- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 55 จุดสนใจ วิธีการต่อสู้ของช่างกล
บทที่ 55 จุดสนใจ วิธีการต่อสู้ของช่างกล
บทที่ 55 จุดสนใจ วิธีการต่อสู้ของช่างกล
บทที่ 55 จุดสนใจ วิธีการต่อสู้ของช่างกล
"ยังเหลือเวลาอีกตั้งหนึ่งเดือน จะรีบไปทำไม? วันนี้กินให้อร่อยหน่อย ตอนกลางคืนแช่น้ำ นวดผ่อนคลายสบายๆ พรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมาด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม ไม่ดีกว่าเหรอ?"
เจิ้งมู่กลอกตา ก่อนจะชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยท่าทีหยิ่งผยอง
"ปิ่งเยว่เอ๋ย ต่อไปถ้าได้ตามพี่ชายเจิ้งมู่คนนี้ รับรองเธอจะมีแต่ความสุขรออยู่ ฉันนี่แหละช่างกล ผู้ปลุกอาชีพระดับ A จะไปทำตัวเป็นพวกหัวรั้นมัวแต่ฟาดฟันกับดาบกับปืนทั้งวันทำไม?"
"พวกเราจะใช้สมอง ใช้ทักษะ ใช้การวางแผนจัดการต่างหาก"
"ถ้าต้องออกแรงฆ่ามอนสเตอร์เก็บเลเวลเอง แบบนั้นจะต่างอะไรกับคนงานก่อสร้างที่แบกอิฐทุกวัน? ลองถามเฉิงคุนสิ พวกคนงานก่อสร้างน่ะ มีใครสักคนที่ได้ใช้ชีวิตดีๆ บ้าง?"
เมื่อได้ยินเหตุผลที่บิดเบี้ยวของเจิ้งมู่ พอเห็นสีหน้าไม่แยแสของเขา ทั้งหลั่นปิ่งเยว่กับหลีเฉิงคุนก็พากันเงียบลง
ชายหัวรั้นที่หมกมุ่นกับดาบและปืนงั้นหรือ?
หลั่นปิ่งเยว่ก้มมองดาบยาวที่ข้างเอวตัวเอง ส่วนหลีเฉิงคุนก็เหลือบมองปืนใหญ่ที่สะพายอยู่บนหลัง
ไม่ต้องพูดก็รู้ พวกเขารู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดูหมิ่นเข้าเต็มๆ
เมื่อเห็นว่าเจิ้งมู่ไม่คิดจะรีบร้อน ทั้งสองเลยมองหน้ากัน ก่อนจะนั่งลงเงียบๆ แล้วก้มหน้ากินอาหารตรงหน้าแทน
ตามที่เจิ้งมู่บอก พรุ่งนี้เช้าค่อยเริ่มฆ่ามอนสเตอร์เก็บคะแนนก็ยังทัน
วันนี้กินให้อิ่ม ดื่มให้เต็มที่ แล้วเก็บแรงไว้ก่อนก็แล้วกัน
แต่พฤติกรรมแบบนี้ ในสายตาของตัวแทนตรวจสอบจากมหาวิทยาลัยต่างๆ กลับดูเหมือนว่าพวกเขาเลิกสนใจการทดสอบไปแล้ว
เรื่องของเจิ้งมู่ก็แพร่สะพัดไปทั่วอยู่แล้ว
โดยเฉพาะเมื่ออธิการบดีหลิวเว่ยฉีแห่งมหาวิทยาลัยเซิ่งชิงรู้เข้าว่า เดิมทีเจิ้งมู่ตั้งใจจะมาสมัครเข้ามหาวิทยาลัยเซิ่งชิง แต่กลับถูกคนรับสมัครโง่ๆ ผลักไปให้มหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้แทน
ตอนนั้นเขาแทบอยากโยนคนผู้นั้นลงมาจากเรือเฟยหยุน ให้มอนสเตอร์ในทะเลทรายกลืนกระดูกกินเสียจริงๆ
"อธิการบดี ใจเย็นก่อน ช่างกลก็แค่อาชีพไร้ประโยชน์ ไม่ใช่แค่อาจารย์จางที่คิดอย่างนั้น แต่เป็นความจริงที่คนทั้งบลูสตาร์ก็ยอมรับ จะมีใครคาดคิดล่ะว่าหลังจากร้อยปีที่ไม่มีช่างกลคนไหนสร้างสิ่งประดิษฐ์จักรกลได้ เจิ้งมู่คนนี้กลับทำได้?"
