เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3: พลังพิเศษ

ตอนที่ 3: พลังพิเศษ

ตอนที่ 3: พลังพิเศษ


ตอนที่ 3: พลังพิเศษ

อันที่จริงน้ำยาหยกม่วงที่ ดร.แฮร์ริสได้ทำการวิจัยขึ้นมาไม่ใช่ยาพิษแต่อย่างใดและผลลัพธ์ของน้ำยาชนิดนี้มันก็เหนือเกินกว่าสิ่งที่ทุกคนได้คาดคิดเอาไว้มาก

เมื่อเซี่ยเฟยได้ทำการดื่มน้ำยาหยกม่วงเข้าไปเขาก็สามารถปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าหากวิธีการที่น้ำยาชนิดอื่น ๆ ได้ทำการปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 เทียบกับการเปิดประตู น้ำยาหยกม่วงที่เซี่ยเฟยได้ดื่มเข้าไปมันก็มีประสิทธิภาพคล้ายกับการระเบิดประตูและทำให้แม้แต่กำแพงบริเวณรอบ ๆ ประตูก็ยังถูกพังทลายหายไป

เมื่อปราศจากสิ่งกีดขวาง พลังอันมหาศาลที่ถูกกักเก็บเอาไว้ในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ทั้งหมดก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมา โดยพลังอันไร้ขอบเขตเหล่านี้ได้พุ่งเข้าหาสมองของเซี่ยเฟยราวกับสึนามิถล่ม!!

เหตุการณ์นี้ได้ทำให้เซี่ยเฟยสูญเสียความรู้สึกของเขาไปทั้งหมดก่อนที่ร่างทั้งร่างของเขาจะได้จมลงไปในอ่างน้ำเย็น

ถ้าหากว่าเซี่ยเฟยไม่ได้ทำการต่อต้านพลังของน้ำยาหยกม่วงและปล่อยให้พลังของน้ำยาพุ่งทะยานต่อไปเหมือนกับผู้เข้าร่วมการทดลองใช้น้ำยาหยกม่วงในก่อนหน้านี้ เขาก็คงจะหลับไปชั่วนิรันดร์และไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

อย่างไรก็ตามเมื่อมนุษย์ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันน่าสิ้นหวังพวกเขาก็จะระเบิดแรงปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดออกมาอย่างบ้าคลั่งโดยเฉพาะผู้ที่ดูอ่อนแอในช่วงเวลาปกติ!

สถานการณ์ในปัจจุบันได้ทำให้ร่างของเซี่ยเฟยที่จมอยู่ในอ่างน้ำสั่นขึ้นมาอย่างรุนแรงจนทำให้น้ำภายในอ่างสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งพื้นที่ โดยปฏิกิริยาของเซี่ยเฟยคล้ายกับว่ามันได้มีใครเอาสายไฟฟ้าแรงสูงจุ่มลงไปในอ่างน้ำ

ช่วงเวลานี้เซี่ยเฟยได้สูญเสียสติของเขาไปเกือบทั้งหมดแต่สัญชาตญาณของเขาก็กำลังกรีดร้องออกมาว่า

อย่ายอมแพ้จนวินาทีสุดท้าย!!

โดยปกติความสำเร็จจะเกิดขึ้นจากการทำงานอย่างหนัก 99% และพึ่งพาอาศัยโชคอีก 1% แต่ในปัจจุบันเซี่ยเฟยได้พยายามดิ้นรนต่อสู้เอาชีวิตรอดโดยใช้พลังไปเกินกว่า 200% แล้วแต่มันก็ยังไม่มีความโชคดีปรากฏขึ้นมาในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเลย

ระหว่างนั้นน้ำภายในอ่างก็ไหลเข้าไปภายในปาก, จมูกและหูของเซี่ยเฟยอย่างต่อเนื่องจนทำให้เขาหายใจไม่ออกและต้องทนทุกข์ทรมานกับของเหลวภายในร่างกายถึงสองชนิด

ทุก ๆ วินาทีที่ผ่านพ้นไปแรงของเซี่ยเฟยก็ลดลงไปอย่างต่อเนื่อง แต่ในทันใดนั้นเองสร้อยหินมัวร์ที่มีรูปร่างเหมือนหยดเลือดที่เขาแขวนเอาไว้อยู่ที่คอก็ได้เปล่งแสงสว่างสีแดงออกมาจนทำให้ห้องน้ำอันคับแคบแห่งนี้ดูเหมือนกับถูกย้อมไปด้วยโลหิต

—--

แสงอาทิตย์ยามเช้าได้สาดส่องผ่านเข้ามาภายในห้องอันคับแคบและทำให้ห้องน้ำที่เซี่ยเฟยนอนสลบอยู่ค่อย ๆ สว่างขึ้นมามากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

ฮัดชิ้ว!

