- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 53 ความเงียบงันที่นำมาโดยหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์ สิ่งนี้เป็นฝีมือของช่างกล?
บทที่ 53 ความเงียบงันที่นำมาโดยหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์ สิ่งนี้เป็นฝีมือของช่างกล?
บทที่ 53 ความเงียบงันที่นำมาโดยหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์ สิ่งนี้เป็นฝีมือของช่างกล?
บทที่ 53 ความเงียบงันที่นำมาโดยหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์ สิ่งนี้เป็นฝีมือของช่างกล?
ที่เมืองหวงซา หลังจากได้รับการตอบกลับจากแผนกตรวจสอบ
ผู้บัญชาการป้องกันเมืองก็ขมวดคิ้วทันที ดูเหมือนว่าเขาจะคิดมากเกินไปจริงๆ เรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้ จะเป็นฝีมือของผู้เข้าสอบได้อย่างไร
เขาหันไปมองชายชราในชุดคลุมสีม่วงที่ยืนอยู่เคียงฉันง
“อาจารย์ชิงหยุน คุณตรวจสอบหน้าต่างข้อมูลของฝ่ายตรงได้แล้วหรือยัง?”
เมื่อได้ยินคำถามนั้น ชายชราก็ขมวดคิ้วแน่น ส่ายหน้าเบาๆ
“ประหลาดนัก แม้ฉันจะเป็นนักบวชระดับ S และสกิลดวงตามองทะลุมายาของฉันจะไม่เคยล้มเหลวมาก่อน แต่ครั้งนี้กลับมองไม่เห็นข้อมูลแม้แต่น้อย... นายพลฉี่ คุณแน่ใจหรือว่า นี่ไม่ใช่อาวุธลับที่ฝ่ายทหารของพวกคุณคิดค้นขึ้นมาเอง?”
นายพลฉี่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมรอยยิ้มขมขื่น
“ตั้งแต่ผู้ปลุกอาชีพที่แข็งแกร่งมีสัดส่วนมากขึ้นในกองทัพ ฝ่ายทหารของเราก็แทบไม่ได้วิจัยสิ่งเหล่านี้อีกเลย งบประมาณจำนวนมากถูกทุ่มไปเพื่อผู้ปลุกอาชีพระดับสูง
อีกอย่าง... อาจารย์ชิงหยุน คุณก็เป็นที่ปรึกษาพิเศษในกองทัพมาหลายปีแล้ว คุณเคยเห็นรถรบที่โอ่อ่ามโหฬารเเบบนี้บ้างไหม?”
คราวนี้นักบวชชราก็จนคำพูด เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ สีหน้าเคร่งเครียดไม่น้อย
มือที่กุมพู่กำแน่น สุดท้ายก็ฝืนเอ่ยถึงสิ่งที่ตนเองไม่อยากพูดที่สุดออกมา
“นายพลฉี่...ในเมื่อเหตุการณ์มาถึงขนาดนี้เเล้ว ฉันว่าคุณคงต้องรีบขออนุญาตใช้คำสั่งสงครามเทพแล้ว!”
“คำสั่งสงครามเทพ!”
สีหน้าของนายพลฉี่เปลี่ยนไปราวกับฟ้าผ่า
เพราะคำสั่งสงครามเทพไม่ใช่สิ่งที่จะเรียกใช้ง่ายๆ หากได้รับอนุมัติ ผู้ที่ออกปฏิบัติการจะต้องเป็นผู้ปลุกอาชีพระดับสูงสุดสิบคนของประเทศ
แต่ละคนล้วนต้องเป็นผู้ปลุกอาชีพระดับ SSS เท่านั้น ไม่เพียงแต่มีตำแหน่งและอำนาจสูงสุดในประเทศ เเต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของพลังระดับสูงสุดในโลกนี้ด้วย
“อาจารย์ชิงหยุน เรื่องนี้ต้องระวังคำพูดด้วย เพราะคำสั่งสงครามเทพนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษถึงขั้นล้างเมือง จะไม่สามารถใช้ได้โดยเด็ดขาด!”
แววตาของนักบวชชรากลับลึกซึ้งขึ้น
“ถ้างั้น... คุณคิดว่าแล้วมอนสเตอร์ที่มีเลเวลไม่น้อยไปกว่า 80 จะนับว่าเข้าข่ายอันตรายล้างเมืองหรือเปล่า?”
เเค่พูดประโยคนี้ออกมา ใบหน้าของนายพลฉี่ก็ซีดเผือดในทันใด
นักบวชชรากัดฟันแน่น มือยังกำไม่ปล่อย เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ดวงตามองทะลุมายาของฉัน สามารถมองทะลุข้อมูลสิ่งมีชีวิตที่เลเวลไม่เกินกว่าฉัน 20 ระดับ แม้แต่ของล้ำค่าสีแดงระดับผู้กล้า หรือแม้กระทั่งสีส้มระดับตำนาน ฉันก็ยังตรวจสอบข้อมูลได้บ้าง แต่ว่ามอนสเตอร์ไม่ทราบชนิดตรงหน้าฉันนี้... ฉันกลับตรวจสอบไม่เห็นอะไรเลย ทั้งที่ฉันอยู่ในเลเวล 60!”
ครั้งนี้ สีหน้าของนายพลฉี่ยิ่งซีดขาวไปอย่างสิ้นเชิง
เขาไม่ได้หวาดกลัวความตาย แท้จริงแล้วการอาสามาประจำการที่เมืองหวงซา เมืองชายแดนติดเขตทะเลทรายนี้ ก็คือการตัดสินใจของเขาเอง
แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกถึงหายนะคือ ตอนนี้ในเมืองมีเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ และยังมีเหล่าผู้เข้าสอบอยู่ในทะเลทราย
นี่คือสถานที่สอบของมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ!
หากมีมอนเตอร์ไม่ทราบเลเวล ที่มีพลังอย่างน้อย 80 บุกเข้าไปในทะเลทราย นั่นย่อมเป็นหายนะใหญ่สำหรับทั้งประเทศ
ผู้ปลุกอาชีพหน้าใหม่ที่มีแววรุ่งก็อาจจะถูกกวาดล้างจนสิ้น เเละนั่นก็หมายถึงการตัดขาดผู้แข็งแกร่งที่จะมาสืบทอดรุ่นต่อไป!
“ไม่ได้! ต้องไม่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเด็ดขาด! ทุกคนเตรียมพร้อมรบ! ส่งคำสั่งไปยังแผนกตรวจสอบทันที แจ้งให้พวกเขาเรียกผู้เข้าสอบทั้งหมดกลับมาโดยเร็วที่สุด! ทหารรักษาเมืองหวงซาทั้งสองหมื่นนาย... ต่อให้ต้องตายหมด ก็ต้องยื้อเวลาให้พวกเขาให้ได้!”
เมื่อคิดถึงผลลัพธ์ที่น่าสะพรึงกลัวนี้ นายพลฉี่ก็โยนชีวิตและผลประโยชน์ส่วนตัวทิ้งไปโดยสิ้นเชิง
ทว่าก่อนที่คำสั่งของเขาจะทันแพร่ออกไป เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับเหมือนเห็นบางสิ่งสุดสะพรึง จึงฟังคำสั่งไม่รู้เรื่องเลย
เขาเอานิ้วสั่นๆ ชี้ไปยังนอกเมือง
“ท่าน... ท่านนายพล เร็ว ดูนี่สิ...”
“ดูบ้านแกสิ! เรื่องเร่งด่วนขนาดนี้ ยังจะให้ฉันดู—เฮ้ย!”
นายพลฉี่ตะโกนด้วยความโกรธ ในใจเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและความมุ่งมั่นจะสู้จนตาย
แต่พอหันไปมองนอกเมือง เขาก็ถึงกับอุทานคำหยาบออกมา
“กร๊อบๆๆ...”
“ตึงๆๆๆ...”
เสียงโลหะกระทบกันหนักหน่วงดังขึ้นจากรถรบขนาดมหึมาที่ก่อนหน้านี้เงียบสงัด
แล้วต่อหน้าสายตาของทุกคน มันก็เริ่มเปลี่ยนรูปร่างอีกครั้ง!
เเละภายในพริบตาเท่านั้น อาคารแนวล้ำยุคคล้ายฐานทัพของทหาร ก็ปรากฏขึ้นอย่างโอ่อ่า
มันตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าประตูเมือง หวงซาปิดทางเข้าออกอย่างแน่นหนา!
ด้านข้าง นักบวชชราชิงหยุนทำท่ามุทรา ดวงตาเปล่งแสงแรงกล้า
เขาได้เปิดใช้งานสกิลดวงตามองทะลุมายาอีกครั้ง
ต่างจากคราก่อนที่ไม่เห็นอะไรเลย ครานี้กลับมีข้อมูลปรากฏขึ้นเพียงไม่กี่บรรทัดในดวงตา
【ชื่อ: ทรานส์ฟอร์มเมอร์ - รถฐานทัพ】
【ประเภท: สิ่งประดิษฐ์จักรกล (ผลงานของช่างกลเจิ้งมู่)】
เพียงเท่านี้!
แต่แค่นี้ก็ทำให้นักบวชชราตื่นเต้นสุดขีดแล้ว
เขารีบกระชากแขนนายพลฉี่ที่ยังยืนนิ่งอึ้งอยู่ข้างๆ
“เร็ว! ไปถามแผนกตรวจสอบดูสิว่ามีผู้เข้าสอบชื่อเจิ้งมู่ ที่มีอาชีพช่างกล อยู่ไหม! เร็วเข้า!”
“เจิ้งมู่? อาชีพช่างกล? อ่า... ใช่ เร็ว! ไปถามเดี๋ยวนี้!”
นายพลฉี่ดึงสติกลับมา ก่อนจะมองเห็นท่าทางทั้งตื่นเต้นทั้งเหลือเชื่อของนักบวชชราข้างตัว แล้วหันกลับไปยังอาคารมหึมาที่กางออกกินพื้นที่กว่าหนึ่งตารางกิโลเมตรนอกเมืองด้วยความระแวดระวัง
“อาจารย์ชิงหยุน... คุณเห็นอะไรบ้างหรือเปล่า?”
อีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆ ก่อนพึมพำกับตนเอง
“ช่างกล? หากฉันจำไม่ผิด อาชีพนี้ไม่ใช่ว่าไร้ประโยชน์ที่สุดเหรอ? ไม่สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์จักรกลได้จริง ทำให้เติบโตยากเย็น”
“เเล้วนี่มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน...”
แม้ข้อมูลที่เห็นจะมีเพียงชื่อของสิ่งประดิษฐ์ขนาดมหึมาที่แปลงร่างได้ กับชื่อของผู้ออกแบบและสร้างเท่านั้น
แต่ในใจของนักบวชชิงหยุนกลับปั่นป่วนราวพายุ
เพราะถ้าเขาคาดเดาไม่ผิด สิ่งประดิษฐ์จักรกลระดับนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นวัสดุสีม่วงระดับหายากแล้ว!
หากเจ้าของมันเป็นหนึ่งในผู้เข้าสอบรุ่นใหม่ปีนี้จริง การสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งปีนี้ คงน่าสนุกไม่น้อย!
เเละในเวลาเดียวกันนั้น
เหล่าตัวแทนจากสถาบันต่างๆ ที่ติดตามสถานการณ์เมืองหวงซาอย่างใกล้ชิด ก็ได้เห็นภาพการแปลงร่างของรถฐานทัพที่กลายเป็นอาคารขนาดมหึมาผ่านการถ่ายทอดสดเช่นกัน
ภาพนี้น่าตกตะลึงและขนหัวลุก จนทำเอาทุกคนอ้าปากค้างไร้คำพูด
บนเรือเฟยหยุนของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ แม้แต่พลเอกฉินที่ผ่านศึกมาโชกโชน เมื่อเห็นภาพนี้ก็ยังเผลออ้าปากตาค้าง
“นั่นมันอะไรกัน!”
ในขณะเดียวกัน คำถามเร่งด่วนจากเมืองหวงซาก็ถูกส่งมาถึงอีกครั้ง
เหอกวงที่ยืนอยู่เบื้องหลังพลเอกฉิน เมื่อได้ยินชื่อ ช่างกลเจิ้งมู่ ก็ถึงกับลุกพรวดขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
“ท่านนายพล! เจิ้งมู่... เป็นคนของเราครับ!”