เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 อยู่สุขสบายไปทั้งชาติ แต่ป่วยออดๆ แอดๆ นะ!

บทที่ 12 อยู่สุขสบายไปทั้งชาติ แต่ป่วยออดๆ แอดๆ นะ!

บทที่ 12 อยู่สุขสบายไปทั้งชาติ แต่ป่วยออดๆ แอดๆ นะ!


"เฮ้อๆ เห็นกันหรือเปล่า?"

"หมายถึงรถสปอร์ตที่มาส่งเวินซู แผนกการเงินเมื่อเช้าน่ะเหรอ? สุดยอดไปเลยนะ ผู้ชายที่ขับรถมาส่งก็หล่อวัวตายควายล้ม!"

"เวินซูคนนี้ดูติ๋มๆ ไม่นึกเลยว่าจะจับคนรวยได้ นั่งรถหรูมาทำงานซะด้วย เป็นฉันลาออกไปนานแล้ว"

"พวกเธอไม่คิดว่าเวินซูสวยขึ้นเหรอ? เมื่อเช้าฉันเห็นนึกว่าคนอื่น ไม่คิดว่าแค่แต่งหน้าจะเปลี่ยนผีเป็นคนได้ขนาดนี้"

"แต่งหน้าอะไรกันเล่า! ไปเกาหลีทุบหน้ามาแน่ๆ!"

"แต่เวินซูคบกับจั๋วซื่อเฟิงอยู่ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงไปกับ..."

จั๋วซื่อเฟิงที่กำลังเดินมาถึงห้องชงกาแฟ ได้ยินเสียงนินทาที่ไม่ได้ปิดบังเลยสักนิด รู้สึกเหมือนมีไฟสีเขียวสว่างวาบอยู่บนหัว

เมื่อคืนจั๋วซื่อเฟิงดูไลฟ์สดสตรีมเมอร์สาวจนดึกดื่น ตั้งใจจะมาหากาแฟดื่มแก้เมาก่อนไปคิดบัญชีกับเวินซูตอนบ่าย แต่ดันมาได้ยินเรื่องพรรค์นี้เข้า มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูด

นังเวินซู! มิน่าล่ะสองวันนี้ถึงไม่สนใจเขาเลย ที่แท้ก็มีคนอื่นไปตั้งนานแล้ว!

จั๋วซื่อเฟิงหมดอารมณ์กินกาแฟ คว้าแก้วเปล่าเดินจ้ำอ้าวด้วยความโกรธมุ่งหน้าไปยังแผนกการเงินที่ชั้นล่างทันที!

วันจันทร์ วันแรกของอาการ 'โรคเกลียดวันจันทร์'

เสียงหาวดังระงมไปทั่วออฟฟิศที่มีคนอยู่สิบกว่าคนตลอดช่วงเช้า

โต๊ะทำงานของเวินซูอยู่มุมสุดติดหน้าต่าง เป็นจุดบอดของแอร์ส่วนกลาง หนาวในฤดูหนาว ร้อนในฤดูร้อน

เมื่อเช้าตอนเฉินหยวนซีมาส่งเวินซู เป็นช่วงเวลาเร่งด่วนพอดี คนในบริษัทเห็นกันเยอะแยะ เวินซูต้องรับมือกับคนเกือบสิบคนที่แวะเวียนมาถามไถ่ กว่าจะได้อยู่อย่างสงบ

ต้นเดือนแบบนี้ แผนกการเงินค่อนข้างว่าง เวินซูนั่งหมุนพัดลมตั้งโต๊ะเล่นไปพลาง ครุ่นคิดถึงปัญหาสำคัญระดับชาติ: เที่ยงนี้... กินอะไรดีนะ?

ขณะที่กำลังเหม่อลอย หางตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างที่เต็มไปด้วยโทสะเดินตรงดิ่งเข้ามา

"เวินซู!"

เสียงเกรี้ยวกราดของจั๋วซื่อเฟิงดังก้อง

เสียงพิมพ์ดีดรัวเร็วหยุดชะงัก เพื่อนร่วมงานต่างพากันชะเง้อคอส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมาทางนี้

เวินซูขมวดคิ้วเล็กน้อย ยกมือจับติ่งหู พูดพึมพำเหมือนบ่นกับตัวเองแต่จงใจให้จั๋วซื่อเฟิงได้ยิน "หมาที่ไหนมาเห่ากลางวันแสกๆ เนี่ย?"

