เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 เพื่อนบ้านตัวแสบก่อเรื่อง

บทที่ 24 เพื่อนบ้านตัวแสบก่อเรื่อง

บทที่ 24 เพื่อนบ้านตัวแสบก่อเรื่อง


บทที่ 24 เพื่อนบ้านตัวแสบก่อเรื่อง

พอหลิวชุ่ยฮวาได้ยินหลินเจวี๋ยบอกว่าไม่มีเงินจะให้ ไฟโทสะที่สุมอกมาตั้งแต่ตอนถูกจางต้าจ้วงยั่วโมโหที่บ้านก็ปะทุขึ้นราวกับกินดินปืนเข้าไป!

ไอ้เด็กนี่มีเงินซื้อไข่มาลงทุน แต่ไม่มีเงินใช้หนี้งั้นรึ?

ตอแหลชัดๆ!

หลิวชุ่ยฮวาระงับความโกรธไม่อยู่ ตวาดลั่น "ไอ้เด็กบ้า แกไม่อยากคืนเงินข้าชัดๆ ยังจะมาหาข้ออ้างอะไรอีก?!"

เสียงแผดของนางดังสนั่นลั่นทุ่ง ชาวบ้านระแวกนั้นกว่าสิบหลังคาเรือนได้ยินความเคลื่อนไหว ต่างพากันชะโงกหน้าออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ไม่นานนัก หน้าบ้านหลินเจวี๋ยก็คลาคล่ำไปด้วยฝูงชน

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ ส่วนใหญ่เทไปทางเห็นใจหลิวชุ่ยฮวา

"หลินเจวี๋ยทำเกินไปจริงๆ ป้าหลิวก็น่าสงสารนะ เงินตั้งพันหยวน อย่างน้อยก็ค่าแรงตั้งสองเดือน!"

"ถึงป้าหลิวจะไม่ใช่คนดีเด่อะไร แต่เรื่องทวงหนี้ก็เป็นสิทธิ์ของแกนะ"

"นั่นสิ! เงินพันหยวนไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะ!"

เสียงสนับสนุนจากชาวบ้านทำให้หลิวชุ่ยฮวาได้ใจ ยิ่งฮึกเหิมกว่าเดิม

นางทิ้งตัวลงนั่งแหมะหน้าประตูบ้าน ดิ้นพราดๆ ตีโพยตีพาย

"ถ้าวันนี้แกไม่คืนเงิน ข้าจะนอนเฝ้าอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน ดูซิใครจะไล่ข้าได้!"

สภาพของหลิวชุ่ยฮวาช่างดูไม่ได้ ผู้หญิงหนักร่วม 85 กิโลกรัม นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นเหมือนก้อนหมูสามชั้น ดิ้นเร่าๆ ราวกับเด็กสามขวบเอาแต่ใจ

หลินเจวี๋ยทั้งอึ้งทั้งขำ ป้าหลิวคนนี้ช่างสรรหาวิธีจริงๆ

คนที่จะทำเรื่องพรรค์นี้ได้ ความคิดความอ่านต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ!

ถ้านางอยากนอนเฝ้าก็เชิญเลย ยังไงหลินเจวี๋ยก็ไม่มีเงินให้หรอก

"ป้าหลิว ผมพูดไปหมดแล้ว ถ้าป้าไม่อยากไป นั่นก็เรื่องของป้า! แต่วิธีทวงหนี้ของป้ามันกระทบชื่อเสียงผมอย่างแรง แถมยังคุกคามครอบครัวผมด้วย ผมมีสิทธิ์แจ้งตำรวจให้มาลากตัวป้าออกไปได้นะ!"

หลินเจวี๋ยพูดเสียงเข้ม จบคำก็ปิดประตูรั้วดัง 'ปัง!'

หลิวชุ่ยฮวาโกรธจัด ตะโกนด่าทอหน้าประตูบ้าน

"หลินเจวี๋ย ไอ้คนเนรคุณ! ถ้าวันนี้ไม่คืนเงิน ข้าจะเผาบ้านแกให้วอดเลยคอยดู!"

"เชื่อสิ ข้าไม่ได้ขู่เล่นๆ นะเว้ย!"

