- หน้าแรก
- ราชันย์เวทพันธุกรรม ปฐมบทพ่อมดนักดัดแปลง
- บทที่ 13: การเผชิญหน้า
บทที่ 13: การเผชิญหน้า
บทที่ 13: การเผชิญหน้า
ลินชี่สะบัดผ้าคลุมเปิดออกอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งกดลงบนกระเป๋าเสื้อที่หน้าอก เตรียมพร้อมที่จะเรียก 'ปาร์คเกอร์' ที่กำลังนอนหลับใหลอยู่ในกระเป๋าออกมาได้ทุกเมื่อ
แม้ในทางทฤษฎี พื้นที่แถบนี้จะจัดอยู่ในเขตคุ้มครองผู้ฝึกหัดและอยู่ภายใต้การสอดส่องดูแลของหอคอยสูง แต่ในโลกพ่อมดนั้นเต็มไปด้วยอันตรายนับไม่ถ้วน เขาจึงไม่อาจลดการป้องกันลงได้แม้แต่น้อย
"แกรก!"
สิ้นเสียงความเคลื่อนไหวจากยอดไม้ พุ่มไม้ก็ถูกแหวกออก และร่างของคนสองคนก็ปรากฏตัวขึ้น
ลินชี่อดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขารู้จักคนทั้งสองนี้ดี พวกเขาคือผู้ฝึกหัดรุ่นเดียวกัน นี่พวกเขาก็ออกมาทำภารกิจเหมือนกันหรือ?
"ลินชี่?"
ในเวลาเดียวกัน อีกฝ่ายก็สังเกตเห็นเขาเช่นกัน จึงส่งเสียงอุทานเบาๆ และรีบเดินตรงเข้ามาหา
คนทั้งสองเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ฝ่ายชายมีผมสีน้ำตาล รูปร่างกำยำล่ำสัน เขาไม่ได้สวมผ้าคลุมแต่ใส่ชุดเกราะหนังและกางเกงขายาว ที่เอวคาดดาบเล่มโต ดูเหมือนอัศวินทุกระเบียดนิ้ว
นี่คือ 'ยูริ' ก่อนจะมาที่หอคอยเงา เขาเคยเป็นเด็กรับใช้อัศวินมาก่อน และว่ากันว่าเคยผ่านสมรภูมิรบมาแล้ว หลังจากเข้ามาในหอคอยสูง เขาเลือกเชี่ยวชาญในวิชาที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างร่างกาย รูปแบบการต่อสู้ของเขาจึงแตกต่างจากพ่อมดคนอื่นๆ โดยเน้นไปที่การต่อสู้ระยะประชิดเสียมากกว่า
ส่วนหญิงสาวมีรูปลักษณ์ที่ดูบริสุทธิ์ ดวงตากลมโต ให้ความรู้สึกเหมือนสาวน้อยข้างบ้านที่ไร้เดียงสา
นี่คือ 'อลิซ' ผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์ธาตุน้ำ
เมื่อเห็นลินชี่ อลิซก็กระโดดโลดเต้นเข้ามาหาเขาราวกับกระต่ายน้อยที่น่ารัก พูดด้วยน้ำเสียงหวานใสอย่างคุ้นเคย "พี่ลินชี่ ก็กำลังจะไปเขตป่าไม้ผุพังเหมือนกันเหรอคะ?"
การกระทำทั้งหมดนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายๆ หากเป็นผู้ฝึกหัดคนอื่นคงเดาว่าหญิงสาวอาจมีใจให้ แต่ลินชี่กลับไม่หวั่นไหว เพราะเขารู้ดีว่าหญิงสาวคนนี้กำลังเสแสร้ง
อลิซเป็นผู้หญิงที่ฉลาดแกมโกงมาก เธอเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในการใช้เสน่ห์ทางเพศให้เป็นประโยชน์ แสร้งทำตัวน่ารักและไร้เดียงสาเพื่อเอาเปรียบผู้อื่น หากใช้คำศัพท์ของโลกเดิม เธอคือ 'สาวมารยา' ตัวแม่เลยทีเดียว
ลินชี่พยักหน้า "ใช่"
อลิซดูดีใจมาก "ดีจังเลย! พวกเราก็จะไปที่ป่าไม้ผุพังเหมือนกัน งั้นพวกเราเดินทางไปด้วยกันไหมคะ?"
เธอเว้นจังหวะ ก่อนจะหันไปถามยูริที่อยู่ด้านหลัง "พี่ยูริ พวกเราเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน พี่คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ?"
