- หน้าแรก
- มาร์เวล ฉันมีระบบกลืนกินสรรพสิ่ง
- ตอนที่37 จับจักเกอร์นอทมาแล้วฉันจะรับนาย
ตอนที่37 จับจักเกอร์นอทมาแล้วฉันจะรับนาย
ตอนที่37 จับจักเกอร์นอทมาแล้วฉันจะรับนาย
เมื่อเห็นเช่นนั้นเจียงเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะส่ายหน้าอย่างนุ่มนวล
“แบบนั้นคงไม่เหมาะ การสอนศิษย์ต้องใช้เวลามาก ฉันไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอก”
“ไม่ครับ! ผมจะตั้งใจให้มาก แต่ละวันจะไม่รบกวนเวลาของรุ่นพี่นานเลย ขอร้องล่ะครับ โปรดรับผมไว้เถอะ!”
ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงใจก่อนมาขอเป็นศิษย์
เขาเตรียมใจไว้แล้วครั้งนี้ยังไงก็ห้ามยอมแพ้ง่าย ๆ
“มันไม่เหมาะจริง ๆ ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก” เจียงเฉินหาข้ออ้างเลี่ยง ๆ
แม้ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์จะแสดงความตั้งใจอย่างเต็มที่แต่เรื่องรับศิษย์แบบนี้เจียงเฉินก็ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน
ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย การเป็นอาจารย์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ยิ่งไปกว่านั้นปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ในฐานะสไปเดอร์แมน ก็มีศัตรูตัวฉกาจอยู่ไม่น้อย
หากรับเขาเป็นศิษย์จริงๆ วันหน้าถ้าเด็กคนนี้เจอปัญหาเจียงเฉินย่อมไม่อาจนิ่งดูดายได้
และนั่นย่อมหมายถึงการดึงตัวเองเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวาย
ดังนั้นหลังจากชั่งใจอยู่พักใหญ่เจียงเฉินจึงคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรรีบตอบรับ
“ผมรู้ว่ารุ่นพี่แข็งแกร่งมาก ต่อให้ผมช่วยอะไรไม่ได้ แต่ผมก็อยากมีส่วนในการปกป้องโลก”
ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ยังคงยืนกราน
ตุบ!!
พูดจบ เขาก็คุกเข่าลงตรงหน้าเจียงเฉินทันที
“นี่คือพิธีคารวะแบบจีน ได้โปรดรับผมเป็นศิษย์ด้วย!”
“นี่มัน……”
เจียงเฉินถึงกับอึ้งไปในใจอดคิดไม่ได้
นี่มันมาขอเป็นศิษย์ที่ไหนกันนี่มันบังคับให้ฉันต้องรับเขาชัด ๆ!
แต่ก็ถือว่ามีความจริงใจอยู่
“เฮ้! ฉันยังไม่ได้ตกลงรับนายนะ!”
“พิธีคารวะแบบนี้ฉันรับไม่ไหว รีบลุกขึ้นเถอะ อย่ามาขัดจังหวะมื้อเช้าของฉันสิ!”
“ตอนนี้ในห้องยังไม่มีใคร……” เจียงเฉินรีบพูดแก้สถานการณ์อย่างกระอักกระอ่วน
[ Loving you too much so much Very much right now ไม่รู้ว่าเจอเธอทำไมถึงยาว ]
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ขัดจังหวะคำพูดของเจียงเฉิน
เขาเหลือบมองหน้าจอ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ไม่ได้บอกให้รอคำสั่งอยู่เหรอ?”
ปลายสายคือโพลาริสตอนนี้น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความร้อนรน
“เมื่อคืนฉันเร่งให้คนสร้างฐานของ ‘หง’ เสร็จเรียบร้อย เดิมทีว่าจะเชิญหัวหน้ามาดูสถานที่ แต่จู่ ๆ ก็มีคนที่เรียกตัวเองว่าจักเกอร์นอทมาขู่ให้พวกเราไสหัวไป!”
“ตอนนี้เขาพาคนบุกมาแล้ว ฉันต้านไม่ไหวเลย หัวหน้า……”
โพลาริสรีบเล่าเหตุการณ์รวดเดียวจบ
ในวินาทีถัดมา
ร่างยักษ์สูงราวสามถึงสี่เมตร รูปร่างใหญ่โตดั่งภูเขาลูกเล็ก ๆ ก็พุ่งมาถึงตรงหน้าเธอ
เขาสวมเกราะสีแดง แขนมหึมาหนาแน่นราวเสาหิน ถูกหุ้มด้วยเหล็กกล้าเป็นชั้น ๆ บนศีรษะมีหมวกเหล็ก ใบหน้าเหี้ยมเกรียมราวสัตว์ร้ายกระหายเลือด
ไม่ว่าใครยืนต่อหน้าเขา ก็ล้วนดูเล็กจ้อยไร้ความหมาย
ผู้มาเยือนคือจักเกอร์นอท พลังของเขามาจากอัญมณีปีศาจของไซโทแร็ก ใครก็ตามที่สัมผัสอัญมณีนั้น จะกลายเป็นจักเกอร์นอท
พละกำลังของเขาแทบไร้ขีดจำกัด หมัดเดียวสามารถทำลายอาคารทั้งหลังให้ราบเป็นหน้ากลอง
ร่างกายแข็งแกร่งพอจะรับการโจมตีระดับค้อนของธอร์ได้ เนื้อหนังแทบไม่อาจถูกทำลาย เมื่อเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว แทบไม่มีใครหยุดยั้งได้
และด้วยพลังในตอนนี้ของโพลาริส
เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจักเกอร์นอทเลยแม้แต่น้อย
“หัวหน้าพูดอะไรหน่อยสิ! ฉันควรทำยังไงดี?”
โพลาริสรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างหนัก
เมื่อเผชิญหน้ากับร่างยักษ์ตรงหน้า เธอก็แทบตั้งสติไม่อยู่
“บัดซบ! กล้ามาก่อเรื่องในฐานของฉันงั้นเหรอ?” ทันทีที่ได้ยิน เจียงเฉินก็แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน
จากนั้นเขาหันไปมองปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ “ไอ้หนู โอกาสของนายมาถึงแล้ว”
“ไป! จับจักเกอร์นอทมัดแล้วพากลับมาให้ฉัน ฉันจะพิจารณารับนายเป็นศิษย์ในนามไว้ก่อน!”
“ศิษย์ในนามไว้ก่อน?!” ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ได้ยินก็ถึงกับงุนงง
แต่เขารู้ดีว่าเจียงเฉินเริ่มเปิดโอกาสให้แล้ว จึงไม่มีเวลามามัวคิดมาก
จะมีชื่อหรือไม่มีชื่อก็ช่าง ขอแค่ได้เป็นศิษย์ก็พอ “ได้ครับ… แต่ผมจะไปยังไง?”
เจียงเฉินหันไปทางบลิงค์ “บลิงค์ พาเขาไปที ที่อยู่คือนิวยอร์กฝั่งตะวันตก ถนนฟลิงค์ เลขที่ 1888”
“รับทราบ!”