นางแหกปากตะโกนอย่างบ้าคลั่งข้างนอก พอชาวบ้านเห็นว่าหลินเจวี๋ยไม่สนใจไยดีหลิวชุ่ยฮวาเลย ก็รู้ว่าไม่มีอะไรให้ดูแล้ว ต่างทยอยแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน

หลิวชุ่ยฮวานอนแผ่อยู่บนพื้นเพียงลำพัง อุตส่าห์ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทำถึงขนาดนี้ แต่หลินเจวี๋ยกลับเมินเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้นางเจ็บใจจนแทบกระอักเลือด

เจียงสืออุ้มลูกสองคนแอบมองลอดหน้าต่างออกมาด้วยความหวาดกลัว

สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวล กลัวเหลือเกินว่าหลิวชุ่ยฮวาจะบันดาลโทสะเผาบ้านจริงๆ จนคนในครอบครัวได้รับอันตราย

พอหลินเจวี๋ยกลับเข้ามาในบ้าน นางก็รีบปรี่เข้าไปหาถามอย่างร้อนรน "คุณคะ ปล่อยป้าหลิวไว้นอกบ้านแบบนั้นไม่ใช่ทางออกนะ หรือฉันจะเอาเงินเก็บสองเดือนนี้ไปให้แกก่อนดี? ถึงจะไม่เยอะ แต่ก็..."

เขาส่ายหน้า ดึงภรรยาให้นั่งลง รู้ว่านางตื่นเต้นจึงลูบหลังเบาๆ ให้ผ่อนคลาย "ไม่ต้องห่วง ป้าหลิวแกทนนั่งตากแดดตากลมข้างนอกได้ไม่นานหรอก ผมรับรองเลย ไม่เกินชั่วโมง เดี๋ยวแกก็กลับไปเอง!"

"จริงเหรอคะ...?"

เจียงสือมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างกังวล และเป็นจริงดังคาด ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลิวชุ่ยฮวาก็ลุกขึ้นเดินคอตกกลับไปอย่างเสียหน้า

นางถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แต่ความไม่สบายใจยังคงเกาะกุมจิตใจ

แค่คิดว่าอีกฝ่ายขู่จะเผาบ้าน ก็ทำให้นางนั่งไม่ติดแล้ว

"คุณภรรยา ไม่ต้องกลัวนะ" มือใหญ่ของหลินเจวี๋ยวางบนไหล่เจียงสือ มอบความอบอุ่นมั่นคง "เงินพันหยวนของป้าหลิว อีกวันสองวันผมก็หามาคืนได้ แต่สิ่งที่แกทำบางอย่างมันเกินไปจริงๆ! เงินน่ะผมคืนให้แน่ แต่จะให้คืนง่ายๆ คงไม่ได้ ไม่ต้องห่วง ผมมีวิธีจัดการกับแก!"

หลินเจวี๋ยรู้ดีว่า เป็นหนี้ต้องใช้คืน นั่นคือกฎสากล

แต่หลิวชุ่ยฮวาขู่เผาบ้าน แถมยังมารังแกกันถึงหน้าประตู!

ความอัปยศนี้ เขาจะไม่มีวันกลืนลงคอเด็ดขาด!

เจียงสือกลัวว่าหลินเจวี๋ยจะวู่วามตามประสาคนหนุ่มจนทำเรื่องโง่ๆ รีบเอ่ยเตือนสติ

"คุณอย่าไปทำอะไรป้าหลิวแกนะ เราเป็นเพื่อนบ้านกัน รักษาน้ำใจกันไว้ดีกว่า!" เจียงสือเป็นผู้หญิงขี้กลัว ไม่อยากมีเรื่องมีราว

หลินเจวี๋ยรู้ว่าภรรยาจิตใจดีและไม่อยากก่อเรื่อง

แน่นอน เขาไม่โง่พอจะไปใช้กำลังตัดสินปัญหาหรอก

ระบายอารมณ์ชั่ววูบไม่ได้ช่วยอะไร รังแต่จะทำให้ชื่อเสียงในหมู่บ้านป่นปี้ ได้ไม่คุ้มเสีย

วิธีของเขาต้องแยบยลกว่านั้น... "คุณภรรยา ผมสัญญาว่าจะไม่วู่วาม! เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผม คุณอย่าเพิ่งถามอะไรมากเลยนะ" หลินเจวี๋ยไม่ได้อธิบายอะไรมาก

แต่พอได้ยินคำยืนยัน เจียงสือก็เบาใจลงมาก

นางเชื่อเสมอว่าหลินเจวี๋ยปกป้องบ้านหลังนี้ได้ มีเขายืนบังลมฝนอยู่ข้างหน้า นางก็รู้สึกปลอดภัย

ความทุกข์ระทมของเจียงสือแปรเปลี่ยนเป็นความสุข รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า นางลุกขึ้นแล้วเอ่ย "คุณคะ เที่ยงนี้อยากกินอะไร? เดี๋ยวฉันจะลองทำให้"

ยังไม่ทันที่หลินเจวี๋ยจะตอบ เยว่เยว่ที่เล่นก้อนกรวดอยู่ข้างๆ ก็ชูมือร้องบอกเสียงใส "คุณแม่คะ เยว่เยว่อยากกินเนื้อหวานๆ ที่คุณพ่อทำคราวก่อนค่ะ!"

