เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำใช่ไหม?

บทที่ 31 ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำใช่ไหม?

บทที่ 31 ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำใช่ไหม?


บทที่ 31 ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำใช่ไหม?

เมื่อถูกมืออันมหึมาของ “ออพติมัส” จับไว้แน่น เสียงกระดูกของเสี่ยวกู่ก็ดังกึกกักแตกหักราวกับกิ่งไม้แห้งที่ถูกหัก ความเจ็บปวดสาหัสทำให้เสียงกรีดร้องโหยหวนของเขาสะท้อนก้องไปทั่วเมืองศพเน่าในยามค่ำคืน เสียงนั้นราวกับเรียกให้ฝูงซอมบี้รอบด้านพากันส่งเสียงคำรามตอบรับ

เจิ้งมู่ก้าวเข้าไปใกล้ มองดูร่างของเสี่ยวกู่ที่ถูกบีบไว้ เหลือเพียงศีรษะโผล่ออกมา เลือดทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด หายใจเข้าอย่างยากลำบากจนแทบไม่มีแรง แต่บนใบหน้าของเจิ้งมู่ยังคงแต้มรอยยิ้มเย็นชา

“เสี่ยวกู่ ดูเหมือนแกจะไม่ทันยุคสมัยแล้วสิ ใครบอกว่าพวกเด็กที่เพิ่งปลุกอาชีพล้วนเป็นพวกซื่อบื้อไม่รู้จักความโหดร้ายของโลกภายนอก? คนที่จริงๆ แล้วโง่เขลา มันคือใครกันแน่?”

เสี่ยวกู่เบิกตาขึ้นอย่างยากลำบาก กล้ามเนื้อบนใบหน้าเกร็งกระตุกไม่หยุด สายตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ยิ่งเมื่อเห็นเจิ้งมู่โยนม้วนเเผนที่ขึ้นลงเล่นในมือ ก็ยิ่งอยากพูดอะไรออกมา แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร ออพติมัสที่ได้รับแค่เพียงสัญญาณสายตาจากเจิ้งมู่ ก็กำมือทันที

เสียง “กร๊อบ!” ดังสนั่น เลือดสดไหลรินออกมาจากช่องว่างระหว่างนิ้วเหล็ก ร่างของเสี่ยวกู่ถูกโยนลงพื้นราวกับถุงผ้าขาด วิญญาณสิ้นสลายไปในทันที

“โอ๊วกกก!” หลีเฉิงคุนเป็นคนแรกที่ทนไม่ไหว รีบก้มตัวก่อนอ้วกจะพุ่งออกมาทันที ส่วนหลั่นปิ่งเยว่ที่ตอนแรกยังพยายามกลั้นไว้ได้ พอโดนกระตุ้นแบบนี้ก็วิ่งหลบไปข้างกำแพง อ้วกตามออกมา เสียงแห้งในลำคอของทั้งสองดังอยู่นาน กว่าพวกเขาจะพอปรับลมหายใจและฝืนเงยหน้าขึ้นมาได้

แววตาของทั้งคู่จับจ้องไปที่เจิ้งมู่ชัดเจน ในสายตาของพวกเขามีเเต่คำถามที่ว่า นี่มันตัวอะไรฟะ?

เจิ้งมู่เพียงยักไหล่แล้วชี้ไปทางออพติมัส “นี่แหละไพ่ตายของฉันในตอนนี้ ทรานส์ฟอร์เมอร์ ออพติมัส!”

ออพติมัสยกมือขึ้นฉีดน้ำล้างคราบเลือดออก ก่อนจะหันมากวักมือทักทาย “สวัสดีทั้งสองท่าน ผมคือสิ่งประดิษฐ์จักรกลที่เจ้านายของผมประดิษฐ์ขึ้น ออพติมัส”

“มัน…มันพูดได้!” หลีเฉิงคุนตะลึงถอยหลังไปสองก้าว ส่วนหลั่นปิ่งเยว่ก็ตาค้างไม่ต่างกัน

เจิ้งมู่พยักหน้าแล้วชี้ไปที่เหล่า T-800 ที่กำลังเก็บกวาดซากศพอยู่ “ไม่ใช่แค่ออพติมัสนะ แม้แต่พวก T-800 ฉันก็ใส่ระบบให้ พวกมันเลยมีสติปัญญาพอใช้เหมือนกัน”

ในขณะนั้นเอง เสียงกรีดร้องโหยหวนเหมือนหมูถูกเชือดก็ดังขึ้นข้างหลัง พอหันกลับไปมองก็เห็น T-800 ตัวหนึ่งลากร่างชายที่ดูคุ้นตาเข้ามา

“ฮึ! ดวงแข็งนี่หว่า ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นยังไม่ตายอีก” หลีเฉิงคุนหัวเราะเยาะ พอเพ่งมองก็พบว่าเป็น “เพื่อนร่วมชั้น” ของพวกเขา จางเฉิงหลง

จางเฉิงหลงน้ำมูกน้ำตาไหลพราก ทรุดตัวคุกเข่ากับพื้น ร้องขอชีวิตไม่หยุด “เจิ้งมู่…ไม่สิ!คุณชายเจิ้ง คุณปู่เจิ้ง คุณปู่ไฉ่! ผมผิดไปแล้ว ผมไม่รู้จริงๆ ว่าพวกนั้นจะมาฆ่าพวกคุณ! ผม…”

เจิ้งมู่ทำเพียงโบกมือ ไม่มีอารมณ์จะเสียเวลาพูดกับพวกไร้ค่า กำลังจะให้ T-800 จัดการจบๆ ไป แต่หลีเฉิงคุนกลับก้าวออกมาขวาง

“เจิ้งมู่ คนนี้…ให้ฉันจัดการเอง!”

แววตาที่แน่วแน่ของเขาทำให้เจิ้งมู่เข้าใจทันที จึงพยักหน้า ก่อนจะปล่อยให้หลีเฉิงคุนกับ T-800 ลากจางเฉิงหลงไปยังมุมหนึ่ง

ไม่นาน เจิ้งมู่ก็ถามหลั่นปิ่งเยว่าอย่างสงสัย “ทำไมเธอไม่ค่อยตกใจตอนออพติมัสปรากฏตัวเลยล่ะ?”

หลั่นปิ่งเยว่กลอกตาใส่ “ใครมันบ้าเอารถบรรทุกเข้ามาในป่า? ต่อให้จะอยากสะดวกสบายหน่อย ขับรถออฟโรดก็ยังพอเข้าใจ แต่นี่…ใครเขาขับรถบ้านเข้ามา? อีกอย่างนะ…” เธอมองเจิ้งมู่เหมือนเจอคนบ้า “นายเคยเห็นผู้ปลุกอาชีพคนไหน ปล่อยให้สัตว์อัญเชิญออกไปสู้หมด แล้วตัวเองนั่งกินเบียร์กินเนื้อย่างอยู่ข้างหลังไหม?”

“เอ่อ…” เจิ้งมู่งง คำถามนี้เขายังไม่เคยคิดจริงๆ

ที่จริงหลั่นปิ่งเยว่ก็เดาไม่ถูกทีเดียว ที่เจิ้งมู่นั่งกินเบียร์กับเนื้อย่างอย่างสบายใจ เป็นเพราะตราบใดที่สิ่งประดิษฐ์จักรกลใต้บังคับบัญชาของเขาไม่ตายหมด ตัวเขาก็ปลอดภัยตลอด

การใช้ออพติมัสไพรม์เป็นการป้องกันสุดท้ายนั้น เป็นเพียงสิ่งที่อีกฝ่ายคาดเดาเอา

เขายังไม่ทันพูดอะไรต่อ เสียงปืนดังเปรี๊ยะๆ สองสามนัดก็ดังขึ้น หลีเฉิงคุนเดินกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“จบแล้ว…ไม่ว่าใครก็ตามที่กลายเป็นผู้ปลุกอาชีพ ในสายตาคนธรรมดามันอาจจะดูสวยหรู แต่เราควรรู้ตัวดีว่า แท้จริงแล้วเรากำลังเดินอยู่ในสนามรบ”

เจิ้งมู่ยกมือตบไหล่เพื่อนเบาๆ เหมือนปลอบ หลีเฉิงคุนเพียงพยักหน้าเงียบๆ สีหน้ายังหนักอึ้ง

เรื่องของสมาคมเฮยเฟิงทำให้ทั้งคู่เหนื่อยล้าทางใจ หลังจากออพติมัสแปลงร่างกลับเป็นรถบ้าน พวกเขาก็ขึ้นไปบนห้องโดยสาร ตั้งใจจะงีบพัก แต่หารู้ไม่ว่า ในเงามืด T-800 กำลังแอบเก็บศพของสมาชิกเฮยเฟิงอย่างเงียบๆ ก่อนลำเลียงเข้าสู่ประตูด้านหลังของ “รังจักรกล” ที่ซ่อนอยู่ในรถบรรทุก

จนกระทั่งเสียงหายใจของทั้งคู่สงบสม่ำเสมอ แสดงว่าหลับสนิทแล้ว เจิ้งมู่ถึงได้เข้าสู่ “รังจักรกล” อย่างระมัดระวัง และรีบตรงไปยังศพอันน่าขยะแขยงของเสี่ยวกู่

ภายใต้สายตาลึกลับของ “เรดควีน” เจิ้งมู่หยิบ “ตราคำสั่งเลือดฟีนิกซ์” ออกมาใช้งาน เลือดจากร่างไร้ชีวิตของเสี่ยวกู่พลันถูกดูดออกมาอย่างรุนแรง จนเหลือเพียงซากกระดูกแห้งผาก

ตรงหน้าของเจิ้งมู่ ปรากฏเเผ่นที่เเผ่นหนึ่ง สีแดงดุจเลือดสด

【ถ้ำมืด : สกิลของมือสังหารรัตติกาล Lv25 สามารถเปิดประตูสู่ถ้ำมืด เคลื่อนที่เงียบเชียบใต้พื้นดินกลางรัตติกาล เพื่อจู่โจมเป้าหมายแบบสายฟ้าแลบ เงื่อนไขการเรียนรู้: อาชีพสายต่อสู้เท่านั้น】

เจิ้งมู่มองคุณสมบัติแล้วอดถอนหายใจไม่ได้ ช่างน่าเสียดายแทนเสี่ยวกู่จริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะถูกปิดล้อมแน่นหนา แถมยังโดนสกิล “สแกนสนามแม่เหล็กนาโน” ที่หักล้างนักฆ่าโดยตรง ไม่อย่างนั้นไม่ว่าจะใช้สกิลลอบโจมตีหรือถอยหนี เขาก็จะรอดไปได้สบายๆ

“เฮ้อ แต่ก็ดี…สุดท้ายก็ตกมาอยู่ในมือฉัน ถึงจะใช้ได้เฉพาะสายต่อสู้ แต่นั่นมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?”

มุมปากของเจิ้งมู่ค่อยๆ ยกยิ้ม ขณะที่ตำราโลหิตนั้นส่องแสงแดงฉานอยู่ในฝ่ามือ…

จบบทที่ บทที่ 31 ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำใช่ไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว