- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 25 รถบ้านพร้อมบอดี้การ์ด นายมาเที่ยวพักร้อนในป่าหรือไง?
บทที่ 25 รถบ้านพร้อมบอดี้การ์ด นายมาเที่ยวพักร้อนในป่าหรือไง?
บทที่ 25 รถบ้านพร้อมบอดี้การ์ด นายมาเที่ยวพักร้อนในป่าหรือไง?
บทที่ 25 รถบ้านพร้อมบอดี้การ์ด นายมาเที่ยวพักร้อนในป่าหรือไง?
ทำไมอาชีพช่างกลถึงได้รับการประเมินจากพลังเเห่งโลกว่าเป็นอาชีพระดับ A ทั้งที่ความจริงกลับดูไร้ค่า ไร้ประโยชน์ จนคนทั้งโลกเห็นว่ามันไม่ต่างอะไรกับอาชีพธรรมดา ๆ ที่เลี้ยงชีพได้แบบพอถูไถ?
คำตอบหนึ่งก็คือ เพราะ “กลไกสร้างสรรค์” ของช่างกลนั้นแทบจะไม่มีวันได้รับการยอมรับจากพลังเเห่งโลก ดังนั้นการจะสร้างหุ่นจักรกลขึ้นมาหนึ่งตัวที่ใช้ต่อสู้ได้จริง ย่อมต้องแลกด้วยการแบกรับข้อจำกัดมากมาย…
แต่ตอนนี้ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าพวกเขาก็ได้ทำเอาทุกทฤษฎีพังทลายลงในพริบตา ร่างเหล็กสูงใหญ่ดั่งภูผา สายกระสุนพันรอบอก ระเบิดลูกปรายห้อยเต็มเอว หลังแบกปืนลูกซองสี่ลำกล้องขนาดมหึมา
“T-800” ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา!
หลั่นปิ่งเยว่ผู้ที่เพิ่งเลื่อนขั้นมาถึงเลเวล 6 ในฐานะนักดาบสายลม ถึงกับสะท้านไปทั้งร่าง แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากเจ้าหอคอยเหล็กนั้นรุนแรงจนหัวใจเต้นสะท้านไม่เป็นจังหวะ
เพราะแค่ค่าพลังที่มันมี ก็เทียบได้กับมอนสเตอร์ระดับ 20 ขึ้นไปแล้ว พลังโจมตีสูงสุด 800 หน่วย! พลังป้องกัน 700 หน่วย!
ในขณะที่เธอเอง ต่อให้มีอาวุธและสกิลเสริม พลังโจมตีสูงสุดก็แทบจะถึงแค่ประมาณ 60 หน่วยเท่านั้น… ตัวเลขที่แต่เดิมเคยได้รับคำชมว่า “สุดยอดแล้ว” จากผู้มากประสบการณ์อย่างหลิวเล่ย บัดนี้กลับกลายเป็นเรื่องน่าขันไปเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เจิ้งมู่สร้างขึ้น
ความกังวลที่เคยมีต่ออนาคตของเจิ้งมู่ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นความวิตกในอนาคตของตัวเองแทน เพราะช่องว่างระหว่างเขากับเธอกำลังขยายกว้างขึ้นทุกที
ในขณะที่หลั่นปิ่งเยว่ยังคงเงียบไม่เอื้อนเอ่ยอะไร หลีเฉิงคุนกลับแทบจะกระโจนเข้าไปหาเจ้าหุ่นเหล็กตัวนี้อย่างตื่นเต้น มือสั่นระริกขณะลูบไล้ผิวเย็นเยียบของมัน
“เวรเอ๊ย! นี่มันหุ่นจักรกลจริง ๆ หรือเนี่ย? ดูภายนอกแทบไม่ต่างอะไรกับคน แต่พอแตะปุ๊บ โลหะแข็งเต็ม ๆ! …เจิ้งมู่ นายไปงมหาเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันฟะ?”
“ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ ปล่อยให้พวกเราต้องมานั่งกังวลอยู่ตั้งนาน!”
คำว่า “พวกเรา” ที่หลีเฉิงคุนใช้ ทำให้หลั่นปิ่งเยว่ขมวดคิ้วมุ่น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้โต้เถียงอะไรออกมา เพียงถามเสียงขรึมว่า “นี่คือสิ่งที่นายมัวหมกมุ่นอยู่ตลอดหลายวันที่ผ่านมาใช่ไหม?”
เจิ้งมู่ยิ้มบาง พยักหน้า “ก็ถือว่าใช่”
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่องทันที “พรุ่งนี้ฉันจะออกไปเก็บเลเวลที่เมืองศพเน่า พวกนายจะไปด้วยกันไหม? อย่างน้อยเราจะได้ดูแลกันและกัน อีกอย่าง เรื่องที่เกิดขึ้นใน ‘เมืองศพเน่า’ วันนี้ฉันก็ได้ยินมาแล้ว ดูท่าพวกปลุกอาชีพที่ช่วยนำทางให้พวกนาย คงต้องเจอศึกใหญ่แน่”
ยังไม่ทันที่หลั่นปิ่งเยว่จะตอบ หลีเฉิงคุนก็พยักหน้ารับทันทีด้วยสีหน้ามุ่งมั่น เจิ้งมู่จึงสรุปเสียงแข็งไม่เปิดช่องให้ใครปฏิเสธ “ตกลง งั้นก็เจอกันพรุ่งนี้เช้า มารวมกันที่นี่ เราจะออกเดินทางไปด้วยกัน!”
ในใจเขาเองก็รีบเร่งไม่น้อย เพราะยังมีภารกิจ “กวาดล้างเมืองศพเน่า” ที่ค้างอยู่ เขาต้องกำจัดมอนสเตอร์ในเมืองศพเน่าให้ได้ภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์ แต่ตอนนี้เวลาผ่านไปแล้วสองวัน!
เมื่อแน่ใจว่าเจิ้งมู่ไม่ได้คิดสั้นอะไรอีก หลีเฉิงคุนกับหลั่นปิ่งเยว่ก็ไม่ซักไซ้อะไรต่อ ทั้งคู่กินอิ่มเต็มที่ก่อนจะกลับออกไป
รุ่งเช้า ทั้งสองก็กลับมาปรากฏตัวพร้อมกัน แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ทั้งคู่ตะลึงงัน เจิ้งมู่เตรียม “รถบ้านขนาดใหญ่” พร้อมอาวุธครบครัน ราวกับจะไปตั้งแคมป์พักผ่อนกลางป่าแทนที่จะไปสู้กับมอนสเตอร์!
“เจิ้งมู่! นายจะเอาเจ้ารถบ้านี่ไปเมืองศพเน่าจริง ๆ เหรอ? แน่ใจนะว่าไม่ได้เสียสติไปแล้ว?” หลีเฉิงคุนพูดอย่างร้อนรน
แต่ยังไม่ทันพูดจบ เจิ้งมู่ก็โบกมือขัด “พอเถอะ เลิกพูดมากได้เเล้ว ฉันไม่โง่หรอก รีบขึ้นรถเถอะ!”
ด้านหลัง หลั่นปิ่งเยว่เหลือบตามองเจ้า “รถบ้านลวดลายสุดเท่” อย่างไม่ไว้ใจ ก่อนจะร่ายเวทตรวจสอบใส่แต่กลับไม่ปรากฏข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น เธอจึงขมวดคิ้วแน่น ก่อนก้าวขึ้นไปนั่งเงียบ ๆ ที่เบาะข้างคนขับ
ที่หน้าประตูเมืองหยุนถง ทหารเวรยังอดเอ่ยไม่ได้ “อ้าว เมื่อวานเพิ่งกลับมา ทำไมวันนี้จะออกไปอีกแล้ว? ถึงอยากหาเงินก็ต้องระวังตัวหน่อยนะ!”
คำพูดนั้นทำให้หลั่นปิ่งเยว่เหลือบตามองเจิ้งมู่ด้วยแววสงสัย “เมื่อวานนายก็ออกไปแล้วเหรอ?”
เจิ้งมู่เพียงยิ้มมุมปาก ไม่ตอบอะไร พลางมือจับพวงมาลัยบังคับรถบ้านคันใหญ่ตรงไปยังเมืองศพเน่า ในหัวเขาเริ่มจินตนาการถึงสีหน้าตกตะลึงของทั้งสอง เมื่อได้เห็น “ความจริง” ที่รออยู่ข้างหน้า
ถึงแม้ไม่ใช้งาน “ออพติมัส” เเต่เขาก็มั่นใจว่ากำลังในมือของเขามากพอจะครองเมืองศพเน่าได้อย่างสบาย ๆ
พอถึงเขตนอกเมืองศพเน่า แดดเที่ยงวันสาดแสงลงมาแรงกล้า พวกเขาเห็นมอนสเตอร์ซอมบี้กลายพันธุ์สิบกว่าตัวเดินเตร่อยู่ท่ามกลางความร้อนแรง
หลั่นปิ่งเยว่กับหลีเฉิงคุนเตรียมตัวตั้งท่าเข้าสู้ แต่เจิ้งมู่กลับกระโดดลงรถ หยิบโต๊ะ เก้าอี้ ร่มกันแดดออกมากางอย่างใจเย็น จากนั้นยังลากเตาปิ้งย่างออกมา พร้อมเบียร์เย็น ๆ กับวัตถุดิบเต็มมือ!
“นายกำลังทำบ้าอะไรน่ะ!” หลั่นปิ่งเยว่ขมวดคิ้วถามเสียงแข็ง
เจิ้งมู่ยิ้มตาใส ยักไหล่ “ไม่มีอะไรหรอก พวกเธอก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป ฉันก็หากิจกรรมคลายเครียดเท่านั้นเอง อีกอย่าง ถ้าพวกเธอเหนื่อย ก็มีที่พักให้นั่งดื่มกินนะ” พูดจบยังยกมือทำท่าเชื้อเชิญราวกับบอกว่า “เชิญแสดงให้เต็มที่”
แต่ยังไม่ทันที่สองคนนั้นจะเอ่ยอะไรต่อ เสียงตึงตังจากด้านหลังก็ดังขึ้น T-800 สองตัวกระโดดลงมาจากรถบ้านพร้อมอาวุธครบมือ!
ยังไม่พอ บนหลังคารถ “สัตว์จักรกลคลานสี่ขา” ก็พุ่งลงมาด้วย
หลั่นปิ่งเยว่รีบใช้เวทตรวจสอบอีกครั้ง ข้อมูลจึงปรากฏขึ้นตรงหน้า
【ชื่อ: Licker】
【ประเภท: จักรกลสร้างสรรค์ ผลงานขอช่างกลเจิ้งมู่】
【ระดับ: ยอดฝีมือสีน้ำเงิน 】
【พลังชีวิต: 800/800】
【พลังโจมตี: 160 – 480】
【พลังป้องกัน: 760】
เป็นผลงานของเจิ้งมู่อีกแล้ว!
คราวนี้ ต่อให้เป็นเธอที่เคยแสดงท่าทีเย็นชาแค่ไหน ก็ไม่อาจปกปิดความประหลาดใจได้ “นี่นายทำสำเร็จจริง ๆ เหรอ? นายสร้างหุ่นจักรกลได้ถึงสองแบบ? ตลอดหลายร้อยปีมานี้ มีช่างกลเกิดขึ้นเป็นพัน ๆ เเต่ยังไม่เคยมีใครสร้างหุ่นจักรกลขั้นสูงได้สักตัว แม้แต่จะให้หลุดมาระดับธรรมดาสีขาว ยังแทบเป็นไปไม่ได้ แต่นายกลับ…”
เจิ้งมู่เพียงหัวเราะเบา ยกเบียร์ขึ้นจิบอย่างสบายใจ “คุณหนูหลั่น ถ้าไม่รีบลงมือ ตอนนี้หุ่นของฉันคงไม่เหลือเศษซากมอนสเตอร์ให้พวกเธอได้ฆ่าแล้วนะ”
ทั้งสองหันขวับไปมอง ทันใดนั้น หัวของซอมบี้กลายพันธุ์ตัวหนึ่งก็ถูก T-800 ยิงทะลุจนเละด้วยลูกซองลำกล้องใหญ่!
เสียงปืนดังสนั่นก้อง แสงแดดเผาร่างซอมบี้จนควันกรุ่น ก่อนมันจะล้มลงสิ้นใจในนัดเดียว
หลีเฉิงคุนเหลือบกลับมามองเจิ้งมู่อีกครั้ง สีหน้าขมขื่นจนแทบจะเป็นตะคริว กลั้นอยู่นาน สุดท้ายก็พึมพำออกมาอย่างอิจฉาริษยาเต็มเปี่ยม “นายนี่มันเกินไปจริง ๆ ว่ะ มาเมืองศพเน่านี่…นายลืมไปหรือเปล่าว่านี่มัน ‘ภารกิจเอาชีวิตรอด’ ไม่ใช่ ‘ทริปพักร้อน’ นะโว้ย!”