เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2: น้ำยาปรับสภาพยีน

ตอนที่ 2: น้ำยาปรับสภาพยีน

ตอนที่ 2: น้ำยาปรับสภาพยีน


ตอนที่ 2: น้ำยาปรับสภาพยีน

ในปัจจุบันมันได้มียานอวกาศร่อนลงมาจอดภายในพื้นที่อันถูกทิ้งร้างบริเวณชานเมืองทางตอนใต้ของปักกิ่ง ก่อนที่อีกไม่กี่นาทีต่อมายานอวกาศลำนี้จะได้หายไปกับความมืดยามค่ำคืนราวกับว่ามันไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน

การเดินทางระหว่างดวงดาวด้วยเทคโนโลยีของมนุษย์ต่างดาวเหล่านี้รวดเร็วกว่าที่ผู้คนบนโลกมนุษย์ได้คาดคิดเอาไว้มาก เพราะด้วยเทคโนโลยีการวาร์ปมันจึงทำให้การเดินทางระหว่างดวงดาวใช้เวลาเพียงแค่ไม่นานเท่านั้น

ระยะห่างระหว่างดาวบลูซีกับโลกมนุษย์อยู่ห่างกันเกือบ 200,000 ปีแสง แต่ยานอวกาศลำนี้กลับใช้การวาร์ปเพียงแค่สี่ครั้งและใช้เวลาเดินทางรวมกันเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่มันจะนำเซี่ยเฟยเดินทางกลับมายังโลกมนุษย์

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้ลงมาจากยานอวกาศแล้วเขาก็ได้ก้าวเท้าเข้าไปยังเมืองปักกิ่งอันคุ้นเคยพร้อมกับสัมผัสกับธนบัตรใบบาง ๆ ที่อยู่ภายในกระเป๋าและถึงแม้ว่าเขาจะไม่หยิบพวกมันขึ้นมานับ แต่เขาก็รู้ว่าเขามีเงินติดตัวอยู่เพียงแค่ 73 แอลไลคอยน์เท่านั้น ซึ่งเงินเหล่านี้มันก็เป็นเงินทั้งเนื้อทั้งตัวของเขาแล้ว

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้เดินเลี้ยวตรงบริเวณหัวมุมเขาก็โชคดีได้พบกับแท็กซี่คันหนึ่งและหลังจากที่เขาได้เดินทางต่อไปอีกเพียงแค่ประมาณ 20 นาทีในที่สุดเขาก็ได้กลับบ้านหลังจากที่ไม่ได้กลับมาเป็นเวลานานกว่าครึ่งเดือน

มันมีคำที่เคยใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณของเมืองปักกิ่งว่า ‘คนรวยจะอยู่ทางทิศตะวันออก เหล่าบรรดาผู้สูงศักดิ์จะอยู่ทางทิศตะวันตก พวกคนจนจะอยู่ทางทิศใต้และสามัญชนจะอยู่ทางทิศเหนือ’ ซึ่งแน่นอนว่าบ้านของเซี่ยเฟยได้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองโดยมันเป็นหอพักของอดีตโรงงานเครื่องหนัง

โรงงานของรัฐบาลแห่งนี้ได้ปิดกิจการไปเป็นเวลานานหลายปีแล้วและผู้อยู่อาศัยภายในหอพักส่วนใหญ่ก็เคยเป็นลูกจ้างของโรงงานที่ถูกเลิกจ้าง โดยตัวอาคารเป็นอะพาร์ตเมนต์เก่า ๆ ที่ถูกก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยเมื่อหลายสิบปีก่อน

เมื่อมาถึงอะพาร์ตเมนต์เซี่ยเฟยก็ได้พบกับอาคารที่มืดสนิทและไม่มีแหล่งกำเนิดแสงสว่างใด ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องเดินขึ้นบันไดไปท่ามกลางความมืด

หลังจากที่เขาได้ถูกจำคุกอยู่นอกโลกมาเป็นเวลานานกว่าครึ่งเดือน มันจึงทำให้โทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพียงอย่างเดียวของเขาไม่สามารถที่จะนำมาใช้การได้ นั่นก็เพราะว่าแบตเตอรี่ของมันได้หมดไปตั้งนานแล้ว

เซี่ยเฟยได้ก้าวเท้าขึ้นไปบนบันไดแต่ละขั้นด้วยท่าทางอันมั่นคง โดยทางเดินของบันไดนี้ได้เต็มไปด้วยจักรยาน, ขวดเบียร์และสิ่งกีดขวางอื่น ๆ อีกอย่างมากมาย

