- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 54 แต่ละยุคมีคนมีความสามารถปรากฏตัว บาร์บีคิวเล็กๆ กับเบียร์ทรายเหลือง
บทที่ 54 แต่ละยุคมีคนมีความสามารถปรากฏตัว บาร์บีคิวเล็กๆ กับเบียร์ทรายเหลือง
บทที่ 54 แต่ละยุคมีคนมีความสามารถปรากฏตัว บาร์บีคิวเล็กๆ กับเบียร์ทรายเหลือง
บทที่ 54 แต่ละยุคมีคนมีความสามารถปรากฏตัว บาร์บีคิวเล็กๆ กับเบียร์ทรายเหลือง
“เจิ้งมู่…เป็นคนของพวกเรา!”
เหอกวงรีบลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าแดงก่ำราวกับเลือดสูบฉีดสุดขีด เเละคำพูดนั้นก็ทำให้พลเอกฉินอดไม่ได้ที่จะนึกถึงชายหนุ่มรูปงามที่เคยเดินตามหลังเหอกวง และยังเคยได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากเขา
“เจิ้งมู่…ช่างกลคนนั้นน่ะเหรอ?”
เขาถามย้ำด้วยเสียงทุ้ม แฝงความจริงจัง
เหอกวงพยักหน้าแรงจนหัวแทบหลุดจากบ่า
เเละในทันใดนั้น พลเอกฉินก็หันไปทางเจ้าหน้าที่สื่อสารข้างๆ น้ำเสียงร้อนรน
“รายงานไปยังเมืองหวงซาทันที บอกพวกเขาว่าช่างกลเจิ้งมู่ เป็นผู้เข้าสอบของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้! แล้วสอบถามต่อเดี๋ยวนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่!”
พูดพลางก็ออกคำสั่งต่อไปทันที
“ตรวจหาตำแหน่งของเจิ้งมู่ให้ฉันเดี๋ยวนี้! ฉันต้องยืนยันให้ได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน!”
ในห้องควบคุมของเรือเหาะเฟยหยุน จอแสดงผลหลายจอเปลี่ยนภาพฉับพลัน ข้อมูลต่างๆ เริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่ง
ขณะเดียวกัน คำถามจากเมืองหวงซาก็ถูกส่งไปยังตัวแทนมหาวิทยาลัยอื่นๆ
ที่ฝั่งมหาวิทยาลัยเซิ่งชิง รองอธิการบดีหลิวเว่ยฉี เมื่อได้ยินชื่อที่ถูกถามถึง ก็หันไปทางเลขาที่อยู่ด้านหลัง
“นักศึกษาใหม่ของเราปีนี้…มีช่างกลที่ชื่อเจิ้งมู่ไหม?”
เลขารีบตรวจสอบแท็บเล็ต ก่อนส่ายหน้ารายงานเสียงหนักแน่น
หลิวเว่ยฉีเพียงพยักหน้า ไม่พูดอะไรเพิ่มเติม แต่ก็ยังสั่งการให้ตามหาตำแหน่งของเจิ้งมู่ทันที
แม้ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเมืองหวงซาจึงต้องการข้อมูลของผู้เข้าสอบเพียงคนเดียว แต่สิ่งประดิษฐ์ประหลาดขนาดมหึมาที่เพิ่งปรากฏในภาพถ่ายทอดสดนั้น ต้องมีความเกี่ยวข้องกับคนที่ชื่อเจิ้งมู่อย่างแน่นอน
“เมืองหวงซาคงตรวจพบอะไรสักอย่าง…แต่ต่อให้พูดกันตรงๆ ตอนนี้จะมีช่างกลสักกี่คนที่สร้างสิ่งประดิษฐ์จักรกลได้จริง? ต่อให้สร้างได้ ก็คงไม่ใช่คนหน้าใหม่พวกนี้แน่นอน”
ความคิดนั้นวนเวียนอยู่ในใจของหลิวเว่ยฉี เขาพยายามนึกหาช่างกลผู้มีชื่อเสียงในประเทศ แต่สุดท้ายก็นึกไม่ออกเลยสักคนเดียว ที่จะสามารถพลิกฟื้นอาชีพ “ไร้ประโยชน์” ให้กลายเป็นตำนานได้
ทว่า เขาและคนรอบข้างกลับไม่ทันสังเกตว่า ชายวัยกลางคนหัวล้านที่ยืนอยู่ด้านหลัง เมื่อได้ยินชื่อของเจิ้งมู่และคำว่า “ช่างกล” ดวงตาของเขากลับแสดงแววสับสนและหวาดหวั่นขึ้นมาในทันใด…
อีกด้านหนึ่ง
ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ในผู้เข้าสอบของเราไม่มีช่างกลชื่อเจิ้งมู่! เมืองหวงซานี่ก็เกินไปจริงๆ ไม่เเยกเเยะอะไรเลย คิดกันบ้างสิว่าเด็กใหม่ที่เลเวลไม่ถึง 20 จะสร้างสิ่งประดิษฐ์ประหลาดน่าสะพรึงขนาดนั้นขึ้นมาได้ยังไง?”
แต่ผู้รับผิดชอบการสมัครที่อยู่ในเมืองหยุนถงกลับหน้าซีดเผือด สายตากระวนกระวายไม่ปกติ
เช่นเดียวกัน บนเรือเหาะเฟยหยุนของมหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็เกิดเหตุการณ์คล้ายกันนี้ ตัวแทนรับสมัครในเมืองหยุนถงต่างก็ได้เเต่ภาวนาในใจราวกับจะปลอบประโลมตนเอง
“ไม่มีทาง…สิ่งประดิษฐ์ขนาดมหึมาขนาดนั้น ไม่มีทางที่เด็กใหม่ที่เพิ่งปลุกอาชีพได้ไม่กี่เดือนจะสร้างขึ้นมาได้! ต้องเป็นของปลอมแน่ๆ เมืองหวงซาต้องเข้าใจผิดไปแล้วแน่ๆ…”
แต่ความพยายามหลอกตัวเองนั้น ก็อยู่ได้ไม่นาน
เมื่อการติดตามตำแหน่งสิ้นสุดลง ตำแหน่งของเจิ้งมู่ที่ปรากฏบนหน้าจอ ก็ตรงกับตำเเหน่งของสิ่งประดิษฐ์ขนาดใหญ่ที่ปรากฏในเมืองหวงซาไม่มีผิด!
เเละทันใดนั้น ความมั่นใจทั้งหมดของพวกเขาก็พังทลายไม่เหลือซาก
“อาจารย์จาง! คุณ…คุณไม่สบายตรงไหนหรือ?”
ในห้องควบคุมบนเรือเฟยหยุนของมหาวิทยาลัยเซิ่งชิง ชายวัยกลางคนหัวล้านเมื่อเห็นตำแหน่งของเจิ้งมู่ปรากฏขึ้น ขาทั้งคู่ก็อ่อนแรงลงทันที ทรุดลงไปด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัว
ความเคลื่อนไหวกะทันหันนั้น ทำให้สายตาของหลิวเว่ยฉีหันมาจับจ้อง เขาไม่เข้าใจเหตุผล แต่แน่ชัดว่าสิ่งนี้ต้องเกี่ยวข้องกับช่างกลที่ชื่อเจิ้งมู่คนนั้นแน่นอน
“เกิดอะไรขึ้น จางเฉิงตง! ฉันต้องการคำอธิบาย!”
แววตาคมกริบของหลิวเว่ยฉีที่แฝงความอันตรายทำให้คู่สนทนาหน้าซีดเผือด ตัวสั่นจนแทบเอ่ยคำพูดออกมาไม่ออก
ทว่าทันใดนั้น เลขาข้างๆ ก็อุทานออกมาเสียงดัง
“อธิการบดี! ดูเร็ว! มีคนออกมาจากสิ่งประดิษฐ์มหึมาที่เมืองหวงซาแล้ว!”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนหันสายตาไปยังจอภาพทันที โดยไม่สนใจชายที่ยังนอนกองอยู่กับพื้น
ในภาพ เงาร่างหลายคนกำลังเดินออกมาอย่างช้าๆ จากดาดฟ้าของฐานขนาดใหญ่ แต่ละคนหิ้วอะไรบางอย่างอยู่ในมือ
หลิวเว่ยฉีหรี่ตาลง ก้าวไปข้างหน้า มองดูชัดๆ แล้วพึมพำออกมา
“นั่น…คือเตาบาร์บีคิว?”
คำพูดนั้นเรียกเสียงฮือฮาในทันที
แม้แต่พลเอกฉินบนเรือเฟยหยุนของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ ก็เผลอถามออกมาเช่นเดียวกัน
เหอกวงที่ยืนอยู่ข้างๆ จึงได้เเต่กลืนน้ำลายก่อนพยักหน้าด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เอ่อ…ดูเหมือนจะใช่นะครับ”
คิ้วของพลเอกฉินขมวดแน่นในทันใด ความสงสัยเกี่ยวกับเจิ้งมู่ถาโถมเต็มหัว
สิ่งประดิษฐ์มหึมานั้น เป็นสิ่งประดิษฐ์จักรกลที่เจิ้งมู่สร้างขึ้นมาเองจริงเหรอ?
ถ้าใช่ และถ้ามันถูกออกแบบเพื่อการต่อสู้โดยเฉพาะ…มันจะต้องทรงพลังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้! ถ้าอย่างนั้น ทำไมเขาถึงไม่รีบไปสังหารมอนสเตอร์เพื่อเก็บคะแนนให้ได้เร็วๆ แต่กลับมานั่งกินบาร์บีคิวอยู่ตรงนั้น?
ยิ่งไปกว่านั้น คะแนนของเขากับผู้เข้าสอบอีกสองคนก็ยังคงอยู่ 0 คะเเนนเหมือนเดิม ในขณะที่ผู้สอบคนอื่นๆ บางคนทะลุ 500 ไปแล้ว และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!
“ไม่เพียงแต่เลือกอยู่ชายขอบของทะเลทราย…แต่ยังไม่ขยับเขยื้อนสังหารมอนสเตอร์แม้แต่น้อย…เจ้าหนุ่มคนนี้กำลังคิดทำอะไรอยู่กันแน่?”
ที่เมืองหวงซา
นายพลฉี่และเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาก็พบเจิ้งมู่ทันทีที่เขาเดินขึ้นมาบนดาดฟ้า
เมื่อได้ยินการยืนยันจากคนของตนว่าเป็นเขา ความตึงเครียดในใจของนายพลฉี่ก็คลายลงบ้าง
“อย่างนั้น…สิ่งประดิษฐ์ขนาดมหึมานี้ ก็เป็นสิ่งประดิษฐ์จักรกลที่เจิ้งมู่สร้างขึ้นจริงๆ หรือ?”
ต่อหน้า “ความจริง” แม้แต่นักบวชชิงหยุนผู้มากประสบการณ์ก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อ ริมฝีปากของเขาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา
“จริงดังว่า…แต่ละยุคย่อมมีผู้มีความสามารถเกิดขึ้น ช่างกล…ไม่รู้ว่าเขาจะไปได้ไกลเเค่ไหน แต่คำว่า ‘ไร้ประโยชน์’ นับจากนี้คงต้องถูกลบหายไปแล้ว”
นายพลฉี่ที่แน่ใจแล้วว่าไม่ใช่มอนสเตอร์ประหลาดบุกเมือง แม้ในใจจะรู้สึกโล่งขึ้น แต่ก็ยังงงไม่หาย
“แต่ถ้าสิ่งนี้เป็นผลงานของเขา…ทำไมไม่ใช้มันไปล่ามอนสเตอร์ เก็บคะแนน? แต่กลับมานั่ง…ทำบาร์บีคิว?”
บนดาดฟ้า หลั่นปิ่งเยว่ยืนมองกำแพงเมืองหวงซาที่อยู่ไม่ไกลนัก แม้เป็นยามค่ำคืนแต่ก็ยังมองเห็นเงาคนบนกำแพงเมืองได้อย่างชัดเจน
อีกฝ่ายกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่แน่นอน
“เจิ้งมู่…เราทำแบบนี้ ไม่เท่ากับเมินเฉยต่อการทดสอบเหรอ?”
เธอมองไม้เสียบบาร์บีคิวในมือที่น้ำมันหยดลงเปลวไฟดังฉ่า ส่งกลิ่นหอมฉุยชวนให้ท้องร้อง บนโต๊ะด้านข้างก็เต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มนานาชนิด
หลั่นปิ่งเยว่ได้แต่ยืนงุนงง สับสนอย่างที่สุด