- หน้าแรก
- เลิกกับผู้ชายเฮงซวย ระบบก็ช่วยให้ฉันรวยล้นฟ้า
- บทที่ 11 เศรษฐีนีต้องทำงานด้วยเหรอ?!
บทที่ 11 เศรษฐีนีต้องทำงานด้วยเหรอ?!
บทที่ 11 เศรษฐีนีต้องทำงานด้วยเหรอ?!
"พอได้รับข้อความผมก็รีบมาทันทีเลยครับ เรียกผมว่าเสี่ยวหลี่ก็ได้ ผมแจ้งทาง รปภ. เรียบร้อยแล้ว ข้อมูลของคุณถูกบันทึกเข้าระบบแล้วครับ จากตรงนี้ไปถึงยอดเขายังมีระยะทางอีกพอสมควร คุณขับรถขึ้นไปได้เลย มีถนนแค่เส้นเดียวครับ เดี๋ยวผมจะขับตามไป"
เสี่ยวหลี่กล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างคล่องแคล่วและสุภาพ
"ตกลงค่ะ" เวินซูพยักหน้ารับ
ตลอดกระบวนการ เฉินหยวนซียืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังเวินซูราวกับลูกสุนัขเชื่องๆ ที่เศรษฐีนีเลี้ยงไว้ เพียงแต่รสนิยมของคุณหนูเวิน... เสี่ยวหลี่อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองศีรษะสีเขียวอ๋อยของเฉินหยวนซี อืม... รสนิยมค่อนข้างเฉพาะตัวจริงๆ
พอกลับเข้ามาในรถ ไม้กั้นก็ค่อยๆ ยกขึ้น เฉินหยวนซีสตาร์ทรถพลางเหลือบมองเวินซูที่นั่งนิ่งสงบด้วยสายตาเหลือเชื่อ "ยอดเขาเลยเหรอครับ?"
เท่าที่เขารู้ บนยอดเขาซงซานมีวิลล่าอยู่แค่หลังเดียว... ไม่สิ ต้องเรียกว่าคฤหาสน์ถึงจะถูก
กินพื้นที่กว่าสิบไร่ มูลค่าทะลุพันล้าน ต่อให้เป็นพี่ชายของเขาก็ยังไม่มีปัญญาครอบครอง แต่นี่... ถูกเวินซูซื้อไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
"อืม" เวินซูไม่พลาดที่จะสังเกตเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของเฉินหยวนซี ดวงตาดอกท้อหรี่ลงเล็กน้อย "ทำไมเหรอ?"
เฉินหยวนซีสูดหายใจเข้าลึกๆ "เปล่าครับเปล่า คือ... จะเสียมารยาทไหมถ้าผมจะถามว่าคุณหนูเวินทำธุรกิจอะไรครับ?" เผื่อจะหิ้วเขาไปทำด้วยสักคน?
"อ๋อ ฉันเหรอ? ก็แค่พนักงานบัญชีบริษัทเล็กๆ น่ะ" เวินซูเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่าง ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
เฉินหยวนซี: ...
เมื่อเห็นสีหน้าไม่เชื่อถือของเฉินหยวนซี เวินซูก็ยักไหล่อย่างจนใจ สมัยนี้พูดความจริงก็ไม่มีใครเชื่อกันแล้วสินะ
ไม่ถึงสิบนาที รถสปอร์ตก็แล่นมาถึงยอดเขา
เบื้องหน้าคือประตูเหล็กดัด ผ่านซี่กรงเข้าไปมองเห็นปราสาทขนาดมหึมาพื้นที่กว่าพันตารางเมตร สถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคคลาสสิก ดูโอ่อ่าและเก่าแก่ทรงคุณค่า
'ติ๊ง! สแกนม่านตาเรียบร้อย!'
'ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะเจ้านาย!'
ทันทีที่เวินซูลงจากรถเดินไปที่ประตู เสียงสังเคราะห์ของผู้หญิงที่นุ่มนวลก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูเหล็กที่ค่อยๆ เปิดออกสองข้าง ราวกับกำลังต้อนรับผู้เป็นเจ้าของ
"แฮ่ก... ผมป้อนข้อมูลของคุณหนูเวินเข้าระบบไว้แล้วครับ พ่อบ้านอัจฉริยะเลยตรวจจับและสแกนม่านตาของคุณได้ทันที" เสี่ยวหลี่ที่ขับรถออดี้คันเล็กตามมาไม่ทัน รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาอธิบายให้เวินซูฟัง
เวินซูพยักหน้า แววตาดอกท้อฉายความทึ่ง เห็นได้ชัดว่าเธอก็ตกตะลึงกับความหรูหราอลังการของคฤหาสน์ตรงหน้าเหมือนกัน
"ภายในปราสาทติดตั้งอุปกรณ์หุ่นยนต์อัจฉริยะครบวงจร พ่อบ้านก็เป็นหุ่นยนต์เช่นกันครับ เพียงแต่พื้นที่สวนภายนอกอาจจะต้องใช้คนดูแลบ้าง" เสี่ยวหลี่เดินตามหลังเวินซูพลางแนะนำสถานที่
ความยิ่งใหญ่นี้ไม่อาจบรรยายได้แค่จำนวนห้องนอนหรือห้องโถง ทั้งสามคนเดินชมอยู่ครึ่งชั่วโมงกว่าจะดูชั้นหนึ่งจนทั่ว และยังมีชั้นบนอีกสองชั้น
"ชั้นใต้ดินถูกดัดแปลงเป็นห้องสันทนาการตามมาตรฐานทั่วไป มีทั้งโรงหนังส่วนตัว ห้องคาราโอเกะ แล้วก็ห้องซาวน่า ครบครันเลยครับ..."
"จริงสิครับ คุณหนูเวินจะย้ายเข้ามาอยู่เลยหรือเปล่า?" เสี่ยวหลี่หยุดเดินแล้วเอ่ยถาม
เวินซูครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "วันนี้เลยแล้วกัน แต่ฉันยังมีของที่บ้านเก่าต้องขนย้ายมาอีก เอ่อ... ของเยอะพอสมควรเลยล่ะ..."
"ไม่มีปัญหาครับ! เรื่องนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเอง ขอแค่คุณหนูเวินให้ที่อยู่บ้านเก่ามา ผมจะส่งคนไปขนของมาให้เร็วที่สุดครับ"
"โอเค งั้นรบกวนด้วยนะคะ"
เวินซูยิ้มขอบคุณ
ประสิทธิภาพการทำงานของนิติบุคคลเขาซงซานรวดเร็วสมคำร่ำลือจริงๆ นับตั้งแต่เวินซูเอ่ยปากจนกระทั่งของทั้งหมดจากบ้านเก่าถูกขนย้ายมาถึง ใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมง ถ้าเวินซูไม่บอกว่าบ้านเก่าจะประกาศขาย พนักงานคงแทบจะถอดประตูรั้วเหล็กดัดหน้าบ้านขนมาด้วยแล้ว
เวินซู: ... ก็ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้มั้ง
เวินซูไม่ชอบความวุ่นวาย พ่อบ้านหุ่นยนต์สามารถตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันของเธอได้เกือบหมด จึงไม่จำเป็นต้องจ้างแม่บ้านเพิ่ม ส่วนเรื่องตัดแต่งต้นไม้ในสวนก็ใช้คนชุดเดิมที่เคยดูแลอยู่แล้ว
เวินซูเลือกห้องที่ใหญ่ที่สุดบนชั้นสอง
ส่วนเฉินหยวนซี เวินซูเซ็นสัญญาระยะยาวกับเขาอีกฉบับ เงินเดือนเท่าเดิม แต่มีที่พักและอาหารให้ฟรี เฉินหยวนซีตอบตกลงทันที ใครจะปฏิเสธแรงงานฟรีได้ลงคอล่ะ?
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เวินซูนอนมาร์กหน้าอยู่บนเตียง โทรศัพท์ก็สั่นแจ้งเตือน
เฉินหยวนซี (คนขับรถ): คุณหนูเวินครับ พรุ่งนี้มีตารางไปไหนบ้างครับ?