แม้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันจะก้าวล้ำพัฒนาไปไกลแต่สำหรับพื้นที่สลัมที่เซี่ยเฟยได้อาศัยอยู่มันก็ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากเดิมมากนักและถ้าหากว่าคนภายนอกได้มาชำเลืองมองพื้นที่บริเวณนี้เพียงแค่ครั้งเดียว มันก็อาจจะทำให้พวกเขาเข้าใจผิดว่าพวกเขากำลังหลงยุคกลับไปเป็นเวลานานนับสิบ ๆ ปี

ห้องของเซี่ยเฟยอยู่ที่ชั้นบนสุดโดยภายในห้องมีพื้นที่เพียงแค่ประมาณ 40 ตารางเมตร ซึ่งภายในนั้นได้ถูกประดับตกแต่งเอาไว้ด้วยเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ เพียงแค่ไม่กี่ชิ้นและเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงของเหลือที่เจ้าของเก่าได้ทิ้งเอาไว้

สิ่งเดียวที่เป็นของเซี่ยเฟยคือเสื้อผ้า, คอมพิวเตอร์เก่า ๆ ในห้องนอนและจักรยานเสือหมอบยี่ห้อไจแอนส์ไบซิเคิล

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้ปิดประตูเบา ๆ เขาก็เดินเข้าไปภายในห้องนอนพร้อมกับนั่งลงบนโต๊ะ ก่อนที่เขาจะได้เปิดคอมพิวเตอร์ของตนเองขึ้นมา

คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เป็นรุ่นที่ล้าสมัยมากและมันก็จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการเปิดเครื่องขึ้นมาค่อนข้างนาน ซึ่งในระหว่างนั้นเซี่ยเฟยก็ได้หยิบกล่องโลหะรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขึ้นมาพร้อมกับค่อย ๆ เปิดมันออกอย่างระมัดระวัง

ภายในกล่องได้บรรจุขวดของเหลวสีม่วงที่ส่องประกายและเมื่อมันได้กระทบกับแสงไฟมันก็ทำให้ของเหลวภายในขวดนี้ดูลึกลับอย่างไม่น่าเชื่อ

ขวดของเหลวสีม่วงภายในกล่องไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก ซึ่งในความเป็นจริงมันดูเหมือนกับขวดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่สามารถกระดกขึ้นมาดื่มด้วยปากได้อย่างง่ายดาย โดยบริเวณรอบ ๆ ขวดไม่มีข้อมูลใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต, วันหมดอายุหรือฉลากที่ให้คำแนะนำ

ระหว่างนั้นเซี่ยเฟยก็ได้ใช้นิ้วของเขาถูที่ขวดของเหลวสีม่วงภายในกล่องเบา ๆ โดยหัวใจของเขาได้ถูกเติมเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง

ในทุก ๆ ปีพันธมิตรมนุษย์ระหว่างดวงดาวจะทำการส่งมอบน้ำยาปรับสภาพยีนมาให้กับสหพันธ์โลกจำนวน 100 ขวดและพวกมันก็ช่วยให้ชนชั้นสูงบนโลกสามารถทำการปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของพวกเขาได้

อย่างไรก็ตามน้ำยาปรับสภาพยีนจำนวน 100 ขวดย่อมไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนทั้งโลกอยู่แล้วและมันก็สามารถจะจินตนาการได้อย่างง่ายดายว่าการแข่งขันเพื่อแย่งชิงน้ำยาปรับสภาพยีนเหล่านี้จะเป็นการแข่งขันที่มีความเข้มข้นมากแค่ไหน ซึ่งคนที่ไม่มีอำนาจใด ๆ อย่างเซี่ยเฟยย่อมไม่กล้าคิดฝันที่จะได้ครอบครองน้ำยาปรับสภาพยีนพวกนี้เลย

เซี่ยเฟยเคยดูข่าวที่ประธานสหพันธ์โลกได้ทำการมอบกล่องที่บรรจุน้ำยาปรับสภาพยีนให้แก่ชนชั้นสูงที่เหมาะสมจำนวน 100 คนต่อหน้าสื่อทั่วทั้งโลก โดยชนชั้นสูงที่ได้รับน้ำยาปรับสภาพยีนต่างก็พากันยืนร้องไห้ในขณะที่บางคนถึงกับเป็นลมไปเพราะความสุข

ส่วนทางด้านผู้ที่ไม่มีโอกาสได้รับน้ำยาก็ทำได้เพียงแต่ยืนมองดูภาพข่าวด้วยความอิจฉาริษยาและพวกเขาทุกคนต่างก็ใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งพวกเขาอาจจะได้รับน้ำยาอันล้ำค่าเหล่านั้นบ้าง

อย่างไรก็ตามเท่าที่เซี่ยเฟยจำได้น้ำยาปรับสภาพยีนสมควรที่จะมีสีเขียวอันสดใส แต่น้ำยาปรับสภาพยีนที่เขาได้รับกลับเป็นสีม่วงที่ดูลึกลับและชวนให้น่าค้นหา

ระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังคิดเรื่องต่าง ๆ อยู่ภายในใจคอมพิวเตอร์ของเขาก็ได้เปิดขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เซี่ยเฟยจึงอดกลั้นความต้องการของตัวเองเอาไว้ก่อนที่จะทำการปิดกล่องและเก็บมันลงไปในลิ้นชัก

เนื่องมาจากเมื่อ 3 ปีที่แล้วมันได้มีมนุษย์ต่างดาวติดต่อเข้ามายังโลกมนุษย์ มันจึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างมากมายและภายในคืนเดียวมันก็ได้มีเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้องกับอารยธรรมนอกโลกผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดโดยเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาเว็บไซต์เหล่านั้นก็คือสตาร์รี่สกายเน็ตเวิร์ก

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็เริ่มทำการค้นหาข้อมูลของน้ำยาปรับสภาพยีนจากสตาร์รี่สกายเน็ตเวิร์กด้วยความคาดหวัง

สมองเป็นอวัยวะที่น่าทึ่งที่สุดของร่างกายมนุษย์ซึ่งโดยปกติมนุษย์โดยทั่วไปจะสามารถใช้งานศักยภาพของสมองได้ไม่ถึง 10% และแม้แต่อัจฉริยะอย่างไอน์สไตน์ก็สามารถที่จะใช้ศักยภาพของสมองออกมาได้เพียงแค่ 30% เท่านั้น

แต่ถ้าหากว่าใครได้ทำการดื่มน้ำยาปรับสภาพยีนเข้าไปมันก็จะช่วยทำให้พวกเขาสามารถใช้งานสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากข้อมูลที่ระบุเอาไว้ผู้คนแต่ละคนจะสามารถใช้งานศักยภาพของสมองได้แตกต่างกัน โดยผู้ที่สามารถใช้สมองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุดก็จะสามารถใช้ศักยภาพของสมองได้เกินกว่า 90%

อันที่จริงสมองยังมีพื้นที่ส่วนพิเศษที่ซ่อนอยู่ โดยพื้นที่ส่วนพิเศษของสมองนี้ได้ถูกเรียกว่าพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ซึ่งถ้าหากว่าใครสามารถปลดล็อกใช้งานพื้นที่สมองส่วนนี้ได้สำเร็จพวกเขาก็จะสามารถใช้พลังพิเศษที่เหนือมนุษย์ได้

“พลังพิเศษ?! แบบนี้ฉันก็อาจจะมีพลังเหมือนไอ้แมงมุมจากนิวยอร์กใช่ไหม” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยดวงตาอันเปล่งประกาย

แม้ว่าการพัฒนาศักยภาพของสมองและทำให้ผู้คนฉลาดขึ้นจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันก็คงจะเป็นเรื่องการได้รับพลังพิเศษมากกว่า

พลังพิเศษที่บุคคลแต่ละคนได้รับจากการกระตุ้นพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ก็จะมีความแตกต่างกันไป ซึ่งแม้แต่อารยธรรมนอกโลกที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดก็ยังไม่สามารถที่จะให้คำอธิบายเกี่ยวกับพลังพิเศษเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน

โดยส่วนใหญ่ผู้คนกว่า 70% ที่ได้รับการปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 จะกลายเป็นยอดนักสู้ที่มีความแข็งแกร่งมากเป็นพิเศษ แต่มันก็มีบางคนที่ได้กลายเป็นนักดนตรี, นักคณิตศาสตร์, นักฟิสิกส์, นักเคมีและอื่น ๆ อย่างมากมาย

“นักคณิตศาสตร์? นี่ถ้าหากว่าฉันได้กลายเป็นนักคณิตศาสตร์มันคงจะเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดในชีวิตของฉันเลย” เซี่ยเฟยอุทานพร้อมกับขมวดคิ้วเพราะตลอดทั้งชีวิตเขาไม่เคยให้ความสนใจกับวิชาคณิตศาสตร์หรือวิชาฟิสิกส์เลย

ตามสถิติมันจะมีคนเพียงแค่ 1 ใน 10,000 คนเท่านั้นที่จะไม่ได้รับพลังพิเศษใด ๆ หลังจากที่พวกเขาได้ทำการดื่มน้ำยาปรับสภาพยีนเข้าไปอย่างเพียงพอและมันก็มีคน 1 ใน 100,000 คนที่จะเสียชีวิตและมีคนอีก 1 ใน 1,000,000 คนที่จะกลายเป็นเจ้าชายนิทราหลังจากที่ได้ดื่มน้ำยาปรับสภาพยีนเข้าไปด้วยเช่นกัน ซึ่งมันก็หมายความว่าน้ำยาปรับสภาพยีนในปัจจุบันยังไม่ใช่สิ่งที่มีความปลอดภัย 100%

หลังจากเซี่ยเฟยได้อ่านบทความทั้งหมดเขาก็เหลือบสายตามองไปยังกล่องบุหรี่ยี่ห้อหงตะชานที่เหลืออยู่ครึ่งกล่องซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ

เซี่ยเฟยถือได้ว่าเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่สูบบุหรี่ค่อนข้างจัดและเขาก็เลือกที่จะทำการสูบบุหรี่ยี่ห้อหงตะชานซึ่งเป็นบุหรี่ที่มีราคาถูกที่สุดเท่านั้น

เมื่อเซี่ยเฟยได้จุดบุหรี่ขึ้นมามันก็ได้ปล่อยควันออกมาจาง ๆ และทำให้บรรยากาศภายในห้องนอนของเขาได้กลายเป็นภาพศิลปะที่ชวนน่าหลงใหล

ถึงแม้ว่ามันจะมีความเสี่ยงในการบริโภคน้ำยาปรับสภาพยีนเข้าไป แต่ความเสี่ยงจากน้ำยาปรับสภาพยีนเหล่านี้มันก็เทียบไม่ได้จากผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับกลับมา

ในความเป็นจริงนอกเหนือจากการบริโภคน้ำยาปรับสภาพยีนแล้วมนุษย์ยังสามารถที่จะทำการฝึก ‘มนตราดวงดาว’ เพื่อทำการปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อีกด้วย

เมื่อความรู้ในเรื่องนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปมันก็ทำให้ผู้คนเป็นจำนวนมากตั้งแต่เด็กไปจนถึงคนแก่ได้พยายามฝึกฝนมนตราดวงดาวในทุก ๆ วัน แต่น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าเวลาจะได้ผ่านพ้นไปนานกว่า 3 ปีแต่มันก็มีคนที่สามารถปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้ด้วยการฝึกฝนมนตราดวงดาวเพียงแค่ไม่ถึง 8,000 คน

“ไม่ต้องรีบร้อน ฉันต้องตรวจสอบมันให้ได้ก่อนว่าทำไมน้ำยาปรับสภาพยีนของฉันมันถึงมีสีม่วง” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเอง

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็ค่อย ๆ เลื่อนเมาส์เพื่อทำการค้นหาบทความเกี่ยวกับน้ำยาปรับสภาพยีนภายในเว็บไซต์ เพราะท้ายที่สุดเพียงแค่ภายในสตาร์รี่สกายเน็ตเวิร์กเพียงเว็บไซต์เดียวก็มีบทความเกี่ยวกับน้ำยาปรับสภาพยีนอยู่ไม่น้อยกว่า 2,000-3,000 บทความ

“น้ำยาปรับสภาพยีนมีหลายประเภทอย่างนั้นหรอ?” เซี่ยเฟยอุทานออกมาพร้อมกับทำการคลิกเปิดบทความขึ้นมาเบา ๆ

คุณภาพของน้ำยาปรับสภาพยีนได้ถูกแบ่งประเภทออกเป็นน้ำยาระดับสูงสุด, น้ำยาระดับสูง, น้ำยาระดับกลางและน้ำยาระดับต่ำ โดยอารยธรรมส่วนใหญ่ภายในจักรวาลจะทำการผลิตน้ำยาที่มีความเหมาะสมกับยีนของผู้คนภายในดวงดาวของตนเอง ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้น้ำยาปรับสภาพยีนมีสีและรสชาติที่แตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ของจักรวาล ซึ่งแน่นอนว่าน้ำยาที่มีประสิทธิภาพแตกต่างกันย่อมให้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน

“อ๋อ! น้ำยาปรับสภาพยีนไม่จำเป็นที่จะต้องมีสีเขียวเพียงอย่างเดียวสินะ ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่าน้ำยาขวดนี้เป็นน้ำยาปรับสภาพยีนระดับไหนกันแน่?” เซี่ยเฟยอุทานออกมาหลังจากที่เขาได้อ่านบทความจนจบ

