เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ตบหน้าติงหลัน! ร่วมงานกันอย่างมีความสุข!

บทที่ 17 ตบหน้าติงหลัน! ร่วมงานกันอย่างมีความสุข!

บทที่ 17 ตบหน้าติงหลัน! ร่วมงานกันอย่างมีความสุข!


เวินซูหรี่ตาประเมินผู้จัดการหม่าที่อยู่ตรงหน้า

เขาสวมเสื้อโปโลดูเรียบหรูคู่กับกางเกงสแล็ค รูปร่างท้วมเล็กน้อย สวมแว่นกรอบดำ ผมบางลงอย่างเห็นได้ชัดจนเห็นหนังศีรษะสะท้อนแสงรำไรอยู่กลางกระหม่อม

อืม ดูเป็นคนฉลาด

"ผู้จัดการหม่า ต้องขอโทษที่ให้คุณถ่อมาถึงที่นะคะ พอดีเวลาฉันค่อนข้างรัดตัว..." เวินซูเหลือบมองติงหลันที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาแล้วยิ้ม "เรื่องค่าเช่าที่ คุยกันตรงนี้เลยสะดวกไหมคะ?"

ผู้จัดการหม่ายิ้มเจื่อน "สะดวกครับ สะดวกมาก!"

เห็นเวินซูไม่เอ่ยถึงติงหลัน หม่าเต๋อเซียนก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ติงหลันชอบเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปนกับงาน เรื่องที่เธอรังแกพนักงานใหม่เขาใช่ว่าจะไม่เคยได้ยิน เขาเคยเตือนอ้อมๆ ไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่ยัยโง่ติงหลันดันไม่เก็ท โชคดีที่ช่วงหลังไม่มีเรื่องเข้าหูอีก เขาเลยเลิกสนใจไป

ให้ตายเถอะ ใครจะไปคิดว่าการหาเรื่องครั้งเดียวจะนำหายนะใหญ่หลวงมาให้เขาขนาดนี้!

ตามหลักการแล้ว แค่เปลี่ยนเจ้าของตึก สัญญาเช่าเดิมก็ยังคงมีผลตามกฎหมาย ไม่น่าจะกระทบอะไรกับบริษัท

แต่โชคชะตาก็เล่นตลก สัญญาเช่าของบริษัทดันกำลังจะหมดอายุในอีกไม่กี่วันนี้พอดี ถ้าเวินซูไม่โทรหาเขา เขาก็กะว่าจะติดต่อเธอไปวันจันทร์หน้าอยู่แล้ว

บริษัทหรงหัวไฟแนนซ์ตั้งอยู่ที่นี่มาห้าหกปีแล้ว ถ้าต้องย้าย ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสารที่วุ่นวาย แต่ประเด็นสำคัญคือ พวกเขาไม่มีทางหาเช่าตึกสำนักงานทำเลดีในราคาถูกขนาดนี้ได้อีกแล้ว

หม่าเต๋อเซียนหยิบเอกสารหลายฉบับออกจากกระเป๋าเอกสารวางตรงหน้าเวินซู

"คุณเวินครับ นี่คือสัญญาที่เราเคยเซ็นไว้กับฝ่ายนิติบุคคลเดิม"

"ส่วนสองฉบับนี้เป็นสัญญาใหม่ที่ผมแก้ไขวันเวลาตามฉบับเดิม ลองอ่านดูนะครับ"

เวินซูครางรับในลำคอพลางกวาดตามองเอกสาร เทียบกับสัญญาฉบับเก่าแล้ว หม่าเต๋อเซียนไม่เพียงแก้ไขวันที่ แต่ยังเปลี่ยนสัญญาจากต่อทุกสองปีเป็นทุกสามปี แถมยังเพิ่มค่าเช่าจากเดิมอีกสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสอดคล้องกับราคาตลาดในย่านนี้พอดี

"สัญญาก็ดูโอเคดีนี่คะ"

"ถ้างั้น..." สีหน้าตึงเครียดของหม่าเต๋อเซียนผ่อนคลายลงเล็กน้อย เผยรอยยิ้มออกมา "คุณเวินครับ งั้นเรา..."

