- หน้าแรก
- อัจฉริยะแห่งพิภพอนันตกาล
- บทที่ 20
บทที่ 20
บทที่ 20
บทที่ 20 - ไร้เดียงสา
༺༻
'อันนี้แหละ เหมาะสำหรับตอนนี้'
รายได้ที่เพิ่งหามาได้เกือบจะเกลี้ยงกระเป๋า ด้วยราคามีดสั้นที่สูงถึงแก่นอสูรระดับ F 1 ชิ้นและเงินอีก 20 เหรียญทอง ทำให้อเล็กซ์หน้าเบี้ยวเมื่อเห็นราคา แต่ก็ยังน้อยกว่าตอนเห็นราคาอาวุธชิ้นอื่นในร้าน
เมื่อตัดสินใจแน่วแน่ เขาหยิบมีดสั้นไปที่เคาน์เตอร์เพื่อซื้อมัน
"เลือกอาวุธที่กากที่สุดในร้านงั้นเรอะ? ก็เอาเถอะ อาวุธกากๆ ก็ยังดีกว่ามือเปล่า"
'อย่างน้อยวันนี้ก็ได้เงินบ้าง'
"ทั้งหมด 110 เหรียญทอง สำหรับมีดสั้นระดับ F หนึ่งเล่ม"
'ระดับ F... งั้นอาวุธที่นี่ก็แบ่งตามระดับด้วยสินะ'
อเล็กซ์พยักหน้าให้มอร์ล็อคและยื่นแก่นอสูรชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่พร้อมเงิน 10 เหรียญทองให้
มอร์ล็อคประหลาดใจอยู่ลึกๆ และประเมินค่าอเล็กซ์สูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขายื่นแก่นอสูรระดับ F ให้แทนที่จะเป็นเงิน 100 เหรียญทอง นักผจญภัยไม่กี่คนหรอกที่จะยอมเสียแก่นอสูรไปง่ายๆ ส่วนใหญ่มักจะยอมจ่ายเป็นทองมากกว่า แม้จะต้องเป็นหนี้ก็ตาม
"ว่าแต่ ทำไมอาวุธในนี้ไม่มีป้ายบอกระดับเลยล่ะครับ มีแต่บอกราคา?"
อเล็กซ์ถามมอร์ล็อคในเรื่องที่เขาสงสัยเมื่อได้ยินว่ามีดสั้นของเขาคือระดับ F—เขารู้ตัวมาหลายสัปดาห์แล้วว่าเขาเป็นแค่บ้านนอกเข้ากรุงที่ไม่รู้อะไรเลยในเมืองนี้ อเล็กซ์รู้ว่าถ้าอยากรอดและไต่เต้าในแดนบรรพกาล อย่างน้อยเขาต้องรู้สามัญสำนึกของโลกนี้ในระดับเดียวกับคนพื้นเมือง
"มองไปรอบๆ สิไอ้หนู เห็นอะไรพิเศษเกี่ยวกับอาวุธพวกนี้ไหม? ไม่เลยใช่ไหม? นั่นแหละคำตอบ"
"อาวุธทุกชิ้นในร้านนี้คือระดับ F ชิ้นที่กากที่สุดอยู่ในมือแก ส่วนชิ้นที่แพงที่สุดคือระดับ F+"
'อะไรนะ?'
อเล็กซ์งงเป็นไก่ตาแตกกับสิ่งที่มอร์ล็อคบอก
อาวุธทุกชิ้นในร้านนี้เป็นระดับ F หมดเลยเหรอ? ไม่มีชิ้นไหนสูงหรือต่ำกว่านั้นเลย?
"ทำไมคุณขายแต่อาวุธระดับ F ล่ะครับ ทำไมไม่ขายระดับ E ด้วย? ผมมั่นใจว่ามีนักผจญภัยระดับ E ในเมืองนี้มากพอให้คุณทำกำไรได้นะ"
มอร์ล็อคมองอเล็กซ์ชัดๆ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเดินเข้าร้าน เมื่อสังเกตเห็นเส้นสีดำจางๆ บนผิวหนัง เขาก็เข้าใจ
"ในเมื่อแกเป็นคนนอก ข้าจะตอบคำถามให้ ยังไงซะนี่ก็เป็นเรื่องที่รู้กันทั่วไปในหมู่นักผจญภัยอยู่แล้ว"
"ข้าเองก็เป็นนักผจญภัยเหมือนกัน ระดับ F+ ด้วย ทีนี้แกลองคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าจู่ๆ ข้าเอาอาวุธระดับ E หรือ D มาวางขายในร้าน? ข้าคงโดนปล้นหรือไม่ก็หายตัวไปอย่างลึกลับภายในสัปดาห์เดียวกัน แกคงจะเพ้อเจ้อไปเองถ้าคิดว่าเมืองนี้ หรือแม้แต่แดนบรรพกาลทั้งหมด เป็นสถานที่เจริญรุ่งเรืองที่มนุษย์ทุกคนสามัคคีกันเพื่อต่อสู้กับสัตว์อสูร"
"ไม่เลย มนุษย์ห่างไกลจากคำว่าสามัคคีมาก แกอาจคิดว่าเมืองคือที่ที่สงบสุขที่สุดในดินแดนนี้ แต่มันก็แค่เวอร์ชันที่อันตรายน้อยกว่าป่าเขานิดหน่อย บางคนถึงกับมองว่ามันอันตรายกว่าในป่าด้วยซ้ำ—มนุษย์น่ะเจ้าเล่ห์เพทุบายและชั่วร้ายกว่าสัตว์อสูรเยอะ"
"แต่นั่นเป็นแค่เหตุผลด้านมืดและน่าหดหู่ที่ข้าไม่ขายอาวุธระดับสูง เหตุผลง่ายๆ คือข้าไม่มีปัญญาซื้อพวกมันมาขาย อาวุธระดับ E ต้องใช้แก่นอสูรระดับ E ในการซื้อ นักผจญภัยระดับ D ขึ้นไปเขาไม่สนทองกันแล้ว ซื้อขายกันด้วยแก่นอสูรเท่านั้น"
อเล็กซ์รู้สึกเหมือนโลกทัศน์ที่สร้างมาตลอดเดือนพังทลายลงหลังจากฟังมอร์ล็อค เขา 'ไร้เดียงสา' เกินไปมาตลอด เขาเอาแต่โฟกัสที่อันตรายจากสัตว์อสูรจนลืมความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ไปเสียสนิท
เขานึกย้อนไปถึงคำพูดของตำรวจวัยกลางคนก่อนที่จะถูกส่งมายังแดนบรรพกาล
'เธออาจได้เจอคนอื่น เธอเลือกได้ว่าจะร่วมมือกับพวกเขา แต่บางครั้งเธออาจจะต้องฆ่าพวกเขาด้วย'
ความจริงถูกวางไว้ตรงหน้าตั้งแต่ต้นแล้ว เขาแค่ตาบอดเกินกว่าจะมองเห็น
'ฉันมันโง่บรมมาตลอดเลยนี่หว่า'
แค่การเดินไปทั่วเมืองถามคำถามพื้นๆ ที่ใครๆ ก็รู้ มันก็เหมือนวาดเป้าไว้บนหลังตัวเองแล้ว คนที่ไม่มีสามัญสำนึกอย่างเขานี่แหละหลอกง่ายที่สุด
"ขอบคุณที่ทำให้ผมตาสว่างครับ จริงๆ นะ ผมไม่รู้เลยว่าจะพาตัวเองไปเจอปัญหาอะไรบ้างถ้าไม่รู้เรื่องนี้ให้เร็วกว่านี้"
อเล็กซ์ขอบคุณและโค้งให้มอร์ล็อคเล็กน้อยอย่างเก้ๆ กังๆ ฝ่ายหลังเพียงยักไหล่
'ข้าเป็นนักธุรกิจ ถ้าไม่ใช่เพราะแก่นอสูรที่มันให้มา ข้าคงปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรม คนอื่นคงไม่ใจดีช่วยมันเหมือนข้าหรอก'
"เออๆ เดี๋ยวแกก็รู้เองอยู่ดี ไปได้แล้ว ไปพร้อมกับมีดสั้นกากๆ ของแกนั่นแหละ ข้ามีธุระอื่นต้องทำ"
อเล็กซ์ยิ้มขณะเดินออกจากร้านของมอร์ล็อคพร้อมอาวุธชิ้นแรกในแดนบรรพกาล
เขาจนลงอย่างเห็นได้ชัด แต่มันคุ้มค่าเมื่อแลกกับพลังการต่อสู้ที่เพิ่มขึ้นอีกขั้นด้วยอาวุธชิ้นนี้
เขากลับมาอยู่จุดเริ่มต้นเหมือนตอนเพิ่งเข้าเมือง แต่คราวนี้เขามั่นใจในความแข็งแกร่งพอที่จะรับภารกิจเพิ่ม หรืออาจจะล่าสัตว์อสูรระดับ F+ เพิ่มก็ได้!
ถึงแม้เขาจะต้องหาพวกสัตว์ระดับสูงด้วยตัวเอง เพราะสมาคมนักผจญภัยไม่อนุญาตให้รับภารกิจที่สูงกว่าระดับตัวเองจนกว่าจะพิสูจน์ฝีมือได้
การฆ่าจอมนิทราครั้งก่อนเป็นเพราะโชคล้วนๆ ส่วนการฆ่ากระต่ายยักษ์เป็นการผสมผสานระหว่างโชคและการใช้ประสบการณ์เก่า
'ได้เวลาหาภารกิจที่ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าเดิมแล้ว'
༺༻