“ช่างหัวมันก็แล้วกัน! หลังจากดื่มมันเข้าไปเดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดฉันก็แค่ตายหรือไม่ก็กลายเป็นนักคณิตศาสตร์ ท้ายที่สุดมันก็ไม่สำคัญว่าน้ำยาขวดนี้อยู่ในระดับไหนเพราะมันคงจะไม่ทำให้สถานการณ์ของฉันเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว” เซี่ยเฟยคิดภายในใจขณะที่กวาดสายตามองไปยังสภาพห้องอันน่ากลัว

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็หยิบขวดน้ำยาสีม่วงออกมาจากลิ้นชัก

โบ๊ะ!

เมื่อเขาได้เปิดฝาขวด เขาก็กระดกมันเข้าไปในปากทันที

อึก ๆ ๆ!

เซี่ยเฟยทำการกลืนน้ำยาปรับสภาพยีนทั้งหมดลงไปในครั้งเดียว ซึ่งตลอดกระบวนการเขาไม่ได้มีร่องรอยแห่งความลังเลใด ๆ ได้ปรากฏขึ้นมาเลย

น้ำยาสีม่วงภายในขวดมีรสเปรี้ยวอยู่เล็กน้อยแล้วมันก็ผสมกับรสชาติอันแปลกประหลาดอย่างที่เขาก็ไม่สามารถที่จะอธิบายออกมาได้ด้วยเช่นเดียวกัน

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็ทำการจุดบุหรี่ขึ้นมาอีกมวนพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้และรอคอยการเปลี่ยนแปลงอยู่เงียบ ๆ

เมื่อเวลาผ่านพ้นไปครบ 1 นาทีนอกเหนือจากความรู้สึกอุ่น ๆ ภายในท้องของเขาแล้วเซี่ยเฟยก็ไม่ได้พบกับความผิดปกติอื่นใดอีก

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้เซี่ยเฟยก็รู้สึกกังวลและเมื่อเขาได้เหลือบสายตามองไปยังขวดน้ำยาเล็ก ๆ เขาก็ได้พบว่ามันยังคงมีของเหลวสีม่วงติดอยู่ภายในขวดเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงรีบวิ่งไปในห้องน้ำก่อนที่จะเติมน้ำจากก๊อกเข้าไปภายในขวด จากนั้นเขาก็ทำการเขย่าขวดซ้ำ ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำยาสีม่วงภายในขวดทุกหยดจะได้ผสมเข้ากับน้ำเปล่าที่เขาได้เติมเข้าไป

อึก ๆ ๆ!

เมื่อเซี่ยเฟยได้ทำการดื่มน้ำยาที่ผสมกับน้ำเปล่าเข้าไปจนหมดเขาก็ได้พบว่าขวดน้ำยาไม่ได้หลงเหลือน้ำยาสีม่วงอยู่เลยแม้แต่หยดเดียว ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้เผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจออกมา

ทันใดนั้นน้ำยาปรับสภาพยีนก็เริ่มส่งผล!!

ในชั่วเวลาเพียงแค่พริบตาเซี่ยเฟยก็รู้สึกเวียนหัวอย่างรุนแรงและเขาก็รู้สึกเหมือนกับเห็นผีเสื้อนับพันได้บินอยู่ตรงหน้าพร้อมกับสภาพจิตใจของเขาที่กำลังได้รับความเจ็บปวดอย่างไม่น่าเชื่อ

ภายในห้องน้ำมีอ่างน้ำเก่า ๆ ที่ไม่ได้ใช้งานมานานหลายปีและในพื้นที่สลัมเช่นนี้ก็มักที่จะมีเหตุการณ์น้ำหยุดไหลขึ้นมาอยู่เสมอ ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงได้เปิดน้ำเก็บไว้ภายในอ่างน้ำจนเต็มอยู่เป็นประจำเผื่อเอาไว้ในกรณีที่น้ำไม่ไหลเขาจะได้มีน้ำเอาไว้ใช้งาน

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้สะบัดหัวเรียกสติ 2-3 ครั้งเขาก็รีบมุ่งตรงไปยังอ่างอาบน้ำ ก่อนที่เขาจะได้จุ่มศีรษะของเขาลงไปภายในอ่างน้ำเย็น

***************

สารภาพมาซะ! ใครเกลียดคณิตเหมือนพี่เฟยบ้าง?

จบบทที่ ตอนที่ 2: น้ำยาปรับสภาพยีน

คัดลอกลิงก์แล้ว