จั๋วซื่อเฟิง: ... "เวินซู! ผมถามคุณอยู่ ตอนคบกับผมคุณแอบคบชู้ใช่ไหม?! ไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้! ผม จั๋วซื่อเฟิง มองคนผิดจริงๆ!"

จั๋วซื่อเฟิงกวาดตามองเสื้อผ้าที่เวินซูสวมใส่ หัวใจปวดร้าวแทบบ้า เขาจำได้—นั่นมัน Gucci ชุดนึงหลายหมื่น ที่บอกว่ารักเขาหนักหนา โกหกทั้งเพ!

เวินซูไม่อยากจะเสวนากับจั๋วซื่อเฟิง แต่เขาเสียงดังน่ารำคาญเกินไป

"เฮอะ"

เวินซูลุกขึ้นยืนอย่างเกียจคร้าน ร่างกายดูอ่อนปวกเปียกไร้กระดูก แผ่กลิ่นอายความเฉื่อยชาที่บอกไม่ถูก ผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาราวกับน้ำตก แต่ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกลับสว่างวาบจนน่ากลัว แฝงแววกดดันมหาศาล

บัดซบ!

ทำไมจู่ๆ เวินซูถึงสวยขึ้นผิดหูผิดตาขนาดนี้!

แววตาของจั๋วซื่อเฟิงฉายแววตกตะลึงวูบหนึ่ง เขาเชื่อสนิทใจตามคำนินทาของพวกป้าๆ ที่ห้องชงกาแฟ—เวินซูต้องไปศัลยกรรมมาแน่ๆ แต่โรงพยาบาลไหนกันที่ทำออกมาได้เร็วขนาดนี้?

เวินซูเมินเฉยต่อจั๋วซื่อเฟิง หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า เปิดไฟล์เสียงที่อัดไว้

เสียงแหลมสูงน่ารำคาญและร้ายกาจของหลี่ซูเหมยดังลั่นออฟฟิศทันที

"เวินซู แต่งเข้าบ้านซื่อเฟิงแล้วก็ลาออกซะ บ้านที่เมืองหลวงให้โอนเป็นชื่อซื่อเฟิง แล้วให้ซื่อเฟิงเลี้ยงดูเธอเอง หน้าที่เธอคืออยู่บ้านทำกับข้าวทำงานบ้าน ปรนนิบัติพวกเรา"

"เมียในหมู่บ้านเราก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น เสิร์ฟน้ำยกชาให้แม่ผัว ล้างเท้า ทำกับข้าว ถ้าแต่งกับซื่อเฟิง เรื่องพวกนี้เธอต้องทำให้หมด!"

"..."

คลิปเสียงค่อนข้างยาว พอได้ยินคำพูดของหลี่ซูเหมย สายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองจั๋วซื่อเฟิงก็เริ่มเปลี่ยนไป

นี่มันยุคไหนแล้ว? ยังต้องมานั่งปรนนิบัติพัดวีเช้าเย็นอีกเหรอ? คิดว่าบ้านตัวเองมีบัลลังก์ให้สืบทอดหรือไง?

อีกอย่าง ถ้าจำไม่ผิด จั๋วซื่อเฟิงเป็นแค่พนักงานธุรการแผนกโลจิสติกส์ เงินเดือนน้อยกว่าเวินซูด้วยซ้ำ จะให้เวินซูลาออกมาเกาะผัวกิน? กินอะไร? ผักบุ้งไฟแดงเหรอ?

คนในแผนกการเงินส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แม้จะไม่ค่อยสนิทกับเจ้าของร่างเดิม แต่พอได้ยินวาจาร้ายกาจของหลี่ซูเหมย ก็อดรู้สึกเดือดดาลแทนไม่ได้

สัมผัสได้ถึงสายตารอบข้าง จั๋วซื่อเฟิงหน้ากระตุก สีหน้าบิดเบี้ยว พุ่งเข้าไปหมายจะแย่งโทรศัพท์เวินซู "คุณกุเรื่อง! นี่มันใส่ร้าย!"

แววตาของเวินซูเย็นเยียบ

เข่าลอย เตะผ่าหมาก ทุ่มข้ามไหล่!

