เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9

บทที่ 9

บทที่ 9


บทที่ 9 - น่าทึ่ง

༺༻

ประมาณสองชั่วโมงต่อมา ขบวนของพวกเขาก็มาถึงป่าทางตอนใต้ของเมืองเคลย์มอร์ มันถูกเรียกว่า 'ป่าสัตว์อสูรเวท' ชื่อนี้ถูกตั้งโดยชาวเมืองเคลย์มอร์ เพราะในป่านี้มีสัตว์อสูรเวทมากมายที่ทรงพลังเทียบเท่าจอมเวทหนึ่งดาว และบางตัวก็สามารถต่อกรกับจอมเวทสองดาวได้

นี่คือป่าเดียวกับที่เจ้าของร่างเดิมและองครักษ์ที่เป็นจอมเวทฝึกหัดถูกสัตว์อสูรสังหาร แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะเขามากับเอมิลี่ จอมเวทสองดาว และกลุ่มอัศวิน อัศวินทุกคนมักจะเป็นจอมเวทหนึ่งดาว แต่ไม่ใช่จอมเวทหนึ่งดาวทุกคนจะได้เป็นอัศวิน พวกเขาต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานจาก 'สมาคมจอมเวท' เพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นอัศวิน ในทำนองเดียวกัน หากใครต้องการเลื่อนระดับหลังจากเป็นจอมเวทฝึกหัด ก็ต้องไปประเมินที่สมาคมจอมเวท ซึ่งจะตัดสินตามมาตรฐานที่กำหนดว่ามีคุณสมบัติเลื่อนระดับหรือไม่ โดยปกติแล้วพวกเขาจะประเมินจาก 'หน่วยมานา'

——

"เอมิลี่ พี่จะแสดงเวทมนตร์ให้ผมดูที่นี่ยังไงครับ? เราจำเป็นต้องมาถึงป่าเพื่อการนี้เลยเหรอ?" แม็กซ์ถามเอมิลี่เมื่อมาถึงป่า แม้เขาจะพอเดาแผนของเธอออกอยู่แล้ว

"ใช่ จำเป็นสิ ที่นี่เธอจะได้เห็นพี่และอัศวินพวกนี้ต่อสู้จริงเวลาเจอสัตว์อสูร อีกอย่าง ดูเหมือนจำนวนสัตว์อสูรจะเพิ่มขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำให้คาราวานพ่อค้าที่เดินทางผ่านชายป่าเพื่อไปเมืองอื่นถูกโจมตีบ่อยครั้ง ทางคฤหาสน์เราเลยได้รับคำร้องให้มาจัดการเรื่องนี้ เราก็ถือโอกาสช่วยลดจำนวนพวกมันลงหน่อย" เอมิลี่อธิบาย

"อ๋อ! อย่างนี้นี่เอง" หลังจากฟังเธอ แม็กซ์ก็เข้าใจ ถ้าอยากเรียนรู้อะไร ก็ต้องดูจากการปฏิบัติจริง และจากตรงนี้แม็กซ์จะได้เห็นด้วยว่าถึงสัตว์อสูรจะแข็งแกร่ง แต่พวกมันก็ถูกจัดการได้ง่ายๆ เขาจะได้ไม่เกิดอาการกลัวสัตว์อสูรฝังใจ

แม็กซ์ส่ายหัวในใจกับความคิดนี้ เธอคิดว่าเขาจะกลัวแค่เพราะโดนโจมตีครั้งเดียว... เอ่อ จริงๆ ก็สองครั้งนี่นะ? ไม่หรอก เขาไม่ได้กลัว เขาแค่อยากเพิ่มความแข็งแกร่งก่อนจะออกผจญภัยต่างหาก

——

เขาเบนความสนใจไปที่การสัมผัสเอวบางและเนียนนุ่มของลิลลี่ เขาซบหน้าลงบนไหล่ขวาของเธอและสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่น เขาเริ่มรู้สึกมีอารมณ์ และ 'น้องชาย' ที่ไม่ได้เล็กตามชื่อก็เริ่มผงาดขึ้นจนทิ่มไปที่แผ่นหลังของลิลลี่

จู่ๆ ลิลลี่ก็สะดุ้งเฮือกแต่ไม่ได้ทำอะไรและยังคงขี่ม้าต่อไป และ... เอาเถอะ แม็กซ์พยายามข่มใจและไม่ทำอะไรมากไปกว่านั้น เพราะมีเอมิลี่และคนอื่นๆ อยู่ด้วย

สักพักพวกเขาก็เจอเสือดำที่มีลวดลายสีแดงทั่วตัว มันสูงถึง 3 เมตรและดูบึกบึนมาก มันดูดุร้ายสุดขีด แต่ไม่มีใครในกลุ่มรวมถึงลิลลี่ที่แสดงอาการหวาดกลัว ซึ่งทำให้แม็กซ์ประหลาดใจเพราะเขารู้ว่าลิลลี่เป็นแค่สาวใช้ เธอรักษาความเยือกเย็นในสถานการณ์แบบนี้ได้ยังไงกัน?

"ว้าว นั่นมันเสือดำลายแดง ความแข็งแกร่งเทียบเท่าจอมเวทหนึ่งดาวเลยนะนั่น" อัศวินคนหนึ่งอุทาน

"ใช่ เป็นคู่ต่อสู้ที่เหมาะเหม็งเลย มันสู้กับจอมเวทหนึ่งดาวได้ 2-3 คนพร้อมกันถ้าเอาจริง"

"เป็นโอกาสดีที่จะแสดงความแข็งแกร่งให้คุณหนูเห็น"

"......"

อัศวินทุกคนดูตื่นเต้นและอยากจะเข้าไปสู้เพื่อโชว์พาวต่อหน้าเอมิลี่ ถ้าจอมเวทสองสาวยอมรับพวกเขาเป็นลูกน้อง การจะพัฒนาความแข็งแกร่งของพวกเขาก็จะเป็นเรื่องง่าย

"เงียบ!" เอมิลี่ยกมือขึ้นและตวาด

สิ้นเสียงของเธอ ทุกคนก็หยุดคุยและหันมาสนใจเธอ

เอมิลี่หันไปหาแม็กซ์และพูดว่า "เดี๋ยวอัศวินพวกนี้จะสู้กับเสือตัวนั้น ดูให้ดีล่ะ"

"พวกเจ้าสามคน เข้าไปจัดการมันซะ" เอมิลี่ชี้ไปที่เสือและออกคำสั่ง ทันทีที่สิ้นเสียง อัศวินสามคนก็ชักดาบออกมาและเริ่มร่ายคาถา

"เอมิลี่ ทำไมพวกเขาต้องชักอาวุธด้วยครับ? พวกเขาใช้เวทมนตร์ฆ่ามันตรงๆ ไม่ได้เหรอ?" แม็กซ์ถามด้วยความงุนงง

เอมิลี่มองแม็กซ์ราวกับมองคนปัญญาอ่อน แล้วอธิบาย "ยกเว้นแต่เธอจะเป็นจอมเวทเจ็ดดาว หรือพูดง่ายๆ คือระดับจอมเวทราชันย์ขึ้นไป เธอไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้โดยตรงโดยไม่มี 'สื่อกลาง' ดาบพวกนั้นถูกลงอาคมไว้ มันเป็นสื่อกลางให้พวกเขาใช้พลังเวทเพื่อร่ายคาถาและทำสิ่งต่างๆ ถ้าไม่มีของพวกนี้ พวกเขาก็ทำได้แค่ใช้เวทมนตร์ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นแหละ"

"เอ่อ... แล้วทำไมต้องใช้สื่อกลางแบบนั้นในการต่อสู้ด้วยล่ะครับ?" แม็กซ์ถามต่อด้วยความอยากรู้

"นั่นเป็นเพราะเรายังควบคุมมานาได้ไม่ดีพอ และมานามีธรรมชาติที่บ้าคลั่ง โดยปกติมันจะตีกลับเวลาเราพยายามใช้เวทมนตร์ชั้นสูง หรือในการต่อสู้ที่ต้องการการควบคุมที่แม่นยำ ถ้าพลาดนิดเดียวอาจหมายถึงชีวิต แต่หลังจากเธอกลายเป็นจอมเวทราชันย์หรือสูงกว่านั้น การควบคุมมานาของเธอจะแข็งแกร่งขึ้น ถึงตอนนั้นจะใชัมันยังไงก็ง่ายดาย" เอมิลี่ร่ายยาว

"หมายความว่าจำเป็นต้องมีสื่อกลางถึงจะใช้เวทมนตร์ได้ใช่ไหมครับ? แต่ถ้าผมไม่ได้เป็นจอมเวทราชันย์ และไม่อยากใช้ดาบหรืออาวุธพวกนี้ จะไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอครับ?" แม็กซ์ซักไซ้

"ในกรณีนั้นเธอสามารถใช้ 'เครื่องรางเวท' ได้ มีเครื่องรางพิเศษสำหรับจุดประสงค์นั้น แค่สวมมันไว้ เธอก็สามารถใช้เวทมนตร์ต่อสู้หรือทำอะไรก็ได้ที่ต้องการ แต่นั่นต้องหลังจากที่เธอควบคุมบ่อมานาภายในตัวได้บ้างแล้วนะ นอกจากนี้เครื่องรางพวกนั้นยังมีราคาแพงหูฉี่เลยล่ะ" เอมิลี่ยิ้มหลังจากพูดจบ

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

จากนั้นพวกเขาก็หันไปสนใจการต่อสู้ เสือดำลายแดงเคลื่อนที่เร็วมากและคอยใช้กรงเล็บตะปบสลับกับยิงลำแสงสีดำออกจากปาก

ฝ่ายอัศวินก็ร่ายคาถา ดาบของบางคนเรืองแสง ในขณะที่บางคนยิงศรเวท หรือคลื่นดาบออกมา เห็นการโจมตีพุ่งแหวกอากาศได้ด้วยตาเปล่า มันเป็นภาพที่เหมือนในหนังไม่มีผิด

'น่าทึ่งชะมัด! สุดยอดไปเลย นี่มันโลกเวทมนตร์จริงๆ สินะ อยากรู้จังว่าพวกเขาบินได้ไหม?' แม็กซ์คิดด้วยความทึ่ง

༺༻

จบบทที่ บทที่ 9

คัดลอกลิงก์แล้ว