เซี่ยเฟยจามออกมาก่อนที่เขาจะพยายามลุกขึ้นมาจากพื้น โดยในตอนนี้เขามีสีหน้าอันซีดเผือดและร่างกายของเขาก็ให้ความรู้สึกอ่อนแอเป็นอย่างมาก

ฮัดชิ้ว ๆ ๆ!

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้จามออกมา 3 ครั้งติดต่อกันเขาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลังจากนั้นร่างกายของเขาก็สามารถที่จะฟื้นตัวขึ้นมาด้วยความรวดเร็วในอัตราที่น่าเหลือเชื่อ

“โอ้ยหนาว!!”

เซี่ยเฟยส่งเสียงอุทานพร้อมกับรีบวิ่งออกไปจากอ่างอาบน้ำและไปมุดซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียง ซึ่งกระบวนการทุกอย่างที่เขาได้ทำในช่วงเวลานี้เกิดขึ้นในอัตราที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!!

ครึ่งชั่วโมงต่อมาร่างกายของเซี่ยเฟยก็ค่อย ๆ อุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหลังจากที่เขาได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่แห้งสนิทแล้วเขาก็กลับไปยังห้องนั่งเล่นอีกครั้ง

เขาลืมไปหมดแล้วว่าทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงได้ไปนอนอยู่ในห้องน้ำและตัวเปียกโชกไปทั่วทั้งร่างกาย เขาจำได้เพียงแต่ว่าเขาได้ดื่มน้ำยาปรับสภาพยีนเข้าไปก่อนที่ภาพจะตัดมาในตอนที่เขาตื่นนอน อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาเริ่มตั้งสติได้แล้วเขาก็รีบทำการตรวจสอบตัวเองเพื่อทำการค้นหาว่าเขาได้รับพลังพิเศษอะไรมา

เซี่ยเฟยลองทำการยืดร่างกายและเขาก็รู้สึกว่ามันไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ จากการที่เขาได้ดื่มน้ำยาปรับสภาพยีนเข้าไปเลย ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรู้สึกว่าทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของเขาต่างก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีและเขาก็รู้สึกว่าทั่วทั้งร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลัง

ขณะเดียวกันภายในห้องนั่งเล่นแห่งนี้ก็มีกระสอบทรายโทรม ๆ อยู่หนึ่งอันและถึงแม้ว่ามันจะอยู่ในสภาพที่ไม่ดีนักแต่มันก็สามารถนำมาใช้ทดสอบกำลังของเขาได้

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็หรี่ตาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ ก่อนที่เขาจะทำการปล่อยหมัดขวาออกไปเต็มแรง!!

ปัง

“เอ๊ะ?”

เซี่ยเฟยแทบที่จะไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเองเพราะความเร็วของหมัดที่เขาได้ปล่อยออกไป มันรวดเร็วกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัดและมันก็ทำให้เขาได้นึกถึง 'หัตถ์ไร้เงา' ในตำนาน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานี้มันก็มีโอกาสความเป็นไปได้อยู่ 2 ประเภท โดยความเป็นไปได้ประการที่หนึ่งคือตาของเขาคงจะพร่ามัวจนมองเห็นภาพหลอน ส่วนความเป็นไปได้ประการที่สองคือน้ำยาปรับสภาพยีนได้เพิ่มความเร็วของเขา

น่าเสียดายที่ห้องแห่งนี้คับแคบจนเกินไปและเขาก็ไม่สามารถที่จะทดสอบความเร็วของเขาภายในห้องแห่งนี้ได้ ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงเดินลงบันไดของอะพาร์ตเมนต์และมุ่งหน้าตรงไปยังสวนที่อยู่ตรงบริเวณด้านหลังของอาคาร

