- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 32 【การสลักโมดูล】! ต้นแบบเสริมพลังของ “ลิคเกอร์” — กรงเล็บทมิฬ
บทที่ 32 【การสลักโมดูล】! ต้นแบบเสริมพลังของ “ลิคเกอร์” — กรงเล็บทมิฬ
บทที่ 32 【การสลักโมดูล】! ต้นแบบเสริมพลังของ “ลิคเกอร์” — กรงเล็บทมิฬ
บทที่ 32 【การสลักโมดูล】! ต้นแบบเสริมพลังของ “ลิคเกอร์” — กรงเล็บทมิฬ
สกิลการสลักโมดูล Lv มีคูลดาวน์นานถึงเจ็ดวันเต็ม ส่วนตราคำสั่งเลือดฟีนิกซ์หลังจากใช้งานไปหนึ่งครั้งแล้ว ก็ต้องรอถึงหนึ่งเดือนกว่าจะเรียกใช้ได้อีกครั้ง
แค่บอกออกไป ก็คงทำให้ทั้งวงการผู้ปลุกอาชีพบนดาวบลูสตาร์ต้องสั่นสะเทือนแน่ ๆ
ภายในรังจักรกล หลังจากแยกเอาหนังสือสกิลถ้ำมืดออกมาจากศพของเสี่ยวกู่แล้ว เจิ้งมู่ก็เรียก “ลิคเกอร์” ตัวแรกที่เขาสร้างขึ้นให้มาหา ตั้งแต่แรกลิคเกอร์นั้นก็เป็นสิ่งมีชีวิตจักรกลที่สายลอบสังหาร สกิลแรกของมันคือ “ซ่อนลมหายใจ-พุ่งจู่โจม” ที่สามารถทำให้มันเคลื่อนไหวเหมือนนักฆ่า แอบซ่อนตัวและจู่โจมได้อย่างไร้เสียง ยิ่งอยู่ในความมืดยิ่งได้เปรียบ
ถ้าเพิ่มสกิลถ้ำมืดเข้าไปอีก มันก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก
เจิ้งมู่ไม่ลังเลเลย เขาใช้การสลักโมดูลทันที ในวินาทีนั้น มือของเขาที่กดลงไปบนหัวลิคเกอร์ ระเบิดพลังไฟฟ้าออกมาอย่างรุนแรง กระแสไฟไหลไปทั่วร่างของมันพร้อมกัน และก็ทำให้มันเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง
ก่อนอื่นคือผิวหนังและร่างกายทั้งตัวกลายเป็นสีดำสนิทที่ไม่มีแม้แสงสะท้อน จากนั้นแขนขาก็ยืดยาวขึ้น รูปร่างทั้งร่างกลายเป็นเส้นโค้งเพรียวดูปราดเปรียวยิ่งกว่าเดิม จากที่เคยอัปลักษณ์จนชวนขยะแขยง ตอนนี้กลับดูเท่ห์ดุดันขึ้นมาแทน
ไม่นานนัก เจิ้งมู่ก็เห็นข้อความสกิลถ่ำมืดปรากฏขึ้นในแผงสกิลของมัน เขาถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ โล่งใจที่ไม่พลาดตั้งแต่ครั้งแรก
“ไหน ๆ ก็มีสกิลใหม่แล้ว ก็ควรได้ชื่อใหม่ด้วย” เจิ้งมู่ลูบหัวมัน พลางครุ่นคิดสองวินาที ก่อนยิ้มออกมา “กรงเล็บทมิฬ!” กรงเล็บที่ยื่นออกมาจากความมืด!
หลังจากอัปเกรดกรงเล็บทมิฬเสร็จเรียบร้อย เจิ้งมู่ก็สั่งให้ “เรดควีน” จัดการแช่แข็งศพที่เหลือทั้งหมด แล้วตัวเขาเองก็กลับไปยังห้องโดยสารในรถบ้านต่อ
ที่นั่งข้างคนขับเปลี่ยนคน หลั่นปิ่งเยว่นอนอยู่บนเตียงเล็กด้านหลัง
ในขณะที่เจิ้งมู่กำลังจะปรับเบาะลงและนอนหลับสักงีบ แต่จู่ ๆ เจ้า “ออพติมัสไพรม์” กลับเปิดแอร์เย็นขึ้นมาเฉย ๆ ภายในห้องโดยสารเลยหนาววาบขึ้นในพริบตา
“....”
เขาหันไปมอง เห็นหลั่นปิ่งเยว่ขดตัวหนีความหนาว เขาก็เข้าใจทันทีว่าไอ้คันรถนี่แอบเล่นบท “ปีกซ้าย” ให้แน่ ๆ
“เฮ้ย นายเป็นรถบ้านนะ ไม่ใช่คู่หูวางแผนรักให้ใครเขา...” ถึงจะบ่นแบบนั้น แต่เจิ้งมู่ก็ทำตามสถานการณ์ เขาขยับไปด้านหลัง เอาเสื้อคลุมของตัวเองห่มให้เธอ ก่อนจะนั่งพิงข้างผนัง ทำท่าจะงีบหลับ
ไม่นานนัก เขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาเบียดในอก ลืมตาดูก็เห็นใบหน้าสวยของหลั่นปิ่งเยว่อยู่ตรงหน้า
“ตื่นอยู่ทีไรปากร้าย แต่พอหลับกลับดูน่ารักซะงั้น” เขาอดขำไม่ได้ แอบหยิบมือถือขึ้นมาเซลฟี่ กดชัตเตอร์พร้อมทำท่า “ผมไม่ทำอะไรนะ” …แชะ!
