- หน้าแรก
- จอมเวทนักเรียนดีเด่น
- บทที่ 42
บทที่ 42
บทที่ 42
บทที่ 42 - เนตรค้างคาว
༺༻
เช่นเดียวกับโรงฝึกดาบแคสเซีย โรงฝึกดาบเมเยนก็ตั้งอยู่ในเขตเมืองใต้เช่นกัน โดยทั้งสองแห่งตั้งอยู่บนถนนที่ติดกัน เจ้าของโรงฝึกดาบเมเยนเป็นอดีตหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างที่เกษียณตัวแล้ว ด้วยชื่อเสียงนี้ทำให้โรงฝึกสามารถดึงดูดเหล่านักเรียนที่ใฝ่ฝันอยากก้าวหน้าได้มากมาย
โรไซธ์และเบนสันเองก็เป็นนักเรียนของโรงฝึกดาบเมเยนแห่งนี้
"เบนสัน แกพอจะมีเหรียญทองบ้างไหม?"
"บอกมาก่อนว่าแกจะเอาไปทำอะไร"
เมื่อได้ยินคำถามของโรไซธ์ เบนสันก็ระแวดระวังขึ้นมาตามสัญชาตญาณ
นับตั้งแต่พ่ายแพ้ให้กับอีวาน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดูจะสั่นคลอนกว่าแต่ก่อน เพราะพวกเขามีทัศนคติที่ต่างกัน โรไซธ์หมกมุ่นอยู่กับการแก้แค้น ในขณะที่เบนสันรู้สึกว่าการตอบแทนบุญคุณก็น่าจะเพียงพอสำหรับการชดใช้หนี้แค้นให้อีวานแล้ว
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ยังไม่ถึงขั้นแตกหัก
โรไซธ์โน้มตัวเข้าไปกระซิบ "แกอยากเป็นจอมเวทไหม? ตอนนี้มีโอกาสมาถึงแล้วนะ ขอแค่แกผ่านการทดสอบคุณสมบัติ แกก็จะได้ข้ามทะเลไปเรียนมนตราลึกลับกับจอมเวท"
"จริงเหรอ?"
"จริงสิ แต่ค่าทดสอบไม่ถูกนะ คนละสิบเหรียญทอง"
วัยรุ่นคนไหนบ้างที่ไม่ฝันอยากจะเป็นจอมเวท? เบนสันเองก็เช่นกัน แต่เงินสิบเหรียญทองนั้นไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย
โรไซธ์พูดต่อ "สำหรับข้า ต่อให้ต้องไปขโมยมา ข้าก็จะหาเงินมาให้ได้ แกก็ลองตัดสินใจดูเอาเองแล้วกัน แต่ถ้าอยากจะทดสอบ พรุ่งนี้ไปเจอข้าที่หน้าหอสมุดฮอบสันในเขตเมืองตะวันตก"
โดยไม่รอฟังคำตอบจากเบนสัน โรไซธ์ก็รีบปลีกตัวไปหาเงินทันที
วันถัดมา
เบนสันรีบเร่งไปที่หน้าหอสมุดฮอบสัน เมื่อเห็นว่าโรไซธ์ยังรออยู่ เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
โรไซธ์นำทางเพื่อนไปยังคฤหาสน์คาร์ล และถูกคนรับใช้นำตัวเข้าไปข้างใน
"เงินล่ะ?" ขณะเดินตามหลังคนรับใช้ โรไซธ์ก็เตือน "เอามาให้ข้า ข้าจะแอบส่งให้พ่อบ้านของท่านบารอนเอง"
เบนสันซึ่งไว้ใจเพื่อนจึงยื่นเหรียญทองสิบเหรียญที่อุตส่าห์หามาได้อย่างยากลำบากให้ไป
คนรับใช้นำพวกเขามาที่ห้องเล็ก ๆ ทางฝั่งซ้ายของคฤหาสน์ ประจวบเหมาะกับที่มีคนข้างในเพิ่งจะทดสอบเสร็จพอดี
"คุณชายบีแมน น่าเสียดายที่ท่านไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นจอมเวทครับ"
"ขอบคุณที่สละเวลา"
เมื่อได้ยินเสียงจากข้างใน โรไซธ์ก็หูผึ่งทันที เขารู้ว่าอีวานมีพี่ชายชื่อ 'บีแมน' และประโยคหลังของพ่อบ้านก็แทบจะทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาดัง ๆ
คิดไม่ถึงเลยว่าคนไร้ค่าประเภทเดียวกับหมอนั่นจะยังกล้าฝันอยากเป็นจอมเวท ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง
บีแมนเดินออกจากห้องไป โดยที่ทั้งสามคนแลกเปลี่ยนสายตากันแต่ไม่ได้เอ่ยทักทาย คนรับใช้อีกคนเดินไปส่งบีแมนที่หน้าประตูคฤหาสน์
ภายในห้อง เหลือเพียงพ่อบ้านชรานามว่าเดวิด นั่งอยู่หน้าโต๊ะที่มีกล่องวางอยู่สองใบ ใบหนึ่งวางอยู่ด้านนอกโต๊ะ ซึ่งเห็นชัดว่าเป็นที่สำหรับใส่เหรียญทอง และมีสมุดทะเบียนวางอยู่ข้าง ๆ ส่วนอีกใบเป็นกล่องที่ดูประณีตกว่าวางอยู่หน้าพ่อบ้าน ภายในมีผ้าไหมสีน้ำเงินที่รองรับแท่งคริสตัลเอาไว้
โรไซธ์ส่งสัญญาณบอกพ่อบ้าน พร้อมกับวางเหรียญทองลงในกล่องใบแรกและลงชื่อของพวกเขา
เบนสันมองภาพตรงหน้าด้วยความงุนงง เพราะโรไซธ์วางเงินไปเพียงสิบเหรียญทองเท่านั้น จากนั้นเขาก็เห็นโรไซธ์ส่งสัญญาณให้เขาเป็นคนทดสอบก่อน
พ่อบ้านก้มลงมองสมุดทะเบียน "เบนสัน?"