เจียงสืองงไปครู่หนึ่ง "หมายถึงหมูแดงเหรอจ๊ะ? แต่แม่ทำไม่เป็นนี่นา..."

หลินเจวี๋ยลุกขึ้นเดินไปโอบเอวบางของภรรยา "ถ้าคุณภรรยาทำไม่เป็น เดี๋ยวผมสอนให้! เชฟใหญ่รับประกันความอร่อย!"

เจียงสือใช้ศอกกระทุ้งท้องเขาเบาๆ ยิ้มขำ "เหมือนที่บ้านจะไม่มีเนื้อหมูนะ..."

"งั้นเดี๋ยวผมไปซื้อที่ตลาดเดี๋ยวนี้แหละ รอเดี๋ยวนะ แป๊บเดียวมา!"

หลินเจวี๋ยรีบร้อนออกไปที่ตลาดเพื่อซื้อเนื้อหมู

เจียงสือมองแผ่นหลังที่ห่างออกไป ส่ายหน้ายิ้ม "ยังใจร้อนเหมือนเดิมเลยนะ..."

...หลินเจวี๋ยไปตลาด คราวนี้ได้เนื้อสันคอหมูสดใหม่กลับมา พอกลับถึงบ้านก็สอนภรรยาทำหมูแดงในครัวอย่างหวานชื่น

ต้องบอกเลยว่าถึงฝีมือทำอาหารของภรรยาจะธรรมดามาก แต่หัวไวน่าดู สอนแป๊บเดียวก็เข้าใจ ไม่ต้องพูดซ้ำสอง

เรื่องนี้ทำให้หลินเจวี๋ยปลื้มใจมาก

ภรรยาของเขาฉลาดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าเสียดายที่เกิดผิดยุคสมัย

นางเคยเรียนถึงมัธยมต้น ผลการเรียนดีกว่าเขาตั้งเยอะ แต่เพราะเป็นลูกสาวคนเล็ก มีพี่ชายอีกสองคน

พ่อแม่ส่งพี่ชายเรียนมหาวิทยาลัยจนหมดตัว ไม่มีเงินส่งนางเรียนต่อ

ไม่อย่างนั้น ด้วยความฉลาดและขยันของเจียงสือ สอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้สบายๆ

ส่วนหลินเจวี๋ยตอนนั้น เป็นเพราะเรียนไม่เก่งแถมยังขี้เกียจ เอาแต่จะออกไปทำงานหาเงินท่าเดียว

พ่อแม่เลยจำใจปล่อยเลยตามเลย

เขายอมรับว่าตัวเองไม่ใช่คนรักเรียน แต่ภรรยาเขาต่างออกไป ถ้ามีโอกาสในวันหน้า เขาอยากสนับสนุนให้เจียงสือได้เรียนต่อตามความฝัน

"คิดอะไรอยู่คะ? เหม่อเชียว" เจียงสือใช้นิ้วเย็นๆ จิ้มจมูกหลินเจวี๋ยเบาๆ

การกระทำหยอกเย้านี้ทำให้หลินเจวี๋ยหลุดขำ

ภรรยาผู้เคร่งขรึมของเขาก็มีมุมขี้เล่นเหมือนกันแฮะ

เขาลูบจมูก หัวเราะร่า "เปล่าหรอก แค่ทึ่งว่าเมียผมฉลาดจัง สอนทำหมูแดงรอบเดียวก็เป็นแล้ว! ถ้าได้เรียนต่ออีกสักหน่อย คงไปเป็นเชฟใหญ่ตามโรงแรมได้สบายเลย!"

"ฮ่าๆ อย่ามาล้อเล่นน่า" นางหัวเราะเสียงเบา "ฉันไม่อยากเป็นเชฟใหญ่หรอก แค่อยากทำกับข้าวให้คุณกับลูกๆ กินก็พอแล้ว"

"ทำกินกันแค่สามคน เสียดายฝีมือแย่" หลินเจวี๋ยว่า

"ไม่หรอกค่ะ" นางยกมือทัดผมที่ร่วงลงมาไว้หลังใบหู เอ่ยอย่างจริงจัง "การได้ทำอาหารให้คุณกิน ให้คุณอิ่มท้องและสุขภาพแข็งแรง สำหรับฉันแล้วมันสำคัญมากนะ สำคัญกว่าการหาเงินเยอะแยะเสียอีก"

หลินเจวี๋ยพยักหน้า นี่แหละคำพูดของภรรยาเขา

ในสายตาของนาง ครอบครัวสำคัญที่สุดเสมอ...

เจียงสือยกหมูแดงที่ทำเสร็จแล้วออกมา เด็กๆ นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารนานแล้ว

เยว่เยว่รีบคีบหมูแดงชิ้นหนึ่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วตัดสินทันที

"อร่อยจัง! เนื้อที่คุณแม่ทำก็อร่อยมากเลยค่ะ!"

สองแสบน้อยกินกันปากมันแผล็บ ดูมีความสุขมาก

เจียงสือเห็นลูกๆ กินอย่างเอร็ดอร่อย ดวงตาก็หยีเป็นสระอิด้วยรอยยิ้ม

นางแกล้งถามคำถามลองใจ "แล้วหนูว่าหมูแดงฝีมือแม่ กับฝีมือพ่อ อันไหนอร่อยกว่ากันจ๊ะ?"

หัวใจดวงน้อยๆ ของเด็กทั้งสองกระตุกวูบ เจอคำถามโลกแตกเข้าให้แล้ว

คำถามนี้ตอบยากชะมัด ตอบว่าของใครอร่อยกว่า อีกคนก็น้อยใจแย่!

เยว่เยว่กลืนอาหารลงคอ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ "ฝีมือพ่อกับแม่อร่อยเท่ากันเลยค่ะ! แต่... ของคุณพ่อยิ่งอร่อยที่สุด!"

"ใช่ๆ!" เลี่ยงเลี่ยงพยักหน้าหงึกหงัก เห็นด้วยกับพี่สาวเต็มที่

ได้ยินคำตอบ เจียงสือก็หัวเราะออกมาอย่างสดใส

แค่นี้ก็ดีใจมากแล้วที่ได้ยินคำตอบน่ารักๆ จากลูก

นางรู้ตัวดีว่าฝีมือยังสู้หลินเจวี๋ยไม่ได้ แต่แค่ทำให้ลูกๆ กินอิ่มมีความสุขได้ ก็พอใจแล้ว

หลินเจวี๋ยก็หัวเราะไปกับภรรยา บรรยากาศในบ้านอบอวลไปด้วยความสุข

หลังอาหาร เจียงสือล้างจานในครัว หลินเจวี๋ยออกไปดูต้นกล้าผลหนามแดงที่ลานบ้าน

ดึงออกมาจากกระถาง ส่วนที่อยู่ในดินมีรากงอกยาวแข็งแรงแล้ว บางกิ่งเริ่มมีตุ่มดอกเล็กๆ ขึ้นหนาตา ดูท่าใกล้จะออกดอกออกผลเต็มที

เขาย้ายต้นกล้าลงตะกร้า เตรียมจะขึ้นไปดูไร่บนเขาหัววัว

ก่อนลงมาเมื่อวาน ต้นกล้าผักก็เขียวชอุ่มแล้ว เขาเพิ่งรดน้ำทิพย์มิติไปแค่ครั้งเดียว แต่ฝนทิพย์นั่นตกนานถึงครึ่งชั่วโมง

ดินในไร่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ มอบพลังชีวิตมหาศาลให้พืชผล

คาดเดาได้เลยว่าผักจะโตเร็วปานสายฟ้าแลบ

ถ้าหัวไชเท้าโตเต็มที่แล้ว เขาคงต้องรีบถอนไปขาย ขืนปล่อยไว้นานจะแก่เกินไปไม่อร่อย

เขาหันไปตะโกนบอกเจียงสือที่วุ่นอยู่ในครัว "คุณภรรยา ผมจะขึ้นไปดูไร่บนเขานะ คุณกับลูกอยู่บ้านอย่าซนล่ะ!"

"ไปเร็วขนาดนี้เลยเหรอคะ? ไม่นอนพักกลางวันก่อนเหรอ?" เจียงสือถาม

"ไม่ล่ะ ไปเร็วกลับเร็ว ผมไม่วางใจทิ้งคุณไว้บ้านคนเดียวนานๆ!" หลินเจวี๋ยกลัวว่าหลิวชุ่ยฮวาจะย้อนกลับมาหาเรื่องอีก

ลำพังเจียงสือคนเดียวคงรับมือไม่ไหว

แต่โอกาสก็น้อยมาก โดนตอกกลับไปขนาดนั้น อีกฝ่ายคงต้องรอสักสองสามวันถึงจะกล้ามาป่วนใหม่

"อ้อ งั้นระวังตัวด้วยนะคะ!" เจียงสือเตือนด้วยความเป็นห่วง

หลินเจวี๋ยแบกตะกร้าขึ้นหลัง ล็อกประตูหน้าต่างบ้านเรียบร้อย แล้วแวะไปบอกซูชุนเหมยเพื่อนบ้านให้ช่วยมาอยู่เป็นเพื่อนเจียงสือหน่อย

จะได้อุ่นใจขึ้น

จากนั้น เขาก็มุ่งหน้าขึ้นเขา...

จบบทที่ บทที่ 24 เพื่อนบ้านตัวแสบก่อเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว