เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 ซื้อรถสั่งการหุ้มเกราะที่ถูกปลดประจำการ

บทที่ 41 ซื้อรถสั่งการหุ้มเกราะที่ถูกปลดประจำการ

บทที่ 41 ซื้อรถสั่งการหุ้มเกราะที่ถูกปลดประจำการ


บทที่ 41 ซื้อรถสั่งการหุ้มเกราะที่ถูกปลดประจำการ

เมื่อเห็นว่าแต่ละคนเริ่มตระหนักถึงความโหดร้ายที่รออยู่ในสนามสอบครั้งต่อไป บรรยากาศก็ดูเคร่งเครียดขึ้นมาในทันที

เหอกวงเองก็พยักหน้าเห็นด้วย “เมื่อรู้ล่วงหน้าว่าการสอบมันโหดเหี้ยมแค่ไหนเเล้ว อย่างน้อยก็ดีกว่าเดินเข้าไปด้วยความไร้เดียงสาไม่รู้อะไรเลย  แล้วเจอกับสนามรบจริงๆ แบบไม่ทันตั้งตัว”

“ผมไม่สนหรอกครับ ยังไงผมก็จะตามลูกพี่ของผมเท่านั้น  เขาไปไหน ผมไปด้วย!” หลีเฉิงคุนพูดพลางหลับตาปี๋ แหงนหน้าขึ้น ราวกับวันนี้ไม่อยากให้สมองต้องทำงานรับข้อมูลอะไรอีกแล้ว

ท่าทีแบบนั้นทำเอาเจิ้งมู่ถึงกับกลอกตาอย่างหมดคำจะพูด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกวางใจอยู่บ้าง อย่างน้อยเจ้านี่ก็เชื่อมั่นในตัวเขาจริงๆ

เหอกวงเมื่อได้ยินคำพูดของหลีเฉิงคุน ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเจิ้งมู่ด้วยความสงสัย เขาพยายามมองหาความแข็งแกร่ง ความน่าเกรงขามแบบผู้นำจากอีกฝ่าย แต่ยิ่งมองก็ยิ่งไม่เจอ สิ่งที่เห็นก็แค่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เลเวลสูงกว่าคนอื่นนิดหน่อยด้วยซ้ำ หากเทียบกับคนที่มาจากเมืองใหญ่ๆ ต่อให้เป็นผู้ปลุกอาชีพเลเวล 10 พวกนั้นยังแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ

แล้วทำไมคนอย่างเขา ถึงได้ทำให้ทั้งหลีเฉิงคุน และหลั่นปิ่งเยว่  คนที่มีพรสวรรค์ไม่น้อย และไม่ใช่คนโง่ ยอมติดตามได้โดยไม่ลังเล?

เจิ้งมู่เห็นสายตาที่จับจ้องมาก็เพียงยิ้มบาง “อาจารย์เหอ เรื่องการสอบพวกเราก็เข้าใจแล้ว ไหนๆ กว่าจะสอบก็อีกครึ่งเดือน ผมจึงอยากถามคำถามที่ไม่เกี่ยวกับการสอบสักหน่อยครับ”

“หืม?” เหอกวงชะงักไปเล็กน้อย

“มหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้นี่ มันก็อยู่ในสังกัดของกองทัพใช่ไหมครับ ถ้าผมอยากยื่นเรื่องซื้อรถหุ้มเกราะที่ปลดประจำการแล้ว อาจารย์พอจะช่วยติดต่อให้ได้ไหมครับ?”

“หา?” เหอกวงแทบไม่เข้าใจสิ่งที่ได้ยิน

พอเจิ้งมู่ย้ำอีกครั้ง เขาจึงถามกลับด้วยความประหลาดใจ “นายจะเอารถหุ้มเกราะไปทำอะไรเหรอ? แม้ว่ามันจะมีตีนตะขาบ แต่ทะเลทรายกลืนกระดูกมีสภาพพิเศษ มันก็ไม่สามารถเคลื่อนที่ในนั้นได้หรอก”

เจิ้งมู่รีบส่ายหัว “ผมบอกแล้วว่ามันไม่เกี่ยวกับการสอบ คิดซะว่าผมอยากซื้อใช้ส่วนตัวก็แล้วกันนะครับ อาจารย์ลองช่วยถามดูหน่อยได้ไหมว่ามีขายบ้างหรือเปล่า ต่อให้เป็นรุ่นที่ปลดประจำการมาเป็นสิบปีเเล้ว ผมก็เอา”

เหอกวงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ได้ เดี๋ยวฉันจะลองถามให้”

ในยุคนี้ โลกกลายเป็นของผู้ปลุกอาชีพแล้ว พาหนะที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นราชาแห่งสนามรบ แต่ในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็กไร้ค่า

หลังจากโทรศัพท์ไปสอบถาม เพียงไม่นานเหอกวงก็กลับมาพร้อมคำตอบ “มีอยู่คันหนึ่ง รุ่นเกราะมังกร 31 ปลดประจำการมา 20 ปีแล้ว ใช้งานได้ก็จริง แต่ระบบภายในถูกถอดออกหมดแล้ว ราคา...200 ล้านเหรียญมังกร นายจะเอาไหม?”

“200 ล้าน?”

ราคานี้แทบจะเรียกได้ว่าปล้นกันต่อหน้าชัดๆ รถที่วิ่งได้แต่ไร้ระบบแบบนี้ ต่อให้ตัดศูนย์ออกสองตัวก็ยังแพงไปด้วยซ้ำ

แต่เจิ้งมู่กลับพยักหน้าโดยไม่ลังเล “เอาครับ! ส่งได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่ครับ?”

เหอกวงยังคิดจะช่วยต่อรองราคาให้ในอีกไม่กี่วัน แต่พอเห็นท่าทีแน่วแน่ไม่ขี้งกของเจิ้งมู่ เขาก็เงียบไปทันที เเละเมื่อยืนยันว่าอีกฝ่ายเอาจริง เขาจึงรีบติดต่อกลับไปอีกครั้ง

หลังจากวางสายเสร็จ เขาก็หันมาอธิบายต่อว่า “อย่างช้าที่สุดก็เจ็ดวัน จะส่งไปถึงเมืองหยุนถง พอถึงตอนนั้นก็แค่จ่ายเงินแล้วรับของ แต่ฉันไม่เข้าใจเลย นายจะเอาเศษเหล็กที่ต่อยทีเดียวก็พังแบบนี้ไปทำอะไรกัน?”

เจิ้งมู่เพียงยิ้ม ไม่ตอบอะไร แต่กลับหันไปทางป้ายรับสมัครของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งหลาย ก่อนเอ่ยขึ้นเบาๆ “อาจารย์เหอ ช่วงนี้พวกนั้นคงเหน็บแนมพวกคุณไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ?”

คำพูดนี้ทำให้เหอกวงหายใจฟืดออกทางจมูกด้วยโทสะ แววตาก็ดุดันขึ้นมาในทันใด “ไอ้พวกปากดีไร้ความสามารถน่ะเหรอ! เอาแต่พูดถากถาง พอถึงเวลาจะให้สู้กันตรงๆ ยังไม่กล้าออกมาสักคน!”

เจิ้งมู่ยิ้มกว้างขึ้น ก้มตัวเข้าใกล้ เเล้วเอ่ยอย่างมีนัย “ถ้าผมบอกว่า ในการสอบครั้งนี้ ผมจะทำให้พวกเขาลำบากยิ่งกว่าพวกคุณเป็นร้อยเท่าได้... อาจารย์จะปกป้องพวกเราได้ไหม?”

เหอกวงหันมามองเขาอย่างประหลาดใจ ก่อนหัวเราะลั่น “ฮ่าๆๆ นึกว่าพูดจริง ที่แท้ก็แค่ล้อเล่น! ถ้านายทำได้โดยไม่ผิดกติกา บอกเลยว่าไม่ต้องห่วง ต่อให้ใครอยากแตะต้องนาย เรามหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ ถึงจะเริ่มตกต่ำลงมาบ้าง แต่หมัดยังหนักอยู่นะ!”

ได้ยินดังนั้น เจิ้งมู่ก็พยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นพาคนของเขาเดินออกไป

การตัดสินใจครั้งนี้ หลั่นปิ่งเยว่กับหลีเฉิงคุนต่างก็ต้องกลับไปอธิบายให้ครอบครัวฟัง ส่วนเจิ้งมู่เองก็มีเรื่องของเขาที่ต้องไปจัดการเช่นกัน

เพราะคำพูดที่ว่า ‘จะทำให้พวกเขาลำบาก’... เขาไม่ได้หมายถึงแค่พวกที่มารับสมัครในเมืองนี้ แต่หมายถึงทั้งประเทศ!

ในรอบสอบคัดเลือกมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีผู้สมัครนับแสน เเละอย่างน้อย ทุกคนก็ต้องอยู่ระดับ B ขึ้นไป ในหมู่พวกนั้น ก็มีทั้งระดับ S ไปจนถึง SSS ตามที่มหาวิทยาลัยเซิ่งชิงชอบอวดอ้าง

หากจะตบหน้าความหยิ่งผยองพวกนั้นให้ดังสนั่นสักครั้ง เจิ้งมู่รู้ดีว่าแค่ตัวเขาคนเดียวไม่พอ แต่... มันเป็นก้าวแรกที่จำเป็น!

คืนนั้น เขาแหงนมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว สูดหายใจลึกๆ แล้วปล่อยออกอย่างช้าๆ ดวงตาเปล่งประกายคมกริบ

คำว่าช่างกลไร้ค่า มันฝังอยู่ในใจคนทั้งโลกมาหลายร้อยปีแล้ว หากเขาอยากพิสูจน์ตัวเอง อยากยืนอยู่บนจุดสูงสุดในฐานะ ‘ช่างกล’ ก็ต้องเผชิญหน้ากับการเหยียดหยามแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

และคำตอบที่ดีที่สุดก็คือ  ทำให้พวกเขาคุกเข่าลงกับพื้น หัวแตกฟันร่วงจนหาที่เก็บไม่เจอไปเลย!

“ฮ่าๆๆ แค่คิดก็เลือดพลุ่งพล่านแล้วสิ”

เเละเเล้วเวลาก็ผ่านไปครึ่งเดือน นับจากกลับมาจากเมืองศพเน่า ตลอดเวลานี้ เจิ้งมู่ไม่เคยหยุดขยายกองทัพจักรกลของเขาเลยแม้เเต่น้อย

ทุกๆ สามชั่วโมง เขาจะใช้สกิล【มือทองคำ】เปลี่ยนวัสดุที่ซื้อมาให้กลายเป็นชิ้นส่วนสำหรับสร้าง T-800 และพวกลิคเกอร์

จนครึ่งเดือนผ่านไป กองทัพ T-800 ของเขาก็มีแล้วถึง 30 ตัว ส่วนลิคเกอร์ก็สร้างได้ถึง 25 ตัว

แต่จำนวนนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาหยุดพัก

ใน【รังจักรกล】 คลังอาวุธสำรองสามารถรองรับ T-800 ได้ถึง 120 ตัว ซึ่งตอนนี้เขายังห่างจากเป้าหมายอีกมาก

“เสียดายก็ตรงที่วัสดุมันหายากเกินไป ตลาดกลางก็แทบไม่มีสต็อก ฉันอยากเห็นจริงๆเลยว่าในเมืองใหญ่ๆ มันจะมีทรัพยากรขนาดไหน... ไม่รู้ว่าที่นั่นจะมีวัสดุสีเเดงระดับผู้กล้าไปวางขายหรือเปล่า...”

จบบทที่ บทที่ 41 ซื้อรถสั่งการหุ้มเกราะที่ถูกปลดประจำการ

คัดลอกลิงก์แล้ว