"ครับ"
"ถือมันไว้แล้วจ้องไปที่ส่วนปลาย"
"น่าเสียดาย เจ้าไม่มีคุณสมบัติของจอมเวท"
เบนสันทำตามคำสั่ง แต่แท่งคริสตัลกลับนิ่งสนิท เมื่อได้ยินคำประกาศจากพ่อบ้าน เขาก็รู้สึกถึงความผิดหวังที่ถาโถมเข้ามาในใจ
ถึงตาของโรไซธ์บ้าง แท่งคริสตัลก็ยังคงไร้การเปลี่ยนแปลง ทำให้เขาไม่ยอมปล่อยมืออยู่นาน
"เอาละพ่อหนุ่ม ไม่มีคุณสมบัติก็คือไม่มีคุณสมบัติ ถือนานกว่านี้ก็ไม่ช่วยอะไรหรอก" พ่อบ้านชราเร่งอย่างรำคาญใจ โรไซธ์จึงต้องจำใจส่งแท่งคริสตัลคืนให้แต่โดยดี
พ่อบ้านเฒ่าหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดแท่งคริสตัลอย่างพิถีพิถัน ราวกับว่ามันถูกแตะต้องด้วยของสกปรก ยิ่งทำให้สถานการณ์ของทั้งคู่ดูน่าอับอายเข้าไปใหญ่
"ต้องขออภัยที่รบกวนครับ"
ทั้งสองเอ่ยปากขอลา
พ่อบ้านชราเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อน "นอกจากรับศิษย์แล้ว จอมเวทยังต้องการคนคอยรับใช้ที่มีพรสวรรค์ด้านวิชาดาบด้วย พวกเจ้ามีฝีมือแค่ไหนล่ะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น โรไซธ์ก็ดีใจจนเนื้อเต้นและรีบตอบกลับ "พวกเรามีฝีมือไม่ธรรมดาเลยครับ โดดเด่นที่สุดในกลุ่มเด็กฝึกชั้นสอง และยังอยู่ในระดับแถวหน้าของโรงฝึกดาบเราด้วย"
พ่อบ้านเฒ่าเงยหน้ามองพวกเขา น้ำเสียงราบเรียบ "งั้นรึ แล้วพวกเจ้าจะพิสูจน์ได้ยังไง?"
นี่ไม่ควรจะต้องไปทดสอบกันที่ลานประลองหรอกหรือ?
เมื่อคิดอะไรบางอย่างได้ โรไซธ์ก็ก้าวไปข้างหน้าแล้วแอบยัดเหรียญทองสามเหรียญสุดท้ายที่มีลงในกระเป๋าของพ่อบ้านเฒ่าอย่างแนบเนียน
เพียงเท่านั้น พ่อบ้านชราก็พยักหน้าเล็กน้อย "พวกเจ้าผ่าน"
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของโรไซธ์ เขาคิดในใจว่าการเดิมพันครั้งนี้คุ้มค่าจริง ๆ
เบนสันมอบเหรียญทองทั้งหมดที่มีให้โรไซธ์ไปแล้ว ตอนนี้เขาจึงไม่มีเหลือติดตัวเลยสักเหรียญ เขาได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความกังวล ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปที่โรไซธ์
"ท่านพ่อบ้าน พรุ่งนี้พวกเราจะมาใหม่ครับ"
โรไซธ์ไม่ยอมให้เบนสันทำเรื่องเสียเรื่อง เขาจึงรีบดึงตัวเพื่อนออกจากห้องไป เขาพซิบสัญญากับเบนสันว่าจะหาเหรียญทองมาคืนให้ได้ในวันพรุ่งนี้ จนในที่สุดเบนสันที่ลังเลก็สงบสติอารมณ์ลงได้
...