ยังไม่ทันที่ใครจะตั้งตัว ก็ได้ยินเสียงโหยหวนโหยหวนบาดแก้วหู ดังสนั่นหว่านไหวไปทั้งชั้น ผู้ชนะถูกตัดสินแล้ว

จั๋วซื่อเฟิงนอนกองกับพื้นร้องโอดโอยไม่หยุด เจ็บไปหมดทั้งตัวจนน้ำมูกน้ำตาไหลพราก ในใจก่นด่าเวินซูสารพัด อ้าปากจะด่าแต่ก็มีแต่เสียงร้องครวญคราง

เพื่อนร่วมงานรอบข้าง โดยเฉพาะพวกผู้ชาย ต่างพากันตัวสั่นสะท้าน ขาสั่นพั่บๆ หนีบขาเข้าหากันโดยอัตโนมัติ

เวินซูถือโทรศัพท์ที่ยังเล่นไฟล์เสียงอยู่ไว้ในมือข้างหนึ่ง ค่อยๆ ยกส้นสูงออกจากหลังของจั๋วซื่อเฟิง มุมปากยกยิ้มซุกซน โน้มตัวลงกระซิบข้างหูเขาด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว อย่าโผล่หน้ามาให้ฉันเห็นอีก ไม่งั้น..."

เวินซูใช้ปลายรองเท้าเขี่ยที่นิ้วมือของจั๋วซื่อเฟิง "คราวหน้าจะเริ่มที่นิ้ว ต่อด้วยแขน แล้วก็ขา..." เสียงของเวินซูทุ้มต่ำชวนหลงใหล แต่สำหรับจั๋วซื่อเฟิง มันคือเสียงกระซิบจากนรก

"ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ขาดอะไรเลยนอกจากเงิน" เวินซูผิวปาก ลุกขึ้นยืน ปิดไฟล์เสียง "มีเงินมากพอที่จะเลี้ยงดูนายให้อยู่สุขสบายไปทั้งชาติ... แต่ป่วยออดๆ แอดๆ ไปตลอดชีวิต"

จั๋วซื่อเฟิง: ...เวินซูเป็นปีศาจหรือเปล่า?

จั๋วซื่อเฟิงตัวสั่นเทา ควบคุมตัวเองไม่ได้ รู้สึกเหมือนคำพูดเย็นเยียบของเวินซูเลื้อยเข้าหูเหมือนงูพิษ แล้วเลื้อยขึ้นสมองจนขนหัวลุกชัน

เวินซูยกมือลูบผม ถอนหายใจเบาๆ แล้วยิ้ม "ดูสิ ฉันล้างมือในอ่างทองคำมาตั้งหลายปี ทำไมต้องบีบให้ฉันผิดคำสาบานด้วยนะ? หมดลุคผู้ดีหมดเลย"

ทุกคน: ...เจ๊! รู้ตัวไหมว่าตอนยิ้มเมื่อกี้ เจ๊เหมือนตัวร้ายในละครเปี๊ยบเลย!

เวินซูไม่รู้ตัว เธอเพียงแค่หยิบทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดมือช้าๆ เธอไม่ได้โกหก ชาติที่แล้วเธอพยายามจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเจรจาธุรกิจ ผ่านเรื่องราวสกปรกโสมมมานับไม่ถ้วน ยึดคติเจรจาก่อนใช้กำลัง แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องลงไม้ลงมือบ้าง

ถ้าจั๋วซื่อเฟิงจากไปดีๆ ไม่มาขวางหูขวางตา เวินซูก็คงไม่ลงมือ เทียบกับชาติก่อนแล้ว ครั้งนี้เธอถือว่าออมมือให้มากแล้วนะ

จั๋วซื่อเฟิงตัวสั่นงันงก พูดไม่ออก ได้แต่จ้องมองเวินซูด้วยความหวาดกลัว จนสุดท้ายคอพับคออ่อน เป็นลมล้มพับไป

"เอ่อ..."

เวินซูเหลือบมองเพื่อนร่วมงานที่ยืนตะลึงตาค้าง มุมปากยกขึ้น "พวกคุณไม่คิดจะเรียกรถพยาบาลหน่อยเหรอ?"

ทุกคน: ...

พอเวินซูทัก ทุกคนถึงได้สติ บางคนรีบโทรศัพท์มือไม้สั่น บางคนรีบวิ่งมาลากจั๋วซื่อเฟิงออกไป ออฟฟิศวุ่นวายโกลาหลไปหมด

จบบทที่ บทที่ 12 อยู่สุขสบายไปทั้งชาติ แต่ป่วยออดๆ แอดๆ นะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว