- หน้าแรก
- ใครว่าขายไข่ไม่รวย บันทึกเส้นทางเศรษฐีของคุณพ่อ
- บทที่ 23 ทำเอาเพื่อนบ้านตกตะลึงกันเป็นแถว
บทที่ 23 ทำเอาเพื่อนบ้านตกตะลึงกันเป็นแถว
บทที่ 23 ทำเอาเพื่อนบ้านตกตะลึงกันเป็นแถว
บทที่ 23 ทำเอาเพื่อนบ้านตกตะลึงกันเป็นแถว
เจียงฉือเองก็เป็นห่วงสุขภาพของหลินเจวี๋ย เขาตื่นแต่เช้ามืดเพื่อออกไปเร่ขายของตามตรอกซอกซอยแบบนั้น มันช่างเหนื่อยยากลำบากเหลือเกิน
ก่อนหน้านี้ เจียงฉือเคยเห็นคนงานก่อสร้างหญิงคนหนึ่ง เพื่อประหยัดเงิน เธอจึงไปทำงานโดยไม่กินข้าวเช้า ผลคือเป็นลมล้มพับไปกลางคัน ต้องหามส่งอนามัยหมู่บ้านวุ่นวายไปหมด
เหตุการณ์นั้นทำเอาเจียงฉือขวัญหนีดีฝ่อ เธอเป็นคนขี้กลัวและตกใจง่ายอยู่แล้ว
ตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน เจียงฉือก็จะตื่นแต่เช้ามาเตรียมอาหารเช้าให้คนในครอบครัวทุกวัน
เมื่อเช้านี้ตอนหลินเจวี๋ยตื่น เจียงฉือยังหลับอยู่ แต่เมื่อคืนเธอทำแผ่นแป้งทอดต้นหอมเตรียมไว้แล้ว และกำชับนักหนาว่าให้หลินเจวี๋ยพกติดตัวไปด้วย!
แต่เขากลับยุ่งจนลืมเสียสนิท
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ หลินเจวี๋ยก็รีบลุกขึ้น เดินไปข้างหลังเจียงฉือ แตะไหล่เธอเบาๆ แล้วพูดว่า "ภรรยาจ๋า ผมผิดไปแล้ว ครั้งหน้าผมจะจำให้ขึ้นใจเลยว่าจะต้องกินข้าวเช้า จะไม่ทำให้คุณเป็นห่วงอีกแล้วนะ!"
เจียงฉือหันหลังตากผ้าต่อไป เมื่อได้ยินเสียงออเซาะของหลินเจวี๋ย แม้ปากจะไม่พูดอะไร แต่มุมปากกลับยกยิ้มงดงาม
หลินเจวี๋ยเห็นรอยยิ้มของภรรยาที่ดูราวกับดอกสุ่ยเซียนบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ ก็รู้สึกเบิกบานใจขึ้นมาทันที
เขารู้ว่าภรรยาหายโกรธแล้ว จึงทำหน้าทะเล้นขยับเข้าไปใกล้ ช่วยเธอตากผ้าอย่างเอาอกเอาใจ
"ภรรยา มาครับ ผมช่วย!" เขายื่นมือเข้าไปช่วยหยิบจับ
เจียงฉือเห็นท่าทางประจบประแจงและความกระตือรือร้นเกินเบอร์ของเขา
"ไม่ต้องช่วยหรอกค่ะ คุณไปทำงานของคุณเถอะ!" เจียงฉือผลักแขนเขาเบาๆ แค่ตากผ้าคนสองคนมันจะเวอร์เกินไปหน่อย
หลินเจวี๋ยไม่มีท่าทีจะไปไหน กลับทำหน้ามีความสุขสุดขีด "งานของคุณก็คืองานของผม ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าภรรยาของผมอีกแล้ว!"
เจียงฉือชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหลุดขำออกมา
หลินเจวี๋ยนี่นะ... ปากหวานก้นเปรี้ยวได้ตลอดเวลาจริงๆ!
โชคดีที่ไม่มีคนนอกอยู่แถวนี้ ไม่งั้นใครมาได้ยินเข้าคงอายแทบมุดดิน
ขณะที่ทั้งสองกำลังพลอดรักกันอยู่นั้น หวังโหย่วเต๋อก็ขับรถตู้หวู่หลิงบรรทุกแผงไข่ไก่เต็มคันรถลงมาจากเขา รีบบึ่งมาส่งของให้หลินเจวี๋ย
ทางด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน มีกลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานนั่งรับลมอยู่หน้าบ้าน จับกลุ่มนินทาเรื่องชาวบ้านไปเรื่อยเปื่อย
จู่ๆ รถตู้สีขาวคันหนึ่งก็วิ่งตะบึงมาแต่ไกล ดึงดูดความสนใจของพวกนางทันที
ในหมู่บ้านจินหลง คนที่มีปัญญาซื้อรถตู้ขับมีน้อยยิ่งกว่าน้อย
พอเห็นคนขับ พวกนางก็จำได้ทันทีว่าเป็นหวังโหย่วเต๋อ "เจ้าพ่อฟาร์มไก่" ผู้โด่งดังประจำหมู่บ้าน
"ตาเฒ่าหวังแกจะไปส่งของที่ไหนน่ะ? ทำไมถึงดูรีบร้อนขนาดนั้น?"
"ดูไข่เต็มรถนั่นสิ ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ สงสัยจะได้ออเดอร์ใหญ่จากเถ้าแก่ที่ไหนแน่ๆ!"
พวกนางมักจะเห็นหวังโหย่วเต๋อขับรถขนของไปส่งให้ร้านค้าในตัวอำเภอบ่อยๆ
การเห็นเขามาโผล่แถวทิศตะวันออกของหมู่บ้านเวลานี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
คุยกันไปคุยกันมา หัวข้อสนทนาก็วกมาที่เรื่องของหลินเจวี๋ย
"ตาเฒ่าหวังแกก็ถือว่าเป็นคนเก่งคนหนึ่งในหมู่บ้านเรานะ เสียดายก็แต่หลานชายคนโตของแก วันๆ เอาแต่เพ้อเจ้อเรื่องทำธุรกิจ จนแทบจะล่มจมกันทั้งบ้านแล้ว!"
"นั่นสิ หลานชายคนโตของแกมีแต่จะฉุดให้ตกต่ำ ได้ข่าวว่ายืมเงินแกไปตั้งหมื่นหยวน ป่านนี้ยังไม่คืนเลย! ชาตินี้คงไม่มีปัญญาใช้คืนหรอกมั้ง"
"คนหนุ่มคนสาวควรรู้จักทำมาหากินให้มันมั่นคง ไม่ใช่เอาแต่ฝันเฟื่องทำอะไรไร้สาระ ดูอย่างสามีฉันสิ ซื่อสัตย์ขยันขันแข็ง ทำไร่ทำนามาทั้งชีวิต ก็เลี้ยงลูกสามคนจนโตได้ไม่ใช่เหรอ!"
พวกนางนินทากันอย่างสนุกปาก จนกระทั่งรถของหวังโหย่วเต๋อจอดสนิทที่หน้าประตูบ้านหลินเจวี๋ย พวกนางถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นความผิดปกติ
"เกิดอะไรขึ้น? ตาเฒ่าหวังเอาของมาส่งให้หลานชายแกเนี่ยนะ?"
"บ้าน่า! บ้านหลินเจวี๋ยไม่ได้เปิดร้านอาหาร จะเอาไข่เยอะแยะขนาดนั้นไปทำไม?"
"สงสัยแค่เรียกหลินเจวี๋ยมาช่วยขนของมั้ง ต้องเป็นงั้นแน่ๆ!"