ยูริแสดงความไม่พอใจออกมาเล็กน้อย ท้ายที่สุดแล้ว โลกส่วนตัวของเขาสองคนที่เดิมทีกำลังสานสัมพันธ์กับนางในฝัน กลับมีส่วนเกินเพิ่มเข้ามาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศจนหมดสิ้น
อย่างไรก็ตาม ในเมื่ออลิซพูดเช่นนั้น เขาเองก็ปฏิเสธไม่ลง จึงได้แต่แสร้งทำเป็นใจกว้างแล้วกล่าวว่า "แน่นอน ไปด้วยกันสิ"
ลินชี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง
หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และเขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง การมีเพื่อนร่วมทางสองคนย่อมดีกว่าการเดินทางคนเดียวแน่นอน
เขาจึงพยักหน้า "ตกลง"
...
ค่ำคืนนั้น
แสงจันทร์สาดส่องลงมาราวกับผืนผ้าโปร่งบาง ทาบทาบลงบนลำธารที่คดเคี้ยว แสงสีเงินและผิวน้ำระยิบระยับสะท้อนซึ่งกันและกัน ราวกับทางช้างเผือกที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า ไหลเอื่อยๆ ไปทั่วผืนแผ่นดิน
บนตลิ่งแม่น้ำที่เต็มไปด้วยก้อนกรวด เสียงฟืนแตกดังเปรี๊ยะเบาๆ และประกายไฟก็วูบไหวในสายลม มันคือกองไฟที่ลุกโชน ก่อให้เกิดค่ายพักแรมเรียบง่ายของนักเดินทาง พร้อมเต็นท์สามหลังตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ๆ
ลินชี่นั่งอยู่บนท่อนซุงหน้ากองไฟ สายตาจับจ้องไปที่แผงข้อมูลซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น
[การดัดแปลงพืชเวทมนตร์ขั้นต้น เลเวล 2: 216/3000]
[การบ่มเพาะพลังเหนือธรรมชาติพื้นฐาน เลเวล 2: 876/1000]
[สัมผัสเงา เลเวล 2: 386/3000]
[การทำสมาธิ เลเวล 1: 503/3000]
หลังจากความพยายามอย่างไม่ลดละตลอด 3 เดือนกว่า ความสามารถด้านต่างๆ ของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกครั้ง
ทักษะหลายอย่างของเขาทะลวงผ่านสู่เลเวล 2 และการบ่มเพาะพลังเหนือธรรมชาติพื้นฐานก็ใกล้จะสิ้นสุดแล้ว อีกไม่นานคงถึงระดับสูงสุด
แม้แต่การทำสมาธิที่ยากที่สุดก็ยังทะลวงสู่เลเวล 1
ที่น่ากล่าวถึงคือเมื่อการทำสมาธิก้าวสู่เลเวล 1 รูปร่างพื้นฐานของ 'อักขระเจตจำนง' ก็ถูกร่างขึ้นในทะเลพลังจิต ดังนั้นดูเหมือนว่าระดับของการทำสมาธิจะสอดคล้องกับการคาดเดาครั้งก่อนของเขาจริงๆ ว่ามีทั้งหมด 10 ระดับ
"จิ๊ๆ 10 ระดับ..."
แม้จะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่การยืนยันผลลัพธ์จริงๆ ก็ยังทำให้ลินชี่ทึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเห็นค่าความชำนาญที่เพิ่มขึ้นเป็น 3,000 เขาก็รู้สึกอ่อนใจขึ้นมาทันที
เวลาเฉลี่ยในการเลื่อนขั้นที่ว่ากันว่า 50 ปี ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยสักนิด...
"พยายามเข้า!"
อย่างไรก็ตาม แม้การทำสมาธิจะยากลำบาก แต่การพัฒนาก็เห็นผลชัดเจน ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ค่าพลังจิตของเขาเพิ่มขึ้นถึง 0.6 ทะลุผ่าน 2.0 ได้ในคราวเดียว
พลังจิต: 2.1
ค่าพลังจิตเดิมที่มีอยู่ 15 หน่วยก็กระโดดขึ้นเป็น 21 หน่วย ทำให้เขาสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นในแต่ละวัน
หนทางหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรก ลินชี่เชื่อว่าหากก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงด้วยความเร็วระดับนี้ สักวันผลลัพธ์ย่อมปรากฏ
"พี่ยูริ พี่นี่ยอดเยี่ยมจริงๆ ทำไมพละกำลังของพี่ถึงได้มหาศาลขนาดนี้คะ?"
"ฮ่าๆ ไม่เท่าไหร่หรอก ข้ายังห่างไกลจากการเป็นอัศวินที่แท้จริงอีกมาก"
"นี่กล้ามเนื้อเหรอคะ? ขอจับหน่อยได้ไหม? มันดูแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้าเสียอีก"
ทันใดนั้น ยูริและอลิซก็เดินเข้ามาจากระยะไกล
ยูริแบกหมูป่าไว้บนไหล่และหิ้วกระต่ายสองตัวในมือ ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ กล้ามหน้าอกแน่นปึ้ก และซิกแพคแปดลูกที่ชัดเจน แม้เขาจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลินชี่ แต่เขากลับสูงกว่าลินชี่ถึงหนึ่งช่วงศีรษะ ดูทรงพลังเป็นพิเศษ ขณะที่มีไอร้อนระเหยออกจากร่างกาย
อลิซกระโดดโลดเต้นอยู่ข้างๆ ดวงตากลมโตไร้เดียงสาจ้องมองยูริอย่างชื่นชม บางครั้งก็ใช้นิ้วจิ้มกล้ามเนื้อของยูริอย่างหยอกเย้า
ลินชี่ลุกขึ้น "กลับมากันแล้วหรือ?"
อาจเป็นเพราะต้องการอวดสาวหรือเพื่อศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ยูริจึงขยันขันแข็งเป็นพิเศษ
การกางเต็นท์ สร้างค่ายพักแรม และก่อกองไฟ แทบทั้งหมดเป็นฝีมือของเขาคนเดียว ตอนนี้เขาอุตส่าห์ล่าสัตว์กลับมาได้มากมาย ลินชี่ที่เป็นฝ่ายรอรับผลประโยชน์เพียงอย่างเดียวจึงรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง
เขารีบเดินเข้าไปหาแล้วพูดว่า "ให้ข้าช่วยนะ"
นี่เป็นความจริงใจ แต่ยูริกลับโบกมือ ไม่เปิดโอกาสให้เขาเลย "ไม่จำเป็น แขนขาเล็กๆ ของเจ้าช่วยอะไรไม่ได้มากหรอก รอทานอย่างเดียวเถอะ"
เมื่อเห็นดังนั้น ลินชี่ก็ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงยืนรออยู่อย่างสงบ เตรียมพร้อมที่จะยื่นมือเข้าช่วยหากจำเป็น
ในเวลาเดียวกัน เขามองท่อนบนที่เปลือยเปล่าของยูริด้วยความอิจฉา
ผิวสีทองแดงที่ปกคลุมด้วยกล้ามเนื้อปูดโปน ดูแข็งแกร่งทรงพลังยิ่งนัก
'ได้ยินว่าในหมู่มนุษย์อัศวินมีวิธีฝึกฝนลับอยู่ แม้จะไม่มีพลังเหนือธรรมชาติเหมือนพ่อมด แต่มันก็สามารถยกระดับสมรรถภาพทางกายของคนคนหนึ่งได้อย่างมหาศาล ยูริคงเป็นแบบนั้นสินะ?'
ลินชี่นึกถึงความปรารถนาที่จะปรับปรุงสมรรถภาพร่างกายของตนเอง บางทีนี่อาจเป็นวิธีที่ดี เขาอาจจะลองหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องดูในภายหลัง
"เอ๊ะ? มีดสั้นของข้าหายไปไหน?"
ยูริเพิ่งจะจัดการรีดเลือดหมูป่าด้วยดาบใหญ่เสร็จ และกำลังจะใช้มีดสั้นถลกหนัง แต่เขากลับหาไม่เจอในตอนนี้ การไม่มีมีดเล็กๆ ไว้ถลกหนังนั้นไม่สะดวกเอาเสียเลย
"เดี๋ยวฉันช่วยหานะคะ"
อลิซเดินไปด้านข้างและเริ่มค้นหา แต่ดูจากท่าทางที่แสร้งทำเป็นหาของนั้น กว่าเธอจะหาเจอ อาหารคงเย็นชืดไปหมดแล้ว
ลินชี่จึงหยิบไม้เท้าเวทมนตร์ของเขาขึ้นมา เพียงแค่คิด อักขระรูนบนไม้เท้าก็สว่างวาบขึ้น ไม้เท้าเวทมนตร์สองมือขนาดยาวบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปร่าง ในชั่วพริบตา มันก็กลายเป็นมีดสั้นเล่มหนึ่ง
นี่คือรางวัลจากหอคอยสูงก่อนหน้านี้ โดยมี 'คาถาจำแลงกาย' ผนึกไว้อยู่ ทำให้สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ตามเจตจำนงของพ่อมด
อลิซตาลุกวาว "นั่นคือไม้เท้าเวทมนตร์ที่หอคอยมอบให้เป็นรางวัลจากการทดสอบครั้งก่อนเหรอคะ?"
ลินชี่พยักหน้า "ใช่"
อลิซรีบเดินเข้ามาหาและพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อย "ขอยืมดูหน่อยได้ไหมคะ พี่ลินชี่?"