เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 อดีตเหยื่อแก๊งโรแมนซ์สแกม

บทที่ 18 อดีตเหยื่อแก๊งโรแมนซ์สแกม

บทที่ 18 อดีตเหยื่อแก๊งโรแมนซ์สแกม


เฉินหยวนซีจ้องมองไปที่ทางเข้าตึกอยู่ก่อนแล้ว จึงเห็นเวินซูและกล่องที่เธอถือมาได้ทันที เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย อย่าบอกนะว่า... โดนไล่ออก?

เขาเปิดประตูรถแล้วรีบก้าวลงไป เว็บไป่ตู้บอกไว้ว่าเวลาผู้หญิงอารมณ์ไม่ดี ต้องรับมือด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทฤษฎีนี้ใช้กับเจ้านายสาวได้เช่นกัน

"คุณเวินครับ นี่คือ..." เฉินหยวนซีรับกล่องมาจากมือเธอ พลางลอบสังเกตสีหน้าอย่างระมัดระวัง

เวินซูล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "อ๋อ ฉันไล่เจ้านายออกน่ะ"

เฉินหยวนซี: ...โอเค ถ้าพูดแบบนั้นแล้วคุณสบายใจ

เวินซูไม่รู้หรอกว่าเฉินหยวนซีคิดอะไรอยู่ เธอเปิดวีแชตแล้วกดเข้าไปที่รูปโปรไฟล์ของหว่านอวี้ชิง

เวินซู: [อยู่ไหม? เย็นนี้ไปกินข้าวกันหรือเปล่า?]

หว่านอวี้ชิงตอบกลับมาเร็วมาก

อวี้ชิง: [อยู่ค่า! หนูอยากกินหม้อไฟ!!! (สติ๊กเกอร์แมวตัวหนอน~)]

ในฐานะทายาทรุ่นสองผู้ใช้ชีวิตเพื่อกินดื่มเที่ยว หว่านอวี้ชิงรู้จักของอร่อยทั่วเมืองหลวงเป็นอย่างดี ไม่นานเธอก็ส่งพิกัดร้านหม้อไฟชื่อดังมาให้เวินซู

"วันนี้เราจะไปกินข้าวนอกบ้านกันนะ"

เวินซูส่งสติ๊กเกอร์โอเคกลับไป แล้วหันมาบอกเฉินหยวนซีที่เพิ่งคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จ

สิ้นเสียงเธอ โทรศัพท์ในกระเป๋าของเฉินหยวนซีก็สั่นครืดคราด เป็นพิกัดร้านหม้อไฟที่เวินซูส่งต่อมาให้นั่นเอง

เฉินหยวนซีกดเข้าไปดูแล้วเลิกคิ้ว "ร้านหม้อไฟเสฉวนเจ้านี้... ถ้าไม่ได้จองล่วงหน้าหรือไม่มีบัตรสมาชิก เกรงว่าป่านนี้คิวคงยาวเหยียดแล้วมั้งครับ"

ถามว่าทำไมเฉินหยวนซีถึงรู้ดีนัก ก็ต้องขอบคุณพี่ชายที่แสนดีของเขาน่ะสิ เพื่อจะดัดนิสัยไม่ให้เขาไปแข่งรถ พี่ชายไม่เพียงแต่อายัดบัตรเครดิตทุกใบ แต่ยังพยายามจับเขาคลุมถุงชน โดยอ้างเหตุผลสวยหรูว่าถ้ามีครอบครัวแล้วจะได้รู้จักห่วงหน้าพะวงหลัง เลิกเอาชีวิตไปเสี่ยงบนสนามแข่งเสียที

ภายใต้อำนาจเผด็จการของพี่ชาย เฉินหยวนซีจำใจต้องยอมอ่อนข้อ นัดดูตัวครั้งนั้นถูกกำหนดขึ้นที่ร้านหม้อไฟเสฉวนแห่งนี้ พอไปถึงหน้าร้าน หางแถวยาวไปเกือบสุดถนน อยากได้ห้องส่วนตัวงั้นเหรอ? ได้สิ สมัครสมาชิกก่อนเลย—ใบละสองพันแปดร้อยแปดสิบแปดหยวน สมัยนี้ใครเขาเติมเงินเยอะขนาดนี้เพื่อมากินหม้อไฟกัน? นี่มันหลอกฟันพวกหน้าโง่ชัดๆ!

ในฐานะ 'พวกหน้าโง่' คนหนึ่ง เฉินหยวนซีไม่มีทางเลือก เขาจำต้องควักบัตรธนาคารใบเดียวที่เหลือเงินติดบัญชีแค่สามพันหยวนออกมาสมัครสมาชิกเพื่อเปิดห้องส่วนตัว อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นมารยาทพื้นฐานของสุภาพบุรุษและศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย

แต่หลังจากที่เขาเข้าไปนั่งรอในห้องส่วนตัวจนเลยเวลานัดไปเป็นชั่วโมง ผู้หญิงคนนั้นก็ยังไม่โผล่หัวมา เขา! คุณชายรองแห่งเฉินกรุ๊ปผู้ยิ่งใหญ่! ถูกเทเป็นครั้งแรกในชีวิต!

มารู้ทีหลังว่าร้านหม้อไฟนี้เป็นแฟรนไชส์ในเครือธุรกิจอาหารของหว่านซื่อกรุ๊ป และคู่ดูตัวของเขาก็คือหลานสาวประธานหว่านซื่อกรุ๊ปนั่นเอง

ไอ้หน้าโง่ คุณชายรองเฉินกรุ๊ป สมาชิกผู้ยากจนของร้านหม้อไฟเสฉวน—เฉินหยวนซีชักสงสัยว่าเขาอาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งต้มตุ๋นความรักเข้าให้แล้ว

เหตุการณ์นั้นซ้ำเติมสถานะทางการเงินอันฝืดเคืองของเฉินหยวนซีให้ย่ำแย่ลงไปอีก จนนำมาสู่เรื่องราววุ่นวายตามมาเป็นขบวน

"คุณ..." เวินซูชำเลืองมองเฉินหยวนซี "ดูคุ้นเคยกับร้านนี้ดีจัง รสชาติเป็นไงบ้าง?"

"ก็งั้นๆ แหละครับ" เฉินหยวนซีกัดฟันตอบ น้ำเสียงฟังดูขุ่นมัว

เวินซู: ...เห็นท่าทีบ่จอยของเฉินหยวนซี เวินซูจึงไม่ซักไซ้ต่อ ทำเพียงขยับสายเข็มขัดนิรภัยให้กระชับขึ้นเงียบๆ

เฉินหยวนซีจมดิ่งอยู่กับความทรงจำอันแสนเศร้า นั่งซึมกระทืออยู่พักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้

แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ฉาบทาไปทั่วท้องฟ้า แสงไฟนีออนตามท้องถนนเริ่มสว่างไสวขึ้นตามเวลา

"ว่าแต่คุณเวินครับ นัดเจอใครเหรอครับ?"

ตั้งแต่มาเป็นคนขับรถให้เวินซู เฉินหยวนซียังไม่เคยเห็นเธอสนิทสนมกับใครเลย อืม ก็สมกับภาพลักษณ์เศรษฐีนีผู้เย็นชาในสายตาเขาดี

"อือฮึ ไปเจอเพื่อนน่ะ" ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะใบหน้าชวนให้รู้สึกสบายตัว แม้แต่ไอร้อนระอุของฤดูร้อนก็เบาบางลงไปมาก เวินซูสูดหายใจเข้าลึกๆ

"แค่กๆๆ..."

เวินซู: (บ้าเอ๊ย) สูดควันท่อไอเสียเข้าไปเต็มปอดเลย

"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?" ได้ยินเสียงไอ เฉินหยวนซีจึงเอ่ยถามตามมารยาทของลูกน้องที่ดี

เวินซูเลื่อนกระจกรถขึ้นเงียบๆ "ไม่มีอะไร"

เฉินหยวนซีร้อง 'อ้อ' แล้วไม่พูดอะไรต่อ แต่ในใจกลับประหลาดใจ เวินซูมีเพื่อนด้วยเหรอเนี่ย?!

ขับรถให้เธอมาตั้งหลายวัน นอกจากรูปถ่ายคู่กับน้องชายในห้องนั่งเล่น เวินซูก็ตัวคนเดียวมาตลอด เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเพื่อนที่เธอพูดถึงจะเป็นคนแบบไหน

แต่จะว่าไป ถึงจะเคยเห็นรูปน้องชาย แต่เขาก็ไม่ค่อยเห็นเธอโทรหาใครเลย

หรือว่าน้องชายเธอจะเสียชีวิตไปแล้ว?

**

กองถ่ายภาพยนตร์เหิงเฉิง

"ฮัดชิ้ว!"

สิ้นเสียงผู้กำกับตะโกนสั่ง 'คัต' เวินเหิงที่นอนแอ้งแม้งแกล้งตายอยู่บนพื้นก็รีบลุกขึ้นมาจามเสียงดังลั่น

"เฮ้ย! เบาได้เบา!" พี่ตัวประกอบข้างๆ รีบกระโดดหลบด้วยท่าทีรังเกียจ "อย่ามาจามใส่ข้านะเว้ย!"

ยังไม่ทันที่เวินเหิงจะอ้าปาก ชายคนนั้นก็ตบไหล่เขาป้าบๆ "ไอ้น้อง ร่างกายไม่แข็งแรงเลยนะเรา! อากาศร้อนตับแตกขนาดนี้ยังจะเป็นหวัดอีก"

ฉากนี้ถ่ายทำกันใต้ประตูเมืองจำลอง ท่ามกลางแดดเปรี้ยงกลางฤดูร้อน ต้องสวมชุดเกราะหนักร่วมสิบโล ร่างกายแทบจะถูกหมักดองอยู่ในเหงื่อ

เวินเหิงยืดตัวขึ้น ปาดเหงื่อพลางขยี้จมูก ปัดมือชายคนนั้นออก "ไปให้พ้นเลย พี่นั่นแหละที่ไม่แข็งแรง!"

พี่ตัวประกอบหัวเราะร่า "ว่าแต่ไอ้น้อง เอ็งจบจากโรงเรียนการแสดงชื่อดังมาไม่ใช่เหรอ? ไหงยังมาต๊อกต๋อยเป็นตัวประกอบเหมือนพวกพี่อยู่อีกวะ?"

เวินเหิงมาขลุกอยู่ที่เหิงเฉิงเกือบเดือนแล้ว เริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากับพี่ตัวประกอบคนนี้จนพอจะคุยเล่นกันได้

"ได้ข่าวว่าพระเอกเรื่องนี้ก็จบที่เดียวกับเอ็งไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่ลองใช้เส้นสายดูล่ะ? อย่างน้อยได้บทที่มีบทพูดสักหน่อยก็ยังดีกว่ามาเป็นตัวประกอบเดินผ่านกล้องไปวันๆ! อีกอย่างเอ็งหน้าตาดีขนาดนี้ ไม่ได้โชว์หน้าเสียดายแย่"

พระเอกคนนั้นน่ะรุ่นพี่สายรหัสผมเองครับ... เวินเหิงคิดในใจ สายตามองไปยังรถบ้านที่จอดอยู่ไม่ไกล

ตั้งแต่รู้ว่าพี่สาวคบกับจั๋วซื่อเฟิง เวินเหิงพยายามเกลี้ยกล่อมให้เลิกกันหลายครั้ง แต่พี่สาวหัวรั้นไม่ยอมฟัง ทะเลาะกันใหญ่โตจนเขาหนีออกจากบ้านด้วยความโมโห ตามรุ่นพี่มาตายเอาดาบหน้าที่เหิงเฉิง

นอกจากอยากหาประสบการณ์การแสดงจริงๆ แล้ว เขายังอยากหาเงินแบ่งเบาภาระเวินซูด้วย

หลายปีมานี้ ค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดของเวินเหิงตกเป็นภาระของเวินซู เขาไม่อยากให้พี่สาวต้องลำบาก ยิ่งตอนนี้มีแฟนแล้ว คงมีเรื่องต้องใช้เงินอีกเยอะ

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ค่าสกินแคร์ เครื่องสำอาง เสื้อผ้าหน้าผม ก็ปาเข้าไปเท่าไหร่แล้ว เวินเหิงสังเกตเห็นเสื้อผ้าเก่าๆ ในตู้ของพี่สาวมานานแล้ว นั่นยิ่งทำให้เขาฮึดสู้หาเงิน

ไม่รู้ป่านนี้พี่สาวจะเป็นยังไงบ้าง ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นจะรังแกเธอหรือเปล่า

คิดได้ดังนั้น เวินเหิงก็ใช้นิ้วคีบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน เช็ดมือกับชุดเกราะลวกๆ แล้วกดเข้าวีแชต เลื่อนดูแชตของ 'พี่สาว' อยู่พักใหญ่

พี่ตัวประกอบข้างๆ ยังคงชวนคุยอย่างตีสนิทไม่เลิก

"...เออนี่ไอ้น้อง พี่จะบอกความลับอะไรให้อย่าง ห้ามเอาไปบอกใครเชียวนะ!"

ช่างเถอะ... เวินเหิงปิดหน้าจอโทรศัพท์เก็บเข้ากระเป๋า ไม่รู้พี่สาวหายโกรธหรือยัง ไว้กลับไปค่อยคุยกันดีกว่า จะหาเงินก้อนโตกลับไปเซอร์ไพรส์เธอให้ได้เลย!

"ได้ยินมาว่าพระเอกเรื่องนี้กับประธานหวังที่เป็นนายทุนน่ะ เขามีความสัมพันธ์แบบ นั้น กัน..." พี่ตัวประกอบทำไม้ทำมือประกอบ รอยยิ้มเต็มไปด้วยเลศนัยแห่งการนินทา

"พี่ว่าอะไรนะ?" เวินเหิงขมวดคิ้ว

"เฮ้ย! ไอ้น้อง ข้าไม่ได้ว่าเอ็ง จะของขึ้นทำไมวะ?" พี่ตัวประกอบสะดุ้งโหยงที่จู่ๆ เวินเหิงก็เสียงดังขึ้นมา หางตาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้าพอดี จึงรีบตบแขนเวินเหิงรัวๆ "ดูนั่นๆ นั่นไงประธานหวัง ฮิๆ ข้าบอกแล้วว่าความสัมพันธ์สองคนนี้ไม่ธรรมดา"

เวินเหิงมองตามนิ้วที่ชี้ไป เห็นรุ่นพี่ของเขากำลังพาชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยเดินเข้าไปในรถบ้านส่วนตัว

จบบทที่ บทที่ 18 อดีตเหยื่อแก๊งโรแมนซ์สแกม

คัดลอกลิงก์แล้ว