เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41: หนูอยากอยู่กับพี่!

ตอนที่ 41: หนูอยากอยู่กับพี่!

ตอนที่ 41: หนูอยากอยู่กับพี่!


ตอนที่ 41: หนูอยากอยู่กับพี่!

พื้นที่ระหว่างห้องโถงต้อนรับกับสถานที่ประเมินมียานอวกาศเดินทางพลุกพล่านอยู่อย่างมากมาย ซึ่งในปัจจุบันเซี่ยเฟยกับเซียวรั่วหยูกำลังเดินไปขึ้นเครื่องด้วยกันขณะที่ครอบครัวของเด็กสาวกำลังโบกมืออำลาอยู่ด้านหลัง

เมื่อพิจารณาจากท่าทางของเด็กสาวแล้วมันก็เห็นได้ชัดเลยว่าเธอกำลังรู้สึกตื่นเต้นมากและเนื่องมาจากว่าเธอไม่มีแหวนมิติเธอจึงจำเป็นที่จะต้องแบกกระเป๋าสัมภาระขนาดใหญ่และใครก็ตามที่อยู่ด้านหลังก็คงจะเห็นกระเป๋าที่แกว่งไปแกว่งมาอย่างไม่มั่นคง

“เอามานี่มา เดี๋ยวฉันช่วยถือให้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ จากนั้นเขาก็หยิบกระเป๋าสะพายขนาดใหญ่เอามาไว้ในมือ

กระเป๋าสะพายใบนี้มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัมแต่มันก็เป็นน้ำหนักที่ไม่มีผลต่อเซี่ยเฟยเลย เพราะการเลื่อนระดับความสามารถไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความเร็วให้กับเขาเท่านั้น แต่มันยังช่วยทำให้เขามีความแข็งแกร่งเหนือกว่าคนธรรมดาโดยทั่วไปอีกด้วย

อย่างไรก็ตามเซียวรั่วหยูก็เพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้นและการที่เด็กสาวอายุ 12 ปีสามารถแบกกระเป๋าเป้ขนาดใหญ่ได้ขนาดนี้ก็ไม่ต่างไปจากเรื่องที่เป็นปาฏิหาริย์ ยิ่งไปกว่านั้นเธอก็กำลังเดินทางไปเข้าร่วมการประเมินที่มีความเสี่ยงถึงชีวิต ทั้ง ๆ ที่เด็กสาวในวัยนี้สมควรที่จะอยู่บ้านเล่นเกมหรือไม่ก็ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนฝูงในวัยเดียวกัน

“ขอบคุณค่ะ!” เซียวรั่วหยูกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มหวานพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก

เมื่อได้รับคำขอบคุณเซี่ยเฟยก็พยักหน้ารับก่อนที่จะเก็บกระเป๋าสัมภาระเอาไว้ในแหวนมิติของเขา

“เอ๊ะ?” เซียวรั่วหยูอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจขณะที่ใบหน้าของเธอเปลี่ยนไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ต่อมาเธอก็เดินไปตบ ๆ ร่างกายของเซี่ยเฟยราวกับว่าเธอเป็นเด็กขี้สงสัยที่อยากรู้ว่าเซี่ยเฟยเอากระเป๋าของเธอไปซ่อนเอาไว้ที่ไหนกันแน่

“พี่ชายเล่นมายากลหรอ?” เซียวรั่วหยูกล่าวถามพร้อมกับเอียงศีรษะไปด้านข้างด้วยความสงสัย

“พวกเราไปกันเถอะ เธอหากระเป๋าไม่เจอหรอกเพราะฉันส่งมันไปไว้อีกโลกหนึ่งแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับจับมือของเซียวรั่วหยูอย่างเบามือ

“จริงหรอ!? พี่ชายส่งมันไปที่ไหน? ที่นั่นมีลิงไหม? แล้วมีแพนด้ายักษ์หรือเปล่า?” เซียวรั่วหยูอุทานพร้อมกับเริ่มถามเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไม่หยุดพัก

หลังจากเดินไปสักพักเซี่ยเฟยและเซียวรั่วหยูก็ยื่นนาฬิกาไปให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบว่าพวกเขาคือผู้สมัครเข้าร่วมการประเมินก่อนที่พวกเขาทั้งสองคนจะเดินขึ้นไปบนยาน

เด็กสาวรู้สึกตื่นเต้นกับยานอวกาศลำนี้มากซึ่งเธอก็มองไปยังทุกทิศทางตลอดเวลาราวกับว่าเธอได้พบของเล่นใหม่

ยานอวกาศลำนี้เป็นยานอวกาศโดยสารประมาณ 700-800 ที่นั่ง แต่ในปัจจุบันก็มีผู้โดยสารอยู่เพียงแค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้น

เมื่อยานอวกาศเริ่มบินออกไปเซียวรั่วหยูก็รีบวิ่งมาตรงหน้าต่างและโบกมือลาครอบครัวของเธอ

