- หน้าแรก
- อัจฉริยะแห่งพิภพอนันตกาล
- บทที่ 25
บทที่ 25
บทที่ 25
บทที่ 25 - หายไปหนึ่ง
༺༻
วันรุ่งขึ้นในยามรุ่งสาง สมาชิกทุกคนในทีมตื่นกันหมดแล้ว แต่บรรยากาศในแคมป์ชั่วคราวกลับหนักอึ้ง
วันนี้จะเป็นวันที่พวกเขาจะได้ปิดฉากฝูงแมนติสเสียที
บรูทที่เคยร่าเริงและตื่นเต้นกลายเป็นคนเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความโกรธ สายตาของเขาเหม่อลอยมองไปที่ไหนสักแห่งในระยะไกล
ทุกคนได้รับผลกระทบจากบรรยากาศที่หนักอึ้ง รวมทั้งอเล็กซ์ด้วย
"เราควรรีบออกเดินทางให้เร็วที่สุด สัตว์อย่างแมนติสก็ต้องการพักผ่อนตอนกลางคืนเหมือนกัน มีโอกาสสูงที่พวกมันจะยังอยู่แถวร่องรอยที่โจแอนเจอเมื่อคืน" เรย์มอนด์ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าคนอื่น สีหน้าหรืออารมณ์ปกติของเขาไม่เปลี่ยนไปเลย เขาแค่พูดน้อยลงนิดหน่อย
"เก็บข้าวของ เราจะออกเดินทางใน 5 นาท—" ดูเหมือนเรย์มอนด์จะติดนิสัยชอบโดนขัดจังหวะตอนกำลังพูด เพราะคราวนี้อเล็กซ์เป็นคนพูดแทรกขึ้นมา
"เดี๋ยว ร็อตแนมไปไหน?"
ความเงียบเข้าปกคลุมกลุ่มที่ตอนนี้เหลือแปดคน เมื่อทุกคนมองไปรอบๆ และไม่เห็นวี่แววของร็อตแนมเลย
"ไม่จริงน่า เราทุกคนเห็นเขาเมื่อคืนก่อนนอน ถ้าเขาตัดสินใจหนีไปหรือเกิดอะไรขึ้นกับเขาตอนกลางคืน เราก็น่าจะได้ยินอะไรบ้างแล้วตื่นกันหมดสิ?" สมาชิกคนหนึ่งในทีมที่อเล็กซ์จำชื่อไม่ได้พูดขึ้นด้วยความสับสนอย่างแท้จริง
ทั้งแปดคนยืนนิ่ง มองหน้ากันด้วยความเงียบงันที่ชวนให้อึดอัด สายตาหวาดระแวงถูกส่งหากันและความรู้สึกสังหรณ์ใจร้ายเกาะกุมจิตใจ — หากกรณีเลวร้ายที่สุดเป็นจริง และมีบางสิ่งสามารถเข้ามาใกล้กลุ่มพอที่จะฉุดคนของพวกเขาไปได้โดยไม่มีใครรู้ตัว แม้แต่เรย์มอนด์ที่เป็นนักผจญภัยระดับ E- ก็ยังไม่รู้เรื่อง... งั้นพวกเขาก็คงเรียกได้เต็มปากว่า 'ฉิบหาย' แล้วจริงๆ
ในขณะที่ทุกคนกำลังทำใจยอมรับความจริงที่ว่าร็อตแนมหายตัวไป เสียงหัวเราะแห้งๆ ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
"ฮะๆ... มองในแง่ดี อย่างน้อยเขาก็ทิ้งสัมภาระไว้ที่นี่นะ" เรย์มอนด์รู้สึกขนลุกซู่เมื่อสังเกตเห็นว่าอุปกรณ์ของร็อตแนมยังอยู่ครบ
'ถ้าขนาดเรย์มอนด์ยังประหม่าขนาดนี้ ภารกิจนี้มันชักจะอันตรายและมีลางร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ'
นี่หมายความได้เพียงอย่างเดียว — กรณีเลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นแล้ว
"เรารีบไปกันเถอะ ถ้ามีอะไรข้างนอกนั่นจ้องเล่นงานเราอยู่ เราก็ไม่ควรอยู่ที่นี่นานกว่านี้" โจแอนพูดแล้วเริ่มเดินไปทางที่พวกแมนติสอยู่ก่อนจะพูดจบประโยคเสียอีก
หลังจากเดินทางมาหลายชั่วโมง กลุ่มก็มาถึงรอยแยกของเปลือกโลก และลึกลงไปข้างในนั้นจะเห็นรอยจางๆ บนพื้นดินที่ดูเหมือนมีกลุ่มอะไรบางอย่างเดินผ่าน
ด้วยความที่ในรอยแยกไม่มีพืชพรรณขึ้นอยู่เลย จึงง่ายที่จะสังเกตรอยพวกนี้ ไม่ต้องให้โจแอนชี้ให้ดู ทุกคนก็สังเกตเห็นทันทีที่มาถึงริมหน้าผา
"นั่นรอยที่พวกแมนติสทิ้งไว้ พวกมันต้องซ่อนอยู่ในถ้ำลึกเข้าไปในหุบเหวนี่สักแห่ง"
ประกายตาของทุกคนวาวโรจน์เมื่อโจแอนยืนยันความคิดของพวกเขา
ในที่สุดพวกเขาก็จะได้จบภารกิจวันนี้เสียที!
