- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 34 คนที่ทุบสถิติช่างตีเหล็ก กลายเป็นช่างกล
บทที่ 34 คนที่ทุบสถิติช่างตีเหล็ก กลายเป็นช่างกล
บทที่ 34 คนที่ทุบสถิติช่างตีเหล็ก กลายเป็นช่างกล
บทที่ 34 คนที่ทุบสถิติช่างตีเหล็ก กลายเป็นช่างกล
แม้แต่ตอนที่พวกเขาเพิ่งปลุกอาชีพใหม่ๆ ก็ไม่กล้าฝันเลยว่าวันหนึ่งตนเองจะได้เห็น อาชีพระดับ SSS ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เพราะอาชีพระดับนี้ ในทั้งประเทศมีนับคนได้ แต่ละคนล้วนเป็นตัวแทนของสุดยอดกำลังรบในยุคสมัยของตน หากเติบโตเต็มที่เมื่อใด ย่อมเป็นตำนานที่ยากจะมีใครเทียบ
สองคนที่ร่วมเดินทางกับเจิ้งมู่ตลอดมา ยิ่งสัมผัสได้ชัดว่าความน่ากลัวของ "ช่างกล" เกินกว่าที่เคยคิดไว้ พอได้ยินว่าเขามีสกิล “ดัดแปลงยุทโธปกรณ์” ซึ่งเป็นสกิลที่ทำเอาพวกช่างตีเหล็กอยากเอาหัวโขกกำแพงตาย สองคนนั้นถึงกับพูดไม่ออก
ใครบอกว่าช่างกลระดับ A ธรรมดา! เห็นชัด ๆ ว่าถูกพลังเเห่งโลกบังตาไว้ไม่ให้ใครเห็นว่าแท้จริงแล้ว มันคือ อาชีพระดับ SSS ที่แท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น…แม้แต่อาชีพระดับ S ยังไม่อาจใช้คำอธิบายถึงความน่ากลัวของเขาได้ด้วยซ้ำ เขามีทั้งความโกงแบบนักเวท มีทั้งสกิลเอาตัวรอดอันเป็นตำนานของนักรบ มีทั้งทักษะเด็ดขาดเฉือนคอของนักฆ่า และตอนนี้…แม้แต่อาชีพสายดำรงชีพอย่างพวกช่าง ก็ยังโดนเขาเหยียบย่ำจนไร้ที่ยืน!
"นี่หมายความว่า ชุดปืนไรเฟิลอัตโนมัติสีม่วงระดับหายากที่ในโลกภายนอกขายไม่ต่ำกว่าห้าพันล้านเหรียญมังกร เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ระดับยอดเยี่ยมสีฟ้าที่นายรวบรวมเข้าด้วยกันเท่านั้นเหรอ?"
เจิ้งมู่เพียงยักไหล่ พลางบ่นเบา ๆ อย่างขำ ๆ “สกิลของช่างกลน่ะ เวลาคูลดาวน์มันยาวเกินไป รู้ไหมว่าใช้ทีนึงแล้วต้องนั่งรอสามชั่วโมงมันทรมานแค่ไหน?”
คำพูดยียวนนั้นทำเอาไหล่ของหลีเฉิงคุนกระตุก มองหน้าเจิ้งมู่ด้วยสายตาชื่นชมผสมเกรงขาม
เขาอดตื้นตันไม่ได้ ชายคนนี้คือพี่น้องเเละเพื่อนสนิทที่เขาเคารพมาตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่ทั้งเยือกเย็นและฉลาดที่สุด และวันนี้โชคชะตาก็ไม่ได้ทอดทิ้งเขาเลย กลับส่งเส้นทางที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าฝันมาให้
หลีเฉิงคุนรีบสวมชุดยุทโธปกรณ์ใหม่ด้วยสีหน้าลิงโลด ส่วนเจิ้งมู่กลับหันไปมองที่เบาะข้าง ๆ ตรงที่หลั่นปิ่งเยว่กำลังนั่งอยู่
“จริง ๆ สกิลดัดแปลงนี้ก็มีข้อจำกัดนะ ของพวกชุดเกราะเวทย์หรือเสื้อคลุมเวทย์พวกนี้ ฉันแตะไม่ได้เลย”
หลั่นปิ่งเยว่ถึงกับใจห่อเหี่ยวลง แต่ก็ยังพยักหน้าแสร้งทำเหมือนเข้าใจเต็มที่
ทว่าไม่ทันไร เจิ้งมู่ก็ล้วงมือเข้าไปในช่องเก็บของ ก่อนจะดึงดาบยาวพร้อมฝักออกมา
ฝักนั้นมีลวดลายดอกไม้สีครามปนม่วง ส่วนตรงด้ามห้อยด้วยจี้หยกเป็นรูปดอกเหมยสวยงาม
"แม้จะไม่มีการเพิ่มคุณสมบัติธาตุ แต่การเจาะเกราะทางกายภาพ การเพิ่มความเสียหายของทักษะ และการเพิ่มความเร็วในการโจมตี ล้วนไม่เลวเลย"
เมื่อหน้าตางสถานะของดาบปรากฏตรงหน้า หลั่นปิ่งเยว่ถึงกับช็อกจนสมองว่างเปล่า
【รหัส 'เหมย': Lv 15, อาวุธสีม่วงระดับหายาก, ผลงานของช่างกลเจิ้งมู่, เพิ่มความเสียหายทางกายภาพ 500%, เพิ่มความเสียหายของทักษะ 120%, เพิ่มความเร็วในการโจมตี 30% เงื่อนไขการใช้งาน: อาชีพนักรบและนักฆ่าสามารถใช้ได้】
คุณสมบัติที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ทำไมเวลาที่ออกจากปากนาย มันฟังเหมือนนายคิดว่าของนี่มันห่วยแตกนัก
เมื่อหลั่นปิ่งเยว่ เด็กสาวผู้หยิ่งทะนงเห็นดาบแล้ว ก็ทำหน้าอย่างคาดไม่ถึง ทำเอามุมปากของเจิ้งมู่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง
เขายังหยิบของชิ้นต่อไปออกมาต่อ เป็นรองเท้า "จันทราซ่อน" ที่เคยได้มาจากในดันเจี้ยน
【รองเท้าจันทราซ่อน Lv15 วัสดุสีม่วงระดับหายาก เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ของผู้ใช้ 30%, เพิ่มระยะเวลาทักษะการล่องหน 50% หมายเหตุ: อุปกรณ์นี้ต้องมีทักษะ 'ล่องหน' จึงจะสวมใส่ได้】
“นี่เป็นของดรอปที่ฉันใช้ไม่ได้ แต่เธอมีสกิลล่องหนนี่นา พอดีเลย”
เพียงของสองชิ้นนี้ ก็ทำเอาหลั่นปิ่งเยว่กับหลีเฉิงคุนแทบยืนไม่อยู่แล้ว
เห็นเจิ้งมู่หยิบออกมาเรื่อยๆ ซึ่งล้วนเป็นวัสดุสีม่วงระดับหายากทั้งนั้น หลีเฉิงคุนและหลั่นปิ่งเยว่ต่างก็งงไปแล้ว
ทันใดนั้น ทั้งสองก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้พร้อมกัน “ดันเจี้ยนลึกลับในเมืองศพเน่าคืนนั้น นายเป็นคนเข้าไปเหรอ!”
เจิ้งมู่ไม่แปลกใจที่ทั้งสองคิดถึงประเด็นนี้ได้ จึงพยักหน้าทันที "อื่ม!!!"
หลีเฉิงคุนมองเจิ้งมู่ด้วยสายตาที่ตกตะลึง "กัปตันหลิวบอกพวกเราว่า ดันเจี้ยนนั้นแนะนำให้คนเลเวล 30 สี่คนรวมทีมกันเข้าไม่ใช่เหรอ เเต่ นาย...เคลียร์ได้แล้วเหรอ?"
เจิ้งมู่พยักหน้าอีกครั้ง"แม้จะมีความยุ่งยากบ้าง แต่ก็ถือว่าราบรื่น"
เมื่อได้ยินเจิ้งมู่พูดถึงเรื่องนี้อย่างสบายๆ ราวกับกำลังบอกพวกเขาว่ากินอะไรเป็นอาหารเย็นเมื่อคืนก่อน หลีเฉิงคุนก็ไม่อยากพูดอะไรแล้ว เขาไม่สามารถเปรียบเทียบกับคนประหลาดคนนี้ได้เลย
อย่างไรก็ตาม หลีเฉิงคุนยังดีกว่าหลั่นปิ่งเยว่ที่เป็นผู้ปลุกอาชีพระดับ A เหมือนเจิ้งมู่ ในตอนนี้เธอได้เเต่อิจฉา
เธอที่อยากจะเอาชนะคนคนนี้มาตั้งแต่เด็ก ในด้านการเรียนก็ถูกเขากดไว้ ตอนนี้กลายมาเป็นผู้ปลุกอาชีพแล้ว ดูเหมือนจะมีโอกาสพลิกกลับมา แต่ผลคือ... แพ้ยับเยิน
เห็นทั้งสองไม่พูดแล้ว เจิ้งมู่ก้ล้วงอะไรบางอย่างจากอกเสื้อ หยิบแหวนวงหนึ่งออกมา
【แหวนสายลมมรณะ: Lv 15, เครื่องประดับสีม่วงระดับหายาก, เพิ่มความเสียหายธาตุลมของผู้สวมใส่ 50% และเพิ่มอัตราการฟื้นฟู mp 30%】
เจิ้งมู่เอายื่นให้เธอ หลั่นปิ่งเยว่ถึงกับหน้าแดงก่ำทันที หัวใจเต้นแรงจนเกือบโผล่ออกมา เธออึกอัก ไม่กล้าสบตา ร่างแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
ยังไม่ทันได้ปฏิเสธอะไร เขาก็จับมือเธอ สวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายต่อหน้าต่อตา
“โอ้วโห พี่ใหญ่โคตรเท่!” เสียงหลีเฉิงคุนตะโกนขึ้นมาจากเบาะหลัง
“มีแค่นายคนเดียวเท่านั้นแหละ ถึงจะคู่ควรกับนางฟ้าหิมะอย่างเธอ!”
หลั่นปิ่งเยว่หน้าร้อนผ่าวจนเลือดแทบระเบิด หันไปพยายามดึงแหวนออก แต่ไม่ว่าพยายามยังไง มันก็แน่นราวกับหลอมรวมเข้ากับผิวเธอไปแล้ว
เธอทั้งเขินทั้งสับสน ไม่กล้าสบตาเขาอีกเลย จนกระทั่งพวกเขากลับถึงเมืองหยุนถง เธอก็ยังเงียบไม่ยอมพูดอะไร ก้มหน้าตลอดทาง
จนหลีเฉิงคุนสังเกตได้ ก็รีบแยกตัวกลับบ้านอย่างรู้เวลา
บรรยากาศในรถเหลือเพียงเธอกับเขา เงียบงันอยู่นาน จนกระทั่งหลั่นปิ่งเยว่เอ่ยเสียงเบาออกมา “เอ่อ…นายอยากไปเจอแม่ฉันหน่อยไหม? เธอยังเป็นห่วงนายอยู่มากเลย…”