เห็นได้ชัดว่าผ่านไปแค่วันเดียว เฉินหยวนซีก็ปรับตัวเข้ากับบทบาทคนขับรถได้เป็นอย่างดี
ถ้าพี่ชายเขารู้มีหวังอ้าปากค้างแน่ เฉินหยวนซีเพิ่งอาบน้ำเสร็จ สวมชุดคลุมอาบน้ำหลวมๆ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและวีเชฟวับๆ แวมๆ มือหนึ่งเช็ดผมที่เปียกชื้น พลางจ้องหน้าจอครุ่นคิด
บนหน้าจอ กล่องข้อความแชตของ 'เวินซู (เศรษฐีนี)' ขึ้นสถานะว่ากำลังพิมพ์
เวินซู (เศรษฐีนี): 8 โมง ไปทำงานที่บริษัท
เวินซู (เศรษฐีนี): ที่อยู่: อาคารหย่าฟาง เลขที่ 98 เขตตัวเมือง
เฉินหยวนซี: ?
ยังไม่ทันที่เฉินหยวนซีจะถามให้รู้เรื่อง เวินซูก็ส่งข้อความมาอีกสั้นๆ แค่สองคำว่า: 'จะนอน'
เฉินหยวนซีไม่กล้าถามเซ้าซี้ต่อ ได้แต่ตอบกลับไปว่า 'รับทราบครับ' เขาเปิดแผนที่ดูแล้วคัดลอกที่อยู่ที่ได้มา มันเป็นตึกที่เต็มไปด้วยบริษัท อาคารสำนักงานสำหรับมนุษย์เงินเดือนชัดๆ
นัยน์ตาของเฉินหยวนซีเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ บ้าน่า? เวินซูพูดจริงเหรอ? เธอจะไปทำงานจริงๆ เนี่ยนะ? เดี๋ยวนี้การแข่งขันสูงขนาดนี้แล้วเหรอ?
ขนาดมหาเศรษฐีนียังต้องไปทำงาน แล้วเขาล่ะ ทายาทรุ่นสองที่วันๆ เอาแต่ลอยชายรอความตาย กลับว่างงานซะงั้น พอนึกย้อนไปถึงชีวิตที่ผ่านมา จู่ๆ ความรู้สึกละอายใจอย่างรุนแรงก็ผุดขึ้นในอกของเฉินหยวนซี
**
วันต่อมา
จั๋วซื่อเฟิงลงจากรถเมล์ด้วยขอบตาดำคล้ำ เขาต้องเดินต่ออีกสิบนาทีกว่าจะถึงสวนอุตสาหกรรมที่ตั้งบริษัท
ตั้งแต่เวินซูเดินออกจากร้านกาแฟวันนั้น จั๋วซื่อเฟิงก็ต้องรูดบัตรเครดิตจ่ายค่าอาหารไปอย่างทุลักทุเล หลังจากปลอบใจหลี่ซูเหมย เขาก็ส่งแม่ขึ้นรถไฟกลับต่างจังหวัดไปเมื่อวานนี้ จนป่านนี้เวินซูก็ยังไม่โทรหาหรือส่งข้อความมาเลยแม้แต่ฉบับเดียว
หลังจากคบกัน เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าเวินซูชอบเขามากขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ซื้อเสื้อผ้าให้ เดี๋ยวก็เปลี่ยนมือถือให้ พอเห็นเขาคุยกับผู้หญิงคนอื่นก็หึงหวง แล้วก็ซื้อของมาง้อเป็นการชดเชย เธอตอบข้อความเขาทันทีแถมยังสัญญาว่าถ้าแต่งงานกันจะโอนบ้านให้เป็นชื่อเขา
แล้วตอนนี้ล่ะ?
จั๋วซื่อเฟิงก้มมองโทรศัพท์ที่เงียบกริบ สีหน้ามืดมนถึงขีดสุด ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดจนอดไม่ได้ต้องส่งข้อความไปหาเวินซู
— สองวันมานี้คุณเป็นบ้าอะไร?
ทันทีที่กดส่ง เครื่องหมายตกใจสีแดงก็เด้งขึ้นมาท้ายประโยค
จั๋วซื่อเฟิง: ???