เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4: ระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐาน

ตอนที่ 4: ระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐาน

ตอนที่ 4: ระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐาน


ตอนที่ 4: ระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐาน

ปัจจุบันเซี่ยเฟยกำลังนั่งอยู่ภายในห้องชั้นบนสุดของสำนักงานจัดการพลเมืองและกำลังนั่งดื่มกาแฟด้วยท่าทางสบาย ๆ

ห้องแห่งนี้คือห้องทำงานของโพดอสกี้และเซี่ยเฟยก็กำลังรอใบรับรองของเขาอยู่

เมื่อเซี่ยเฟยได้คิดว่าเขาจะได้รับเงินรางวัลจากการได้กลายเป็นพลเมืองระดับคลาส A จำนวน 100,000 แอลไลคอยน์มันก็ทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก

“คุณเซี่ยเฟยขอโทษด้วยครับที่ต้องให้รอ” โพดอสกี้กล่าวพร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาภายในห้อง

“นี่คือบัตรประจำตัวพลเมืองระดับคลาส A ของคุณที่แสดงว่าคุณมีพลังพิเศษอยู่ในระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐานแล้ว โดยบัตรนี้จะเป็นใบรับรองว่าคุณคือพลเมืองของพันธมิตรมนุษย์ระหว่างดวงดาวอย่างเป็นทางการและทำให้คุณสามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ภายในจักรวาลของพวกเราได้” โพดอสกี้กล่าวพร้อมกับวางบัตรประจำตัวใบสีเขียวไว้บนโต๊ะ

พลเมืองระดับคลาส A มีความแตกต่างจากพลเมืองระดับคลาส A ระดับสตาร์ไลท์เป็นอย่างมาก เนื่องจากถึงแม้ว่าพลเมืองระดับคลาส A จะมีเงินมากเพียงใดแต่พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะเดินทางไปยังดาวดวงอื่นได้ เพราะท้ายที่สุดข้อกำหนดขั้นต่ำในการเดินทางระหว่างดวงดาวคือมนุษย์ภายในโลกจะต้องเป็นพลเมืองระดับคลาส A ที่มีระดับพลังพิเศษอยู่ในระดับสตาร์ไลท์ขึ้นไปเสียก่อน

ท้ายที่สุดการเดินทางในจักรวาลก็มีความอันตรายเป็นอย่างมากและหากใครยังไม่สามารถที่จะใช้พลังพิเศษของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอยู่บนโลกมนุษย์มันก็คงจะเป็นเรื่องที่ปลอดภัยกว่า

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็หยิบบัตรประจำตัวของเขาขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียดและเขาก็ได้เห็นตัวอักษรตัว 'A' สีทองขนาดใหญ่ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ซึ่งมันถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของสถานะทางสังคมที่เขาเพิ่งได้รับมา

“คุณโพดอสกี้ถ้าผมจำไม่ผิดมันมีของรางวัลพิเศษสำหรับผู้ที่สามารถกลายเป็นพลเมืองระดับคลาส A ด้วยหรือเปล่า” เซี่ยเฟยกล่าวสอบถามออกไป

สำหรับตัวของเขาแล้วเงินรางวัลจำนวน 100,000 แอลไลคอยน์เป็นเงินจำนวนมากมายมหาศาล เพราะท้ายที่สุดเขาก็ไม่เคยมีเงินอยู่ในระดับ 6 หลักมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แค่ก ๆ ๆ!

“พวกเราต้องขอโทษคุณด้วยเพราะของรางวัลพิเศษมีให้สำหรับผู้ที่มาลงทะเบียน 10,000 คนแรกเท่านั้น แต่คุณคือผู้ที่มาลงทะเบียนเป็นคนที่ 10,001 ดังนั้น…” โพดอสกี้กล่าวพร้อมกับกางแขนทั้งสองข้างของเขาออกราวกับว่าเขาก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือเซี่ยเฟยในเรื่องนี้ได้

“อะไรกันวะเนี่ย!” เซี่ยเฟยแทบที่จะหมดสติไปด้วยความโกรธเพราะเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะโชคร้ายเป็นคนที่มาลงทะเบียนเป็นคนที่ 10,001 และพลาดเงินรางวัลไปจริง ๆ

“เอ่อ.. แต่พวกเรามีของรางวัลสำหรับผู้ที่มีความสามารถระดับสตาร์ไลท์นะ” โพดอสกี้กล่าวเมื่อได้เห็นท่าทางอันผิดหวังของเซี่ยเฟย

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซี่ยเฟยก็เผยให้เห็นแววตาระยิบระยับพร้อมกับหูที่ตั้งขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“พลเมืองที่สามารถพัฒนาไปจนถึงระดับสตาร์ไลท์ 10,000 คนแรกจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 200,000 แอลไลคอยน์จากรัฐบาลกลาง ไม่ทราบว่าหมายเลขบัญชีของคุณคืออะไรเดี๋ยวทางเราจะให้คนโอนเงินให้คุณในทันที”

200,000 แอลไลคอยน์!

“นี่ครับบัตรธนาคารผม” เซี่ยเฟยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็ได้หยิบบัตรธนาคารที่เขาได้เตรียมเอาไว้ล่วงหน้ามอบให้กับโพดอสกี้ ก่อนที่ยอดเงินในบัญชีของเขาจะได้เปลี่ยนจาก 0 กลายเป็น 200,000 แอลไลคอยน์อย่างฉับพลัน

เมื่อเซี่ยเฟยได้จัดการธุระเรื่องราวต่าง ๆ ภายในสำนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โพดอสกี้ก็เดินออกมาส่งชายหนุ่มเป็นการส่วนตัวก่อนที่เขาจะได้กล่าวออกไปว่า

“ถ้าหากว่าคุณยังคงขยันทำการฝึกฝนและเลื่อนระดับกลายเป็นขั้นกลางได้สำเร็จ มันจะมีของรางวัลอื่น ๆ ให้คุณอีกนะ”

ในขณะเดียวกันตัวแทนจากบริษัทระดับโลกต่าง ๆ ก็ยังคงรอคอยเซี่ยเฟยอย่างใจจดใจจ่อ หวังปินจึงได้จัดห้องให้กับเซี่ยเฟยโดยเฉพาะเพื่อที่เขาจะได้ทำการพูดคุยกับตัวแทนจากบริษัทเหล่านี้โดยไม่มีการรบกวนใด ๆ

หลังจากที่ตัวแทนจากบริษัทต่าง ๆ ได้ยินว่าระดับความสามารถของเซี่ยเฟยได้มาถึงระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐานแล้ว ตัวแทนจากบริษัทเหล่านี้ก็รู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมและพวกเขาก็ทำการเสนอข้อสัญญาที่ดีมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อได้นำเลขศูนย์ในสัญญามารวมกันมันก็มีจำนวนมากจนทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกเวียนหัวเลยทีเดียว

“ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมพวกคุณทุกคนถึงยินดียื่นข้อเสนอให้กับผมมากขนาดนี้ ความสามารถของผมเป็นเพียงแค่ความเร็วและผมก็ไม่คิดว่าผมจะสามารถช่วยเหลืออะไรพวกคุณได้ด้วย” เซี่ยเฟยกล่าว

“ตอนนี้เป็นโลกยุคใหม่แล้ว เทคโนโลยีจากนอกโลกได้สร้างความหวาดกลัวให้กับทุกองค์กรบนโลกเป็นอย่างมากและมันก็มีเพียงแต่เฉพาะพลเมืองที่มีความสามารถถึงระดับสตาร์ไลท์ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เดินทางไปยังดาวดวงอื่นได้” หวังปินที่เฝ้ามองอยู่จากด้านข้างกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