ไม่นานหลังจากนั้นพื้นที่ของแผนกต้อนรับก็กลายเป็นเพียงแค่จุดสีขาวเล็ก ๆ บนพื้น เซียวรั่วหยูจึงกลับมานั่งยังที่นั่งของตัวเองพร้อมกับโยนของขวัญที่เธอพึ่งได้รับมาลงบนพื้นราวกับว่าเธอไม่ได้สนใจพวกมันเลยแม้แต่น้อย

ขณะเดียวกันดวงตาของเด็กสาวก็จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับเผยอารมณ์แห่งความเหงาที่ไม่ควรจะปรากฏขึ้นในเด็กวัยเดียวกันกับเธอ

“ของขวัญที่ครอบครัวเธอเอามาให้ค่อนข้างจะเป็นของขวัญที่พิเศษมากเลยนะ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เด็กคนอื่นคงจะได้ของขวัญเป็นตุ๊กตาหรือไม่ก็วิดีโอเกม ของพวกนี้เป็นของขวัญที่หนูได้รับมาตั้งแต่เด็ก แต่หนูไม่เคยชอบของขวัญพวกนี้เลย คุณพ่อกับคุณย่าคงจะต้องอกแตกตายแน่ ๆ ถ้าหนูบอกว่าหนูไม่ชอบของขวัญพวกนี้และพวกเขาก็คงจะรู้สึกผิดหวังกับทายาทคนเดียวของตระกูล” เซียวรั่วหยูกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่ดูน่าสงสารขณะที่เธอได้จ้องมองไปยังเซี่ยเฟย

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็พอจะคาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กสาวคนนี้ได้บ้างแล้ว ซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าการที่เซียวรั่วหยูได้มาเข้าร่วมการประเมินไม่ใช่ความปรารถนาของเธอ แต่มันเป็นความปรารถนาของตระกูล

“เธอเคยคิดบ้างไหมว่าความสุขของเธออาจจะมีความสำคัญมากกว่าความปรารถนาของตระกูล? เธอควรจะอยู่เพื่อตัวเธอเองไม่ใช่อยู่เพื่อใครคนอื่น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับใช้นิ้วลากผ่านผมสั้น ๆ ของเด็กสาว

“แบบนั้นมันไม่ถูก! คุณพ่อสอนมาว่าการเป็นมนุษย์หมายถึงการกตัญญูต่อตระกูลและนั่นก็เป็นเหตุผลที่หนูไม่สามารถทำให้ตระกูลของหนูผิดหวังได้” เซียวรั่วหยูกล่าวพร้อมกับโบกมือไปมาอย่างแรง

มันมีคนเพียงแค่ไม่กี่คนที่เต็มใจจะแบกรับความคาดหวังของคนอื่นเอาไว้ แต่มันก็มีผู้คนอีกมากมายที่เต็มใจจะแทงข้างหลังคนในครอบครัวเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

เซี่ยเฟยไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องราวพวกนี้ให้เซียวรั่วหยูฟังยังไง ว่าความสัมพันธ์ของมนุษย์มีความซับซ้อนเกินกว่าที่เธอถูกสอนเอาไว้มาก ดังนั้นสิ่งที่เขาทำได้ในขณะนี้จึงมีเพียงแค่การยักไหล่อย่างไม่สามารถที่จะทำอะไรได้

—--

เมื่อเวลาผ่านไปยานอวกาศก็ลงจอดตรงบริเวณที่ไหนสักแห่งซึ่งมันก็มียานอวกาศขนาดมหึมาจำนวน 4 ลำจอดอยู่ตรงบริเวณเนินเขาแถวนี้แล้ว

ยานอวกาศทั้งสี่ลำนี้ดูคล้ายกับจะเป็นยานรบ โดยตัวยานมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดใหญ่ที่มีเครื่องยนต์ไอพ่นติดตั้งอยู่ด้านหลัง ขณะเดียวกันตัวยานก็มีโครงสร้างเป็นสีดำทองที่ถูกประดับตกแต่งเอาไว้ด้วยรอยขีดข่วนอย่างมากมาย ซึ่งรอยขีดข่วนเหล่านี้น่าจะเป็นรอยแผลที่พวกมันได้ชนเข้ากับเศษหินในอวกาศ

ตัวยานอวกาศทั้งสี่มีขนาดความสูงขึ้นไปหลายร้อยเมตรและมีความยาวออกไปด้านหลังเกินกว่า 1 กิโลเมตร มันจึงทำให้ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้ายานอวกาศดูไม่ต่างไปจากมดตัวเล็ก ๆ

“พี่ชายดูนั่นสิ ยานอวกาศพวกนี้โคตรเท่เลย!” เซียวรั่วหยูกล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“อืม… สักวันนึงฉันจะต้องเป็นเจ้าของยานอวกาศพวกนี้ให้ได้” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาอย่างอาจหาญ

“ถ้าพี่ชายมียานอวกาศแล้วช่วยพาหนูไปด้วยนะ” เด็กสาวกล่าว

“ได้สิ”

“ถ้าอย่างนั้นหนูขอขับมันด้วยได้ไหม”

“ไม่ได้”

เซียวรั่วหยูอ้าปากค้างพร้อมกับทำหน้างอเมื่อเธอได้รับการปฏิเสธจากเซี่ยเฟยกลับมาในทันที

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้กดปุ่มนำทางบนนาฬิกา เขาก็นำเซียวรั่วหยูมุ่งหน้าตรงไปยังยานอวกาศลำหนึ่ง

ห้องโถงทางเดินภายในยานอวกาศค่อนข้างที่จะคับแคบและดูเหมือนกับว่ามันจะสามารถรองรับผู้คนให้เดินผ่านไปผ่านมาได้เพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ซึ่งหลังจากที่ทั้งสองได้เดินผ่านทางเลี้ยวหลายสิบครั้งพร้อมกับเดินขึ้นลิฟต์ไปสามครั้งในที่สุดพวกเขาทั้งสองคนก็เดินทางมาจนถึงห้องโดยสารที่อยู่ในชั้นที่ 2

หากไม่ใช่เพราะระบบนำทางแล้วล่ะก็เส้นทางอันซับซ้อนเหล่านี้ก็คงจะทำให้ผู้คนสามารถหลงทางอยู่ในยานอวกาศได้เป็นวัน ๆ

เนื่องมาจากเซี่ยเฟยและเซียวรั่วหยูได้ลงทะเบียนในเวลาใกล้ ๆ กันมันจึงทำให้ห้องพักของพวกเขาทั้งสองค่อนข้างที่จะอยู่ใกล้กันมาก

เมื่อเซี่ยเฟยพาเซียวรั่วหยูเปิดประตูห้องพักมันก็ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเตียงในห้องพักมีเพียงสองเตียงแต่เตียงหนึ่งถูกครอบครองโดยชายหนุ่มผู้มีรูปร่างอันกำยำและมีกลิ่นเท้าที่เหม็นจนทำให้พวกเขารู้สึกราวกับว่าพวกเขาเพิ่งเปิดประตูเข้ามาในห้องส้วม

ดูเหมือนว่ากลิ่นเท้าจะไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของมนุษย์บนโลกเพียงเท่านั้น เพราะแม้แต่มนุษย์ต่างดาวก็มีปัญหาเรื่องกลิ่นเท้าไม่แตกต่างกัน

แม้ว่ามันจะมีใครเปิดประตูห้องเข้ามาแต่ชายคนนั้นก็ไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับไปมอง เขายังคงนอนส่งเสียงกรนของเขาต่อไป

“หนูไม่อยู่ห้องนี้แน่ ๆ! ผู้ชายคนนั้นตัวเหม็นมาก” เซียวรั่วหยูเอานิ้วบีบจมูกขณะที่รีบออกมาจากห้องพักอย่างว่องไว

เซี่ยเฟยก็รู้สึกไม่สบายใจที่จะให้เซียวรั่วหยูเข้าพักกับชายคนนั้นด้วยเช่นกัน เพราะถึงแม้ว่าเด็กสาวคนนี้จะมีอายุเพียงแค่ 12 ปีแต่เธอก็ยังคงเป็นผู้หญิงอยู่ดี

“เจ้าหน้าที่ที่ดูแลจัดการห้องพักจะทำงานชุ่ยเกินไปแล้ว พวกเขาปล่อยให้เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เข้าพักกับผู้ใหญ่แบบนั้นได้ยังไง”

ในระหว่างนั้นมันก็มีพนักงานจากสมาพันธ์จัสทิสบังเอิญเดินมาใกล้ ๆ พอดี ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงรีบเดินเข้าไปเพื่อขอคำอธิบาย

เมื่อพนักงานคนนั้นได้เปิดประตูเข้าไปในห้องของเซียวรั่วหยู เขาก็รีบปิดประตูลงอย่างฉับพลันซึ่งมันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เขาก็คงจะถูกโจมตีจากกลิ่นเท้าของชายที่อยู่ในห้องเช่นกัน

“ฉันรับเรื่องเอาไว้ให้แล้ว หลังจากนี้ฉันจะรีบประสานงานจัดห้องพักใหม่ให้ผู้สมัครโดยเร็วที่สุด” พนักงานกล่าว

“ให้เซียวรั่วหยูพักกับผู้หญิงด้วยกันได้ไหม เธอคงจะไม่สบายใจถ้าหากจะต้องไปพักกับพวกผู้ชาย” เซี่ยเฟยกล่าว

“ไม่เอา! หนูอยากอยู่กับพี่เฟย” เซียวรั่วหยูกล่าวขัดขึ้นมาอย่างฉับพลัน พร้อมกับคว้าแขนของเซี่ยเฟยเอาไว้และส่ายหัวไปมา

***************

คุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

จบบทที่ ตอนที่ 41: หนูอยากอยู่กับพี่!

คัดลอกลิงก์แล้ว