รุ่งเช้า เสียงจามของหลีเฉิงคุนก็ปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้นมา “เฮ้ย! ออพติมัส! ไหนบอกว่ามีสติปัญญาไม่ใช่เหรอ? เมื่อคืนหนาวแทบตาย ทำไมไม่เปิดฮีตเตอร์สักหน่อยวะ?”
เขาหนาวจนสั่นเป็นลูกนก เจิ้งมู่เลยได้แต่เกาหัวอย่างจนใจ ส่วนหลั่นปิ่งเยว่ที่เพิ่งลืมตาขึ้นมา ดันสบเข้ากับรอยยิ้มลึกลับของเขาพอดี ยิ่งได้ยินเสียงหัวใจเต้นใกล้หูแบบนั้น เธอก็หน้าแดงวาบ รีบเด้งตัวขึ้นมานั่งทันที
พอเห็นเสื้อคลุมที่อยู่บนตัว เธอยิ่งหน้าแดงหนัก “ฉันไปล้างหน้าแล้วกัน!” พูดจบก็รีบพรุ่งพรวดออกไปโดยไม่ฟังที่เขาจะพูดต่อ
เจิ้งมู่มองเสื้อที่ยังมีกลิ่นหอมติดอยู่ที่มือ ก็หัวเราะเบา ๆ
หลังจากจัดการล้างหน้าล้างตากันเสร็จ ทั้งสามก็กลับไปไล่ล่าซอมบี้ในเมืองศพเน่าอีกครั้ง
【คุณฆ่าซอมบี้กระโดด Lv19 ได้รับค่าประสบการณ์ 109 】
【คุณฆ่ากู่ Lv21 ได้รับค่าประสบการณ์ 187 ได้รับวัสดุสีม่วงระดับหายาก “แก่นบิดเบี้ยว”】
การแจ้งเตือนเด้งรัวเหมือนน้ำตก ทำเอาพวกเขาตาลาย
ตอนกลางวันเจิ้งมู่ไม่เรียกออพติมัสออกมา แต่แค่กองทัพ T-800 เจ็ดตัว กับลิคเกอร์สามตัวที่นำโดยกรงเล็บทมิฬ ก็เพียงพอให้เขา “นอนอัปเลเวล” กันได้แล้ว
แม้กระนั้น คนที่นอนจริง ๆ ก็มีแค่เจิ้งมู่คนเดียว...
【แก่นบิดเบี้ยว: วัสดุสีม่วง ระดับหายากแก่นพลังที่กู่สร้างขึ้น เชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้มันฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ใช้ได้ทั้งในการตีอาวุธและปรุงยา】
วัตถุนี้ทำเอาทั้งหลีเฉิงคุนและหลั่นปิ่งเยว่ตาลุกวาว แต่พอเห็นว่าเป็นแค่วัสดุ ก็หันกลับไปอย่างผิดหวัง ส่วนเจิ้งมู่กลับเก็บไว้ด้วยสีหน้าคุ่นคิด
หนึ่งวันผ่านไป พอตกกลางคืน ทั้งสามคนก็เลเวลอัปพร้อมกัน
เจิ้งมู่ Lv17
หลั่นปิ่งเยว่ Lv11
หลีเฉิงคุน Lv11
นั่งกินบาร์บีคิวในรถ มองออกไปยังเมืองศพเน่าที่มืดน่ากลัว ทั้งสองคนก็อดตะลึงไม่ได้
“นี่มันบ้าไปแล้ว… ตอนที่กัปตันหลิวเล่ยพาพวกเราเข้ามาล่าซอมบี้ในเมืองนี้ ตั้งสองสามวันกว่าจะเลเวลอัพเเค่สองเลเวล แต่คราวนี้แค่สี่วัน เราพุ่งมาแล้วห้าถึงหกเลเวล!”
พวกเขาตื่นเต้นจนไม่รู้จะดีใจหรือกังวลดีกันแน่ เพราะระดับของพวกเขาตอนนี้ ถือว่าอยู่ในกลุ่มหัวแถวของนักปลุกอาชีพรุ่นใหม่ทั้งเมืองหยุนถงเลยทีเดียว
แต่ว่า...เจิ้งมู่ที่พาพวกเขาอัพเลเวล ก็เป็นผู้ปลุกอาชีพหน้าใหม่เหมือนกันนี่นา
เจิ้งมู่เพียงยิ้มลึกลับ “รีบ ๆ ปั่นให้ถึงเลเวลสิบห้าไว ๆ เถอะ เมื่อถึงตอนนั้น ฉันมีของขวัญจะให้พวกนายด้วย”