เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40: เซียวรั่วหยู

ตอนที่ 40: เซียวรั่วหยู

ตอนที่ 40: เซียวรั่วหยู


ตอนที่ 40: เซียวรั่วหยู

ณ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวในสนามบินปักกิ่ง

“ผมบอกแล้วไงว่าไม่จำเป็นต้องมาส่ง ทำไมพวกคุณถึงยังมาอยู่ที่นี่อีกเนี่ย ผมแค่ไปเข้าร่วมการประเมินของจัสทิสนะไม่ได้ไปตายสักหน่อย” เซี่ยเฟยพูดติดตลกขณะจ้องมองไปยังบุคคลตรงหน้าของเขา

“นายพูดว่าตายออกมาได้ยังไง! มันไม่ใช่คำพูดที่เป็นมงคลเลย” อู่หลงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉันได้ยินมาว่าการประเมินครั้งนี้ไม่ธรรมดาแล้วมันก็มีการอนุญาตให้ฆ่ากันในการประเมินได้” อันเดร์กล่าวด้วยสีหน้าอันเคร่งขรึม

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ให้คำตอบกลับไปเพียงแค่การพยักหน้า ก่อนที่เขาจะดึงบุหรี่ขึ้นมาคาบเอาไว้ในปากและจุดไฟแช็คโดยไม่สนใจใคร

ก่อนขึ้นเครื่องบินเขาได้ซื้อหงตะชานทั้งลังเก็บติดตัวเอาไว้และเนื่องมาจากภายในแหวนมิติอยู่ในสภาพสุญญากาศบุหรี่ที่เขาเก็บเอาไว้จึงไม่มีการเสื่อมสภาพ ชายหนุ่มจึงไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลเรื่องบุหรี่อีกต่อไปเพราะเขาได้ซื้อพวกมันมาตุนเอาไว้ภายในแหวนมิติแบบยกลัง

“ฉันได้ยินมาว่าทางสมาพันธ์จัสทิสจะจัดงานประเมินระดับปลอดภัยในปีหน้าและคุณก็มีโอกาสผ่านการประเมินในครั้งนั้นสูงกว่าในครั้งนี้มาก” อันเดร์กล่าวเสริม

สายตาของอันเดร์ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการให้เซี่ยเฟยเข้าร่วมการประเมินระดับวิกฤตในครั้งนี้ แต่เขาไม่ได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมาโดยตรงเนื่องมาจากว่าเขายังคงที่จะรู้สึกเกรงใจ ดังนั้นสิ่งที่เขาทำได้จึงมีเพียงแค่การพูดอ้อม ๆ

“ทำไมนายถึงไม่รอเข้าร่วมการประเมินในปีหน้าล่ะ? ถ้านายรอจนถึงตอนนั้นพวกเราทั้งสองคนจะได้ไปเข้าร่วมการประเมินพร้อม ๆ กัน” อู่หลงกล่าวอย่างตรงไปตรงมาเนื่องมาจากว่าเขาไม่ค่อยมีไหวพริบในการเจรจาเหมือนกับอันเดร์

“ผมต้องขอขอบคุณพวกคุณทั้งสองคนจริง ๆ ที่เป็นห่วงผม แต่ว่าในครั้งนี้ผมได้ตัดสินใจไปแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็หันไปทางชาร์ลีซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ และกล่าวถามขึ้นมาว่า

“ชาร์ลีทำไมนายถึงตัวติดกับปู่ตลอดแบบนี้ นายไม่ต้องไปโรงเรียนแล้วหรอ?”

“ผมเรียนจบแล้วและตอนนี้ผมก็กำลังเรียนการเงินกับคุณปู่อยู่ครับ” ชาร์ลีกล่าวตอบกลับไปอย่างเขินอาย

“เรียนจบแล้ว? นายเรียนจบอะไรมา? เรียนจบ ม.ต้นหรือ ม.ปลาย?”

“ชาร์ลีจบมาจากมหาลัยสแตนฟอร์ดสาขาวิชาคณิตศาสตร์” อันเดร์กล่าวตอบกลับไปแทนหลานชาย

“อะไรนะ? ฉันได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า? ชาร์ลีเพิ่งอายุ 13 ปีไม่ใช่หรอ?” เซี่ยเฟยอุทานจนบุหรี่ที่คาบอยู่ในปากแทบที่จะร่วงหล่นลงมา

“นายนี่เก่งจริง ๆ ย้อนกลับไปในสมัยก่อนฉันต้องใช้เวลาในการเรียน ม.ต้นตั้ง 5 ปี” อู่หลงกล่าวพร้อมกับตบหัวล้านของตัวเองด้วยความเขินอาย

“ถึงชาร์ลีจะเรียนเก่งแต่เขายังขาดประสบการณ์ในชีวิตจริง ฉันจึงวางแผนให้เขาคอยดูแลพอร์ตหุ้นในตลาดแทนฉันเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะให้เขาไปเรียนต่อปริญญาเอก” อันเดร์กล่าว

หลังจากที่อันเดร์กล่าวจบเซี่ยเฟยก็ทำการค้นหาสิ่งของภายในแหวนมิติก่อนที่เขาจะได้ดึงขวดเล็ก ๆ ออกมาจำนวน 3 ขวด โดยของเหลวในขวดหนึ่งเป็นสีเหลืองขณะที่อีกสองขวดเป็นสีน้ำเงิน

“นี่คือของขวัญจากผมให้พวกคุณทั้งสามคน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังขวดน้ำยาที่เขานำมาตั้งเอาไว้ จากนั้นเขาก็หันไปทางอู่หลงและกล่าวขึ้นมาว่า

“น้ำยาขวดสีเหลืองขวดนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพี่หลงได้ แต่ผมขอเตือนว่าการดื่มน้ำยาอาจจะทำให้พี่รู้สึกเจ็บปวดนิดหน่อย”

แม้ว่าเซี่ยเฟยจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างเหยเก นั่นก็เพราะว่าเขารู้ดีว่าความเจ็บปวดจากการดื่มน้ำยาสูตรอันธนั้นเป็นความเจ็บปวดแบบไหน

“ส่วนน้ำยาขวดสีน้ำเงินทั้งสองขวดนี้เป็นน้ำยาปรับสภาพยีนที่ผมได้เตรียมเอาไว้ให้กับพวกคุณทั้งสองคน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหันไปหาชาร์ลีและอันเดร์

ทันทีที่เซี่ยเฟยได้กล่าวจบห้องโดยสารในเครื่องบินก็ถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงัด โดยในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นอันเดร์, อู่หลงหรือชาร์ลีต่างก็ล้วนแล้วแต่กำลังจ้องมองไปยังชายหนุ่มด้วยสีหน้าอันสับสน

“น้ำยาปรับสภาพยีน! นี่คุณกำลังจะให้น้ำยาปรับสภาพยีนกับผมจริง ๆ หรอ? แบบนี้ผมก็จะมีพลังสายความเร็วเหมือนกับคุณใช่ไหม” ชาร์ลีกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“มันไม่จำเป็นจะต้องเป็นแบบนั้นเสมอไปหรอก ใครจะไปรู้บางทีนายอาจจะได้รับพลังพิเศษหายากกลับมาก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าวอธิบาย

น้ำยาทั้งสามขวดนี้ค่อนข้างที่จะมีราคาสูงมากแต่เซี่ยเฟยกลับได้เตรียมน้ำยาที่เหมาะสมกับแต่ละคนมาให้โดยเฉพาะ มันจึงทำให้อันเดร์หลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่สามารถที่จะหยุดเอาไว้ได้

เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะมีโอกาสได้ปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ในวัยชราเช่นนี้ ถ้าหากว่าเขาโชคดีเขาก็อาจจะกลายเป็นผู้ใช้พลังพิเศษ

“ขอบใจมากน้องชาย! ฉันรู้สึกขอบคุณจนไม่รู้จะอธิบายออกมายังไงเหมือนกัน แต่ถ้าหากว่านายต้องการให้ฉันทำอะไรก็พูดมันออกมาได้เลย ถ้าหากฉันกล้าปฏิเสธคำขอของนายแม้แต่ครั้งเดียวฉันจะไม่ขอใช้นามสกุลอู่อีกต่อไป” อู่หลงกล่าวพร้อมกับตบไหล่เซี่ยเฟย

—--

เมื่อเวลาผ่านไปเครื่องบินลำนี้ก็ค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปจอดยังสนามบินชั่วคราวภายในประเทศออสเตรเลีย

พื้นที่บริเวณนี้คือพื้นที่ที่จัดเตรียมเอาไว้สำหรับการประเมินซึ่งทุกคนจะต้องมารายงานตัวยังสถานที่แห่งนี้ก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาพวกเขาไปยังสถานที่จัดงานจริงอีกที

เมื่อเซี่ยเฟยอำลาอู่หลง, อันเดร์และชาร์ลีเขาก็มุ่งหน้าตรงไปยังแผนกต้อนรับ ซึ่งมันก็ต้องขอบคุณแหวนมิติบนนิ้วของเขา มันจึงทำให้เขาไม่จำเป็นที่จะต้องพกพาสัมภาระเหมือนกับคนอื่น ๆ

แผนกต้อนรับที่สมาพันธ์จัสทิสได้จัดเตรียมเอาไว้เป็นพื้นที่ทรงกลมขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากไม้กระดานสีขาวที่เหมือนกับหิมะ โดยด้านบนของไม้กระดานมีลูกบอลทรงกลมสีแดงได้ถูกติดตั้งเอาไว้ เมื่อมองจากระยะไกลลูกบอลสีแดงนี้ก็ดูคล้ายคลึงกับแบบจำลองของโลก

ผู้สมัครส่วนใหญ่ของการประเมินในครั้งนี้เดินทางมาจากดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกล มันจึงทำให้พวกเขาต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางนานพอสมควร ดังนั้นภายในห้องโถงของแผนกต้อนรับในปัจจุบันจึงมีจำนวนประชากรอยู่เพียงแค่ประมาณ 500-600 คน

เมื่อเซี่ยเฟยเดินมาถึงห้องโถงเขาก็ได้รับการต้อนรับจากหญิงสาวผมบลอนด์ผู้มีอายุประมาณ 20 ปี โดยตรงบริเวณหน้าอกของเธอได้ถูกประดับตกแต่งเอาไว้ด้วยดาวสีเงินจำนวน 4 ดวงซึ่งมันก็บ่งบอกว่าเธอคนนี้คือจัสทิสระดับ 4 ดาวเงิน

“คุณคือผู้สมัครเข้าร่วมการประเมินใช่ไหม?” หญิงสาวผมบลอนด์กล่าวถามด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น

“ใช่ครับ ผมชื่อเซี่ยเฟยเลขทะเบียน 70563” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

เมื่อหญิงสาวกรอกเลขที่ลงทะเบียนของเซี่ยเฟยลงในคอมพิวเตอร์ AI พกพาที่อยู่ในมือ มันก็แสดงรายละเอียดทั้งหมดของเซี่ยเฟยขึ้นมาในทันที

“ผู้สมัครท้องถิ่น?” หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยซึ่งเซี่ยเฟยก็พยักหน้ารับโดยไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม

“เชิญตามฉันมาทางนี้ได้เลย มันเพิ่งมีผู้สมัครท้องถิ่นอีกคนลงทะเบียนเมื่อไม่นานมานี้ด้วยเหมือนกัน”

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็เดินตามหญิงสาวคนนี้ไปยังแผนกต้อนรับและได้รับอุปกรณ์บางอย่างที่ดูคล้ายกับนาฬิกาสีขาวกลับมา

แม้ว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้จะดูคล้ายกับนาฬิกาข้อมือแต่บนหน้าจอก็ไม่ได้ฉายเวลาเหมือนนาฬิกาโดยทั่วไป แต่มันมีปุ่มให้กดอยู่เพียงแค่ 3 ปุ่มเท่านั้นพร้อมกับมีชื่อและหมายเลขลงทะเบียนของเขาประดับเอาไว้

“นาฬิกาเรือนนี้เป็นทั้งอุปกรณ์สื่อสารและเครื่องระบุตำแหน่งของคุณ หากคุณมีปัญหาอะไรคุณสามารถใช้ฟังก์ชั่นสื่อสารติดต่อผ่านทางนาฬิกาได้เลย”

เมื่อได้รับคำอธิบายเซี่ยเฟยก็ทำการสวมนาฬิกาเอาไว้ที่มือขวาซึ่งมันก็ติดเข้ากับข้อมือของเขาโดยอัตโนมัติและไม่ว่าเขาจะพยายามสะบัดข้อมือยังไง นาฬิกาเรือนนี้ก็ไม่ขยับออกไปจากข้อมือของเขาเลย

“คุณจะต้องสวมใส่นาฬิกาเรือนนั้นเอาไว้จนจบการประเมิน ในเวลานั้นพวกเราจะช่วยคุณถอดมันออกมาเอง ดังนั้นจนกว่าจะถึงเวลา ฉันขอแนะนำว่าคุณอย่าพึ่งไปทำอะไรกับมันจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นคุณก็คงจะต้องตัดมือตัวเองคุณถึงจะสามารถถอดมันออกมาได้” หญิงสาวผมบลอนด์กล่าวอธิบาย

หลังจากที่หญิงสาวได้อธิบายกฎเกี่ยวกับการประเมินแล้ว เธอก็พาเซี่ยเฟยไปยังมุมห้องตรงทิศตะวันตกของห้องโถงที่มีเด็กสาวอายุประมาณ 13 ปียืนอยู่กับกลุ่มชายหญิงวัยกลางคนซึ่งดูเหมือนจะเป็นครอบครัวของเธอ

เด็กสาวคนนี้มีส่วนสูงไม่ถึง 150 เซนติเมตร รูปร่างของเธอค่อนข้างที่จะดูผอมแห้งและเมื่อมันได้รวมกับผมสั้นสีดำมันจึงทำให้เธอดูเป็นเด็กสาวที่ดูน่าทะนุถนอม

“เสี่ยวหยูลูกจะต้องนำความรุ่งโรจน์มาสู่ตระกูลของพวกเราให้ได้ นี่คือของขวัญที่พ่อได้เตรียมเอาไว้ให้ พ่อขอให้ลูกผ่านการประเมินกลับมาได้โดยปลอดภัย” ชายวัยกลางคนผู้ซึ่งมีเครายาวกล่าวกับเด็กสาวก่อนที่เขาจะยื่นมีดผีเสื้อให้กับเธอ

เมื่อเด็กสาวได้รับมีดมาจากบิดา เธอก็ควงมีดเล่นในมืออย่างช่ำชองจนมันให้ความรู้สึกราวกับว่ากำลังมีผีเสื้อสีเงินเต้นระบำอยู่ภายในมือของเธอจริง ๆ

“ขอบคุณค่ะ หนูจะทำให้ดีที่สุด!” เด็กสาวกล่าวตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใส

‘เด็กวัยนี้ควรจะเล่นตุ๊กตาบาร์บี้อยู่ที่บ้านไม่ใช่หรอ? แล้วตานี่เป็นพ่อแบบไหนถึงให้มีดเป็นของขวัญกับลูกสาว’ เซี่ยเฟยคิดขึ้นมาภายในใจ

“น่ารักจริง ๆ เด็กดีของย่า เสี่ยวหยูมานี่สิย่าก็มีของขวัญจะให้หนูด้วยเหมือนกัน” หญิงชราวัยประมาณ 60 ปีกล่าวพร้อมกับเดินไปขยี้ผมของเด็กสาวด้วยความเอ็นดู

หลังจากนั้นหญิงชราก็ดึงกล่องไม้สี่เหลี่ยมออกมามอบให้กับเด็กสาวตัวน้อย โดยกล่องไม้นี้มีขนาดเล็กกว่ากล่องบุหรี่อยู่เล็กน้อย แต่มันกลับเป็นกล่องไม้ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีต

“ข้างในกล่องนี้มีพิษของงูจีนหัวแดง หากหลานนำพิษนี้ไปทาไว้บนอาวุธ ย่ารับประกันได้เลยว่าคนที่ถูกพิษนี้เข้าไป จะไม่มีวันลุกขึ้นมาเป็นครั้งที่ 2 ได้อีกแน่นอน” ย่าของเด็กสาวกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

แม้ว่าของขวัญจากครอบครัวนี้จะดูแปลกประหลาดพิสดารไปจากชาวบ้าน แต่มันก็ดูเหมือนกับว่าเด็กสาวคนนี้จะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้รับของขวัญมาจากญาติผู้ใหญ่ของเธอ

‘พ่อให้มีด.. ย่าให้พิษ!! คนพวกนี้เป็นคนแบบไหนกันเนี่ย!!!’ เซี่ยเฟยถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นครอบครัวอันแปลกประหลาดนี้พูดคุยกัน

“เธอคนนี้คือผู้สมัครจากดาวโลกอีกคน ฉันคิดว่าพวกคุณควรจะรู้จักกันเอาไว้” หญิงสาวผมบลอนด์ยังคงกล่าวออกมาอย่างเย็นชาเช่นเดิมหลังจากที่เธอได้นำเซี่ยเฟยไปหยุดอยู่ตรงหน้าครอบครัวของเซียวรั่วหยู

เมื่อเซี่ยเฟยมองไปรอบ ๆ เขาก็มองไม่เห็นใครนอกจากเด็กสาวตัวเล็กและสมาชิกในครอบครัว

แต่ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ในทันที ก่อนที่เขาจะได้ชี้ไปยังเด็กสาวและอุทานออกมาว่า

“คุณคงจะไม่ได้หมายถึงเธอใช่ไหม!?”

***************

พี่เฟยมาเจอตระกูลนักฆ่าเข้าซะแล้วละม้างงงง แต่เสี่ยวหยูอายุแค่ 13 เองนะ..หรือพี่เฟยจะกินเด็ก!!!!

จบบทที่ ตอนที่ 40: เซียวรั่วหยู

คัดลอกลิงก์แล้ว