- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 35 คุณน้าชิง – “ลูกสาว เธอตกลงรับหมั้นจากพี่มู่แล้วหรือ?”
บทที่ 35 คุณน้าชิง – “ลูกสาว เธอตกลงรับหมั้นจากพี่มู่แล้วหรือ?”
บทที่ 35 คุณน้าชิง – “ลูกสาว เธอตกลงรับหมั้นจากพี่มู่แล้วหรือ?”
บทที่ 35 คุณน้าชิง – “ลูกสาว เธอตกลงรับหมั้นจากพี่มู่แล้วหรือ?”
การที่อยู่ ๆ เย็นวันนั้น หลั่นปิ่งเยว่เอ่ยปากชวนให้เขาไปที่บ้าน ทำเอาเจิ้งมู่เองก็คาดไม่ถึง
“นาย... นายอย่าเข้าใจผิดนะ ก็แค่แม่ฉันส่งข้อความมาบอกว่าอยากเจอนาย ฉันเลย...”
หญิงสาวเอียงหน้าหนี ริมหูแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ ราวกับดอกท้อผลิบานท่ามกลางหิมะ แม้จะพยายามรักษาภาพลักษณ์เย็นชา แต่ท่าทีเลิ่กลั่กตอนนี้กลับดูน่ารักจนเจิ้งมู่เผลอยิ้มมุมปาก
เขาแอบคิดในใจว่า... ตลอดหลายปีมานี้ คุณน้าชิงต้องเป็นคนแบกรับความดื้อรั้นของคุณหนูน้ำแข็งนี่ไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้วนะ?
“ทั้งที่ตลอดทางกลับมา มือเธอก็ไม่เคยแตะโทรศัพท์ แล้วรู้ได้ยังไงว่าแม่ส่งข้อความหา?” เจิ้งมู่คิดอยู่ในใจ แต่ไม่ได้พูดออกมา
คุณน้าชิงหรือหลั่นชิงหย่า ต่อให้ไม่ใช่แม่แท้ ๆ แต่ก็เลี้ยงดูเขามาไม่ต่างจากลูก เขาเคยได้รับความอบอุ่นไม่น้อยจากเธอ แค่เพราะพ่อผู้ไม่รู้จักแยกแยะความรัก ทำให้ชีวิตของผู้หญิงที่แสนดีคนนั้นพังทลายลง เขาเองในฐานะลูกชายคนหนึ่ง ก็รู้ดีว่าต้องชดเชยให้ได้
เจิ้งมู่ยิ้มบาง “ในเมื่อเป็นน้าชิงที่อยากเจอฉัน ฉันก็ต้องไปอยู่แล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านั้นยังมีเรื่องเล็กน้อยที่ต้องจัดการก่อน”
….
ตลอดเส้นทางกลับมา ทั้งสามคนลองประเมินสิ่งที่เก็บเกี่ยวมาในรอบนี้ ถึงแม้เจิ้งมู่เอาอุปกรณ์สีน้ำเงินระดับยอดฝีมือหลายชิ้นไปใช้กับสกิล【การปรับแต่งอาวุธ】เพราะสร้างชุดเกาะสีม่วงระดับหายากให้พวกเขา แต่แค่วัสดุที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุสีขาว สีเขียว รวมถึงซากมอนสเตอร์ ก็คงจะขายได้ถึง 6000 ล้าน...ไม่สิ 6000 ล้านยังไม่ถึง แต่ 600 ล้านเหรียญมังกร ถึงแน่นอน
หก...ร้อย...ล้าน!
ตามข้อตกลง พวกหลั่นปิ่งเยว่กับหลีเฉิงคุนไม่ได้ขอส่วนแบ่งเพิ่ม เพราะนอกจากได้รับอุปกรณ์แล้ว เจิ้งมู่ยังพาทั้งคู่อัปเลเวลขึ้นเป็นเลเวล 15 อีกด้วย
พอขายของหมด บัญชีของเจิ้งมู่ก็พุ่งขึ้นไป 6.4 ร้อยล้าน
“คุณลูกค้าขาประจำอีกแล้วเหรอคะ คราวนี้สนใจซื้ออะไรเพิ่มหรือเปล่า?” พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์เห็นเขาก็รีบยิ้มรับทันที
เจิ้งมู่พยักหน้า “ผมอยากดูรายชื่อวัสดุสีม่วงระดับหายาก ว่ามีอะไรบ้าง ช่วยเอามาให้ผมทีครับ”
หลั่นปิ่งเยว่ที่ยืนอยู่ด้านหลังเงียบ ๆ แววตาไม่ละไปจากแผ่นหลังกว้างนั้น เธอไม่ต้องเดาเลยว่าเขาจะซื้อไปทำอะไร
แค่หุ่นยนต์ T-800 กับลิคเกอร์สีน้ำเงินระดับยอดฝีมือ ก็น่ากลัวขนาดพาลุย “เมืองศพเน่า” ได้แล้ว จนถึงขั้นล้มสมาคมเฮยเฟิงที่เป็นเสี้ยนหนามในเมืองมานาน ถ้าเขาสร้างหุ่นยนต์สีม่วงระดับหายาก ออกมาอีกละก็... จะโหดขนาดไหนกันนะ?
ยิ่งคิด หลั่นปิ่งเยว่ก็อดก้มมองแหวนบนนิ้วตัวเองไม่ได้ ความรู้สึกเหมือนเขากำลังทิ้งเธอให้ตามไม่ทันเรื่อย ๆ
ไม่นาน เจิ้งมู่ก็เลือกวัสดุครบ “ทั้งหมด 5 ชิ้น 270 ล้าน” เขายื่นบัตรจ่ายทันที
เเม้เงินจะหายไปครึ่ง แต่สีหน้าของเขากลับไม่สะทกสะท้านเเม้เเต่น้อย เพราะในสายตาของเจิ้งมู่ เงินเป็นแค่ตัวเลข กำลังรบต่างหากคือสิ่งสำคัญ
เมื่อออกมานอกศูนย์การค้า หลั่นปิ่งเยว่ก็ถามขึ้นมาว่า “นายกำลังจะสร้างสิ่งประดิษฐ์จักรกลใหม่เหรอ เเล้วนาย...แน่ใจเหรอว่าจะสร้างได้?”
เจิ้งมู่หัวเราะเบา ๆ “ความมั่นใจหรือ ไม่ได้มากนัก แต่ก็เพียงพอแล้ว”
เขายกมือขึ้น ทำท่ากำลมแน่น “ไม่มากไป ไม่น้อยไป... พอดีกำมือหนึ่ง!”
“...ห๊ะ?” หลั่นปิ่งเยว่ถึงกับงงไปครู่หนึ่ง
….
บ้านของเธออยู่ไม่ไกล เป็นร้านขายเกราะผ้าในย่านการค้า เจ้าของร้านคือหล ั่นชิงหย่า คุณน้าชิงในตำนานที่สวยอ่อนโยนจนเหล่าชายหนุ่มทั่วทั้งเมืองต่างตามจีบ แต่ก็ไม่เคยเปิดใจให้ใคร
ทันทีที่ประตูบ้านเปิดออก เสียงอ่อนหวานก็ดังมา “โอ๊ะ! ในที่สุดปิ่งเยว่ก็พาเขามาแล้วสิ มานี่สิ ให้น้าดูหน่อยสิ... ผอมลงนี่นา ช่วงที่เพิ่งปลุกอาชีพมาใหม่ ๆ คงพักผ่อนน้อยใช่ไหม?”
ยังไม่ทันไร หลั่นชิงหย่าก็เดินตรงไปหาเจิ้งมู่ กุมมือเขาไว้ ห่วงใยเหมือนลูกแท้ ๆ ทิ้งให้ลูกสาวของตัวเองยืนอึ้งอยู่ด้านหลัง รู้สึกขมปี๋เหมือนอมมะนาว
เจิ้งมู่ถูกดึงให้นั่งลงที่โซฟา ผลไม้ ขนม น้ำชา ถูกจัดวางตรงหน้าอย่างเต็มที่ ราวกับเตรียมไว้ต้อนรับตั้งแต่แรก
หลั่นปิ่งเยว่กัดฟันมอง ภาพตรงหน้ามันเจ็บปวดเสียจนเธออดคิดไม่ได้ว่า... ถ้าวันนั้นไม่ใช่เธอ แต่เป็นเจิ้งมู่ที่ถูกเก็บมาเลี้ยง... แม่อาจจะรับเขาเป็นลูกชายบุญธรรมไปแล้วก็ได้!
จนกระทั่งโต๊ะอาหารถูกจัดเต็มด้วยกับข้าวฝีมือแม่ เสียงตะหลิวเงียบลง อาหารหอมกรุ่นลอยคลุ้ง เจิ้งมู่กินอย่างเอร็ดอร่อยจนชามเขาถูกตักจนเต็มไม่หยุด ในขณะที่หลั่นปิ่งเยว่กินไม่รู้รส อารมณ์เสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
เธอแทบจะถอนหายใจโล่งอกที่อีกฝ่ายกำลังจะลุกไป แต่แล้ว….
“ปิ่งเยว่... ลูกตกลงรับการหมั้นหมายจากพี่มู่แล้วเหรอ?” เสียงแม่ดังขึ้นพร้อมสายตาที่มองตรงไปยังแหวนในมือ
หญิงสาวหน้าชาเหมือนถูกฟ้าผ่า ขาแทบล้มพับไปกับพื้น