- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 45 รถหุ้มเกราะบัญชาการมาถึง – แผนการใหญ่ของเจิ้งมู่
บทที่ 45 รถหุ้มเกราะบัญชาการมาถึง – แผนการใหญ่ของเจิ้งมู่
บทที่ 45 รถหุ้มเกราะบัญชาการมาถึง – แผนการใหญ่ของเจิ้งมู่
บทที่ 45 รถหุ้มเกราะบัญชาการมาถึง – แผนการใหญ่ของเจิ้งมู่
“เห้ยโห! หัวหน้า คราวนี้ไปขุดเอาอะไรเจ๋งๆ ออกมาอีกล่ะเนี่ย!”
เสียงอุทานดังลั่นมาจากไกลๆ ไม่นาน หลีเฉิงคุนกับหลั่นปิ่งเยว่ที่กำลังล่ามอนสเตอร์เพื่ออัปเลเวลอยู่ก็รีบวิ่งตรงเข้ามา เมื่อเห็นฝูงอินทรีเหล็กห้าสิบตัวโผบินขึ้นฟ้าในทันที สายตาทั้งคู่ก็เบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ
แม้แต่หลั่นปิ่งเยว่ที่ปกติสีหน้าเย็นชา ก็ยังอดเลิกคิ้วขึ้นมานิดหนึ่ง “นี่นายเพิ่งเรียนรู้สกิลใหม่มาใช่ไหม?”
เจิ้งมู่ยิ้มรับ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ในใจยิ่งมั่นใจว่าสกิลสแกนชีวภาพคู่กับคลื่นกลไกนาโนนี่คือสกิลที่โคตรโกงโดยแท้
พอเห็นสองคนนั้นตื่นเต้นอยากรู้นัก เขาเลยไม่คิดจะปิดบังอะไร ยกมือเรียกหนึ่งในหุ่น T-800 เข้ามาหา
จากนั้น เเสงสีน้ำเงินวูบวาบก็ส่องออกมาจากดวงตาของหุ่นยนต์ ทันใดนั้นโมเดลสามมิติเสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นราวกับเป็นแผนที่ขนาดย่อส่วน
“นี่มัน…ป่าปีศาจราตรี ที่พวกเราอยู่ตอนนี้งั้นเหรอ!” หลีเฉิงคุนอุทานออกมาเสียงดัง
เเต่ยังไม่ทันได้ตกใจนาน เจิ้งมู่ก็ยิ้มมุมปาก แล้วปรับภาพบนอากาศให้เปลี่ยนแปลง แสงสีแดงดวงเล็กๆ ปรากฏขึ้นเต็มแผนที่ ขยายภาพออกไปก็เห็นเป็นร่างของมอนสเตอร์แต่ละตัว กำลังเคลื่อนไหวอยู่ราวกับภาพจากกล้องตรวจจับความร้อน
“เจ้าอินทรีตรวจการณ์พวกนี้ ถึงเลเวลของมันจะไม่สูง แค่กลไกเกรดธรรมดา แต่พวกมันคือสุดยอดเครื่องมือสอดแนมเลยทีเดียว”
เจิ้งมู่พูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะขยายแผนที่อีกครั้ง คราวนี้แทนที่จะเป็นสีแดง กลับมีเงาสีเหลืองปรากฏขึ้น นั่นคือหุ่นยนต์ T-800 และเหล่าลิคเกอร์ภายใต้บัญชาของเขาเอง
และในวินาทีที่กลไกเหล่านั้นเชื่อมต่อเข้ากับข้อมูลการสอดแนม กองทัพเหล็กของเขาก็ปรับตำแหน่งทันที บางส่วนถูกสั่งให้ตั้งแนวป้องกันรอบตัวเจิ้งมู่ ส่วนที่เหลือก็กระจายออกไป ไล่ล่ามอนสเตอร์ใกล้เคียงอย่างแม่นยำ
บนจอของเขา แถบข้อความการสังหารก็ปรากฏขึ้นรัวๆ อีกครั้ง
ทั้งหลีเฉิงคุนและหลั่นปิ่งเยว่ได้เเต่มองไปที่เจิ้งมู่ด้วยความตกตะลึง ต่างก็เข้าใจในใจว่า ผู้ชายคนนี้กำลังเตรียมการอะไรบางอย่างในวันทดสอบแน่ๆ
“ดูท่าทางนายกำลังตั้งใจจะทำอะไรใหญ่โตในวันทำการสอบสินะ...หรือว่าเล็งเล่นงานพวกเด็กใหม่จากมหาวิทยาลัยเซิ่งชิง?” หลั่นปิ่งเยว่ถามเสียงเรียบ
เจิ้งมู่ไม่ได้พยักหน้า แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
แววตาของเธอเปล่งประกายทันที ส่วนหลีเฉิงคุนกลับไม่สนใจอะไรเลย คิดแค่ว่า ใครก็ตามที่พ่ออุปถัมภ์หมายหัวไว้ เขาในฐานะ “ลูกกตัญญู” ก็พร้อมจะกระหน่ำยิงเต็มสูบโดยไม่ลังเลแน่นอน
ในระหว่างที่ทั้งสามกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงริงโทนมือถือก็ดังขึ้นมา เจิ้งมู่หยิบขึ้นมาดู เมื่อเห็นชื่อคนโทรแล้ว ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
“ฮัลโหล? อาจารย์เหอ ของมาถึงแล้วใช่ไหมครับ?”
เสียงหัวเราะดังมาจากปลายสาย “ถูกต้อง ตอนนี้ขนส่งถึงค่ายทหารในเมืองหยุนถงแล้ว แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ ว่าเจ้าเด็กนี่มันดื้อชะมัด อย่ามาหาว่าฉันไม่เตือนก็เเล้วกัน ของที่นายอยากได้ มันถูกปลดประจำการไปหลายสิบปีแล้ว ฉันช่วยได้แค่ดึงมันออกมาจากโกดัง ถ้านายไม่พอใจ ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วนะ”
เจิ้งมู่ยิ้มกว้าง “ไม่เป็นไรครับ แค่ได้มาก็พอแล้ว!”
จะเก่า จะพัง จะผุแค่ไหน ถ้าตกมาอยู่ในมือของช่างกลอย่างเขา บวกกับโชคชะตาที่หนุนหลังอยู่ ของพวกนี้ย่อมกลายเป็นผลงานยิ่งใหญ่ไม่แพ้ “ออพติมัส ไพรม์” แน่!
เมื่อคิดได้แบบนี้ เขาก็ไม่สนใจจะเสียเวลาในป่าอีก รีบพาคนทั้งสองกลับเข้ามาในเมืองหยุนถงทันที
หน้าค่ายทหารเมืองหยุนถง
เหอกวงเดินออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง โดยที่ข้างกายของเขามีชายหนุ่มในเครื่องแบบทหารยืนอยู่ด้วย หน้าตาเฉียบขาด แผ่กลิ่นอายความเป็นผู้นำออกมา
“นี่แหละที่พวกเราบอกไว้ เจิ้งมู่ นักเรียนที่นายพูดถึงใช่ไหม? ถ้าไม่ใช่เพราะเหอกวงการันตีหลายชั้น แถมของที่นายขอก็ไม่ได้มีค่าอะไรแล้ว ฉันคงไม่กล้าตัดสินใจแบบนี้หรอก”
เจิ้งมู่ยิ้มสุภาพ จับมือทักทาย แต่ในใจเขาคิดเพียงว่า ของที่ถูกทิ้งมาหลายสิบปี ถ้าไม่ใช่เขามาขอ คงได้กองอยู่ในโกดังจนผุเป็นสนิมแน่ๆ
ภายใต้การนำทางของเหอกวง ทั้งสามก็เดินผ่านด่านตรวจหลายชั้น จนได้เห็นกับตาว่าเงิน “200 ล้าน” ของเจิ้งมู่ ถูกแลกมากับ… เศษเหล็กกองหนึ่ง
“ไม่จริงใช่ไหมหัวหน้า! 200 ล้านเลยนะ เอามาซื้อซากสนิมแบบนี้เนี่ยนะ!” หลีเฉิงคุนแทบอยากจะร้องไห้
ตรงหน้าพวกเขาคือ รถหุ้มเกราะบัญชาการ ที่เต็มไปด้วยร่องรอยสนิมเครอะ ดูเหมือนซากปรักหักพังตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเข้าไปด้านใน แค่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเก่าแก่เหมือนหลุดมาจากพิพิธภัณฑ์อย่างไรอย่างนั้น
แม้แต่สีหน้าของนายทหารที่ยกขบวนมาส่งเอง ก็ยังแดงก่ำอย่างกระอักกระอ่วน
“เอ่อ…ถึงมันจะเก่าไปหน่อย แต่ก่อนส่งมานี่ เราก็พยายามซ่อมบำรุงให้แล้วนะ ชิ้นส่วนที่เคยถอดออกเมื่อยี่สิบปีก่อนก็ใส่กลับคืนไปหมดแล้ว…”
ยังพูดไม่ทันจบ หลั่นปิ่งเยว่ก็พูดออกมาตรงๆเเทงใจดำ “หมายถึงชิ้นส่วนที่พังจนต้องถอดออกไปตั้งแต่ยี่สิบปีก่อนน่ะเหรอ?”
สองคนยิ่งหน้าเสียไปใหญ่ แต่เจิ้งมู่กลับลูบไปบนตัวรถพลางยิ้มออกมาอย่างพอใจ เพราะทันใดนั้นเอง ระบบก็แจ้งเตือน นี่คือชิ้นส่วนกลไกหลัก สามารถพัฒนาเหมือนที่เขาเคยทำกับรถบรรทุกหัวลากเก่าคันนั้นได้!
ไม่รอช้า เขารีบโอนเงินทันที
“ท่านนายพลครับ ฝากช่วยให้ลูกน้องจัดการขนมันไปที่อยู่ที่ผมส่งให้นี้ได้ไหม?”
อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยอมพยักหน้ารับ “ไม่ต้องเรียกฉันว่านายพลหรอก ฉันชื่อหลี่ผิง เป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้น่ะ เรียกฉันว่า ‘อาจารย์หลี่’ ก็พอ”
เจิ้งมู่พยักหน้ารับทันที พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นทั้งโรงเก็บรถถังและสิ่งอำนวยความสะดวกในค่ายทหาร เขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดขึ้นมา
บางทีที่ระบบแนะนำให้เขาเลือกมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ แทนที่จะเป็นมหาวิทยาลัยเซิ่งชิง…มันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกที่สุดแล้วก็ได้
ใครจะไปรู้ วันหนึ่งเขาอาจจะได้กวาดสมบัติจากกองทัพมาเล่นอีกเป็นโขยงก็ได้!