เวินซูวางสัญญาลง ยิ้มบางๆ โดยไม่พูดอะไร

ติงหลันไม่ใช่คนโง่ แม้จะไม่เห็นอีเมลแต่เธอก็พอเดาฐานะของเวินซูได้รางๆ เธอคุ้นเคยกับสัญญาเช่าฉบับนี้ดี เห็นเวินซูเงียบไปแบบนี้ หัวใจเธอก็กระตุกวูบ

นั่นไง ว่าแล้วเชียว

หม่าเต๋อเซียนเป็นคนหัวไว เข้าใจความหมายของเวินซูทันที

ได้! เรื่องนี้ยังไม่จบในใจเธอสินะ

หม่าเต๋อเซียนหันไปมองติงหลันแล้วถอนหายใจอย่างจริงจัง "เสี่ยวติง... คุณก็เป็นพนักงานเก่าแก่ของบริษัท ทำไมชอบเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปนกับงานอยู่เรื่อย?"

"ผู้จัดการหม่า... ไม่ใช่นะคะ ฉัน..."

"ผมเคยเตือนคุณแล้ว แต่คุณก็ไม่เคยปรับปรุงตัว ผมว่า... คุณกลับไปพักผ่อนทบทวนตัวเองที่บ้านสักสองสามวันดีไหม?"

หม่าเต๋อเซียนไม่เปิดโอกาสให้ติงหลันได้พูดแทรก ตัดสินใจด้วยรอยยิ้มทันที

ความสามารถในการทำงานของติงหลันถือว่าใช้ได้ แต่วิสัยทัศน์แคบเกินไป วันนี้เป็นเวินซู วันหน้าไม่รู้จะไปก่อเรื่องใหญ่โตอะไรอีก

อีกอย่าง เธอเป็นแค่รองหัวหน้าแผนกการเงิน ด้วยชื่อเสียงและฐานเงินเดือนของบริษัท หาคนฉลาดๆ มาแทนได้ถมเถไป

หน้าของติงหลันซีดเผือด

หม่าเต๋อเซียนเมินเธอ แล้วหันมามองเวินซูอีกครั้ง "ไม่ทราบว่าคุณเวิน..."

เวินซูปรายตามองติงหลัน เห็นสายตาเคียดแค้นของหล่อน ริมฝีปากเธอกระตุกยิ้ม ก่อนหยิบปากกาบนโต๊ะมาเซ็นชื่อลงในสัญญาทั้งสองฉบับ

"ผมจะโอนค่าเช่าเข้าบัญชีคุณเวินให้เร็วที่สุดครับ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ"

"ยินดีที่ได้ร่วมงานค่ะ"

ถือสัญญาไว้ในมือ หม่าเต๋อเซียนก็โล่งอกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เขาหันไปมอง 'หวังหลิน' เพื่อนร่วมงานที่นั่งใกล้ที่สุด "มานี่ เสี่ยวหวัง มาช่วยคุณเวินเก็บของหน่อย ระวังๆ ด้วยล่ะ"

"อ้อ! ได้ครับ!"

หวังหลินลุกขึ้นเดินยิ้มร่าเข้ามาทันที เขาช่วยเวินซูเก็บของที่ติงหลันเพิ่งรื้อค้นจนเละเทะอย่างคล่องแคล่ว แอบชำเลืองมองแผ่นหลังที่เดินคอตกออกไปของติงหลันแล้วรู้สึกสะใจเป็นบ้า!

"เวินซู! จากนี้ไปเธอคือไอดอลของฉัน!"

หวังหลินเก็บของอย่างรวดเร็วพลางพูดกับเวินซู หลังจากที่เธอปฏิเสธไม่ให้หม่าเต๋อเซียนเดินไปส่งข้างล่าง

เมื่อหัวหน้าทั้งสองออกไป ออฟฟิศที่เคยเงียบกริบราวกับป่าช้าก็กลับมาเดือดพล่านทันที

"เชรดเข้! เวินซู เธอเป็นเศรษฐีนีจริงๆ เหรอเนี่ย?"

"นึกว่า 'เศรษฐีนีอยู่ข้างกาย' จะมีแค่ในนิยายซะอีก ไม่คิดว่าจะเจอของจริง!"

"ฉันเหม็นขี้ยัยเสือสมิงนั่นมานานแล้ว เวินซู ทำดีมาก! เห็นสีหน้าเจ็บใจของหล่อนแล้วโคตรสะใจเลย!"

"..."

