออึง เพราะท้ายที่สุดการที่การประเมินในรอบแรกคัดคนออกไปประมาณ 99% แบบนี้ มันย่อมทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกไม่สบายใจ

ขณะเดียวกันเซียวไห่ลี่ก็รู้สึกสนุกกับความตื่นตระหนกของเหล่าบรรดาผู้สมัครอยู่เล็กน้อย ก่อนที่เขาจะได้ส่งเสียงประกาศออกไปอีกครั้งหนึ่งว่า

“บนเนินเขาทางทิศตะวันออกมีแผ่นป้ายของสมาพันธ์อยู่ทั้งสิ้น 1,000 ชิ้น หากใครได้ถือครองแผ่นป้ายเหล่านี้ในวันที่ 7 พวกคุณก็จะได้เข้าแข่งขันรอบที่ 2 ในอีก 10 วันต่อมา โดยสนามรบของการแข่งขันในรอบแรกคือพื้นที่บริเวณ 3 ล้านตารางกิโลเมตรรอบ ๆ ตัวของทุกคน!”

“นาฬิกาพิเศษบนข้อมือของพวกคุณได้ระบุขอบเขตของการแข่งขันในรอบแรกเอาไว้หมดแล้ว ถ้าหากว่าใครเคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่ที่กำหนดไว้พวกคุณจะถูกตัดสิทธิ์ในทันที!”

“ทุกคนสามารถใช้วิธีการใดก็ในการได้รับแผ่นป้ายของการแข่งขันในรอบนี้มา แต่ทุกคนจงจำเอาไว้ว่ามันมีเฉพาะผู้ที่ถือแผ่นป้ายในวันที่ 7 เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมการประเมินในรอบที่ 2!”

“เอาล่ะในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการการประเมินในครั้งนี้ ฉันขอประกาศเริ่มการประเมินอย่างเป็นทางการ!!”

ทันทีที่เซียวไห่ลี่กล่าวจบพื้นดินก็เริ่มมีการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงพร้อมกับยานอวกาศขนาดใหญ่ทั้งสี่ที่เริ่มลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า

ลมพายุที่เกิดจากการเอาเครื่องขึ้นทำให้ผู้สมัครทั้งหมดที่อยู่บนพื้นดินไม่สามารถที่จะยืนอยู่นิ่ง ๆ ได้ พวกเขาทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องใช้แขนมาปิดตาเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ฝุ่นทรายมาทำร้ายร่างกายของพวกเขา

เมื่อสถานการณ์เริ่มสงบลงผู้สมัครหลายหมื่นคนก็ตระหนักได้ว่าการแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงรีบมุ่งหน้าตรงไปยังทิศตะวันออกด้วยความรวดเร็ว

ไม่นานหลังจากนั้นกลุ่มผู้สมัครที่แข็งแกร่งก็เริ่มจู่โจมเข้าใส่กลุ่มผู้สมัครที่อ่อนแอ เพราะท้ายที่สุดผู้สมัครทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นศัตรู ดังนั้นการสังหารผู้สมัครคนอื่นเพิ่มขึ้นหนึ่งคนก็ถือว่าเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้ารอบของพวกเขา

การสังหารเริ่มแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วทำให้ในไม่กี่นาทีต่อมาพื้นที่บริเวณนี้ก็เต็มไปด้วยซากศพอย่างมากมาย!!

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยกับเซียวรั่วหยูก็ไม่ได้อยู่ท่ามกลางทุ่งสังหารแห่งนี้แล้ว เพราะทันทีที่เซียวไห่ลี่พูดถึงกติกา เซี่ยเฟยก็สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเขาจึงได้ใช้ความโกลาหลในช่วงที่ยานอวกาศลอยขึ้นเหนือพื้นดินเคลื่อนที่ออกไปจากพื้นที่บริเวณนี้ก่อนที่ผู้สมัครคนอื่นจะรู้ตัว

การประมวลผลและการตัดสินใจเคลื่อนที่ออกไปอย่างรวดเร็วของเซี่ยเฟยสามารถดึงดูดความชื่นชมของคณะกรรมการได้เป็นจำนวนมาก เพราะท้ายที่สุดผู้ที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ก็มีอยู่ไม่มากนักและถึงแม้ว่ามันจะมีคนวิเคราะห์สถานการณ์ได้อยู่บ้างแต่มันก็มีคนที่เคลื่อนไหวทันทีอยู่เพียงแค่ไม่กี่คน

ด้วยการประมวลผลอันรวดเร็วของเซี่ยเฟยนี่เองมันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทันทีที่การสังหารได้เริ่มต้นขึ้น ชายหนุ่มกับเด็กสาวก็อยู่ห่างจากทุ่งสังหารไปหลายสิบกิโลเมตรแล้ว

ปัจจุบันเซี่ยเฟยได้แบกเซียวรั่วหยูที่ถูกพันด้วยเสื้อคลุมหนาเอาไว้บนหลังเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสาวได้รับบาดเจ็บจากลมกรรโชกที่พัดผ่านเข้ามา โดยเขาได้รักษาความเร็วเอาไว้ที่ 100 เมตรต่อวินาทีซึ่งมันเป็นความเร็วที่เขาสามารถวิ่งติดต่อกันได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง

“พี่เฟยแผ่นป้ายสำหรับการผ่านเข้ารอบอยู่ทางทิศตะวันออกไม่ใช่หรอ? แล้วทำไมพวกเราถึงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกล่ะ” เซียวรั่วหยูผู้ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้เสื้อคลุมกล่าวถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“ทิศตะวันออก? มันมีแต่พวกโง่เท่านั้นแหละที่จะมุ่งหน้าเข้าไปในสนามรบแบบนั้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเหลือบสายตามองไปยังเนินเขาทางทิศตะวันออกด้วยรอยยิ้ม

***************

แผ่นป้ายผ่านด่านอยู่ทางตะวันออกแต่พี่แกมุ่งหน้าไปทางตะวันตก? พี่แกคิดว่าแผ่นป้ายผ่านด่านมันจะลอยมาหาพี่แกหรือยังไง!!

จบบทที่ ตอนที่ 42: จุดเริ่มต้นของการประเมิน

คัดลอกลิงก์แล้ว