“อ๋อ! ผมเข้าใจแล้ว ที่คนพวกนี้ต้องการให้ผมเข้าร่วมกับบริษัทของพวกเขามันก็ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาได้เห็นคุณค่าของความสามารถของผม แต่พวกเขาหวังที่จะใช้ผมเป็นตัวแทนไปทำการเจรจาธุรกิจกับมนุษย์ต่างดาวซินะ” หลังจากที่เซี่ยเฟยได้คิดตามคำพูดของหวังปินอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าตัวแทนจากบริษัทต่าง ๆ จะไม่ได้ยอมรับออกมาตรง ๆ แต่สายตาของพวกเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อสันนิษฐานของเซี่ยเฟย

“ผมไม่รังเกียจที่จะเป็นตัวแทนให้กับบริษัทของพวกคุณหรอกนะ แต่ผมยังไม่คิดที่จะตัดสินใจในเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นผมขอพักผ่อนซัก 2-3 วันแล้วค่อยพิจารณาข้อเสนอของพวกคุณใหม่ นี่คือที่อยู่ของผมพวกคุณสามารถส่งสัญญาไปที่นี่ก่อนได้เลย เมื่อผมจัดการธุระเรียบร้อยแล้ว ผมจะทำการติดต่อกลับไป”

หลังกล่าวจบเซี่ยเฟยก็ได้เขียนที่อยู่ของเขาลงในกระดาษแผ่นหนึ่ง ซึ่งตัวแทนจากบริษัทต่าง ๆ ก็พยายามที่จะจดที่อยู่ของเซี่ยเฟยลงในสมุดบันทึกของพวกเขาด้วยความรวดเร็ว

“เชิญตามผมมาทางนี้ได้เลย เดี๋ยวผมจะพาคุณออกไปด้านนอกเอง” หวังปินกล่าว

เมื่อประตูลิฟต์ได้ปิดลงหวังปินก็ยกนิ้วโป้งให้กับเซี่ยเฟย จากนั้นเขาก็ได้กล่าวออกมาว่า

“คุณจัดการเรื่องนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมจริง ๆ หากคุณให้พวกเขารอไปอีก 2-3 วัน คุณย่อมได้รับข้อเสนอที่ดีกว่านี้แน่นอนและมันก็จะมีบริษัทที่เข้ามาร่วมการแย่งชิงตัวของคุณมากยิ่งขึ้น”

—--

โรงแรมเพนินซูล่าปักกิ่งเป็นโรงแรมอันมีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่ภายในย่านธุรกิจของเมือง ซึ่งนอกเหนือจากที่มันจะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวเพียงแค่ไม่กี่แห่งภายในเมืองแล้วโรงแรมแห่งนี้ยังเคยให้บริการประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันของอเมริกาอีกด้วย

เซี่ยเฟยได้เลือกที่จะย้ายออกมาจากห้องมาพักอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้เป็นเวลาสักพักหนึ่ง ซึ่งในตอนแรกเขาได้ทำการจองห้องสแตนดาร์ดที่มีราคา 450 แอลไลคอยน์ต่อคืนไว้ แต่ในระหว่างที่เขาได้ทำการเช็กอินบัตรประจำตัวของเขาก็ได้ไปเตะตาพนักงานของโรงแรมเข้าพอดี ผู้จัดการของโรงแรมจึงทำการอัพเกรดห้องของเขาให้กลายเป็นห้องบิสสิเนสที่มีราคา 2,800 แอลไลคอยน์ต่อคืนทันที ซึ่งเขาต้องจ่ายเงินเพียงแค่ 450 แอลไลคอยน์ต่อคืนเท่านั้น

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยย่อมยอมรับข้อเสนอที่ดีเช่นนี้โดยไม่ลังเลและหลังจากที่เขาได้นอนแช่น้ำอุ่นภายในอ่างอาบน้ำ เขาก็โน้มตัวลงบนเตียงพร้อมกับเตรียมนอนหลับให้สบาย

“อ๊า~ นี่สินะที่เขาเรียกว่าการใช้ชีวิต” เซี่ยเฟยยืดเหยียดร่างกายด้วยท่าทางที่สบายตัวพร้อมกับทำการโน้มตัวไปปิดโคมไฟที่อยู่ข้างเตียง

“เอ๊ะ?”

ทันทีที่ปิดไฟเซี่ยเฟยก็ตระหนักว่าวิสัยทัศน์บริเวณรอบ ๆ ตัวของเขาได้เปลี่ยนไปราวกับว่าเขาได้ไปปรากฏตัวบนถนนอันมืดครึ้ม

“นี่มันที่ไหน? ฉันโดนผีหลอกอย่างนั้นหรอ”

เขาจำได้ว่าเขาอยู่ภายในห้องพักของโรงแรม 5 ดาว แต่จู่ ๆ เขากลับได้มาปรากฏตัวในถิ่นทุรกันดาร

“ใช่แล้ว ฉันคือผี!” จู่ ๆ มันก็ได้มีเสียงอันก้องกังวานดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง

เมื่อได้ยินเสียงอันลึกลับเซี่ยเฟยก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างฉับพลัน จากนั้นเขาก็ได้หันไปทางต้นเสียงในทันทีและเขาก็ได้พบเพียงแต่เงาเรียวยาวที่กำลังใกล้เข้ามา

“คุณไม่รู้หรือยังไงว่าผีมันไม่มีเงา” เซี่ยเฟยกล่าว

“จริงหรอ... แต่ว่าฉันเป็นผีที่มีเงานะ” ทันทีที่เสียงนั้นได้กล่าวจบลง เจ้าของเสียงก็ได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าของเซี่ยเฟย

‘เขาเร็วขนาดนี้ได้ยังไง!’

ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะรู้สึกสงสัยแต่เขาก็ยังพยายามไม่แสดงท่าทีอะไรออกไป

ในตอนนี้เซี่ยเฟยกำลังมองคนตรงหน้าด้วยความระมัดระวัง โดยเขามีส่วนสูงอยู่ที่ประมาณ 170 เซนติเมตรและน่าจะมีน้ำหนักไม่เกิน 50 กิโลกรัม โดยภายใต้เสื้อแจ็กเก็ตสีดำที่เขาได้สวมอยู่ก็มีขาเรียวยาวที่ดูคล้ายกับตะเกียบอยู่คู่หนึ่ง

คน ๆ นี้มีปากขนาดใหญ่และมีดวงตาสีน้ำตาลที่ส่องประกายออกมาแปลก ๆ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้สวมหน้ากากสีดำที่ปิดบังใบหน้าของเขาเอาไว้

“คุณเป็นใคร? แล้วที่นี่ที่ไหน?” เซี่ยเฟยถาม

“ฉันคือเงาอันธการและที่นี่คือมิติในความคิดของฉัน” ชายชุดดำกล่าวตอบกลับไป

“เงาอันธการ? คุณคือสุดยอดนักฆ่าเงาอันธการคนนั้นอย่างนั้นหรอ?!”

“ใช่แล้ว”

“นี่คุณคือเงาอันธการที่ผมโดนกล่าวหาและต้องถูกจับขังอยู่ภายในคุกของดาวบลูซีเป็นเวลาครึ่งเดือนน่ะนะ”

“เอ่อ..ใช่”

“นี่คุณคือนักฆ่าที่โชคร้ายที่สุดในจักรวาล! เงาอันธการคนนั้นจริง ๆ อย่างนั้นหรอ”

“เอ่อ…”

ชายชุดดำพูดตะกุกตะกักเป็นเวลานานแล้วเขาก็ไม่สามารถตอบคำถามของเซี่ยเฟยได้

เซี่ยเฟยคุ้นเคยกับข้อมูลของเงาอันธการเป็นอย่างดีโดยเขาได้รับข้อมูลมาว่าเงาอันธการคนนี้เป็นนักฆ่าที่ได้ทำการสังหารเป้าหมายไปเพียงแค่เป้าหมายเดียวตลอดชีวิตนักฆ่าของเขา ยิ่งไปกว่านั้นเป้าหมายที่เขาทำการสังหารยังเป็นการสังหารผิดตัว แต่การลงมือของเขาในครั้งนั้นก็ทำให้เขาได้กลายเป็นอาชญากรที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในจักรวาล

“ผมไม่เชื่อ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายชุดดำก็โบกมือไปในอากาศทันทีซึ่งมันก็ทำให้ทัศนียภาพโดยรอบได้เปลี่ยนแปลงไปในทันใด

ปัจจุบันเซี่ยเฟยได้พบว่าตัวของเขายืนอยู่บนยอดเขาที่ถูกห้อมล้อมเอาไว้ด้วยหุบเขาลึกแล้วเขาก็สามารถที่จะได้ยินแม้กระทั่งเสียงสายลมหนาวที่กำลังพัดผ่านร่างกายของเขาไป

“ตอนนี้ล่ะเชื่อหรือยัง?” ชายชุดดำกล่าวถามอีกครั้ง

เหตุการณ์ในปัจจุบันทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึง ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างกระทันหันมากจนเกินไปจนทำให้เขาไม่ได้มีเวลาในการไตร่ตรองสถานการณ์ที่เขากำลังพบเจอเลย

“เชี่ย! คุณทำแบบนี้ได้ยังไง?”

“เชี่ย?” ชายชุดดำกล่าวออกมาเหมือนกับไม่เข้าใจในสิ่งที่เซี่ยเฟยพูด

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซี่ยเฟยก็ทำการครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะได้กล่าวออกไปว่า

“‘เชี่ย’ มันเป็นคำอุทานที่ค่อนข้างจะมีความหมายที่ดีน่ะ แบบประมาณว่าสุดยอดเลย”

“อ๋อแบบนี้นี่เอง... ที่นี่คือพื้นที่มิติภายในความคิดของฉันและฉันก็สามารถที่จะควบคุมทุกอย่างในนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ฉันสามารถทำให้นายมองเห็นสิ่งที่น่าสมเพชกว่านี้ได้อีกนะ”

เมื่อเงาอันธการได้พูดจบ เซี่ยเฟยก็ได้พบว่าตนเองได้ยืนอยู่บนทะเลทรายที่มีแมลงเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังมุ่งหน้าตรงมาที่เขาอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งมันถือได้ว่าเป็นภาพที่น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง

“โอเค! ผมเข้าใจแล้วว่าคุณคือเงาอันธการ พวกเรากลับไปอยู่ในที่ปกติกันเถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวออกไปโดยพยายามเก็บความกลัวของเขาเอาไว้

หลังจากนั้นมันก็ได้มีแสงวูบวาบขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่เซี่ยเฟยจะได้พบว่าตนเองได้ปรากฏตัวอยู่บนชายหาดที่มีทรายละเอียดนุ่มอยู่ใต้ฝ่าเท้าและเขาก็สามารถมองเห็นคลื่นที่กำลังซัดสาดเข้าฝั่งอยู่ในระยะไกล

“พวกแมลงในก่อนหน้านี้คืออะไร” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“พวกนั้นคือศัตรูของพันธมิตรมนุษย์ ชื่อว่าพวกเซิร์ก”

“แล้วคุณพาผมมาที่นี่ทำไม”

“ประการแรกคือที่นี่เป็นเพียงแค่มิติจินตภาพที่มันไม่มีอยู่จริงและประการที่สองคือฉันเป็นคนช่วยชีวิตนายเอาไว้” ชายชุดดำกล่าวอย่างจริงจัง

“คุณช่วยชีวิตผมเอาไว้?”

“ใช่... นายจำได้ไหมว่านายหมดสติไปหลังจากที่ได้ดื่มน้ำยาปรับสภาพยีนเมื่อคืนนี้”

“มันน่าจะเป็นแบบนั้นนะ… แต่มันเกี่ยวอะไรกับคุณ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับลูบหัวของเขาด้วยความเขินอายเล็กน้อย

“น้ำยาปรับสภาพยีนที่นายได้ดื่มเข้าไปเป็นน้ำยาที่มีฤทธิ์รุนแรงมากจนทำให้ร่างกายของนายไม่สามารถที่จะทนรับผลของน้ำยาได้และมันก็ทำให้นายเกือบตายไปแล้ว แต่โชคดีที่นายได้ตกลงไปในน้ำทำให้ประสาทสัมผัสทั้งหมดของนายถูกปิดกั้น ซึ่งในขณะนั้นฉันก็เป็นคนช่วยให้นายไม่ต้องพบกับความตาย” ชายชุดดำกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ถ้ามันเป็นแบบที่คุณพูดจริง ๆ แล้วทำไมคุณถึงต้องมาช่วยผมด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวถามออกไปอย่างไม่มั่นใจ

“ถ้าฉันบอกว่าฉันทำลงไปโดยสัญชาตญาณ นายจะเชื่อฉันไหมล่ะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซี่ยเฟยก็ส่ายหัวก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า

“ผมไม่เชื่อ..คุณบอกเองว่าคุณคือเงาอันธการซึ่งเป็นนักฆ่าที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในจักรวาลและสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับการเป็นนักฆ่าคือการฝึกฝนสภาพจิตใจ แล้วสุดยอดนักฆ่าแบบคุณจะปล่อยตัวทำตามสัญชาตญาณได้ยังไง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายชุดดำก็ได้โน้มตัวนอนลงไปบนชายหาดก่อนที่เขาจะได้กล่าวตอบออกมาว่า

“มันก็จริงว่าฉันเป็นนักฆ่า แต่ฉันก็ไม่ใช่นักฆ่าที่สมบูรณ์แบบมากนักหรอก ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะไม่ได้สังหารเป้าหมายผิดตัวและได้ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้”

ในระหว่างนั้นเซี่ยเฟยซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เงาอันธการก็ได้เอื้อมมือไปหยิบทรายขึ้นมา 1 กำมือ

แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นพื้นที่มิติจินตภาพในความคิดของเงาอันธการแต่ทรายภายในมือของเขาก็ให้ความรู้สึกที่เหมือนจริงมากและเขาก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความชื้นที่อยู่ภายในทรายพวกนี้อีกด้วย

“คุณสังหารใครลงไปกันแน่? ทำไมมันถึงทำให้คุณได้กลายเป็นคนที่ถูกต้องการตัวไปทั่วทั้งจักรวาลแบบนี้”

เซี่ยเฟยค่อย ๆ เชื่อว่าชายคนนี้คือเงาอันธการจริง ๆ เพราะในสถานการณ์ปกติมันก็คงจะไม่มีใครต้องการจะเป็นอาชญากรที่ถูกตามล่า

“มันคงจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าถ้าหากว่านายไม่รู้เรื่องนี้” เงาอันธการกล่าวพร้อมกับหยิบหินก้อนเล็ก ๆ แล้วโยนลงไปในทะเล

“โอ้ ทะเล ทะเล ทะเล นั่นก็ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ แต่ทำไมมันถึงเงียบสงัดเช่นนี้…”

“หยุด หยุด! หยุด!!”

“คุณพยายามจะทำอะไรกันเนี่ย!?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างมาปิดหูของเขาเอาไว้

“ทำไมถึงต้องทำเหมือนกับมันเลวร้ายขนาดนั้นด้วย นี่มันคือบทกวีที่ฉันแต่งขึ้นมาอย่างพิถีพิถันเชียวนะ” เงาอันธการกล่าวพร้อมกับกระพริบตาปริบ ๆ

“มันไม่ได้แค่เลวร้ายนะแต่มันช่างเป็นบทกวีที่หลอนหูจริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวออกไปอย่างไม่ลังเลเพราะการฟังบทกวีเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการทรมานจิตใจของเขาอย่างแท้จริง

“ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นนักฆ่าแต่ฉันก็เป็นนักแต่งบทกวีด้วย!” เงาอันธการกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงอันภาคภูมิใจ

“ห๊ะ! ถ้าอย่างนั้นผมขอแนะนำให้คุณเป็นนักฆ่าอย่างเดียวเถอะ” เซี่ยเฟยถึงกับพูดไม่ออก

“อาจารย์ของฉันมักจะบอกฉันเสมอว่าฉันมีความสามารถในการแต่งบทกวีมากกว่าความสามารถในฐานะของนักฆ่า” เงาอันธการพยายามกล่าวออกมาอย่างไม่ยอมแพ้

“อาจารย์ของคุณคงจะหลอกคุณแล้วล่ะ”

ทันใดนั้นโลกทั้งใบก็ถูกห่อหุ้มด้วยรังสีสังหารอันรุนแรงที่แทรกซึมเข้าไปจนถึงกระดูกของเซี่ยเฟย

“อาจารย์ของฉันไม่ได้โกหก!” เงาอันธการกล่าวออกมาอย่างเย็นชาซึ่งท่าทางของเขาในตอนนี้มันก็เหมือนกับว่าเขาได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นคนละคน โดยก่อนหน้านี้เขายังดูเป็นคนที่ขี้เล่นแต่ในตอนนี้เขากลับดูคล้ายกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะจู่โจมเข้าใส่เหยื่อได้ทุกเวลา

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในครั้งนี้ได้ทำให้เซี่ยเฟยตัวสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าเงาอันธการจะได้เปลี่ยนท่าทีไปอย่างฉับพลันหลังจากที่เขาได้พูดถึงอาจารย์ของเงาอันธการแบบนั้น

“โอเค ๆ ผมขอถอนคำพูด” เซี่ยเฟยกล่าวออกมาอย่างช่วยไม่ได้แล้วเขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะทำการยั่วยุนักฆ่าซึ่งเป็นที่ต้องการตัวไปทั่วทั้งจักรวาลด้วย

ทันใดนั้นรังสีสังหารที่เต็มไปทั่วทั้งอากาศก็ได้สลายหายไปอย่างฉับพลันก่อนที่เงาอันธการจะได้ส่งเสียงหัวเราะออกมา ซึ่งท่าทางของเขาช่างสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

“เป็นไงตอนนี้นายยอมรับแล้วใช่ไหมว่าบทกวีของฉันในก่อนหน้านี้เป็นบทกวีที่เชี่ยมาก?”

“ใช่ มันเป็นบทกวีที่เชี่ยมากจริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวออกไปด้วยสีหน้าที่อึดอัดใจ

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้นายได้ฟังบทกวีนี้ก็แล้วกัน” เงาอันธการยืนขึ้นอย่างตื่นเต้น จากนั้นเขาก็ได้ชี้ไปยังทะเลอันกว้างไกลและร่ายบทกวีออกมาว่า

“โอ้ทะเลอันกว้างใหญ่ ในทะเลมีปลาอยู่อย่างมากมายและปลาพวกนั้นช่างเป็นปลาที่สดและอร่อยมาก…”

เมื่อเซี่ยเฟยได้ฟังบทกวีอันแปลกประหลาดนี้จนจบเขาก็รู้สึกขนลุกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยในตอนนี้เขาอยากจะเจาะแก้วหูของตัวเองเพื่อตัดขาดจากเสียงที่เขาเพิ่งจะได้ยินเข้าไป

“เชี่ยมาก!” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับปรบมือ

“มันเชี่ยจริง ๆ หรอ?” เงาอันธการกล่าวถาม

“แน่นอน บทกวีของคุณเป็นบทกวีที่เชี่ยที่สุดในจักรวาลเท่าที่ผมเคยได้ยินมาเลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยกนิ้วให้ด้วยเจตนาที่ซ่อนเร้น

เมื่อได้รับคำชมจากเซี่ยเฟยมันก็ทำให้เงาอันธการรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นจากเดิม จากนั้นเขาก็ได้วางมือเอาไว้บนเอวและหันหน้าไปทางพระอาทิตย์ตกก่อนที่เขาจะได้กล่าวออกมาว่า

“วันนี้ฉันช่างมีแรงบันดาลใจในการขับกล่อมบทกวีจริง ๆ ฉันตัดสินใจแล้ว!! ฉันจะทำการแต่งบทกวีขึ้นมาอีกหนึ่งบท!!!”

"ไม่!" เซี่ยเฟยกล่าวออกไปอย่างจริงจัง จากนั้นเขาก็ได้กล่าวออกไปว่า

“แรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่จะต้องคอยเก็บสะสมเอาไว้ ไม่อย่างนั้นสักวันนึงมันก็จะหมดไปโดยไม่รู้ตัว”

“อ้าวหรอ?” เงาอันธการกล่าวถามด้วยความสงสัย

“มันก็แล้วแต่คนน่ะ” เซี่ยเฟยกล่าวพึมพำขึ้นมาเบา ๆ แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรได้บางอย่างเขาจึงได้กล่าวออกไปว่า

“เอาแบบนี้เป็นไง ผมจะเป็นคนร่ายบทกวีให้คุณฟังเอง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเงาอันธการก็พยักหน้ารับด้วยความสนใจก่อนที่เขาจะนั่งลงข้าง ๆ เซี่ยเฟยด้วยท่าทางอันนอบน้อมและเตรียมพร้อมที่จะขอคำแนะนำ

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็เอนกายลงไปบนชายหาดเล็กน้อยพร้อมกับส่งเสียงกระแอมขึ้นมาในลำคอ

จันทราเด่นสง่ากลางท้องฟ้า

ความหลังยังตรึงตราข้าเสมอ

ลมบูรพาพัดผ่านเมื่อคืนวาน

ตัวข้ายากจะทานความหนาวใจ

หินหยกแท้ภายในยังคงอยู่

แต่เปลือกนอกมิอาจสู้เวลาได้

หากถามข้าว่าทุกข์ใจมากเพียงไหน

คงเป็นดั่งสายน้ำไหลไปไม่หวนคืน

“หากถามข้าว่าทุกข์ใจมากเพียงไหน คงเป็นดั่งสายน้ำไหลไปไม่หวนคืน…” เงาอันธการกล่าวออกมาด้วยดวงตาอันเปล่งประกาย

หลังจากนั้นเงาอันธการก็อ่านบทกวีของเซี่ยเฟยซ้ำ ๆ หลายสิบครั้งเหมือนกับเขาได้หลงมัวเมาไปกับบทกวีเป็นที่เรียบร้อย

“เฮ้อ.. นักฆ่าผู้ยิ่งใหญ่กลับกลายเป็นพวกคลั่งบทกวีซะงั้น” เซี่ยเฟยคิดในใจ

“บทกวีนี้… มันช่างเชี่ยจริง ๆ” เงาอันธการกล่าวชื่นชมขึ้นมาอย่างจริงใจ

“นี่มันคือผลจากวัฒนธรรมที่สั่งสมมาเป็นเวลานานนับ 5,000 ปีเชียวนะ” เซี่ยเฟยกล่าวออกไปอย่างเฉยเมย

“นายช่วยสอนบทกวีอื่นให้ฉันหน่อยได้ไหม” เงาอันธการกล่าวถามอย่างกระตือรือร้นซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่านักฆ่าคนนี้หลงใหลในบทกวีมากแค่ไหน

“สอนคุณอย่างนั้นหรอ… แล้วคุณจะให้อะไรผมเป็นของตอบแทน” เซี่ยเฟยกล่าวโดยเขาได้คิดแผนการเอาไว้ภายในใจมาสักระยะหนึ่งแล้ว

***************

บทกวีของนายช่างเชี่ยจริง ๆ!!

จบบทที่ ตอนที่ 4: ระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐาน

คัดลอกลิงก์แล้ว