พวกนางจ้องมองเหตุการณ์ตาไม่กะพริบ อยากรู้อยากเห็นเหลือเกินว่าหวังโหย่วเต๋อมาทำอะไร
เขาลงจากรถแล้วเดินไปเคาะประตูบ้านหลินเจวี๋ย เจียงฉือรีบเดินมาเปิดประตู พอเห็นว่าเป็นคุณลุงขับรถตู้มาเอง เธอก็สงสัยเหมือนกันว่ามีธุระด่วนอะไร
"คุณลุง มาทำอะไรหรือคะ?" เจียงฉือถาม
หวังโหย่วเต๋อยิ้มแก้มปริ รีบตอบว่า "เจ้าหลินเจวี๋ยสั่งไข่ไก่จากลุงพันฟอง ลุงเลยขับรถเอามาส่งให้น่ะ"
"สั่งไข่ไก่หนึ่งพันฟอง!?" เจียงฉือยืนงงเป็นไก่ตาแตก
หวังโหย่วเต๋อไม่มีเหตุผลต้องโกหกเธอ แต่หลินเจวี๋ยนี่ช่างกล้าเกินไปแล้ว
ซื้อไข่ทีเดียวหนึ่งพันฟอง ต้องใช้เวลากี่วันถึงจะขายหมดเนี่ย?
หลินเจวี๋ยได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวหน้าประตูจึงเดินออกมา พอเห็นหวังโหย่วเต๋อกำลังยกแผงไข่เข้ามา เขาจึงรีบเข้าไปช่วยขน
ไม่นานนัก ชายสองคนก็ขนย้ายไข่ทั้งพันฟองจนเสร็จ กองวางเรียงรายกินพื้นที่ไปครึ่งห้องครัว
หลินเจวี๋ยนับเงิน หยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งร้อยยี่สิบหยวนออกมาจากถุงพลาสติก แล้วยื่นให้หวังโหย่วเต๋อ
คุณลุงรับเงินไปอย่างมีความสุข ถือว่าการค้าขายครั้งแรกกับหลานชายคนโตสำเร็จลุล่วงด้วยดี
"อาเจวี๋ย ขอให้ธุรกิจไข่ต้มใบชาของแกขายดิบขายดีนะ! ถ้าต้องการไข่เพิ่มเมื่อไหร่ บอกลุงได้เลย ลุงจะรีบเอามาส่งให้!" หวังโหย่วเต๋อตบไหล่หลานชาย
เขายิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าหลินเจวี๋ยเป็นเด็กดี ทั้งหน้าตาดีแถมยังมีหัวการค้า สมกับเป็นหลานชายคนโตของหวังโหย่วเต๋อจริงๆ!
อนาคตต้องได้ดีแน่นอน!
"คุณลุง เข้ามาดื่มชาสักหน่อยไหมครับ?" หลินเจวี๋ยเอ่ยชวนยิ้มๆ
หวังโหย่วเต๋อโบกมือปฏิเสธ "ไม่เป็นไร ไว้คราวหน้าละกัน ลุงต้องรีบไปส่งของให้เถ้าแก่เจ้าอื่นต่อ!"
"ครับ งั้นผมไม่เดินไปส่งนะ! ขับรถดีๆ นะครับ!"
หวังโหย่วเต๋อส่งไข่เสร็จก็รีบขับรถตู้ออกไปทันที
คราวนี้เพื่อนบ้านละแวกนั้นต่างพากันสงสัยกันยกใหญ่ หลินเจวี๋ยจะเอาไข่มากมายขนาดนั้นไปทำอะไร?
หรือว่าเขาเริ่มทำธุรกิจอีกแล้ว?
แต่เขาไปเอาเงินทุนมาจากไหน? ซื้อไข่ทีละพันฟองไม่ใช่เงินน้อยๆ สำหรับครอบครัวชาวบ้านทั่วไปนะ!
แถมบ้านเขายังมีหนี้สินล้นพ้นตัวอยู่อีก!