"ใช่แล้ว ถึงเขาจะสร้างสิ่งประดิษฐ์จักรกลได้ แต่ลองดูสิ เขายังซ่อนตัวอยู่แค่ในเขตชายขอบ ไม่กล้าเข้าไปในเขตใจกลางสักนิด คนแบบนี้ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไร้ค่าอยู่ดี"
"อธิการบดี ต่อให้ช่างกลไม่ไร้ประโยชน์ แต่มันก็เป็นแค่อาชีพระดับ A เท่านั้น ไม่ใช่เหรอครับ? พลังเเห่งโลกก็ยอมรับแบบนั้นอยู่แล้ว แถมปีนี้มหาวิทยาลัยเซิ่งชิงของเรายังมีผู้เข้าสอบระดับ S ถึงสี่คน"
เมื่อได้ฟังคำปลอบใจจากผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคน หลิวเว่ยฉีก็ยอมปล่อยชายหัวล้านผู้โชคร้ายไปชั่วคราว
เขาสะบัดเสียงหึออกมา
"ก็ภาวนาเถอะว่าเจิ้งมู่คนนี้จะไม่ใช่อัจฉริยะที่ควรค่าแก่การให้ความสำคัญ ไม่อย่างนั้น..."
เมื่อเห็นแววตาเย็นเยียบของหลิวเว่ยฉี ทุกคนต่างรีบหลบห่างจากเจ้าหน้าที่ผู้เคยปฏิเสธเจิ้งมู่ไปเล็กน้อย
โดยที่เจิ้งมู่ไม่ล่วงรู้เลย
เรือเฟยหยุนที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ากำลังถ่ายทอดสดภาพจากที่นี่ตรงไปยังแผนกตรวจสอบ
หลังจากกินอิ่มดื่มพอ ทุกคนก็พากันเดินกลับเข้าห้องพักของตัวเอง
ในกลางดึกนั้น ผู้เข้าสอบนับหมื่นในทะเลทรายกลืนกระดูกก็ต้องทนหิวทนหนาว ระวังมอนสเตอร์ที่อาจโผล่มาเมื่อใดก็ได้
นอกจากระวังมอนสเตอร์แล้ว ยังต้องคอยระวังเพื่อนร่วมทางด้วย เกรงว่าจะถูกหักหลัง แทงข้างหลังเอาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
แต่ในขณะที่คนอื่นกำลังใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เจิ้งมู่ในห้องวิลล่า กลับกำลังเพลิดเพลินไปกับการดูแลอย่างอ่อนโยนจากทีฟ่าและมารีโรส ทั้งดื่มไวน์แดง เเละแช่น้ำอุ่น
จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ได้รับการนวดจากสองมือเล็กนุ่มนวล
ไม่นาน เสียงกรนก็ดังขึ้นราวกับไร้ความกังวลใดๆ
ทั้งคืน เจิ้งมู่ก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ในขณะที่เขากำลังหลับฝันอย่างมีความสุขอยู่นั้น พลเอกฉินและคนอื่นๆ บนเรือเฟยหยุนของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ ก็กำลังจ้องมองภาพการถ่ายทอดสดอยู่ด้วยสายตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย
จนกระทั่งรุ่งเช้า เมื่อเจิ้งมู่ยืดเส้นยืดสายปรากฏตัวบนดาดฟ้า พวกเขาก็จำใจต้องยอมรับความจริง...
ชายคนนี้ปล่อยให้เวลาผ่านไปทั้งวันโดยไม่ทำอะไรเลยจริงๆ!
"เจ้าเด็กนี่! เขาไม่รีบร้อนเลยสักนิด หรือเขาคิดว่ามหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ของเราจะยอมลดมาตรฐานให้เขางั้นเหรอ!"
คำพูดของพลเอกฉินทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกลงไปหลายองศา
ด้านหนึ่ง เหอกวงก็ถึงกับอึ้งในพฤติกรรมที่ไม่เร่งรีบของเจิ้งมู่จนพูดไม่ออก
เขานึกย้อนไปถึงตอนที่ตัวเองเข้าสอบ วันแรกในสนามล่ามอนสเตอร์ก็เปิดฉากแย่งชิงกันอย่างบ้าคลั่งแล้ว
แย่งคะแนนจากคู่แข่ง แย่งมอนสเตอร์ที่คนอื่นเล็งไว้ แย่งแม้กระทั่งมอนสเตอร์ที่อีกฝ่ายกำลังจะฆ่า... แย่งทุกอย่างเพื่อกำจัดคู่แข่งออกไป
ทุกครั้งของการสอบ ล้วนกลายเป็นสนามประลองที่ผู้เข้าสอบเปลี่ยนสภาพเป็นสัตว์ป่า แข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
"ท่านนายพล เจิ้งมู่ไม่ใช่คนโง่ ผมว่าเขาต้องมีแผนของตัวเองแน่ๆ วันนี้คาดว่าเขาจะต้องเริ่มลงมือแล้วล่ะครับ"
แต่คำพูดของเหอกวงกลับไม่ได้รับคำตอบใดๆ มาจากพลเอกฉิน
เพราะต่อให้ลงมือก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี
พวกเขาอยู่กันในเขตชายขอบของทะเลทรายกลืนกระดูก ซึ่งส่วนใหญ่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ระดับต่ำ แค่เลเวล 10–15 ฆ่าได้ก็จริง แต่ตัวหนึ่งกลับให้คะแนนแค่หนึ่งหรือสองคะแนนเท่านั้น
ในทะเลทรายกว้างใหญ่ มอนสเตอร์ไม่ได้รวมตัวกันเป็นฝูง ต้องลำบากหาตัวมาได้แค่หนึ่งคะแนน แต่คนที่อยู่ในเขตใจกลางทะเลทรายกลับสามารถฆ่ามอนสเตอร์ระดับสูงหนึ่งตัวแล้วได้คะแนนมากกว่าของเจิ้งมู่สิบเท่า
แบบนี้ไม่ต้องพูดถึงอันดับหรอก
จนถึงขั้นที่พลเอกฉินคิดว่า... เจิ้งมู่อาจไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของการเข้ามหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ด้วยซ้ำ
เช้าวันนั้น หลั่นปิ่งเยว่กับหลีเฉิงคุนที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกันต่างก็ดูสดใสเต็มไปด้วยพลัง หลังล้างหน้าเสร็จก็เดินออกมา
"ฮ่าๆๆ หัวหน้า หุ่นยนต์นวดที่นายออกแบบนี่มันสบายจริงๆ เมื่อคืนไม่ทันไรก็หลับปุ๋ยแล้ว ถ้ามีใบหน้าสวยๆ แบบผู้หญิงจำลองด้วยล่ะก็ยิ่งดี..."
หลั่นปิ่งเยว่เหลือบมองเขาอย่างดูแคลน ก่อนจะถามถึงเรื่องสำคัญของวันนี้
"วันนี้เราควรเริ่มลงมือได้แล้วใช่ไหม?"
เจิ้งมู่ยิ้มเบาๆ ก่อนจะดีดนิ้วหนึ่งที
ทันใดนั้น ภายใต้สายตาของเรือเฟยหยุนบนท้องฟ้าและทหารยามของเมืองหวงซา ฐานที่เงียบสงบมาตลอดทั้งคืน ก็เริ่มมีการแปรเปลี่ยนขึ้นมาอีกครั้ง
"ตึง! ตึง!"
ประตูเหล็กค่อยๆ แง้มออก หลังคาแยกออกจากกันทั้งสองด้าน
โครงสร้างไฮเทคได้เผยโฉมออกมาต่อหน้าสายตาของทุกคน
แล้ววินาทีต่อมา อินทรีเหล็กฝูงใหญ่ก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้า
มองคร่าวๆ อย่างน้อยก็สี่ถึงห้าร้อยตัว!
เจิ้งมู่ยืนอยู่บนดาดฟ้า สายตาเปล่งประกายไปด้วยเจตนารมณ์แห่งการต่อสู้ มองออกไปยังทะเลทรายอันกว้างใหญ่
"ถึงเวลาที่เราจะต้องแนะนำตัวเองให้คู่แข่งทั้งหลายได้รู้จักแล้ว..."
ถัดจากนั้น สิ่งประดิษฐ์โลหะรูปร่างมนุษย์ก็เดินออกจากคลังสินค้าเป็นขบวนอย่างเป็นระเบียบ...