สวนด้านหลังอะพาร์ตเมนต์เคยเป็นโรงงานเครื่องหนังมาก่อน ซึ่งเมื่อเซี่ยเฟยได้เดินเข้ามาเขาก็ได้พบกับกลิ่นเหม็นและวัชพืชที่เติบโตขึ้นมาอย่างมากมาย

ในปัจจุบันมันยังเป็นเวลาเช้าตรู่ดังนั้นสวนแห่งนี้จึงยังคงว่างเปล่า ซึ่งนอกเหนือจากแมวน้อยตัวสีขาวที่กำลังนอนบิดขี้เกียจอยู่ตัวหนึ่ง เขาก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใด ๆ ที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ กับเขาเลย

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็ลองก้าวเท้าของเขาออกไปพร้อมกับพยายามวิ่งไปบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยวัชพืชอย่างรวดเร็ว ซึ่งในระหว่างที่เขากำลังวิ่งอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของสายลมที่ได้ดังแว่วเข้ามาภายในหู

“ความเร็วขนาดนี้มันจะต้องเป็นพลังพิเศษแน่ ๆ! หรือว่าฉันจะได้กลายเป็นเหมือนกับเจ้าของวลี ‘บุรุษที่เร็วที่สุด’ ไปแล้ว!” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น

มนุษย์มากกว่า 70% ที่สามารถปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้จะได้รับพลังที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ โดยพลังในการต่อสู้จะแบ่งประเภทหลัก ๆ ได้ทั้งหมด 3 สายคือ พลังสายความแข็งแกร่ง, พลังสายความเร็วและพลังสายพิเศษ

ในบรรดาพลังทั้งสามประเภทพลังสายความแข็งแกร่งเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยที่สุด รองลงมาคือพลังสายความเร็วและพลังสายพิเศษจะเป็นสิ่งที่หาพบได้ยากมากที่สุด

จากสถิติเท่าที่เขาได้อ่านมาในบรรดาผู้ที่ได้รับพลังการต่อสู้ 100 คนจะเป็นผู้ที่ได้รับพลังสายความแข็งแกร่ง 80 คน, พลังสายความเร็ว 15 คนและมีผู้ที่ได้รับพลังสายพิเศษอยู่เพียงแค่ 5 คน

ขณะเดียวกันตรงหน้าของเซี่ยเฟยก็เป็นกำแพงที่มีขนาดความสูงประมาณ 1.7 เมตร ซึ่งหลังจากที่เขาได้ออกแรงถีบจากขาซ้ายเพียงแค่เล็กน้อยเขาก็สามารถที่จะกระโดดข้ามกำแพงตรงหน้าของเขาได้อย่างง่ายดายและท่าทางการกระโดดของเขามันก็ดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งกว่านักกีฬากระโดดข้ามรั้วเสียอีก

การเคลื่อนไหวราวกับสายลมมันให้ความรู้สึกแบบนี้นี่เองสินะ!

จากการประเมินในตอนนี้เขาก็สมควรที่จะวิ่งก้าวข้ามระยะ 100 เมตรได้ในเวลาเพียงแค่ 5 วินาทีทั้ง ๆ ที่คนปกติจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาวิ่งเกินกว่า 10 วินาที ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก็ทำให้เด็กหนุ่มผู้เคยเป็นพนักงานปั่นจักรยานส่งของได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ใช้พลังพิเศษที่หายากในเวลาเพียงแค่ชั่วข้ามคืน

ในขณะที่เซี่ยเฟยรู้สึกประหลาดใจกับพลังของตัวเองเขาก็รู้สึกทึ่งกับพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากพื้นที่สมองส่วนที่ 7 อย่างแท้จริง

ยิ่งไปกว่านั้นการวิ่งก้าวข้ามระยะ 100 เมตรภายในเวลา 5 วินาทีก็ยังไม่ใช่ขีดจำกัดของเขา ซึ่งในอนาคตอันใกล้เขาย่อมสามารถวิ่งได้เร็วกว่านี้อย่างแน่นอน!