ตระกูลมาริชาดอน
อีวานใช้นิ้วแตะตัวยาที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ แล้วค่อย ๆ ทาลงที่ด้านหลังป้ายร้านยา รอยนิ้วมือที่ลากไปเผยให้เห็นลวดลายที่ซ่อนอยู่ทีละนิด
เขาเร่งความเร็วในการทา รูปแบบคนตัวเล็กที่ดูคุ้นตาก็ปรากฏออกมาจนครบ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเฒ่าโอริโอจะบันทึกชุดเคล็ดวิชาลมหายใจอัศวินไว้ที่ด้านหลังป้ายร้านยาของตัวเอง
"เนตรค้างคาว"
ครู่ต่อมา ลวดลายทั้งหมดที่อยู่หลังป้ายก็แจ่มชัด ปรากฏว่า "เนตรค้างคาว" คือชื่อของเคล็ดวิชาลมหายใจนั่นเอง
ค้างคาวมีสายตาที่ย่ำแย่ พวกมันอาศัยการสะท้อนของคลื่นเสียงเพื่อระบุตำแหน่งและค้นหาสิ่งต่าง ๆ
อันที่จริง เนตรค้างคาวคือเคล็ดวิชาลมหายใจที่ช่วยขยายการได้ยิน โดยจะสะสมปราณโลหิตไว้รอบ ๆ ใบหูตั้งแต่ระดับเด็กฝึก และถูกจัดว่าเป็นเคล็ดวิชาชั้นยอด เคล็ดวิชานี้มีทั้งระดับเด็กฝึกและระดับอัศวิน โดยมีกระบวนท่า 45 และ 49 ท่าตามลำดับ ซึ่งแต่ละระดับจะมีสูตรยาลับควบคู่ไปด้วย
"มันมีประสิทธิภาพมากสำหรับการเก็บสมุนไพรและการเฝ้าระวังจริงๆ แม้พลังระเบิดในการต่อสู้คงเทียบกับเคล็ดวิชาลมหายใจกบยักษ์โกไลแอธไม่ได้ก็เถอะ"
เคล็ดวิชาลมหายใจที่เขาได้มาโดยไม่คาดคิดนี้ มีทั้งฉบับระดับเด็กฝึกและระดับอัศวินที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แน่นอนว่าเขาไม่มีอะไรจะบ่นอยู่แล้ว
สามวันผ่านไปในชั่วพริบตา
[ทักษะลมหายใจอัศวิน: เลเวล 2 (198/200)]
เคล็ดวิชาลมหายใจที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งพ่อเลเดอร์ส่งมาให้ก่อนหน้านี้ ช่วยเพิ่มแต้มประสบการณ์ได้ 30 แต้มจากระดับชั้นยอด และ 19 แต้มจากระดับกลาง
ส่วนเคล็ดวิชาเนตรค้างคาวช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้เขาถึง 44 แต้ม
หลังจากฝึกฝนกระบวนท่าไปชุดหนึ่ง เขาก็ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะถึงเลเวล 3 ของทักษะลมหายใจอัศวิน
ตอนนี้เขากำลังเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก นั่นคือจะเปลี่ยนจากเคล็ดวิชาลมหายใจกระแสพุ่งไปเป็นอย่างอื่นดีหรือไม่ โดยมีสองตัวเลือกที่ทำให้เขาหนักใจ คือจะเลือกเคล็ดวิชาลมหายใจกบยักษ์โกไลแอธ หรือจะเลือกเนตรค้างคาวดี
เนื่องจากตอนนี้เขายังขาดพลังในการต่อสู้ เคล็ดวิชาลมหายใจกบยักษ์โกไลแอธย่อมจะมอบพลังระเบิดที่รุนแรงที่สุดให้เขาได้อย่างแน่นอนเมื่อต้องลงมือ
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เขาก็ไปขอความเห็นจากพ่อเลเดอร์ และให้พ่อดูสิ่งที่บันทึกไว้หลังป้าย
เลเดอร์มองลูกชายด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย ก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง "จงเลือกเนตรค้างคาวเสียเถอะ เหตุผลที่เคล็ดวิชาชั้นยอดถูกยกย่องไว้ในระดับนั้นน่ะ มันไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เจ้าคิดหรอก เคล็ดวิชาลมหายใจกบยักษ์โกไลแอธของตระกูลเราเทียบไม่ได้เลย"
ระหว่างเคล็ดวิชาชั้นยอดที่สมบูรณ์แบบ กับระดับกลางที่เว้า ๆ แหว่ง ๆ มันยังมีอะไรให้ต้องเลือกอีกงั้นรึ?
เพียงแต่อีวานยังไม่รู้ตัวว่า เขาถูก 'อินทรีสันเขาสูง' รุ่นดัดแปลงของรองหัวหน้าโกลว์ทำให้ไขว้เขว จนประเมินค่าของเคล็ดวิชาลมหายใจชั้นยอดต่ำเกินไป
༺༻