- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 64 ผู้เข้าสอบมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยรวมตัวกัน เข้าสู่สนามรบ
บทที่ 64 ผู้เข้าสอบมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยรวมตัวกัน เข้าสู่สนามรบ
บทที่ 64 ผู้เข้าสอบมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยรวมตัวกัน เข้าสู่สนามรบ
บทที่ 64 ผู้เข้าสอบมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยรวมตัวกัน เข้าสู่สนามรบ
หลิวเว่ยฉีนั้นหน้าแดงก่ำเพราะความอับอายและโกรธจนแทบระเบิด ถึงแม้พลเอกฉินจะยืนอยู่ข้าง ๆ เขาก็ยังพยายามขุดคุ้ยหาข้อผิดปกติในตัวเจิ้งมู่ไม่เลิกรา
“คุณหัวเราะอะไร นายพลฉิน? ถ้าจำไม่ผิด นักบวชชิงหยุนและนายพลฉี่ในเมืองหวงซาเคยติดต่อกับเจิ้งมู่คนนั้นไม่ใช่เหรอ?” หลิวเว่ยฉีกัดฟันถามด้วยน้ำเสียงคุกรุ่น “พวกคุณแอบหนุนหลังเขาใช่ไหม! ไม่อย่างนั้นจะเป็นไปได้ยังไง ที่เจิ้งมู่จะระบุตำแหน่งผู้เข้าสอบท่ามกลางทะเลทรายกลืนกระดูกที่กว้างใหญ่แบบนี้!”
คำพูดของเขาทำให้ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยอื่นๆพากันพยักหน้าเห็นด้วย เสียงวิจารณ์และข้อกล่าวหาดังขึ้นเป็นชุด
“ดูสิ สิ่งประดิษฐ์จักรกลของเขาราวกับมีตาทิพย์!”
“ช่างกลคนนั้นจะต้องเเอบโกงอยู่แน่ ๆ!”
“มหาวิทยาลัยของคุณไม่ควรใช้วิธีเจ้าเล่ห์แบบนี้ นี่ถือเป็นการละเมิดกฎ!”
แต่ในตอนที่บรรยากาศเริ่มชุลมุน พลเอกฉินกลับยิ้มเยาะอย่างใจเย็น แค่โบกมือ นกอินทรีเหล็กแวววาวก็บินวนปรากฏบนฝ่ามือของเขา ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังหลิวเว่ยฉี
“ฮึฮึ จงลืมตาดูให้กว้างเถอะ อย่ามัวแต่มโนหาเรื่องไปเอง ถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่าโวยวายมาด่าว่าใครสุ่มสี่สุ่มห้าเเบบนี้” ฉินจือพูดด้วยน้ำเสียงไม่เกรงกลัว
ทุกคนรีบใช้สกิลตรวจสอบนกอินทรีตัวนั้นทันที ในเสี้ยววินาทีที่ข้อมูลปรากฏ ทุกคนต่างก็เงียบลงทันที
【 ชื่อ: อินทรีลาดตระเวน】
【ประเภท: สิ่งประดิษฐ์จักรกล (ผลงานของช่างกลเจิ้งมู่)】
【ระดับ: สีขาว ระดับธรรมดา】
【ความทนทาน: 50/50】
【พลังโจมตี: 4–10】
【พลังป้องกัน: 5】
【สกิล 1: “ตาเหยี่ยว” สอดแนมเป้าหมายด้านล่างได้อย่างแม่นยำจากความสูงเกิน 800 เมตร】
【สกิล 2: “รังนก” เชื่อมต่อกับนกลาดตระเวนตัวใกล้เคียง สร้างเครือข่ายสอดแนมทางอากาศ ส่งข้อมูลพิกัดแบบเรียลไทม์】
เป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์จักรกลสีขาวเล็ก ๆ แต่ฟังก์ชันของมันยิ่งใหญ่เกินตัว เจิ้งมู่ไม่ได้ตั้งใจซ่อนข้อมูลนี้เลย และเมื่ออินทรีพวกนี้ทำงานรวมกัน มันก็กลายเป็นเครือข่ายสอดแนมที่สมบูรณ์แบบ
สีหน้าของหลิวเว่ยฉีและผู้แทนคนอื่น ๆ ซีดเซียวทันที พวกเขาไม่เหลือข้ออ้างจะกล่าวหาว่าเจิ้งมู่โกงอีกต่อไป เขาไม่ได้แอบรับการช่วยเหลือจากเบื้องบน แต่ใช้สิ่งประดิษฐ์จักรกลที่สร้างได้ง่ายและกระจายตัวออกไปเพื่อค้นหาตำแหน่งผู้เข้าสอบทุกคน ทั้งจากอากาศและพื้นดิน
ทันใดนั้น อาจารย์หวังจากมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยก็ทำสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขายกสายตาขึ้นมาจากจอแล้วตะโกนเสียงหลง
“ไม่ดีเเล้ว! เขากำลังจะกวาดล้างผู้เข้าสอบของเราให้หมดสิ้น!”
ที่ชายแดนทะเลทราย ร่างสิบกว่าร่างกำลังวิ่งผ่านทรายอย่างสุดชีวิต พวกเขาหันมองเบื้องหลังเป็นพัก ๆ เห็นสิ่งสีเทากลม ๆ วิ่งตามมาเป็นแถบ ๆ
“ไอ้บ้า นี่มันอะไรกันแน่!” หนึ่งในนั้นร้องออกมาเสียงสั่น
“อย่ามัวพูดเลย! รีบวิ่งไปที่จุดรวมพลเร็ว! สกิลตรวจสอบไม่ได้ผลกับพวกมัน ดูเหมือนพวกมันไม่ใช่มอนสเตอร์ปกติ แต่คล้ายของที่ถูกเรียกมาโดยใครบางคน!” อีกคนตะโกนตอบ
เวลาล่วงผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ทรัพยากรสำคัญอย่างอาหารและน้ำก็เริ่มร่อยหรอลง ผู้คนจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนกันเอง จึงเกิดชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นใกล้โอเอซิส กลายเป็นตลาดที่เศษเสี้ยวของผู้รอดชีวิตมาพบปะซื้อขาย
และนั่นเองคือจุดดักของเจิ้งมู่ ที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโอเอซิส รถฐานทัพของเขาแผ่ตัวกลับเป็นอาคารขนาดใหญ่เหมือนเดิม บนจอของเจิ้งมู่ มีภาพงสีแดงแสดงตำแหน่งโอเอซิสชัดเจนที่สุด เห็นได้ชัดว่ากลุ่มผู้เข้าสอบมารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนอยู่ตรงนี้
ภายใต้การประสานงานของอินทรีลาดตระเวนและสิ่งประดิษฐ์จักรกลอื่น ๆ ของเขา ผู้เข้าสอบรอบ ๆ ถูกชักนำให้มุ่งสู่โอเอซิสอย่างสม่ำเสมอ ส่วนผู้ที่หนีไม่พ้น บัตรคะแนนของพวกเขาก็ปรากฏอยู่ในมือของเจิ้งมู่ทีละใบ ๆ
“ตามที่นายพลฉี่เคยบอก ปีที่แล้วคะเเนนขั้นต่ำคือ 9,000 คะแนน เพื่อความปลอดภัย ฉันจะตั้งไว้ที่ 10,000 คะแนนต่อคน” เจิ้งมู่พึมพำออกมา
เขาโอนคะแนนจากบัตรที่ได้มารวมไว้กับบัตรของตนเอง ตัวเลขจึงสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เจิ้งมู่: 212,110 คะแนน
สองแสนหนึ่งหมื่นคะแนน สำหรับบุคคลนี่คือยอดคะแนนที่หาได้ยากนักในแต่ละปี แต่ในสายตาเจิ้งมู่มันยังเป็นเพียงโควตาผ่านสำหรับยี่สิบเอ็ดชีวิตเท่านั้น
“สมเหตุสมผล” เขาคิด “การล่าเป็นกลุ่มแบบนี้ปลอดภัยกว่า แต่ช้าเกินไป”
เจิ้งมู่ไม่ลืมเป้าหมายหลัก เขาต้องรวบรวมคะแนนกว่า 20 ล้าน เพื่อช่วยคนอื่น อีกทั้งยังต้องเก็บคะแนนให้ตัวเอง หลีเฉิงคุน และหลั่นปิ่งเยว่ เพื่อให้ได้ตำแหน่งท็อปเท็น รางวัลและแบบแปลนสีเเดงระดับผู้กล้ากำลังรออยู่
“ปล้นคะแนน… งานนี้มีอนาคตจริง ๆ” เขาพึมพำพร้อมยิ้มมุมปาก
ในจังหวะนั้น หลีเฉิงคุนที่ถือถุงเก็บของใบใหญ่เข้ามา มือของเขาก็เต็มไปด้วยวัสดุที่รวบรวมได้
“หัวหน้า ของที่คุณต้องการ ฉันหามาให้เรียบร้อยแล้ว” หลีเฉิงคุนประกาศเสียงแจ่มใส ราวกับกำลังรอคำสั่งต่อไปจากผู้นำ
เจิ้งมู่พยักหน้าเบา ๆ
เมื่อปฏิบัติการเริ่มขยายวงกว้างขึ้น สิ่งที่เขาต้องการมากก็คือ สิ่งประดิษฐ์จักรกล จำนวนมหาศาล
T-800 และลิคเกอร์ แม้จะทรงพลัง แต่ติดที่ข้อจำกัดของเวลาคูลดาวน์จากสกิล 【มือทองคำ 】 และเงื่อนไขวัสดุที่ต้องใช้ ทำให้ไม่สามารถผลิตได้จำนวนมากอย่างที่หวัง
เเต่ถึงกระนั้น เจิ้งมู่ก็ไม่ได้หมดทางเลือกไปเสียหมด เขายังมีไพ่ลับอีกสองใบอยู่ใน
นั่นก็คือ【การสแกนชีวภาพ 】และ 【คลื่นกลไกนาโน】
ในหลายวันที่ผ่านมา ขณะที่สิ่งประดิษฐ์จักรกลของเขากวาดล้างภายนอก เจิ้งมู่ก็ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เขาสั่งการให้สิ่งประดิษฐ์ของตนใช้ 【การสแกนชีวภาพ 】กับมอนสเตอร์เลเวลต่ำในทะเลทราย
ส่วนใหญ่สิ่งที่ได้คือแบบแปลนธรรมดาไร้ค่า บ้างก็เป็นกลไกเล็ก ๆ ที่ใช้ประดับมากกว่าจะนำไปสู้รบได้จริง แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว
เพราะในที่สุด เขาก็ได้สิ่งนี้มา
【 ชื่อ: ด้วงระเบิด】
【ประเภท: สิ่งประดิษฐ์จักรกล (ผลงานของช่างกลเจิ้งมู่)】
【ระดับ: สีขาวระดับธรรมดา】
【ความทนทาน: 50/50】
【พลังโจมตี: 100】
【พลังป้องกัน: 5】
【สกิล 1: "พื้นทราย" สามารถมุดอยู่ใต้ผืนทราย คืบคลานใกล้เหยื่อโดยไร้เสียง】
【สกิล 2: "ระเบิด" ระเบิดตัวเอง สร้างความเสียหายรุนแรงในรัศมีระเบิด】
เป็นสิ่งของที่ใช้ครั้งเดียว แต่ต้นทุนต่ำ ประกอบง่าย และที่สำคัญ วัสดุแทบจะหาได้ทั่วไปในทะเลทรายกลืนกระดูก
ขณะที่เจิ้งมู่กำลังตรวจสอบวัสดุที่กองสูงพะเนิน หลั่นปิ่งเยว่กลับมาพร้อมกระเป๋าเก็บของเต็มพิกัด
“ฉันเคลียร์รังแมลงให้หมดแล้ว ด้วงระเบิดที่อยู่รอบ ๆ แถวนี้ไม่มีอีกแล้ว” เธอรายงานด้วยเสียงเรียบ
“ดีมาก! ดีมากจริง ๆ!” หลีเฉิงคุนหัวเราะกว้าง “น้าชิงพูดไว้ไม่ผิดเลย ปิ่งเยว่ของเราเก่งเป็นที่หนึ่ง!”
หลั่นปิ่งเยว่แก้มขึ้นสีเล็กน้อย แต่เพียงกลอกตา ไม่พูดอะไรต่อ
เจิ้งมู่ก้าวออกจากฐานทัพชั่วคราว เทวัสดุที่สะสมทั้งหมดลงบนพื้นผืนทราย กองวัสดุแผ่เต็มตาเหมือนภูเขาเล็ก ๆ
เพียงแค่โบกมือครั้งเดียว
ต่อหน้าสายตาตกตะลึงของหลั่นปิ่งเยว่และหลีเฉิงคุน วัสดุทั้งหมดก็สลายหายไป เเต่ถูกเเทนที่ด้วยด้วงระเบิดนับพันตัวเรียงรายจนพื้นสั่นสะเทือน
หนึ่งพันตัว!
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เพราะเจิ้งมู่ใช้เวลาในช่วงที่ผ่านมาอัพเกรดสกิลหลักทั้งสอง
【การสแกนชีวภาพ Lv.3 สามารถสแกนสิ่งมีชีวิตที่อ่อนกว่าตัวเองไม่เกิน 10 เลเวล มีโอกาส 30% ได้รับแบบแปลนสิ่งประดิษฐ์จักรกลที่สอดคล้อง เวลาคูลดาวน์: 3 ชั่วโมง ใช้ค่าประมวลผล: 20 (ลดลงครึ่งหนึ่งเพราะการเสริมพลัง)】
【คลื่นกลนาโน Lv.3 แปรเปลี่ยนวัสดุสีขาวระดับธรรมดาได้เป็นกลุ่ม ผลิตชิ้นส่วนกลไกในจำนวนมากได้ทันที สูงสุด 1000 ชิ้นต่อครั้ง เวลาคูลดาวน์: 1 วัน ใช้ค่าประมวลผล: 20 (ลดลงครึ่งหนึ่งเพราะการเสริมพลัง)】
ในขณะเดียวกัน ที่ตลาดโอเอซิส ผู้เข้าสอบของมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยกว่า 70% ได้ครอบครองพื้นที่อยู่ที่นี่ ทำให้ความตึงเครียดแผ่คลุ้งไปทั่วบรรยากาศ
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
เสียงกรีดร้องดังมาพร้อมเงาร่างหลายคนที่วิ่งหนีตายเข้ามา ทำให้ผู้คนในตลาดเริ่มระแวง กฎที่ห้ามใช้กำลังในเขตโอเอซิส แม้จะรู้กันเป็นนัย แต่เมื่อมีการล่าเกิดขึ้นใกล้ ๆ ความอดทนของฝูงชนก็เริ่มสั่นคลอน
“พี่ชาย ดูตรงนั้นสิ…”
อู๋เสว่ยเฉียนชี้ไปยังเนินทรายด้านขอบโอเอซิส
สายตาคมของอู๋ชุนกัง นักธนูเอลฟ์ระดับ S เพียงคนเดียวของมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยปีนี้ จับภาพเงาร่างประหลาดได้ทันที
“นี่ไม่ใช่มอนสเตอร์… เเต่คล้ายอาชีพนักเชิดหุ่น” เขาวิเคราะห์ออกมาเสียงเย็นชา
ข่าวร้ายยิ่งซ้อนข่าวร้าย ผู้สอบที่หนีเข้ามาเล่าด้วยความหวาดกลัวว่า บัตรคะแนนของพวกเขาถูกปล้นโดยกองกำลังปริศนา และสิ่งที่บุกโจมตีไม่เพียงเป็นหุ่นยนต์โลหะ แต่ยังรวมถึงสัตว์ประหลาดที่ดูราวกับถูกสร้างขึ้น
แม้แต่นักรบเลเวล 20 ก็แทบจะต้านไม่ไหว!
ขณะที่สองพี่น้องกำลังคิดหนัก
ร่างสามร่างก็เดินออกมาจากเนินทรายช้า ๆ สายตาทุกคู่ในโอเอซิสจับจ้องไปที่พวกเขาทันที
เจิ้งมู่ก้าวนำออกมา รอยยิ้มมุมปากฉายชัด ปืนคู่ [หมาป่าเวทมนตร์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์] อยู่ในมือ ข้างกายคือหลั่นปิ่งเยว่และหลีเฉิงคุน
“คนไม่น้อยนี่… ดูเหมือนครั้งนี้จะได้เก็บเกี่ยวไม่น้อยเลย” เจิ้งมู่เอ่ยเสียงเบา แต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล
หลีเฉิงคุนกระซิบอย่างกังวล “หัวหน้า…นายเป็นช่างกลนะ จะเผชิญหน้ากับคนพวกนี้ตรง ๆ จริง ๆ เหรอ?”
เจิ้งมู่เพียงยิ้มบาง “อีกเดี๋ยวก็รู้เองว่าผลจะออกมาเป็นยังไง”
ในเวลานั้นเสียงของผู้หญิงก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบระแวดระวัง “หุ่นรอบ ๆ นี่ เป็นของพวกนายงั้นเหรอ?”
เจิ้งมู่หันไป เห็นกลุ่มคนที่นำโดยชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งก็คืออู๋ชุนกังนั่นเอง
เขายกยิ้มบาง พร้อมเอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน
“แนะนำตัวก่อน ฉันชื่อเจิ้งมู่ ผู้เข้าสอบจากมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ ช่างกลธรรมดา”
“เป้าหมายของฉันก็ตรงไปตรงมา… ส่งบัตรคะแนนทั้งหมดมา แล้วถอนตัวออกจากการทดสอบเองซะ จะได้เจ็บตัวน้อยหน่อย”
เสียงของเขาเพิ่งจางลง ทั้งตลาดก็ระเบิดเสียงหัวเราะเย้ยหยันออกมา
“ฮ่าๆๆ! หมอนี่บ้าไปแล้ว!”
“มีแค่สามคน เเต่กล้ามาปล้นพวกเราหลายร้อยคนเนี้ยนะ?”
“คิดว่าพวกเราสมองกลวงกันหมดหรือไง!”
แม้แต่อู๋ชุนกังก็ขมวดคิ้วแน่น “นายกำลังล้อเล่นอยู่ใช่ไหม?”
เจิ้งมู่ยักไหล่เบา ๆ ราวกับทุกอย่างอยู่ในแผนการของเขาตั้งแต่ต้น
ทันใดนั้น เสียง ครืดคราด ก็ดังมาจากใต้พื้นทรายรอบโอเอซิส … ไม่มีใครทันสังเกตว่าด้วงตัวเล็ก ๆ นับพันได้เริ่มคืบคลานโผล่ขึ้นมาจากใต้ดินแล้ว
"ฉันให้โอกาสพวกนายแล้ว..." เจิ้งมู่ยิ้มเหี้ยมเกรียม
ตูม!
ตูม!
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นราวกับพายุเพลิง ดอกไม้เพลิงสีแดงสดเบ่งบานกลางอากาศ ปกคลุมผู้คนส่วนใหญ่เอาไว้ในพริบตาเดียว
“อ๊ากกกกกกกกกกก!”
“เฮ้ย! มันอะไรกันวะ!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและความโกลาหล เจิ้งมู่พร้อมพรรคพวกก็ได้ทะลวงเข้าสู่ฝูงชนอย่างไม่ลังเล ขณะเดียวกัน T-800 และลิคเกอร์ที่ซ่อนตัวอยู่รอบโอเอซิสก็กระโจนเข้าร่วมสังหารทันที!
สีหน้าของอู๋ชุนกังหนักอึ้งที่สุด ลมสีเขียวมรกตก่อตัวเป็นกำแพงล้อมร่างเขากับน้องสาวอู๋เสว่ยเฉียนไว้ พวกเขาเท่านั้นที่ยังตั้งหลักอยู่ได้ ไม่เหมือนผู้เข้าสอบรอบ ๆ ที่ถูกแรงระเบิดจนต้องรีบกางโล่ป้องกันแทบไม่ทัน
“พี่ชาย! ระวัง!”
เสียงของอู๋เสว่ยเฉียนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะปะทะกัน
เคร้ง!
เมื่อหันไป เขาก็เห็นหญิงสาวที่เคียงข้างเจิ้งมู่ก่อนหน้านี้ หลั่นปิ่งเยว่ ยกดาบยาวในมือเปล่งประกายเย็นยะเยือก โจมตีเข้ามาอย่างไร้ปรานี
อู๋เสว่ยเฉียนใช้ขลุ่ยยาวสีเขียวต้านทานอย่างทุลักทุเล แต่เพียงชั่วพริบตา เธอก็ถูกหลั่นปิ่งเยว่เตะกระเด็นออกไป ก่อนจะตามมาด้วยดาบที่ฟาดฟันมาอย่างไม่ปรานี
แสงดาบคมกริบเฉือนอากาศทุกครั้งราวกับจะสังหารได้ในดาบเดียว เกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายเต็มพื้นรอบสนามรบ
อีกด้านหนึ่ง หลีเฉิงคุนก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
“กี๊กกกก! กี๊กกกกกกก!!!”
ปืนกลในมือเปลี่ยนรูปร่างเป็นเกทลิงหลายลำกล้องหลังใช้สกิล 【การสนับสนุน】 เขากดไกปืนกราดยิงใส่ฝูงชนไม่ยั้ง ราวกับนักรบคลั่งในตำนาน
เจิ้งมู่เองก็พุ่งฝ่ากลางสมรภูมิ ปืนคู่ในมือรัวกระสุนอย่างสง่างามท่ามกลางความโกลาหล เขาเคลื่อนไหวราวนักฆ่าในราตรี
ผู้ปลุกอาชีพคนหนึ่งวิ่งเซเข้ามาอย่างแตกตื่น เเต่ยังไม่ทันได้ร้องคำไหน ปลายกระบอกปืนก็กดเข้าที่ปาก!
ปัง! ปัง! ปัง!
กระสุนเจาะใส่โล่พลังจนสว่างวาบ จากนั้นเจิ้งมู่ก็เหวี่ยงเท้าเตะอีกฝ่ายกระเด็นออกไปเหมือนลูกโบว์ลิ่งขนาดมหึมา พุ่งชนใส่ฝูงชนรอบข้างจนกระจัดกระจาย
“อ๊ากกกกก! เขาอยู่ตรงนี้!”
“ฆ่าไอ้บ้านี่!”
ทันใดนั้น
ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!
เสียงสัญญาณเตือนดังสนั่นจากเรือเฟยหยุนทุกลำเหนือทะเลทรายกลืนกระดูก
ผู้เข้าสอบที่ถูกคัดออกและกำลังสิ้นหวังอยู่บนเรือ เงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ก่อนจะได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่รายงานตะโกนลั่น
“ไม่ดีแล้ว! พิกัด XXX, YYY มีสัญญาณการคัดออกจำนวนมหาศาล!”
“แปดร้อย! ไม่สิ…เก้าร้อยแล้ว!”
“ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ!”
หลายคนที่เฝ้าจับตาอยู่ก่อนแล้ว มองเห็นภาพการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นตรงนั้นชัดเจน
อาจารย์หวังแห่งมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยที่ติดตามอยู่บนเรือเฟยหยุน ถึงกับตบโต๊ะตะโกนสุดเสียง ควบคุมสติไม่อยู่
“เร็วเข้า! รีบไปช่วยเหลือ! ไปช่วยพวกเขาเดี๋ยวนี้!”