หลิวชุ่ยฮวา เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันกับหลินเจวี๋ย นั่งถักไหมพรมอยู่หน้าประตูบ้าน เห็นเหตุการณ์ซื้อขายระหว่างหลินเจวี๋ยกับหวังโหย่วเต๋อทั้งหมด
นางเองก็งุนงง พึมพำกับตัวเองอยู่สักพัก จางต้าจ้วง สามีของนางก็กลับมาจากล่าสัตว์บนเขาพอดี ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน หลิวชุ่ยฮวาก็ดึงแขนเขาลากเข้ามาข้างใน
"เมียจ๋า ดึงผมทำไมเนี่ย?!" จางต้าจ้วงทำหน้างง
หลิวชุ่ยฮวาทำท่าทางลึกลับ ลดเสียงลงกระซิบกระซาบบอกสามี "เมื่อกี้หลินเจวี๋ยซื้อไข่จากลุงของมันตั้งพันฟองแน่ะ! ฉันได้ยินเพื่อนบ้านเขาคุยกันว่า สองสามวันนี้มันออกไปขายไข่ต้มใบชาข้างนอกด้วย!"
"หลินเจวี๋ยขายไข่ต้มใบชา!? ในหมู่บ้านกันดารแบบนี้ มันจะขายออกเหรอ?" จางต้าจ้วงทำหน้าไม่เชื่อ
หลิวชุ่ยฮวาเองก็คิดว่าเพื่อนบ้านคงพูดเล่น
หลินเจวี๋ยดูไม่เหมือนคนทำมาค้าขายเป็นเลยสักนิด ก่อนหน้านี้ตอนเปิดร้านเน็ตคาเฟ่ ก็มายืมเงินบ้านหลิวชุ่ยฮวาไปตั้งหนึ่งพันหยวน!
ตอนนั้นหลิวชุ่ยฮวาเห็นแก่ความเป็นเพื่อนบ้านเลยให้ยืมไป
แต่ใครจะคิดว่านอกจากร้านเน็ตจะไปไม่รอด เงินทุนยังโดนพวกเพื่อนกินหลอกเอาไปอีก
ผ่านไปครึ่งปี เงินพันหยวนนั่นหายเงียบเข้ากลีบเมฆ ขนาดโยนหินลงทะเลยังพอมีเสียงดัง "จ๋อม" ให้ได้ยินบ้าง!
เพราะเรื่องเงินก้อนนี้ ความสัมพันธ์ของสองบ้านจึงตึงเครียดมาก
เมื่อสองเดือนก่อน เพื่อทวงเงินคืน หลิวชุ่ยฮวาบุกไปทวงเงินที่บ้านหลินเจวี๋ยแทบทุกวัน
เจียงฉือทำได้แค่ตีหน้าเศร้าบอกว่าไม่มีเงิน
หลิวชุ่ยฮวาทั้งด่าทั้งอาละวาด ถึงขั้นปาก้อนหินใส่หน้าต่างบ้านเขาไปหลายรอบ!
ทำถึงขนาดนี้แล้ว เจียงฉือก็ยังหาเงินมาคืนไม่ได้
นางเลยจำใจต้องรามือไปก่อน
จางต้าจ้วงคิดตาม ถ้าหลินเจวี๋ยทำธุรกิจได้จริงและมีเงิน เงินพันหยวนของบ้านเขาก็อาจจะมีหวังได้คืน
หลิวชุ่ยฮวาสะกิดแขนสามีแล้วพูดว่า "ในเมื่อตอนนี้บ้านหลินเจวี๋ยมีเงินแล้ว เราไปทวงเงินกันเถอะ!"
"เมียจ๋า... มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ?" จางต้าจ้วงลังเลเล็กน้อย เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์เพื่อนบ้านแย่ไปกว่านี้
ไม่อย่างนั้นเวลาเดินสวนกันแล้วต้องทำหน้าบึ้งตึงใส่กัน มันน่าอึดอัดจะตาย
หลิวชุ่ยฮวาโมโห พอเห็นสามีไม่เอาถ่าน นางก็ตัดสินใจลุยเอง
"ไม่รู้แหละ วันนี้ฉันต้องเอาเงินคืนมาให้ได้! คอยดูซิว่าไอ้เด็กหลินเจวี๋ยมันจะหาข้ออ้างอะไรมาแก้ตัวอีก!"
หลิวชุ่ยฮวาเดินดุ่มๆ ออกไป ไม่สนใจเสียงทัดทานของจางต้าจ้วง ตรงดิ่งไปเคาะประตูบ้านหลินเจวี๋ยทันที
หลินเจวี๋ยกำลังดูแลต้นกล้าลูกชื่อเพ่าอยู่ในลานบ้าน พลางคิดว่าจะเอาไปลงปลูกในแปลงนาบนเขาช่วงบ่าย
ขณะกำลังใช้ความคิด ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูรัวๆ "ปัง ปัง ปัง" ดังมาจากข้างนอก
"เวลานี้ใครมาเคาะประตูนะ?"
หลินเจวี๋ยพึมพำ ลุกขึ้นไปเปิดประตูรั้ว ก็พบหลิวชุ่ยฮวา เพื่อนบ้านข้างเคียงยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่
ดูท่าผู้มาเยือนจะไม่ประสงค์ดีเสียแล้ว
"ป้าหลิว มีธุระอะไรหรือครับ?" หลินเจวี๋ยถาม
พอเห็นว่าเป็นหลินเจวี๋ย หลิวชุ่ยฮวาก็ฝืนฉีกยิ้มที่ดูไม่จริงใจ แสร้งทำเป็นเป็นมิตรแล้วถามว่า "ป้าแวะมาทักทายน่ะ ได้ยินว่าช่วงนี้บ้านเธอขายไข่ต้มใบชา ธุรกิจเป็นไงบ้าง ได้กำไรไหม?"
หลินเจวี๋ยนึกถึงบรรยากาศคึกคักเมื่อเช้า ก็ตอบไปตามความจริง "ก็ขายดีพอสมควรครับ ว่าแต่ป้าอุตส่าห์เดินมาหา มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าครับ?"
หลิวชุ่ยฮวาไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป เข้าประเด็นทันที "อาเจวี๋ย ในเมื่อตอนนี้บ้านเธอทำมาหากินได้เงินแล้ว! งั้นเงินพันหยวนที่ติดป้าไว้ ก็สมควรแก่เวลาต้องคืนแล้วมั้ง?"
หลินเจวี๋ยอึดอัดไปชั่วขณะ ที่แท้ก็มาทวงหนี้
เขานึกขึ้นได้ว่า ก่อนจะกลับมาเกิดใหม่ ช่วงที่ธุรกิจเขาล้มเหลวแรกๆ หลิวชุ่ยฮวาวิ่งมาทวงเงินที่บ้านเขาวันเว้นวัน
ทั้งปาข้าวของ ทุบหน้าต่าง สาดน้ำเน่าใส่
ช่วงหนึ่งเจียงฉือเครียดเรื่องนี้มากจนต้องแอบไปร้องไห้คนเดียวในห้องกลางดึก
หลินเจวี๋ยเองก็เริ่มทำตัวเหลวไหลตั้งแต่ตอนนั้น
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วบอกกับหลิวชุ่ยฮวาว่า "ขอโทษครับป้าหลิว ธุรกิจผมเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำพอจะคืนให้ป้าตอนนี้ ป้ารออีกสักสองสามวันได้ไหมครับ? ผมรับรองว่าจะมีเงินมาคืนป้าแน่นอน!"
หลินเจวี๋ยพูดความจริง ตอนนี้เขาไม่มีเงินสดพันหยวนให้คืนจริงๆ
แต่ถ้าพรุ่งนี้เขาขายไข่ต้มพันฟองนั่นหมด ก็จะมีเงินแล้วไม่ใช่เหรอ?
แค่เวลาวันสองวัน อีกฝ่ายน่าจะรอไหวน่า!