- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 63 เจิ้งมู่ผู้ยอดเยี่ยม!
บทที่ 63 เจิ้งมู่ผู้ยอดเยี่ยม!
บทที่ 63 เจิ้งมู่ผู้ยอดเยี่ยม!
บทที่ 63 เจิ้งมู่ผู้ยอดเยี่ยม!
เพียงเพราะพวกเขาไม่เชื่อ… ไม่ได้หมายความว่าเขาทำไม่ได้!
ค่ำคืนนั้น บนดาดฟ้าของรถฐานทัพ เจิ้งมู่นั่งทอดสายตามองท้องฟ้าที่พร่างพราวไปด้วยดวงดาว เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยพลังอันซ่อนเร้น
หลั่นปิ่งเยว่กับหลีเฉิงคุนนั่งอยู่เคียงข้างเขา ยังมีความกังวลแฝงอยู่ในสายตาของทั้งคู่
“นายแน่ใจจริงหรือว่า แผนนี้จะได้ผล?” หลั่นปิ่งเยว่เอ่ยถาม เสียงเบาแต่แฝงด้วยความไม่สบายใจ “ผู้เข้าสอบมีเกือบสองพันคน คะแนนที่ต้องใช้ผ่านการทดสอบก็…”
เจิ้งมู่เพียงยิ้มบาง “ยังจำได้ไหมว่ามอนสเตอร์เลเวลสูงให้คะแนนเท่าไหร่?”
“เลเวล 30 ได้ 300 คะแนน เลเวล 35 ได้ 500 คะแนน ส่วนเลเวล 40 ถึง 800 คะแนน” หลีเฉิงคุนรีบตอบ
“ถูกต้อง” เจิ้งมู่พยักหน้า “แล้วแต่ละคนต้องการกี่คะแนนเพื่อผ่าน?”
“ขั้นต่ำจะต้องได้ 1,000 คะแนน” หลีเฉิงคุนยังเป็นคนตอบ
หลั่นปิ่งเยว่คำนวณเร็ว ๆ ในใจ ก่อนจะพูดเสียงเบา “ถ้าอย่างนั้น…รวมทั้งหมดต้องใช้เกือบสองล้านคะแนน! แต่มอนสเตอร์ระดับสูงนั้นทั้งอันตราย ทั้งหายาก ถึงจะได้คะแนนเยอะก็ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ”
เจิ้งมู่ส่ายหน้าเบา ๆ “เราไม่จำเป็นต้องออกล่าให้เหนื่อยหรอก”
ทั้งคู่หันมองเขาด้วยแววตาสงสัย
“พวกเธอลืมกฎสำคัญไปแล้วหรือไง?” เจิ้งมู่ถามยิ้ม ๆ
หลั่นปิ่งเยว่เบิกตากว้างขึ้นทันที “การทดสอบครั้งนี้…ข้อห้ามฆ่าถูกยกเลิกแล้ว!”
“ถูกต้อง” เจิ้งมู่ยิ้มเย็น “เราสามารถกำจัดผู้เข้าสอบคนอื่นๆ แล้วยึดคะแนนมาเป็นของเราได้ แทนที่จะเปลืองแรงกับการล่ามอนสเตอร์ เราก็แค่ปล้นคะแนนจากมหาวิทยาลัยอื่น โดยเฉพาะ…มหาวิทยาลัยเซิ่งชิง”
หลีเฉิงคุนผิวปากเบา ๆ อย่างทะเล้น “แผนร้ายกาจจริง ๆ หัวหน้า”
หลั่นปิ่งเยว่ยังไม่หายกังวล “แต่ผู้ปลุกอาชีพระดับ S ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยนะ นายจะจัดการพวกเขายังไง?”
เจิ้งมู่หันมายิ้มอย่างมั่นใจ “ฉันมีวิธีของฉันเอง”
….