เหตุการณ์การหายตัวไปของร็อตแนมถ่วงใจทุกคนอย่างหนัก และข่าวดีใหม่นี้ก็มอบแสงแห่งความหวังให้พวกเขา
ถึงตอนนี้ ทุกคนยกเว้นเรย์มอนด์และโจแอนต่างกระหายที่จะทำภารกิจให้จบและรับส่วนแบ่งแก่นอสูรก่อนจะออกไปจากป่าเฮงซวยและน่าขนลุกนี่เสียที!
ใช้เวลาไม่กี่นาที เรย์มอนด์ก็หาจุดให้กลุ่มไต่ลงไปในรอยแยกของพื้นดิน ซึ่งกลุ่มต้องกระโดดจากความสูง 10 เมตรลงสู่พื้นเบื้องล่าง
สำหรับคนธรรมดาที่ยังไม่ตื่นรู้ การตกจากความสูงขนาดนี้แทบการันตีความตายหรืออย่างน้อยก็ขาหักยับเยิน แต่สำหรับนักผจญภัยระดับ F และ F+ อย่างอเล็กซ์และคนอื่นๆ มันก็แค่รอยขีดข่วนเล็กน้อย สำหรับเรย์มอนด์ เขาไม่แม้แต่จะเหงื่อตกจากการกระโดดลงมา
แดนบรรพกาลไม่ใช่ที่สำหรับคนธรรมดาจะย่างกรายเข้ามา
ผ่านไปหลายสิบนาที นักผจญภัยทั้งแปดค่อยๆ เดินลึกเข้าไปในรอยแยก ลึกจนไม่มีแสงแดดส่องถึงหัวอีกต่อไป ไม่ว่าโจแอนจะนำไปทางไหน คนอื่นๆ รวมถึงเรย์มอนด์ก็เดินตามไป
แหล่งกำเนิดแสงเดียวของกลุ่มคืออุปกรณ์ส่องสว่างเวทมนตร์บางอย่างที่เรย์มอนด์ควักออกมาจากเป้ เทคโนโลยีปกติจากสหพันธ์ใช้ไม่ได้ผลในแดนบรรพกาล ดังนั้นพวกเขาจึงต้องใช้ทางเลือกที่แพงหูฉี่อย่างวัตถุโบราณเวทมนตร์ที่ดึงพลังงานจากแดนบรรพกาลมาใช้
จากนั้น ณ จุดหนึ่งที่ลึกเข้าไปหลายร้อยเมตร แสงสีเหลืองนวลก็ปรากฏให้เห็นไกลลิบๆ ข้างหน้า เหมือนประภาคารในมหาสมุทรแห่งความมืดมิดอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด และมันดึงดูดกลุ่มทั้งแปดให้ตรงเข้าไปทันทีที่สังเกตเห็น
"แสงนั่นดูต่างจากแสงของเรา... เหมือนมันมาจากกองไฟสักอย่าง" อเล็กซ์พูดความคิดออกมาดังๆ ให้คนในกลุ่มได้ยิน
อเล็กซ์ใช้เวลาทั้งชีวิตในถ้ำลึกและมืดมิดที่มีแสงสว่างจากสารพัดวิธี ดังนั้นเขาจึงเชี่ยวชาญสภาพแวดล้อมแบบนี้ที่สุดในบรรดาทุกคน
เขามั่นใจ 100% ว่าแสงข้างหน้ามาจากไฟ และดูจากระยะทางระหว่างกลุ่มกับแสง มันต้องเป็นกองไฟที่ใหญ่พอสมควรเลยทีเดียว
เรย์มอนด์และโจแอนเหลือบมองอเล็กซ์อยู่ครู่หนึ่งเมื่อเขาบอกที่มาของแสง และพวกเขามองหน้ากันด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะเบนสายตาหนีจากกัน
ไม่มีใครนอกจากพวกเขาสองคนที่รู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ ณ ตอนนั้น
"พวกแมนติสน่าจะอยู่ตรงนั้นแหละ หมู่บ้านก็ถูกทำลายด้วยไฟเหมือนกัน"
༺༻