- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 38 มหาวิทยาลัยทหารตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังร่วงโรย
บทที่ 38 มหาวิทยาลัยทหารตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังร่วงโรย
บทที่ 38 มหาวิทยาลัยทหารตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังร่วงโรย
บทที่ 38 มหาวิทยาลัยทหารตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังร่วงโรย
【ตรวจพบว่าโฮสต์เลือกเส้นทางก้าวหน้า ระบบออกภารกิจเลื่อนขั้น】
【กรุณาสมัครสอบมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ และคว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบของมหาวิทยาลัยชั้นนำ】
【รางวัล : พิมพ์เขียวสีเเดงระดับผู้กล้าจำนวนหนึ่ง】
ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากอะไรด้วยซ้ำ ระบบกลับรีบร้อนเหมือนกลัวว่าเขาจะลังเล รีบเลือกมหาวิทยาลัยเตรียมทหารเหนือแทนเขาไปเสียแล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในวันนี้ สีหน้าของ "เจิ้งมู่" ก็มืดมนลง เขากำลังคิดอย่างหนักว่าจะรับมืออย่างไรดี แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวจนทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย
ระบบชี้ทางให้เขาแล้วเหรอ? มหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้!
ที่แห่งนี้ก็ถือเป็นมหาวิทยาลัยระดับหนึ่งเช่นกัน เพียงแต่หน้าที่หลักคือผลิตบุคลากรเข้าสู่กองทัพของประเทศ มุ่งเน้นการฝึกอบรม ความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ การพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ และวิจัยเชิงลึกในแขนงอื่น ๆ แต่…ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยนี้กลับเสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ
ก่อนมาที่นี่ เขายังได้ยินนักเรียนห้องข้าง ๆ พูดกันว่า “ปีนี้มหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้กำลังจะถูกลดระดับ”
เจิ้งมู่หันไปมองบริเวณรอบ ๆ จุดรับสมัครของมหาวิทยาลัยนั้น ป้ายบอกชัดเจน หาเจอง่ายมาก แต่…บรรยากาศกลับว่างเปล่าไร้ผู้คนอย่างน่าหดหู่
ไม่ใช่เพราะอดีตเคยรุ่งเรือง หากแต่เป็นเพราะ ตอนนี้แทบไม่มีใครสนใจ
เมื่อเขาหันกลับไปมองจุดรับสมัครของมหาวิทยาลัยระดับหนึ่งอื่น ๆ บรรดาผู้รับสมัครก็พากันเบือนหน้าหลบเลี่ยงสายตา ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขา
ภาพนี้ทำให้เจ้าหน้าที่หัวโล้นจากมหาวิทยาลัยเซิ่งชิงหัวเราะเย้ยหยันออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูถูก “ไป ๆ อย่ามาเกะกะขวางทางเด็กคนอื่นเลย นายก็แค่คนธรรมดาที่มีแผงสถานะอาชีพเป็น ‘ช่างกล’ ระดับ A เท่านั้นเอง!”
กำปั้นของเจิ้งมู่กำแน่น ความโกรธซ่อนอยู่หลังดวงตาคม เขาไม่เคยคิดจริงจังกับการเลือกมหาวิทยาลัยมาก่อน เพราะในเมื่อมีระบบอยู่ในมือ ต่อให้เป็นอาชีพช่างกลที่ถูกมองว่าธรรมดา วันหนึ่งเขาก็จะผลักดันมันไปถึงจุดสูงสุดของโลกได้ สถานที่เรียนจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญนัก
แต่ตอนนี้… เมื่อถูกปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ทันได้เข้าทดสอบ แถมยังถูกเหยียดหยามต่อหน้าแบบนี้… ใครจะลืมลง?
เขาไม่มีเวลามาพูดประโยคโกรธแค้นอย่าง “สามสิบปีฟ้าลงแม่น้ำตะวันออก สามสิบปีฟ้าขึ้นแม่น้ำตะวันตก” อะไรทำนองนั้น แต่ในใจกลับจารึกชื่อของมหาวิทยาลัยเหล่านี้ไว้ชัดเจน วันใดมีโอกาส เขาจะทำให้พวกมันต้องชดใช้แน่นอน
เจิ้งมู่ก้าวเดินอย่างมั่นคง หยิบใบสมัครขึ้นมา เดินตรงไปยังโต๊ะรับสมัครของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ที่แทบไม่มีใครต่อแถว
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังตามหลังมา “ฮ่า ๆ ๆ มหาวิทยาลัยตกอับ จับคู่กับนักเรียนที่ไม่มีอนาคต ดูเข้ากันดีจริง ๆ”
เจิ้งมู่ไม่ได้หันกลับไปพูดอะไร แต่ในใจได้ตั้งปณิธานไว้แล้ว ต่อไปหากเจอใครจากมหาวิทยาลัยเซิ่งชิง เขาจะไม่มีทางปล่อยให้ผ่านไปง่าย ๆ
เมื่อเห็นเจิ้งมู่จากไปอย่างกะทันหัน หลั่นปิ่งเยว่ที่กำลังจะลงทะเบียนก็รีบดึงเอกสารจากเจ้าหน้าที่ไว้ หลีเฉิงคุนที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอก็กำลังจะส่งข้อมูลลงทะเบียนไป แต่ก็ถูกหลั่นปิ่งเยว่ห้ามไว้ได้ทัน
"ขอโทษค่ะ ฉันคิดว่าฉันจำเป็นต้องพิจารณาอีกครั้ง เรื่องลงทะเบียนขอยกเลิกก่อนนะคะ"พูดจบ เธอก็ไม่สนใจเจ้าหน้าที่ที่ตกตะลึงด้านหน้า และเดินตรงไปทางเจิ้งมู่ทันที
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลีเฉิงคุนก็มองเจ้าหน้าที่หัวล้านที่มองไม่เห็นของดีด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว แล้วเลือกที่จะจากไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
…
“สวัสดีครับ ผมเป็นช่างกลระดับ A มหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ยังรับอยู่หรือเปล่า?”
เจ้าหน้าที่รับสมัครในชุดเครื่องแบบทหารที่กำลังปรึกษากับเพื่อนด้วยความกังวลถึงปัญหานักเรียนไม่พอ ถึงกับสะดุ้งโหยง หันกลับมาเจอเจิ้งมู่ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาแหลมคมจนทำให้เขาอึ้งไปชั่วขณะ
แต่แล้วก็รับใบสมัครมาอย่างไม่ลังเล “เราทำตามกฎระเบียบ คุณมีคุณสมบัติครบ ก็ย่อมมีสิทธิ์เข้าทดสอบระดับหนึ่ง แต่…คุณจะเข้าเรียนที่นี่ได้ไหม? ก็ต้องอาศัยความสามารถของคุณเอง”
น้ำเสียงของเขาไม่มีแม้แต่เงาของการดูแคลน ทำให้ความหนักอึ้งในใจของเจิ้งมู่ลดลงเล็กน้อย
เจิ้งมู่จึงเปลี่ยนข้อมูลในใบสมัครทันที เป็นเลือกมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้
และในขณะที่เขากำลังเขียนอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีแขนข้างหนึ่งพาดลงบนบ่าเขา “จะไปก็ไม่บอกสักคำ โชคดีที่หลั่นปิ่งเยว่ไหวตัวทัน ไม่อย่างนั้นคงกรอกใบสมัครเสร็จไปแล้วแน่”
เมื่อหันกลับไป เสียงนั้นก็ไม่ใช่ของใครอื่น เเต่เป็นหลีเฉิงคุน
เจิ้งมู่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หลีเฉิงคุนพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มหาวิทยาลัยเซิ่งชิงชื่อเสียงยิ่งใหญ่จริง ถ้าเข้าไปได้ ตระกูลฉันก็จะให้การสนับสนุนเต็มที่ แต่ถ้าเลือกที่นี่…ก็อย่างที่ได้ยินกัน มันไม่ง่ายหรอก”
พูดจบ เขากลับหยิบปากกาเปลี่ยนข้อมูลตามไปด้วยโดยไม่ลังเล
ด้านหลั่นปิ่งเยว่กลับตรงไปตรงมายิ่งกว่า เธอเอ่ยเสียงเรียบ “แม่ฉันบอกว่าต้องเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับนาย”
เจิ้งมู่รู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในอก แต่ภายนอกกลับกลอกตา “เฮ้อ…น้าชิงไม่รู้อะไรเลย ดันโดนโยงให้เป็นต้นเหตุซะงั้น”
เมื่อทั้งสามส่งใบสมัครพร้อมกัน เจ้าหน้าที่รับสมัครถึงกับเบิกตาโพลง
หลั่นปิ่งเยว่ : นักดาบสายน้ำเเข็ง ระดับ A
หลีเฉิงคุน : พลปืนทองคำ มือปืน ระดับ B
เจิ้งมู่ : ช่างกล ระดับ A
สายตาของเจ้าหน้าที่ที่มองเจิ้งมู่เปลี่ยนไปทันที ไม่ใช่แค่เพราะศักยภาพของเขาเอง แต่เพราะสองคนนี้ที่มีพรสวรรค์กลับเลือกเดินตามเขาโดยไม่ลังเล สิ่งนี้ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึง “เสน่ห์และอำนาจการเป็นผู้นำ” ที่ไม่ธรรมดาเลย
…
แต่การกระทำนี้กลับถูกผู้รับสมัครจากมหาวิทยาลัยเซิ่งชิงและสถาบันอื่น ๆ เห็นเข้า ต่างก็ส่ายหัวอย่างเสียดาย
เจ้าหน้าที่หัวโล้นจากมหาวิทยาลัยเซิ่งชิงหัวเราะเยาะออกมาอีกครั้ง “แค่ระดับ A หนึ่งคน ระดับ B อีกหนึ่งคน พวกเราที่จุดรับสมัครในเมืองใหญ่ ๆ น่ะ ได้เด็กระดับ SSS แล้วนะ สองคนนั่นคงต้องเสียใจภายหลังแน่ ๆ ไม่ต้องไปสนใจหรอก”
คำพูดที่แสดงถึงความดูถูกที่ชัดเจน เหมือนกับว่าคนที่ถูกขนานนามว่า “ดาวรุ่ง” ในเมืองหยุนถง ก็เป็นเพียงแค่พวกไร้ค่าไม่ต่างจากระดับ D เท่านั้น
ไม่กี่อึดใจ ข่าวนี้ก็ไปถึงหูของผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหยุนถง และครูประจำชั้น สวีเฉิงกวง ที่กำลังอยู่กับเหล่าผู้นำของสำนักงานการศึกษา
เมื่อได้ยินว่าเจิ้งมู่พาเด็กเก่งของโรงเรียนไปเลือกมหาวิทยาลัยที่กำลังจะตกอับ แทนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเซิ่งชิง ความดันเลือดของพวกเขาก็พุ่งสูงจนแทบจะระเบิด รีบวิ่งหน้าตั้งมาทันที
พอเห็นภาพนักเรียนสามคนกำลังส่งเอกสารอยู่ตรงหน้า ท่านผู้อำนวยการถึงกับร้องลั่นเหมือนกำลังสูญเสียญาติสนิท
“หยุด!!!”