หลังจากได้กลับเข้ามาภายในห้องเซี่ยเฟยก็รีบทำการอาบน้ำพร้อมกับเปลี่ยนชุดด้วยความรวดเร็วเนื่องมาจากว่าเสื้อผ้าที่เขาได้ใส่ออกไปในตอนเช้าได้เปียกโชกไปด้วยเหงื่อระหว่างที่เขาพยายามทดสอบความสามารถของตัวเอง

ในเวลาต่อมาเซี่ยเฟยก็ได้ทำการขี่จักรยานของเขามุ่งหน้าตรงไปยังพื้นที่ทางทิศตะวันตกของเมือง ซึ่งมันเป็นสถานที่ตั้งของสำนักงานจัดการพลเมืองของสหพันธ์โลก

สำนักงานจัดการพลเมืองของเมืองปักกิ่งได้ตั้งอยู่ตรงบริเวณย่านอันพลุกพล่านทางทิศตะวันตก ซึ่งแต่เดิมมันเคยเป็นสถานที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันมันได้ถูกเปลี่ยนเป็นอาคารของสหพันธ์โลกและทำให้สถานทูตค่อย ๆ ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา

เนื่องมาจากมนุษย์ได้รู้จักพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ทางสหพันธ์โลกจึงได้ทำการแบ่งระดับคลาสของพลเมืองเอาไว้เป็นหลายๆระดับและพลเมืองที่มีพลังพิเศษก็จะถูกจัดระดับให้เป็นพลเมืองระดับคลาส A

สหพันธ์โลกยังถือได้ว่าได้อยู่ในช่วงเริ่มต้นของอารยธรรมจักรวาล มันจึงทำให้ผู้มีพลังพิเศษแต่ละคนเป็นตัวตนที่มีค่าเป็นอย่างมาก โดยทางรัฐบาล, กองทัพและบริษัทขนาดใหญ่ต่างก็พยายามที่จะยื่นข้อเสนอเพื่อดึงตัวผู้มีพลังเหล่านี้เข้าไปภายในองค์กรของตนเอง

ในขณะเดียวกันเมื่อพลเมืองคนใดสามารถที่จะเลื่อนระดับกลายเป็นพลเมืองระดับคลาส A ได้สำเร็จ พวกเขาก็ไม่เพียงแต่จะได้รับสิทธิพิเศษอย่างมากมายเท่านั้นแต่พวกเขายังจะได้รับเงินรางวัลจากรัฐบาลกลางจำนวน 100,000 แอลไลคอยน์อีกด้วย

“ถ้าฉันได้รับเงินรางวัล ฉันจะได้ย้ายออกไปจากเขตสลัมและหางานที่ดีกว่านี้ทำซักที” เซี่ยเฟยคิดถึงอนาคตด้วยความสุข

ปัจจุบันเซี่ยเฟยกำลังขี่จักรยานลัดเลาะไปตามท้องถนนราวกับว่าเขาเป็นปลาไหลที่ว่องไวและเมื่อเขาได้มองไปในระยะไกลเขาก็ได้เห็นอาคารสูง 12 ชั้นที่ถูกประดับเอาไว้ด้วยตัวอักษร ‘A’ ขนาดยักษ์สีทอง ซึ่งตัวอักษรขนาดใหญ่ตัวนี้มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากและมันก็ทำให้ตัวอาคารได้กลายเป็นสถานที่อันโดดเด่นยิ่งกว่าอาคารโดยทั่วไป

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้ทำการจอดรถจักรยานของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาก็เดินเข้าไปภายในอาคารอันโดดเด่น ซึ่งเขาก็ได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงบริเวณแผนกต้อนรับโดยเธอคนนี้ดูมีอายุเพียงแค่ 20 นิด ๆ เท่านั้น

“สวัสดีครับผมมาขอลงทะเบียนเป็นพลเมืองระดับคลาส A ครับ” เซี่ยเฟยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูสุภาพ แต่หลังจากที่เขากล่าวจบผู้คนที่นั่งกระจัดกระจายทั่วทั้งห้องโถงก็รีบวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยความรวดเร็ว โดยคนเหล่านี้ได้พยายามยื่นกล่องของขวัญอันปราณีตไปให้กับเซี่ยเฟย

“สวัสดีครับผมเป็นตัวแทนจากกลุ่มบริษัทไฟเซอร์ฟาร์มาซูติคอล ผมหวังว่าคนที่โดดเด่นแบบคุณจะเลือกมาทำงานกับบริษัทของพวกเรา ส่วนทางด้านของค่าตอบแทนและสวัสดิการผมรับรองได้เลยว่ามันจะต้องทำให้คุณตาลุกวาวอย่างแน่นอน” ตัวแทนจากบริษัทแห่งหนึ่งได้ทำการยื่นนามบัตรและของขวัญให้กับเซี่ยเฟย

ไฟเซอร์ฟาร์มาซูติคอล!