เวินซูยิ้มบางๆ ตอนที่เจ้าของร่างเดิมถูกรังแก คนพวกนี้ส่วนใหญ่เลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็น เวินซูเข้าใจได้ เพราะทุกคนก็แค่พนักงานกินเงินเดือน ลำพังตัวเองยังแทบเอาตัวไม่รอด จะให้ยื่นมือมาช่วยหรือผดุงความยุติธรรมก็คงยาก

แต่ก็มีบางคนที่อยากประจบติงหลัน เลยจงใจกีดกันและโดดเดี่ยวเจ้าของร่างเดิม ร่วมมือกันกลั่นแกล้ง ดังนั้น คำเยินยอสรรเสริญของคนพวกนี้จึงไม่ได้ทำให้ใจของเวินซูหว่านไหวแม้แต่น้อย

เห็นหวังหลินเก็บของใกล้เสร็จ เธอจึงรับกล่องกระดาษจากมือเขาแล้วยิ้มขอบคุณ "ขอบคุณนะ"

"ไม่เป็นไรน่า! เวินซู เดี๋ยวฉันเดินไปส่งข้างล่าง"

เวินซูพยักหน้า "ได้สิ"

ทั้งสองเดินออกจากออฟฟิศ หูค่อยสงบลงในที่สุด

"เวินซู ขอบใจนะ" ระหว่างรอลิฟต์ หวังหลินมองเวินซูแล้วเอ่ยขอบคุณจากใจจริง

ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เพื่อนร่วมงานอย่างหวังหลินเป็นคนเดียวที่เคยยื่นมือเข้าช่วย และอยู่เป็นเพื่อนเธอจนดึกดื่นหลายครั้งเวลาที่โดนติงหลันแกล้ง แต่ด้วยความที่ต่างก็เป็นลูกจ้าง และหวังหลินเพิ่งเข้าทำงานก่อนเจ้าของร่างเดิมแค่ปีเดียว คำพูดของเขาจึงมีน้ำหนักน้อย ทำอะไรไม่ได้มาก

ครั้งนี้การที่เวินซูจัดการติงหลันได้ ถือว่าเป็นการระบายความอัดอั้นตันใจแทนพนักงานตัวเล็กๆ อย่างเขาได้มากโข

"ไม่เป็นไรหรอก"

เสียง 'ติ๊ง' ดังขึ้น ลิฟต์มาถึง ทั้งสองกล่าวลากัน เวินซูก้าวเข้าไปในลิฟต์ ขณะที่ประตูกำลังจะปิด เธอกดปุ่มเปิดค้างไว้แล้วยื่นหน้าออกมา "หวังหลิน!"

หวังหลินชะงัก หันกลับมา "มีอะไรเหรอ?"

"เร็วๆ นี้ฉันอาจจะเปิดบริษัท แล้วบังเอิญกำลังขาดนักบัญชี นายสนใจไหม?"

หวังหลินตะลึงงัน จากนั้นดวงตาก็ลุกวาว ในใจมีเสียงตะโกนก้อง: ตกลงสิ! ตกลงไปเลย!

ราวกับว่าถ้าปฏิเสธตอนนี้ เขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

เห็นหวังหลินเงียบไป เวินซูนึกว่าเขาลังเล เพราะเทียบกับเจ้านายมือใหม่อย่างเธอที่เพิ่งจะเปิดบริษัท งานปัจจุบันของเขามั่นคงกว่าแถมเงินเดือนก็ไม่น้อย การลังเลเป็นเรื่องปกติของมนุษย์

"นายกลับไปคิดดูก่อนก็ได้..."

"ตกลง!"

หวังหลินกำหมัดแน่น "เมื่อไหร่? ผมลาออกได้เดี๋ยวนี้เลย!"

เวินซูขำกับท่าทางกระตือรือร้นของหวังหลิน "คงไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอก นายทำที่นี่ไปก่อน ไว้เรื่องเอกสารใกล้เรียบร้อยแล้วฉันจะโทรหานะ"

หวังหลินพยักหน้าหงึกหงัก "โอเค! ผมจะรอ!"

"โอเค แล้วเจอกัน"

"แล้วเจอกัน!"

การจัดการติงหลันไม่ได้ทำให้เวินซูอารมณ์ดีขึ้นเท่าไหร่ แต่การที่เห็นหวังหลินเชื่อใจเธอเต็มร้อยโดยไม่ถามอะไรสักคำ กลับทำให้เวินซูรู้สึกดีขึ้นมาก

เธอถือกล่องเดินออกมาหน้าตึก ก็เห็นรถเฟอร์รารี่สีแดงสุดเท่จอดรออยู่ริมถนน

จบบทที่ บทที่ 17 ตบหน้าติงหลัน! ร่วมงานกันอย่างมีความสุข!

คัดลอกลิงก์แล้ว