รุ่งเช้า โดยไม่รอช้า ฐานทัพขนาดใหญ่ของเจิ้งมู่ก็เริ่มเคลื่อนไหว โครงสร้างทั้งฐานเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นรถฐานทัพราวกับเมืองเคลื่อนที่ มียานรบจักรกลจำนวนมากตั้งเรียงอยู่บนหลังคาอย่างน่าเกรงขาม
ผู้เข้าสอบจากมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ต่างอยู่ในยานอย่างปลอดภัย แม้หลายคนยังคงสงสัยในแผนการของเจิ้งมู่ แต่หลังจากได้เห็นการแสดงพลังเมื่อวานนี้ ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำคัดค้านอะไรออกมาอีก
ในห้องบัญชาการ เจิ้งมู่จ้องมองแผนที่ทะเลทรายกลืนกระดูก “ตามรายงานของอินทรีเหล็กสอดแนม… ค่ายของมหาวิทยาลัยเซิ่งชิงอยู่ห่างจากที่นี่ราวยี่สิบกิโลเมตร มีผู้เข้าสอบประมาณห้าสิบคน รวมถึงผู้ปลุกอาชีพระดับ S หนึ่งคน”
“ซังลั่ว?” หลั่นปิ่งเยว่เอ่ยขึ้น
เจิ้งมู่พยักหน้า “ใช่ จอมเวทสายลมสีเหลือง ซังลั่ว คนที่เคยเอาชื่อเสียงมากดขี่เรา”
“แต่เขาเป็นถึงผู้ปลุกอาชีพระดับ S เราจะต้านเขาได้ยังไง?” หลีเฉิงคุนถามด้วยสีหน้ากังวล
เจิ้งมู่เพียงยกมือขึ้น ปล่อยแสงเปล่งประกาย โฮโลแกรมขนาดมหึมาปรากฏขึ้น เผยโครงสร้างภายในฐานทัพพร้อมอาวุธลับหลากชนิด
“พระเจ้า…” หลีเฉิงคุนถึงกับตาค้าง “นี่มัน…”
หลั่นปิ่งเยว่เอ่ยเสียงเบา “นี่เองคือเหตุผลที่ฐานนี้ถูกจัดอันดับว่าเป็นอาวุธสีเเดงระดับผู้กล้า”
“ถูกต้อง” เจิ้งมู่ยิ้มบาง “แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกสิ่ง เรามีวิธีอื่นที่จะเล่นงานซังลั่ว… เพียงใช้จุดอ่อนของพวกเขาเอง”
….
ในเมืองหวงซา บรรดาผู้แทนของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้จับตาดูการถ่ายทอดสดอย่างใกล้ชิด
“ฮ่าฮ่า เจิ้งมู่นี่โง่สิ้นดี” หลิวเว่ยฉีหัวเราะเสียงเย็น “เขากำลังนำฐานทัพบุกตรงเข้าหาค่ายของเราเอง”
“เขาคิดจะปะทะกับซังลั่วของเราจริง ๆ เหรอ?” รองอธิการบดีแห่งหนึ่งเอ่ยด้วยความแปลกใจ
“ก็เห็นอยู่ว่าใช่” หลิวเว่ยฉีเย้ยหยัน “ซังลั่วคือหนึ่งในผู้ปลุกอาชีพระดับ S ที่แข็งแกร่งที่สุดในปีนี้ ส่วนเจิ้งมู่ก็เป็นเพียงช่างกลระดับ A ที่มีแต่ของเล่นเครื่องจักรกลไร้ค่า…”
พลเอกฉินเพียงเงียบกริบ สีหน้าหนักใจ ทว่าต่างจากฉี่ไท่กับนักบวชชิงหยุนที่ยังคงแย้มยิ้มลึกลับ
ในทะเลทรายกลืนกระดูก รถฐานทัพของเจิ้งมู่ได้มาถึงริมค่ายของมหาวิทยาลัยเซิ่งชิง ก่อนจะหยุดนิ่งและยกตัวขึ้นสูง ราวกับยักษ์เหล็กที่ยืนตระหง่านข่มขวัญค่ายเล็กด้านล่าง
เหล่าผู้เข้าสอบของมหาวิทยาลัยเซิ่งชิงต่างมองขึ้นไปด้วยความตื่นตระหนก หลายคนรีบหยิบอาวุธเตรียมพร้อม
ท่ามกลางความโกลาหล ร่างสูงของซังลั่วก็ได้ก้าวออกมา ดวงตาเปล่งประกายเย็นชา เขาแหงนมองรถฐานทัพด้วยรอยยิ้มดูแคลน
“เจิ้งมู่!” เสียงของเขากึกก้อง “นี่คือสิ่งที่นายภูมิใจนักเหรอ? เครื่องจักรกลใหญ่เทอะทะที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง? คิดว่ามันจะทำให้พวกฉันหวาดกลัวงั้นหรือ?”
ในเวลานั้นเสียงของเจิ้งมู่ก็ดังออกมาจากลำโพงของยาน “ไม่…ฉันไม่ได้คิดว่านายจะกลัว แต่คิดว่านายจะต้องฉลาดพอจะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรถอย”
“ถอย?” ซังลั่วหัวเราะลั่น “ให้ฉันยอมแพ้ต่อช่างกลระดับ A อย่างนายงั้นเหรอ? นายอย่ามาเล่นตลกเลยน่า!”
“ไม่ได้ล้อเล่น” เจิ้งมู่ตอบเรียบเฉย “มีแค่สองทางเลือก… ส่งคะแนนทั้งหมดมา หรือไม่ ก็ให้ฉันเเย่งมันมาซะ”
ซังลั่วหัวเราะดังก้อง ลมสีทองหมุนวนรอบกายจนเกิดพายุทราย “มาเอาไปสิ ถ้านายกล้า!”
“ในเมื่อนายพูดเเบบนั้น…งั้นก็ไม่ต้องเสียเวลากันแล้ว”
ทันใดนั้น ประตูด้านข้างของยานก็เปิดออก กองทัพจักรกลนับร้อยทะลักออกมา ทั้งลิคเกอร์ T-800 และนกสอดแนม บินและวิ่งกรูกระจายเข้าล้อมค่ายราวคลื่นเหล็ก
“มีแค่นี้คิดจะหยุดฉัน?” ซังลั่วแค่นเสียง ก่อนจะร่ายเวทย์ปล่อยพายุทรายมหาศาล กวาดกองจักรกลปลิวกระเด็นไปหลายสิบ แต่พวกมันกลับตั้งหลักและพุ่งเข้ามาอีกอย่างไม่ลดละ!
ในขณะเดียวกัน เสียงอื้ออึงก็ดังสนั่นมาจากใต้พื้นทราย ทำให้ซังลั่วหันขวับลงไปมองด้วยความตกใจ
ที่ช่องระบายอากาศของรถฐานทัพ เจิ้งมู่ได้ปล่อยท่อเล็ก ๆ ยื่นลึกลงไปใต้ผืนทราย และบัดนี้ กองทัพสิ่งประดิษฐ์จักรกลก็กำลังโผล่ขึ้นมาจากใต้เท้าของพวกเขา!
“พวกมันขุดอุโมงค์!” ผู้เข้าสอบของมหาวิทยาลัยเซิ่งชิงคนหนึ่งร้องเสียงหลง เมื่อเห็นหุ่นเหล็กไร้หัวคล้ายแมลงโผล่พรวดขึ้นมาจากพื้นบริเวณรอบ ๆ
ซังลั่วกัดฟันแน่น พยายามสั่งการให้ลูกทีมตั้งแนวป้องกัน แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว กองทัพจักรกลของเจิ้งมู่มีจำนวนมหาศาล มุ่งหน้ามาจากทุกทิศทุกทาง
บางตัวกระโจนเข้าจับผู้เข้าสอบ ล็อกแขนขาและปลดอาวุธอย่างว่องไว ขณะที่อีกหลายตัวพุ่งเข้าโจมตีซังลั่วโดยตรง ทำให้เขาไม่อาจช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมได้เลย
“พอ! พอแล้ว!” ในที่สุดซังลั่วก็ตะโกนออกมา เมื่อเห็นว่าลูกทีมทั้งหมดถูกควบคุมจนสิ้น “เราจะยอมส่งคะแนนให้! แค่หยุดโจมตีก็พอ!”
เสียงของเจิ้งมู่ดังออกมาจากยานเหนือศีรษะ เย็นชาและเด็ดขาด “นี่แหละ… ทางเลือกที่ฉลาด”
ภายในห้องประชุมเมืองหวงซา บรรยากาศดูเงียบสงัด เเม้เเต่หยดน้ำยังไม่กล้าร่วง
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ภาพถ่ายทอดสด ซังลั่ว ผู้ปลุกอาชีพระดับ S ที่เคยเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยเซิ่งชิง…ตอนนี้กำลังยื่นบัตรคะแนนทั้งหมดให้กับเจิ้งมู่โดยไร้หนทางที่จะต่อต้าน
“เป็นไปไม่ได้…” หลิวเว่ยฉีพึมพำเสียงสั่น ราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
พลเอกฉินกลับค่อย ๆ แย้มยิ้ม “ดูเหมือนว่าคุณจะประเมินเจิ้งมู่ต่ำเกินไปแล้ว…อธิการบดีหลิว”
….
ในทะเลทรายกลืนกระดูก รถฐานทัพของเจิ้งมู่ค่อย ๆ เคลื่อนออกไป ทิ้งไว้เพียงค่ายที่พ่ายแพ้และความตกตะลึง แต่สิ่งที่เขาได้จากการบุกเพียงครั้งเดียวคือคะแนนที่ได้มาเกือบสามหมื่นคะเเนน!
และนี่…ก็ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น!
แต่แล้ว
ก็มีแสงวาบ จากสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางกลุ่มคน!
“อ๊ากกกก!!”
เสียงกรีดร้องดังก้อง ชายร่างใหญ่ที่นั่งทรุดอยู่กับพื้นถูกสายฟ้าฟาดเต็มแรงจนผมตั้งชี้ไหม้เกรียม ร่างสั่นกระตุกเกร็ง ก่อนจะล้มลงโดยมีเพื่อนร่วมทีมหลายคนก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน
กลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่วอากาศ!
มีนักเวทไฟเพียงคนเดียวในทีมที่รอดมาได้เพราะโล่เพลิงป้องกัน แต่โล่ก็แตกสลายทันที แสงไฟดับวูบในขณะที่เขาพยายามร่ายเวทย์สร้างเกราะขึ้นมาใหม่
แต่ยังไม่ทันเสร็จ
เสียง “ตูม!” ก็ดังสนั่นมาจากเนินทรายด้านข้าง ร่างสองร่างได้พุ่งทะยานออกมา!
ชายคนหนึ่งแบกปืนลูกซองสี่ลำกล้อง ลั่นไกระดมยิงอย่างดุดัน กระสุนพุ่งใส่จนคทาในมือของนักเวทไฟกระเด็นหลุด แขนของเขาถูกเจาะพรุนเป็นรูเลือดไหลทะลักออกมา
“อ๊ากกกก!”
ความเจ็บปวดสาหัสทำให้เขาทรุดฮวบลง หมดสิ้นเรี่ยวแรงจะต่อสู้ และก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งหลัก ปากกระบอกปืนก็จ่อเข้าที่ขมับแล้ว
เสียงเย็นเยียบเอ่ยสั้นกระชับ “ส่งบัตรคะแนนมา!”
ความสิ้นหวังบีบคั้นจนไม่มีทางเลือก นักเวทไฟรีบหยิบบัตรคะแนนยื่นออกมาด้วยมือที่สั่นเทา
วินาทีถัดมา ชายที่ถือปืนก็ฉีกอุปกรณ์ป้องกันบนร่างเขาออกทันที!
“ฉึก!” โล่ป้องกันถูกบังคับให้เปิดใช้งาน ใบหน้าของนักเวทไฟซีดเผือด เขาถูกตัดสิทธิ์แล้วโดยสิ้นเชิง!
เเละในขณะเดียวกัน เพื่อนร่วมทีมที่ยังชักกระตุกจากแรงไฟฟ้า ซึ่งยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกริบบัตรคะแนนไปเช่นกัน พร้อมกับถูกเปิดโล่ป้องกันจนถูกขับออกจากการทดสอบ
“ก๊าซซ!”
เสียงร้องแหลมของอินทรีสอดแนมดังขึ้นพร้อมกัน
ทันใดนั้น หลีเฉิงคุนที่อยู่ในห้องควบคุมก็เด้งลุกพรวด ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ก่อนจะวิ่งพรวดออกไปด้านนอกทันที!
เมื่อหลีเฉิงคุนกลับเข้ามาอีกครั้ง ในมือของเขาก็เต็มไปด้วยบัตรคะแนนเจ็ดแปดใบอย่างชัดเจน
“ฮ่า ๆ ๆ หัวหน้า! ของมาถึงแล้ว!” เขาหัวเราะสะใจ “คะแนนพวกนี้ไม่น้อยเลยนะ ใบนี้เจ็ดร้อยกว่า ใบนี้หกร้อยกว่า… โอ้! ใบนี้ตั้งพันห้าร้อยกว่าเชียวนะ!”
เจิ้งมู่เพียงปรายตามอง เขาไม่ได้แปลกใจสักนิด เพราะนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น
สายตาของเขากวาดมองไปยังจอแสดงผลตรงหน้า จุดสีแดงที่กระพริบอยู่ แทนตำเเหน่งของผู้เข้าสอบจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ สายตาของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นอันตรายขึ้นทุกขณะ
ไปโทษมหาวิทยาลัยที่พวกนายสมัครเข้ามาไปก็แล้วกันนะ…
ถ้าเพียงพวกนายยอมทนนั่งดูฉันคว้าอันดับหนึ่งอย่างสงบสุข ฉันก็อาจจะทำให้พวกนายเจ็บตัวเล็กน้อยแล้วจบไป แต่ในเมื่อไม่ใช่อย่างนั้น
ตอนนี้… เมื่อการล่ามอนสเตอร์ถูกจำกัด ฉันก็จะหันมาล่าพวกแกะน้อยน่ารักอย่างพวกนายแทนก็เเล้วกัน!
เจิ้งมู่รับบัตรคะแนนทั้งหมดมาจากมือหลีเฉิงคุน ก่อนแตะรวมเข้ากับบัตรคะแนนของตนเอง จากนั้นตัวเลขบนบัตรของเขาก็พุ่งสูงขึ้นทันที
เจิ้งมู่: 6,711 คะแนน
บนแผนที่ จุดสีเหลืองที่แทนฐานทัพขนาดยักษ์กำลังเคลื่อนที่ตรงไปยังเขตที่ผู้เข้าสอบของมหาวิทยาลัยเทียนเป่ย หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ กระจุกตัวอยู่มากที่สุด
ภาพการเคลื่อนไหวนี้ถูกจับตามองจากเรือเฟยหยุนของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ บนท้องฟ้า
เมื่อเห็นว่าเจิ้งมู่หันหัวรถฐานทัพของตนเองเข้าหาคนของพวกเขา สีหน้าของตัวแทนมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
พวกเขาอยากจะส่งสัญญาณเตือนผู้เข้าสอบของตัวเอง แต่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ การกระทำนั้นเป็นไปไม่ได้ พวกเขาจึงได้แต่กัดฟันมองดูเจิ้งมู่และกองกำลังของเขารุกคืบเข้ามาเรื่อย ๆ
บนตารางคะแนน ชื่อของเจิ้งมู่พุ่งขึ้นราวติดปีก เพียงแค่ครึ่งวันก็ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่ง
สีหน้าของตัวแทนมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยมืดมนลงทันที ขณะอ่านข้อมูลที่ปรากฏบนกระดานจัดอันดับ
“บัดซบ! การมีอยู่ของเจิ้งมู่มันคือการละเมิดกฎชัด ๆ!” ตัวแทนมหาวิทยาลัยเทียนจี๋คำรามเสียงดัง เดินวนไปมาด้วยความร้อนรน แต่สิ่งที่ทำให้เขาเดือดดาลยิ่งกว่าคือภาพจากกล้องติดตามบนเรือเฟยหยุน
ฐานทัพของเจิ้งมู่ หลังจากทะลวงเข้าสู่เขตกลางของมหาวิทยาลัยเทียนเป่ย ก็เปลี่ยนกลับเป็นอาคารมหึมาเช่นเดิมอย่างไม่รีบร้อน ชัดเจนว่าเขากำลังเตรียมการกวาดล้าง ผู้เข้าสอบในพื้นที่นี้อย่างเด็ดขาด!
คะแนนกว่าแสนสี่หมื่นที่พุ่งขึ้นมานั้น คือผลลัพธ์จากกองทัพจักรกลของเจิ้งมู่ที่เข้าโจมตีผู้เข้าสอบหลายร้อยคน! และในจำนวนนั้น มีผู้เข้าสอบของมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยเกินกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์!!
สถานการณ์นี้ถูกตัวแทนจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ มองเห็นทั้งหมด และเมื่อพบว่าคะแนนของเจิ้งมู่ไม่มีใครตามทันได้ ทุกคนล้วนเเต่ขมวดคิ้วอย่างหนัก
“อธิการบดีหลิว! พวกเราจะปล่อยให้เขากำจัดเราทีละสถาบันเเบบนี้จริงเหรอ!” ตัวแทนของมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยเอ่ยถามอย่างร้อนรน
ทว่าหลิวเว่ยฉีในยามนี้กลับเจ็บปวดจนพูดไม่ออก เพราะข้าง ๆ เขา มีร่างหนึ่งยืนอยู่พร้อมรอยยิ้มที่เขารู้จักดี
พลเอกฉินจือ
รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าของเขา “ฮึ ๆ อาจารย์หวัง ใจเย็นหน่อยเถอะ… เจิ้งมู่ไม่ได้ละเมิดกฎข้อใดเลย ตรงกันข้าม…เขายังถือว่า ‘มือเบา’ เสียด้วยซ้ำ”
“เพราะว่า…”
ฉินจือชี้ไปยังจอแสดงผล ตรงนั้นเผยให้เห็นกองทัพT-800 และลิคเกอร์ ที่กำลังล้อมจับผู้เข้าสอบของมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยอยู่
“นักเรียนของเรามีศักยภาพฆ่าพวกเขาทุกคนได้ แต่สุดท้ายก็เพียงยึดบัตรคะแนนมาเท่านั้น”
“ถ้าอธิการบดีหลิวอยากเอาหน้าตาของมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งไปประท้วงต่อเบื้องบน ก็ตามใจเถอะ”
เมื่อมองเห็นสีหน้ามืดมนของสองผู้แทนตรงหน้า อารมณ์ของนายพลฉินจือก็หาที่สุดไม่ได้ ราวกับสลับบทบาทกับหลิวเว่ยฉีในอดีต ที่เคยเอาแต่หัวเราะเยาะผู้อื่นไม่หยุดหย่อน
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดซ้ำเติม “อธิการบดีหลิว ถ้าสายสัมพันธ์ของคุณแน่นหนาพอ ก็ลองไปขอให้เบื้องบนสั่งปิดระบบคะแนนของเจิ้งมู่ดูสิ! ตอนนี้เขาหยุดออกล่ามอสเตอร์ แต่เปลี่ยนเป็น เก็บคะแนนจากการปล้นแย่งแทน ฮ่า ๆ ๆ”
ในตอนนี้ หลิวเว่ยฉีโกรธจนปอดแทบระเบิด หันขวับไปหาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยเสียงเข้ม
“ทำไมเจิ้งมู่ถึงสามารถระบุตำแหน่งผู้เข้าสอบและมอนสเตอร์ได้อย่างแม่นยำ ในทะเลทรายกว้างใหญ่ขนาดนี้! พวกคุณยังหาสาเหตุไม่เจออีกเหรอ!”