“นั่นมันบริษัท 500 อันดับแรกของโลกผู้คิดค้น 'ไวอากร้า'!” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาภายในใจ

“สวัสดีครับผมเป็นตัวแทนจากบริษัทเอ็กซอนโมบิล หากคุณต้องการคุณสามารถที่จะร่วมงานกับพวกเราได้ในทันที”

“สวัสดีครับผมเป็นตัวแทนจากบริษัทไอบีเอ็มไม่ทราบว่าคุณต้องการที่จะร่วมงานกับบริษัทของพวกเราหรือเปล่าครับ”

“สวัสดีครับผมเป็นตัวแทนจากบริษัทไมโครซอฟท์ถ้าหากว่าคุณมีความสามารถด้านปัญญาเชิญคุณเดินทางมาเยี่ยมชมบริษัทของพวกเราได้เลย แล้วถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้มีความสามารถทางด้านปัญญาแต่พวกเราก็พร้อมที่จะยินดีต้อนรับคุณอยู่เสมอ”

“นี่ครับนายท่านกระผมเป็นตัวแทนจากบริษัทดีลอยท์ ถ้าหากว่าคุณต้องการได้รับคำแนะนำทางด้านการเงินบริษัทของพวกเรายินดีที่จะให้บริการคุณด้วยความเต็มใจและพวกเราจะไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ กับคุณทั้งสิ้น”

ไอบีเอ็ม! ไมโครซอฟท์! เอ็กซอนโมบิล!

เซี่ยเฟยเกือบจะเป็นลมหลังจากที่เขาได้ยินชื่อของบริษัทที่ตัวแทนเหล่านี้ได้กล่าวขึ้นมา

ตัวแทนจากบริษัทเหล่านี้ทั้งหมดต่างก็ล้วนแล้วแต่มาจากบริษัทอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งการพยายามจะสมัครเข้าไปเป็นพนักงานของบริษัทเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในตอนนี้บริษัทระดับโลกจำนวนมากกลับได้มาร้องขอให้เขาไปทำงานกับบริษัทของตน

นี่มันไม่ใช่ความฝันใช่ไหม!?

ในคืนเดียวพนักงานปั่นจักรยานส่งของอย่างเซี่ยเฟยกลับได้กลายเป็นบุคคลที่บริษัทระดับโลกเป็นจำนวนมากต่างก็ต้องการแย่งชิงตัว ซึ่งมันไม่ต่างไปจากการที่นกกระจอกได้รับการวิวัฒนาการจนกลายเป็นนกฟินิกซ์

นี่สินะคือผลประโยชน์ของผู้ที่สามารถปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้สำเร็จ!

“เอาล่ะทุกคน! เรื่องของพวกคุณเอาไว้ค่อยไปคุยกันทีหลัง ตอนนี้ฉันต้องพาเขาไปทำการทดสอบก่อน” พนักงานชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับพยายามแยกตัวแทนจากบริษัทต่าง ๆ ออกไปและถึงแม้ว่าตัวแทนจากบริษัทเหล่านี้จะรู้สึกไม่ค่อยพอใจแต่พวกเขาก็ยินยอมที่จะถอยกลับไปยังที่นั่งของตนเองแต่โดยดี

“สวัสดีผมชื่อหวังปิน เชิญคุณตามผมมาทางนี้หน่อย”

หลังจากนั้นหวังปินก็ได้พาเซี่ยเฟยเข้าไปภายในห้องสว่างไสวที่มีพนักงานในชุดเครื่องแบบ 2 คนยืนรออยู่ โดยใบหน้าของพนักงานทั้ง 2 คนต่างก็ถูกประดับเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม

ต่อมาพนักงานชายผมสีทองที่ดูมีอายุก็เดินเข้ามาหาเซี่ยเฟยด้วยความกระฉับกระเฉง ซึ่งด้านข้างของเขาก็มีสาวแว่นอายุประมาณ 30 ปีเดินตามมาด้วย

“ขอแสดงความยินดีกับคุณด้วยที่สามารถปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 อันลึกลับได้สำเร็จ ไม่ทราบว่าคุณได้รับความสามารถแบบไหนมาอย่างนั้นหรอ” พนักงานผมสีทองกล่าวถามเซี่ยเฟยด้วยรอยยิ้ม

“ความเร็ว” เซี่ยเฟยกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา

“เอ๊ะ! นี่คุณเข้าใจภาษายูเครนที่ผมพูดอย่างนั้นหรอ!!” พนักงานผมทองอุทานออกมาด้วยความตกใจ เพราะแต่เดิมเขาตั้งใจที่จะให้สาวแว่นด้านข้างทำการแปลภาษาให้ แต่มันกลับกลายเป็นว่าเซี่ยเฟยพูดภาษายูเครนได้คล่องกว่าล่ามของเขาเสียอีก

“ผมพูดได้แค่นิด ๆ หน่อย ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวตอบพร้อมกับเกาหัวด้วยความเขินอาย

ความจริงเซี่ยเฟยก็ไม่เคยเรียนภาษายูเครนมาก่อน สาเหตุที่เขาสามารถพูดคุยกับพนักงานผมทองคนนี้ได้นั่นก็เพราะไมโครชิพแปลภาษาที่ถูกฝังเอาไว้ภายในร่างกายของเขา

ไมโครชิพแปลภาษาเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่น่าทึ่งเป็นอย่างมากเพราะมันสามารถที่จะทำการแปลภาษาส่วนใหญ่ภายในจักรวาลแห่งนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่ไม่จำเป็นจะต้องมีการเก็บข้อมูลเอาไว้ล่วงหน้าอีกด้วย

ด้วยผลของไมโครชิพแปลภาษานี่เองมันจึงทำให้ทันทีที่เซี่ยเฟยได้ยินพนักงานคนนั้นพูดด้วยภาษายูเครนออกมา ปากของเขาก็ได้ตอบกลับไปเป็นภาษายูเครนอย่างเป็นธรรมชาติด้วยเช่นกัน

“คุณช่างเป็นชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความสามารถจริง ๆ ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการผมมีชื่อว่าโพดอสกี้เป็นผู้จัดการสำนักงานจัดการพลเมืองประจำสาขาเมืองปักกิ่ง” โพดอสกี้กล่าวออกมาด้วยความยินดี

โดยปกติสหพันธ์โลกก็ให้ความสำคัญกับผู้ที่สามารถปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 อย่างมากอยู่แล้วและเมื่อเซี่ยเฟยสามารถพูดภาษายูเครนได้อย่างคล่องแคล่วโพดอสกี้จึงรู้สึกถูกชะตากับชายหนุ่มคนนี้มากเป็นพิเศษ

“ผมชื่อเซี่ยเฟยเป็นชาวจีน” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับไป

“มันคงจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมกว่าถ้าหากว่าคุณจะเรียกตัวเองว่าเป็นพลเมืองของสหพันธ์โลก” โพดอสกี้กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“ขอโทษทีครับ ผมค่อนข้างจะเคยชินกับการแนะนำตัวแบบเดิมไปซักหน่อย มันคงจะต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่ผมจะเคยชินกับการแนะนำตัวแบบใหม่” เซี่ยเฟยเกาหัวด้วยความเขินอายเล็กน้อย

ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังแลกเปลี่ยนคำพูดกันอย่างรวดเร็วสาวแว่นก็อดที่จะเงี่ยหูฟังอย่างระมัดระวังขึ้นมาไม่ได้ ซึ่งในบางครั้งเธอก็ไม่สามารถตามบทสนทนาระหว่างทั้งสองคนนี้ได้ทันและมันก็ทำให้เธอรู้สึกชื่นชมเซี่ยเฟยเป็นอย่างมาก

‘เขาพูดภาษายูเครนได้อย่างคล่องแคล่วจริง ๆ ภาษายูเครนถือได้ว่าเป็นภาษาที่เรียนรู้ได้อย่างยากลำบากและโดยปกติมันก็ไม่ค่อยมีใครสนใจจะมาเรียนรู้ภาษานี้มากนัก แม้ว่าฉันจะได้เรียนรู้ภาษายูเครนมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้วแต่ฉันก็ไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจบทสนทนาระหว่างพวกเขาได้หรือว่าเซี่ยเฟยคนนี้จะเป็นอัจฉริยะทางด้านภาษา?’ สาวแว่นคิดกับตัวเองด้วยความสงสัย

“พระเจ้า! นี่มันความเร็วเฉลี่ย 23 เมตรต่อวินาที!! ตอนนี้คุณได้กลายเป็นผู้มีพลังระดับสตาร์ไลท์แล้ว!!!”

ทั้งหวังปินและสาวแว่นต่างก็เผยสีหน้าออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ผู้มีพลังพิเศษได้ถูกแบ่งระดับย่อย ๆ ออกเป็นหลายระดับโดยผู้มีระดับต่ำที่สุดคือระดับสตาร์ไลท์ จากนั้นจะเป็นระดับสตาร์เบส, ระดับสตาร์ฟิลด์และระดับสตาร์ริเวอร์

แน่นอนว่าถ้าหากใครเป็นผู้มีพลังพิเศษในระดับที่สูงขึ้นย่อมได้รับสิทธิพิเศษที่มากยิ่งขึ้นและพวกเขาก็จะมีอำนาจภายในจักรวาลที่มากขึ้นเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันในทุก ๆ ระดับมันก็จะมีการแบ่งระดับย่อยลงไปอีกโดยระดับย่อย ๆ จะแบ่งออกเป็นขั้นพื้นฐาน, ขั้นกลางและขั้นสูง

ในตอนนี้ระดับพลังพิเศษของเซี่ยเฟยได้อยู่เหนือระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐานไปไกลและเขาก็คงจะเลื่อนระดับไปเป็นระดับสตาร์ไลท์ขั้นกลางในไม่ช้า

“เซี่ยเฟย ผมขอถามหน่อยได้ไหมว่าคุณสามารถปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้เมื่อไหร่ แล้วคุณใช้วิธีไหนในการปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7?” โพดอสกี้กล่าวถาม

“ผมใช้วิธีการฝึกฝนตามปกติและผมก็เพิ่งปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้เมื่อวานนี้เอง ถ้าจะพูดให้ลงลึกไปกว่านั้นนั่นก็คือผมสามารถปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้เมื่อคืน”

เซี่ยเฟยตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงการบอกว่าเขาได้ทำการดื่มน้ำยาปรับสภาพยีนเข้าไป เพราะมันคงจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากถ้าหากว่าเขาต้องมานั่งอธิบายเรื่องที่เขาได้ถูกจับไปขังเอาไว้ภายในคุกของดาวบลูซี

ช็อก!

โคตรช็อก!

ผู้ที่สามารถปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ผ่านการฝึกฝนด้วยตัวเองมีอยู่น้อยกว่า 1 ใน 10,000 คน นอกจากนี้หลังจากที่เซี่ยเฟยได้ปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 เขาก็สามารถพัฒนาความสามารถจนอยู่ในระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐานได้ในทันที ซึ่งเรื่องนี้ได้พิสูจน์ว่าเขาเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง

การปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 กับการพัฒนาความสามารถให้อยู่ในระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐานเป็นเรื่องราวที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะถึงแม้ว่ามันจะมีคนที่สามารถปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของพวกเขาได้ แต่คนที่สามารถพัฒนาความสามารถมาจนถึงระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐานได้ก็มีอยู่น้อยมาก

ขณะที่โพดอสกี้, หวังปินและสาวแว่นกำลังชื่นชมเซี่ยเฟยอยู่นั้น จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงใครบางคนพูดกับเขาว่า

“ไอ้โง่!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซี่ยเฟยก็ขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยความรวดเร็ว แต่นอกเหนือจากโพดอสกี้, หวังปินและสาวแว่นแล้วมันก็ไม่มีใครอยู่ในห้องนี้อีกเลย

“ใครวะ!?”

***************

เออ..ใครวะ?

จบบทที่ ตอนที่ 3: พลังพิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว